วันเวลาปัจจุบัน 24 เม.ย. 2018, 05:59  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 08:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ต.ค. 2006, 14:49
โพสต์: 1341


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ความอดทนเป็นตะปะอันยิ่งใหญ่

เพราะเหตุที่นิสัยจิตใจของคนมันมีต่างกัน ท่านจึงสอนให้มีความอดทน แต่อยู่ด้วยกันแล้วจงหาความดีต่อกัน ไม่อิจฉาพยาบาทไม่จองล้างจองผลาญ ไม่โกรธเกลียดกัน ไม่มีทิฏฐิมานะ มีอะไรก็ควรที่จะปรึกษาหารือเข้าหากันได้ การมุ่งหน้าเข้าหากันได้เป็นการดีมาก

คนในโลกอันนี้มันมีร้อยแปดพันประการดูแต่คอมมูนิสต์กับรัฐบาล ก็เคยฆ่าฟันกันตาย ฆ่าพระเจ้าพระสงฆ์ ถึงขนาดนั้นเขาก็ยังหันหน้าเข้าหากันได้ สิ่งใดที่ควรจะปรึกษาหารือกันก็ทำ มันเป็นประโยชน์ คอมมูนิสต์ก็เหมือนกันนั่นแหละ สิ่งที่ดีเป็นคุณเป็นประโยชน์ คอมมูนิสต์เขาก็เห็นดีด้วย เขาก็ยังอ่อนน้อมยอมเข้าเป็นพลเมืองดี อันนี้เราเป็นพระเป็นสงฆ์แท้ๆก็ควรจะปรึกษาหารือกัน หวังดีด้วยเจตนาอันดี

แต่ว่าการปรึกษาหารือกันอย่าเอาทิฏฐิมานะไปพูดกัน หวังความสงบเยือกเย็น หวังความดีความงาม ตั้งจิตเมตตาปรารถนาหวังดีแล้วจึงเข้าหากัน จึงค่อยพูดกันได้ ผู้น้อยผู้ใหญ่ก็พูดกันได้ อย่าเป็นการเอาฐานะข่มขี่และเหยียดหยามกัน ผู้ใหญ่พูดกับผู้น้อยก็อย่าเป็นการเหยียดหยามดูถูก

คนต้องมีทิฏฐิด้วยกันทั้งหมดนั่นแหละ เรามาปฏิบัติมาละทิฏฐิ แต่ว่ามันไม่ละหรอก ทิฏฐิมันก็มีอยู่ทุกคนๆนั่นแหละ ล้วนแต่มากมาย การเอาทิฏฐิใส่กันแล้วมันไม่มีที่สิ้นสุด มันต้องละด้วยกัน ครั้นหากเรามีทิฏฐิแข็งกระด้าง คนอื่นเขาก็แข็งกระด้างเท่ากัน แข็งต่อแข็งใส่กันก็แตกหักน่ะซี ครั้นยอมลดยอมละทิฏฐิมานะคนหนึ่งเสีย ยอมด้านหนึ่งเสีย อีกด้านหนึ่งมันก็อาจจะลดละลงไปได้

จึงว่าศาสนานี้สอนเพื่อความปรองดองสามัคคีเป็นพื้น เรามาอยู่ในศาสนาของพระพุทธเจ้า แล้วไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้ามันก็ใช้ไม่ได้

ท่านสอนให้มีความอดความทน
อยู่ด้วยกันแล้ว จงหาความดีต่อกัน
ไม่โกรธเกลียดกัน ไม่มีทิฏฐิมานะ
การมุ่งหน้าเข้าหากันได้ เป็นการดีมาก


: การละทิฏฐิมานะ
: หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

http://www.thewayofdhamma.org/page3_1_2/74.html

:b8: :b12:


= รวมคำสอน “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43000

= ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=35963

.....................................................
.. ทุกข์ใดดับได้ด้วยปัญญา ทุกข์นั้นจะไม่เกิดอีก ..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 10:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


"ผู้น้อยผู้ใหญ่ก็พูดกันได้ อย่าเป็นการเอาฐานะข่มขี่และเหยียดหยามกัน
ผู้ใหญ่พูดกับผู้น้อยก็อย่าเป็นการเหยียดหยามดูถูก"
:b8:

:b43: :b43: :b43:

“ฟันนั้นแข็งที่สุดในร่างกาย ลิ้นนั้นอ่อนนุ่มที่สุดในร่างกาย
ในที่สุดฟันไป...ลิ้นอยู่”


หมายความว่า ความอ่อนนั้นชนะความแข็ง

อ่อนไว้ดีกว่าแข็ง คือการอ่อนน้อมถ่อมตน อ่อนที่กิริยามารยาท

แข็งนั้นคือ การมีจิตใจแข็งแกร่ง แต่ไม่ใช่ยึดมั่นถือมั่น


:b43: :b43: :b43:

หากปรารถนาสารพัดในปฐพี, เอาไมตรีแลกได้ดังใจจง.

:b43: :b43: :b43:

ขออนุโมทนาสาธุเป็นอย่างยิ่งด้วยค่ะ...คุณ I am :b8: :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 13:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


สาธุ สาธุ สาธุค่ะ ...คุณ I am คุณกุหลาบสีชา

ลูกโป่งขอนำคำสอนหลวงพ่อจรัญที่ท่านเคยสอนมาบอกนะคะ

พูดดี...เข้าใจง่าย
พูดร้าย...เข้าใจยาก
พูดดี ต่อกัน...ไม่ทะเลาะกัน


ไปไหนปากอย่าไว ใจอย่าเบา
เรื่องเก่าอย่ามารื้อฟื้น เรื่องอื่นอย่าไปคิด
ทำกิจที่ชอบ กำหนดปัจุบัน...ปัจจุบัน


คนโง่...........ชอบเอาสติไว้ที่ปาก
คนฉลาด......ชอบเอาสติไว้ที่ใจ


ธรรมะต้องฝืนใจ
ฝืนใจไม่ได้...ดีไม่ได้


การพูดที่ไม่ได้คิด เหมือนกับการยิงที่ไม่ได้เล็ง

ที่อาตมาพูดอยู่เป็นประจำ
ก็ต้องให้มีความสามัคคีปองดอง
เหมือนอย่างเชือกกำลังจะขาด
เราต้องหย่อนเชือกก่อน
อย่าไปดึงให้มันขาด
ต้องพูดอย่างไร
บางคนไปแก้ปัญหา
โดยการพูด ซะตรง...มันก็จะเสียเลย
ต้องมีกุศโลบายในการพูด
กุศโลบายในการแก้ปัญหา
กุศโลบายในการให้เขาชื่นใจ


ขอให้ความร่มเย็นเป็นสุข ความเอื้ออาทร
จงมีแก่กันและกัน...ผู้ใฝ่ธรรม และเป็นกัลยาณมิตร ณ ที่แห่งนี้

เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปนะคะ

ธรรมะสวัสดีค่ะ

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2009, 15:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2009, 15:08
โพสต์: 162

ที่อยู่: ปราจีนบุรี

 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุครับคุณ i am :b8:
ผมว่าเมืองไทยต้องการคุณธรรมข้อนี้มากที่สุดเลยครับ :b4:

.....................................................
สติคือธรรมคุ้มครองโลก

มีสติรู้กายและใจลงเป็นปัจจุบัน

เมื่อใดมีสติเมื่อนั้นมีความเพียร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 09:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 21:32
โพสต์: 82

ที่อยู่: นครศรีธรรมราช

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: เป็นคุณธรรมที่คนเราสมควรปฏิบัติตามอย่างยิ่งยวด :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ค. 2009, 22:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ค. 2009, 23:11
โพสต์: 1044

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาบุญด้วยครับ

สำคัญมากเลยครับ ยิ่งอยู่ด้วยกันมากๆอย่างนี้

ธรรมะ ข้อนี้จำเป็นอย่างยิ่ง

.....................................................
ตักบาตรทุกวัน....ได้บุญทุกวัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ค. 2009, 22:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3959

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2009, 09:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ค. 2009, 20:44
โพสต์: 341

ที่อยู่: ภาคตระวันออก

 ข้อมูลส่วนตัว


อารมณ์ในกุตตระ มีอยู่อย่างเดียว คือ พระนิพพาน เป็นอารมณ์ ของมัคจิต 4 และผลจิต 4 ที่โลกุตตระจิตเป้นผู้จับเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ นิพพานนั้นยืนไว้ให้มัคคจิตผลจิตรู้ ยืนไว้ให้มัคคจิตผลจิตนั้นเห็น ยืนไว้ให้มรรคจิตผลจิตนั้นบรรลุเมื่อ จิต 8 ดวงนี้จับเอาพระนิพพานเป็นอารมณ์ แล้วกาลใด กาลนั้นชื่อว่าได้อารมณ์เป็นอธิบดี ทิ้งอารมณ์ของโลกนี้ทันที ทุ่มเทฉันทะความพอใจในนิพพานหนักหนา นิพพานนั้นสิ้นกิเลส กิเลส ไม่มีแล้ว แสนจะตีราคาว่าสบาย ไม่มีอะไรเปรียบ ถ้าจะตีราคาว่า ว่าง ว่า เปล่า ก็ไม่มีอะไรจะว่างจะเปล่าเหมือนพระนิพพาน ถ้าจะขนานนามของพระนิพพานนี้ไปในแง่ในมุมต่างๆแล้วดีทุกแง่ทุกมุม หาที่เปรียบมิได้ นิพพานนั้นเป็น อสังขตะ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายเวียนว่ายอีกต่อไป นิพานํ ปรมํ สุขํ พระนิพพานเป็นสันติสุขอย่างยิ่ง ไม่มีสุขอื่นจะเจือปน อชาตํ พระนิพานไม่เกิดอีก อชรํ พระนิพพานไม่เข้าถึงความแก่ คร่ำคร่า ชรา อมรณํ พระนิพพานไม่ตายอีกต่อไป เป็นบรมสุขอันเยี่ยม เป็นที่ได้ ที่ถึงที่บรรลุ ของพระอริยะเจ้าทั้งหลาย พระอริยะเจ้าทั้งหลายบรรดาที่บรรลุ พระนิพพานแล้ว ยังมากกว่าเม็ดทรายในท้องมหาสมุทรทั้ง 4 พระนิพพานนั้นไม่รู้สึกคับแคบ ว่าแคบว่ายัดว่าเยียดกันอยู่แต่ประการใด พระอริยะเจ้า มากมายถึงอย่างนั้นก็จริง พระนิพพานนี้เป็น มหาสันติสุโข มีความสุขใหญ่ หลวงล้นเหลือเป็น เอกันตบรมสุข แน่นอนยิ่งกว่าสุขอื่นทั้งมวล พระนิพพาน นั้น ดับทั้งกิเลสและเบญจขันธ์ เป็นสันติลักษณะ อย่างเดียว โลกโลกีย์นี้ดับหมด ผู้ยังไม่ได้ ไม่ถึง ไม่บรรลุ ไม่อาจสามารถ จะรู้ได้เลย คิดเอา เดาเอา อนุมานเอาไม่ได้ทั้งนั้น ผู้บรรลุแล้ว ผู้ถึงแล้วจึงไม่บอกแก่ใครทั้งสิ้น นอกจากจะแสดงไปตามธรรมคำสั่งสอนของพระศาสดาเท่านั้น พระนิพพาน ไม่ใช่รูป ไม่ใช่เสียง ไม่ใช่กลิ่น ไม่ใช่รส ไม่ใช่เย็น ไม่ใช่ร้อน ไม่ใช่อ่อน ไม่ใช่แข็ง ที่มีอยุ่ในโลกทั้ง 3 พระนิพพาน ไม่ใช่ตา ไม่ใช่หู ไม่ใช่จมูก ไม่ใช่ลิ้น ไม่ใช่กาย ไม่ใช่ใจ พระนิพพาน ไม่ใช่สุขกายสุขใจ ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่เฉยๆ พระนิพพาน ไม่ใช่ความจำ ไม่ใช่ความชอบ ไม่ใช่ความชัง พระนิพพาน ไม่ใช่จิต ไม่ใช่เจตสิก ไม่ใช่รูป พระนิพพาน ไม่ใช่วิญาณ ไม่ใช่มโน ไม่ใช่ธาตุ ไม่ใช่มโนวิญญาณธาตุ พระนิพพาน ไม่ใช่อากาศ ไม่ใช่ของว่าง พระนิพพาน ไม่ใช่ดิน ไม่ใช่น้ำ ไม่ใช่ไฟ ไม่ใช่ลม พระนิพพาน ไม่ใช่โลกนี้ ไม่ใช่โลกอื่น พระนิพพาน ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ ไม่ใช่ดวงจันทร์ ไม่ใช่ดาวต่างๆ พระนิพพาน ไม่มีอารมณ์ ไม่ไปถึง ไม่มาถึง ไม่ตั้งอยู่ ไม่คลื่อนไม่เกิด พระนิพพาน เป็นธัมมารมณ์ เป็นธัมมายตนะ ความดับแห่งเบ็จขันธ์แล้ว ไม่เกิดอีก เหมือนไฟดับสิ้นทั้งดวงไฟและแสง ไม่เกิดฉะนั้น นั่นแลเป็นนิพพานธาตุ

จงเจริญในธรรมทุกท่านเทอญ

เทพบุตร
สาธุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

.....................................................
การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ท้งปวง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2009, 09:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.ค. 2009, 20:44
โพสต์: 341

ที่อยู่: ภาคตระวันออก

 ข้อมูลส่วนตัว


พระนิพพาน เป็นยอดปรมัตถ์ อันมีนามว่า อนุตตรธรรม ย่อมเป็นอารมณ์ของมัคคญาณ ผลญาณ ซึ่งได้พ้นจากตัณหาเครื่องร้อยรัดแล้ว และดับเสียซึ่งเบญจขันต์ กล่าวโดยสภาวะ พระนิพพานย่อมมีแต่ประการเดียว แต่หากแบ่งดดยการณูปจารนัย พระนิพพานย่อมมี 2คือ
1 สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ คือ นิพพานดับกิเลส ที่มีเบ็ญขันธ์เหลืออยู่
2 อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ คือ นิพพานที่ดับสิ้น ทั้งกิเลสและเบญจขันธ์

ถ้าแบ่งโดยประเภทอาการพระนิพพานย่อมมี 3 คือ
1 อนิมิตตนิพพาน คือ นิพพานดับรูปนาม ไม่มีนิมิต
2 อัปปณิหิตนิพพาน คือ นิพพานดับรูปนาม หากิเลสไม่ได้
3 สุญญตนิพพาน คือ นิพพานดับรูปนาม ว่างจากกิเลส

การเกิดเป็นทุกข์ นิพพานคือบรมสุข

_________________
:b39: การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ท้งปวง :b42: :b8: :b8:

.....................................................
การให้ธรรมะเป็นทานชนะการให้ท้งปวง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2009, 10:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 08:36
โพสต์: 532

แนวปฏิบัติ: ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
สิ่งที่ชื่นชอบ: กรรมทีปนี , วิมุตติรัตนมาลี , ภูมิวิลาสินี
ชื่อเล่น: เจ้านาง
อายุ: 0
ที่อยู่: อยู่ในธรรม

 ข้อมูลส่วนตัว


:b44: ทางที่จะไปคือพระนิพพาน :b44:
:b8: อนุโมทนาค่ะ :b8:

.....................................................
...รู้จักทำ รู้จักคิด รู้ด้วยจิต รู้ด้วยศรัทธา...
..................ศรัทธาธรรม..................


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ค. 2009, 10:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2007, 17:49
โพสต์: 1721

ที่อยู่: สุโขทัยธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


:b1: ......อืมมม...จะน้อมนำ สาธุ

:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ค. 2009, 17:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.พ. 2008, 01:41
โพสต์: 128


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากเลยนะคะ อยุโมทนานะคะ กับทุกท่านเลยคะ
อ่านแล้วดีจัง สาธุๆนะคะ อิอิ :b18:

.....................................................
มีชีวิตอยู่เพื่อทำความดี..


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ค. 2009, 19:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2008, 09:18
โพสต์: 635

อายุ: 0
ที่อยู่: กองทุกข์

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
"ผู้ที่ฝึกจิต ย่อมนำความสุขมาให้"
คิดเท่าไหรก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้

http://www.luangta.com
รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2009, 11:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2009, 12:26
โพสต์: 23

อายุ: 0
ที่อยู่: ภาคตระวันออก

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุคะ :b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทุกๆวินาทีมีค่ามหาศาลในการเกิดรีบสร้างกุศลตอนมีชีวิตอยู่เพื่อบำเพ็ญบารมีให้เต็ม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ต.ค. 2009, 13:22 
 
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ม.ค. 2009, 20:45
โพสต์: 1095

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

อนุโมทนาครับ


:b8:

.....................................................
[รอยยิ้ม...ก็เช่นแสงแดดในฤดูหนาว และลมเย็นในฤดูร้อน..]


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 20 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร