วันเวลาปัจจุบัน 15 ส.ค. 2020, 00:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2011, 14:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมปิดตำราคุยครับ เหลือแต่สัญญา


อัตตา เกิดจาก เราอุปาทานยึดเอารูปที่ประกอบด้วยมหาภูมิ๔+จิต(ขันธ์๕)ว่าเป็นตัวตน

แท้จริงแล้ว

สิ่งที่เราเกิดอุปาทานยึดนั้นเป็นแค่เหตุปัจจัย

คือเกิดชั่วขณะและต้องดับไป ยึดถือไม่ได้ เรียกอนัตตา

สัพเพสังขารราอนิจจา สัพเพธรรมาอนัตตาติ

หมายถึง สังขารทั้งหลายเป็นอนิจจา ธรรมทั้งหลายที่เป็นปัจจัยเหตุของสังขารเป็นอนัตตา




อัตตาสมมุติบัญัติขึ้นมาเพื่ออธิบายการยึดมั่นในสังขารไม่ได้เรียก อนัตตา

ฉนั้นการนำเอาอัตตา อนัตตา ไปอธิบายเรื่อง นิพพาน เรื่องธรรมธาตุ เรื่องธรรมฐิติ ย่อมอธิบายไม่ได้ชัดเจน


เพราะอัตตา สมมุติบัญญัติขึ้นมาเพื่ออธิบายสังขาร(ตัวตนของเรา)


ผมคิดเห็นเช่นนี้ครับ




.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2011, 15:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2010, 19:57
โพสต์: 1014

โฮมเพจ: http://www.vitwong.blogspot.com
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ทุกๆ สิ่ง เป็นอนัตตา
แต่มีบางสิ่งบางอย่างเที่ยง
เช่น เมื่อมีความเกิด ก็ต้องมีความ ดับ ....................เที่ยง
ความตาย เป็นของ.................................เที่ยง

สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา ...... เที่ยง

นิจจัง จึงมี
สุขขัง จึงมี

อัตตา.......................ไม่มี
อนัตตา.......................ต้องมี

.....................................................
ยังงมงาย...
เมื่อเห็นว่าพระไตรปิฏก มีส่วนถูก มีส่วนจริงแค่ 20 ถึง 30 เปอร์เซนต์ เท่านั้น

เลิกงมงาย..
เมื่อเห็นว่า พระไตรปิฏก มีส่วนถูก ส่วนจริง เกินกว่า 80 ถึง กว่า 90 เปอร์เซนต์

http://www.youtube.com/user/govit2554#g/u


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2011, 17:55 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ม.ค. 2011, 17:26
โพสต์: 353


 ข้อมูลส่วนตัว


เรื่องอัตตา-อนัตตา ถ้าจะให้เข้าใจต้องรู้จักอุปมา-อุปมัย กับสิ่งต่างๆ แล้วจะเข้าใจได้ง่ายเอง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2011, 21:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ผมก็คิดอย่างคุณ mes ครับ...

ความคิดของผมนะ..

พระพุทธเจ้าสอนคน...จากสิ่งที่คนทั่ว ๆ ไป..มี..คนทั่ว ๆ ไป...รู้สึก...

ก็เพราะ...ทุกข์...ส่วนหนึ่งก็มาจากสิ่งที่ทุก ๆ คน..มี..ทุก ๆ คนรู้สึก..นั้นแหละ

แล้วก็..ทุก ๆ..คน..จึงมีความทุกข์...เป็นธรรมชาติ..เหมือน ๆ กัน..นี้งัย

ทุก ๆ คนมีอะไร......มีร่างกาย..(ขันธ์ 5)
ทุก ๆ คนรู้สึกอะไร...รู้สึกว่าร่างกายนี้คือเรา

ลองดูง่าย ๆ ...หากมีการด่ากันเกิดขึ้น...
คนนี้ด่าคนนั้น...เราไม่โกรธ...แต่พอ..คนนี้ด่า..เรา....เราโกรธ

ตอนไม่โกรธ...เพราะคนถูกด่าเป็น..คนนั้น
แต่พอ..คนถูกด่า..เป็นเรา...ความโกรธก็เกิดแก่เรา

เพราะเข้าใจผิด..คิดว่า..ร่างกาย..(ขันธ์)..นี้เป็นเรา...คือเรา...ขนาดทั้ง ๆ ที่รู้ว่า(โดยเฉพาะชาวพุทธ)..เราเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว...จนประมาณการไม่ได้...มีร่างกาย..(ขันธ์)...ไม่รู้กี่ร่างกายแล้ว...เกิดมาทีไรก็คิดว่านี้เป็นเราทุกที....ร่างกายเน่าไปไม่รู้เท่าไร...ก็คิดไม่ได้สักที....

พระพุทธเจ้าทรงแจ้งในความเป็นจริง...
แต่..จะสอนคนทั่วไปให้ถึงความเป็นจริงอันนั้น...ก็ต้องเริ่มจากสิ่งที่ทุกคนสัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

แล้วก็ทรงแนะว่า...ที่ทุกคนมี..ทุกคนรู้สึก..ได้นั้น...มันไม่ใช่เรื่องจริง...โดยให้สังเกตุร่องรอยของความไม่จริงอันนี้ด้วยการภาวนา

ความรู้สึกที่ทุกคนมีทุกคนรู้สึก....เรียกแทนมันว่า...อัตตา...เพราะมักแต่รู้สึกว่าก้อนธาตุก้อนขันธ์นี้เป็นเรา
เรียก..ความไม่ใช่เรื่องจริง...ไม่ได้เป็นจริง...ไม่มีอยู่จริง...อย่างที่ทุก ๆ คนรู้สึก..นั้นว่า..อนัตตา...เพราะก้อนธาตุก้อนขันธ์นี้...มันแตกสลายได้..ไม่ได้เป็นรูปอย่างนี้ตลอดไปหรอก

หากปล่อยวาง...ความยึดมั่นในตัวตนของความเป็นเรา..(มัน..อัตตา)..ได้อย่างแท้จริง...มองให้เห็นว่าที่เราไปยึดมั่นเอาใว้นั้น...แท้จริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น..ไม่ได้เป็นจริงอย่างที่เราคิด..จริง ๆ มันไม่ใช่อะไรเลย..(มัน..อนัตตา).. .

เมื่อทำได้จริง ๆ แล้ว..เราจะพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล...(นิพพาน)

ดังนั้น...จะเอา..อัตตา..และ..อนัตตา...ที่พระพุทธองค์สอนเพื่อให้ปล่อยวาง...ไปอธิบาย..ไปให้ค่าสภาวะของการพ้นจากทุกข์..(นิพพาน)...
ไม่ได้หรอก..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2011, 22:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2009, 10:41
โพสต์: 4463

อายุ: 0
ที่อยู่: วัฏสงสาร

 ข้อมูลส่วนตัว


ระหว่างที่ผม อยู่ในภพสาม นี้ หรือภพสาม ไหนก็แล้วแต่,,,,(ยังไม่พ้น)
ผมขอยึด คำของพระพุทธองค์ ที่เหลืออยู่ ... กับ คำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่เหลืออยู่... เป็นหลักดีกว่า :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2011, 22:34 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุ..:b8: :b8: :b8:

เรียกว่า..ยึดอะไรก็ได้อันนั้น

ยึดโลก..ยึดสมบัติของโลก..ยึดความไม่จริง...ก็วนเวียนอยู่กับโลก..อยู่กับความไม่จริง..อย่างนั้น

หาก..ยึดพระพุทธเจ้า..อรหันตเจ้า...ยึดความจริง...แล้ว...จะไปไหนเสีย

:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 09:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ย. 2009, 08:56
โพสต์: 64

โฮมเพจ: http://www.homepra.com
แนวปฏิบัติ: รักสงบ ชอบคบมิตรสหาย
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ สาธุ

.....................................................
เขียนแบบบ้าน <<< รับเขียนแบบบ้าน แบบขออนุญาตก่อสร้าง แบบเพื่อยื่นขอกู้ก่อสร้างกับธนาคาร ประมาณราคาก่อสร้าง คำนวณโครงสร้าง จัดหาผู้รับเหมา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 10:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


^ ^
วันนี้ฝนตก อากาศเย็นสบาย เห็นหัวข้อ อัตตา กับอนัตตา
ก็ได้ฟื้นความรู้ความเข้าใจอีกครั้ง

เพื่อนๆครับ
อัตตา กับอนัตตา เป็นคำที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย และไม่ได้เป็นธรรมที่เป็นคู่ปรับกันแต่ประการใด

อัตตา มีมูลจาก ความเห็นผิด จากความอยาก จากมานะ จึงเป็นอุปาทานความยึดมั่นถือมั่น ในขันธ์ 5 ขึ้นมาว่าเป็นตน เป็นตัวเรา ที่ยึดได้

อนัตตา ไม่ใช่มีมูลเกิด อีกทั้งไม่ใช่ เกิดด้วยกุศลมูล หรืออกุศลมูล ไม่ได้เกิดจากความเห็นถูก หรือความไม่อยากมี ไม่อยากเป็น แต่ประการใด

อนัตตา เป็นสัจจะ เป็นความจริงของธรรมที่มีปั้จจัยปรุงแต่ง และไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง เป็นการอธิบายถึงสภาวะธรรมอันเป็นเช่นนั้นเอง ที่ไม่อาจครอบครอง ไม่อาจบังคับบัญชาได้

การละอัตตา หรืออุปาทานขันธ์ นั้น ละด้วยอรหัตมรรค ซึ่งก็คือมรรคปฏิปทาอันเป็นอริยะ ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติขึ้นมา ไม่ใช่ละด้วยอนัตตา

ซึ่ง ในการเจริญมรรคปฏิปทาประการหนึ่งเพื่อดับอุปาทานขันธ์ซี่งพระองค์ทรงแนะนำให้ปฏิบัติ คือการเจริญอนัตตสัญญา มีสัญญาในความเป็นอนัตตา ใช้สัญญาในอนัตตาเป็นกรรมมัฎฐาน เพื่อให้เข้าถึงความไม่มีเครื่องกั้นของจิต ความละวาง ความเบื่อหน่าย

เจริญธรรม

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 16:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
อนัตตลักษณะ ลักษณะที่เป็นอนัตตา,
ลักษณะที่ให้เห็นว่าเป็นของมิใช่ตัวตน โดยอรรถต่างๆ
๑. เป็นของสูญ คือ เป็นเพียงการประชุมเข้าขององค์ประกอบที่เป็นส่วนย่อยๆ ทั้งหลาย ว่างเปล่าจากความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา หรือการสมมติเป็นต่างๆ
๒. เป็นสภาพหาเจ้าของมิได้ ไม่เป็นของใครจริง
๓. ไม่อยู่ในอำนาจ ไม่เป็นไปตามความปรารถนา ไม่ขึ้นต่อการบังคับบัญชาของใครๆ
๔. เป็นสภาวธรรมที่ดำรงอยู่หรือเป็นตามธรรมดาของมัน เช่น ธรรมที่เป็นสังขตะ คือสังขาร ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัย ขึ้นต่อเหตุปัจจัย ไม่มีอยู่โดยลำพังตัว แต่เป็นไปโดยสัมพันธ์ อิงอาศัยกันอยู่กับสิ่งอื่นๆ
๕. โดยสภาวะของมันเอง ก็แย้งหรือค้านต่อความเป็นอัตตา มีแต่ภาวะที่ตรงข้ามกับความเป็นอัตตา;
ดู ทุกขลักษณะ, อนิจจลักษณะ


ผมติดใจตรงนี้ครับ
อ้างคำพูด:
อนัตตา เป็นสัจจะ เป็นความจริงของธรรมที่มีปั้จจัยปรุงแต่ง และไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง เป็นการอธิบายถึงสภาวะธรรมอันเป็นเช่นนั้นเอง ที่ไม่อาจครอบครอง ไม่อาจบังคับบัญชาได้


และไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง

คุณเช่นนั้นคงหมายถึง อสังขตธรรม คือ นิพพานหรือเปล่าครับ

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 16:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


Quote Tipitaka:
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร

[๘๒๖] สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา. เมื่อดวงจันทร์ คือ

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 16:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มิ.ย. 2007, 21:13
โพสต์: 2631

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


ในความคิดเห็นผม

อสังขตธรรม ไม่ใช่อนัตตา

เป็นธรรมธาตุ


ตรวจดูในพระสูตรแล้วเป็นเช่นนั้นครับ

ไม่มีกล่าวว่า อสังขารเป็นอนัตตา

มีแต่สังขารเป็นอนัตตาครับ
:b8:

.....................................................
นิพพานที่นี่ เดี๋ยวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 18:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2010, 11:43
โพสต์: 523

แนวปฏิบัติ: ดูปัจจุบันอารมณ์ เจริญมรรค ๘
งานอดิเรก: ปฏิบัติธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ประทีปแห่งเอเซีย
ชื่อเล่น: อโศกะ
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www




41_1720.jpg
41_1720.jpg [ 31.42 KiB | เปิดดู 3491 ครั้ง ]
:b8:
อนุโมทนากับคุณ mes เป็นอย่างยิ่งที่ตั้งกระทู้ที่มีค่ายิ่งนี้
เชิญแวะไปอ่านดูที่นี้บ้างนะครับ เป็นเรื่องอัตตาและอนัตตา ตรงๆเลยเช่นกันครับ

ผมก๊อปลิ้งให้สั้นๆไม่เป็น ท่านใดรู้วิธีกรุณาแนะนำด้วยครับ
:b8:
http://larndham.org/index.php?/topic/40 ... 7b97e2d22f
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 18:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 เม.ย. 2010, 09:39
โพสต์: 219

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอถามนิดครับผม
ถ้าหากว่า เวทนาเป็นอัตตาของเรา ก็ด้วยเหตุอันใด เขาจึงเห็นว่า เวทนาเป็นอัตตาของเรา
ถ้าหากว่า เวทนาเป็นอนัตตา ก็ด้วยเหตุอันใด เขาจึงเห็นว่า เวทนาเป็นอนัตตา
:b10:

.....................................................
.................................................ธ ทรงครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม
........................................................พระปฐมบรมราชโองการว่า
.......................“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม “

........................ขอพ่อเจ้าอยู่หัว ทรงพระเจริญ มีพระชนย์มายุ ยิ่งยืนนาน พระพุทธเจ้าข้า


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 19:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12217


 ข้อมูลส่วนตัว


ไหนว่า..ให้ปิดตำรา...ละ

:b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 เม.ย. 2011, 21:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3924

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


mes เขียน:
Quote Tipitaka:
อนัตตลักษณะ ลักษณะที่เป็นอนัตตา,
ลักษณะที่ให้เห็นว่าเป็นของมิใช่ตัวตน โดยอรรถต่างๆ
๑. เป็นของสูญ คือ เป็นเพียงการประชุมเข้าขององค์ประกอบที่เป็นส่วนย่อยๆ ทั้งหลาย ว่างเปล่าจากความเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา หรือการสมมติเป็นต่างๆ
๒. เป็นสภาพหาเจ้าของมิได้ ไม่เป็นของใครจริง
๓. ไม่อยู่ในอำนาจ ไม่เป็นไปตามความปรารถนา ไม่ขึ้นต่อการบังคับบัญชาของใครๆ
๔. เป็นสภาวธรรมที่ดำรงอยู่หรือเป็นตามธรรมดาของมัน เช่น ธรรมที่เป็นสังขตะ คือสังขาร ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัย ขึ้นต่อเหตุปัจจัย ไม่มีอยู่โดยลำพังตัว แต่เป็นไปโดยสัมพันธ์ อิงอาศัยกันอยู่กับสิ่งอื่นๆ
๕. โดยสภาวะของมันเอง ก็แย้งหรือค้านต่อความเป็นอัตตา มีแต่ภาวะที่ตรงข้ามกับความเป็นอัตตา;
ดู ทุกขลักษณะ, อนิจจลักษณะ


ผมติดใจตรงนี้ครับ
อ้างคำพูด:
อนัตตา เป็นสัจจะ เป็นความจริงของธรรมที่มีปั้จจัยปรุงแต่ง และไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง เป็นการอธิบายถึงสภาวะธรรมอันเป็นเช่นนั้นเอง ที่ไม่อาจครอบครอง ไม่อาจบังคับบัญชาได้


และไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง

คุณเช่นนั้นคงหมายถึง อสังขตธรรม คือ นิพพานหรือเปล่าครับ


คุณ mes
ท้วงมานับว่าเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง
เช่นนั้น ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ที่แสดงธรรมเกิน พุทธพจน์ไป ต้องกราบขอขมาพระพุทธองค์จริงๆ
ในข้อที่ว่า อนัตตา เป็นสัจจะ เป็นความจริงของธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง

ซึ่งไม่มีพุทธพจน์รองรับ คำดังกล่าวนี้ แม้ว่าจะเป็นการอธิบายของคนรุ่นหลังก็ตาม ซึ่งโดยความเป็นจริงก็ขัดกับพุทธพจน์เช่นกัน
..............................

ส่วนข้อที่ว่า
"๕. โดยสภาวะของอนัตตาเอง ก็แย้งหรือค้านต่อความเป็นอัตตา มีแต่ภาวะที่ตรงข้ามกับความเป็นอัตตา;"
ที่แสดงมานั้น อนัตตา และอัตตา ไม่ใช่เป็นการแสดงสภาวะธรรมที่ตรงกันข้ามกัน

ข้อนั้นเพราะเหตุไร

เพราะอนัตตา เป็นลักษณะของสภาวะธรรมโดยทั่วไปของขันธ์ 5
แต่อัตตา เป็นสภาวะธรรม

อนัตตาไม่ใช่ สภาวะธรรม

แต่อนัตตสัญญา เป็นสภาวะธรรม

ดังนั้น แม้อัตตาเองซึ่งเป็นสังขตธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง ย่อมมีอนัตตลักษณะ เช่นกัน

........

นิพพาน เป็นธรรมธาตุ เป็นอสังขตธาตุ เป็นสภาวะธรรม(อัพยกตธรรม)
มีลักษณะ ไม่ปรากฏความเกิด ไม่ปรากฏความเสื่อม เมื่อปรากฏก็ไม่ปราฏความแปรปรวน

.........

เจริญธรรม

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 25 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร