วันเวลาปัจจุบัน 04 เม.ย. 2026, 21:52  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 เม.ย. 2026, 23:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2240

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


“..การรู้ธรรมในขั้นพระโสดาบันและการปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตตมรรค..”

“..การ รู้ โดยไม่คิดนั่นเอง คือ การเดิน วิปัสสนา ที่ละเอียดที่สุด
ตราบใดที่ยังเห็นว่า จิต คือตัวเราเป็นของ ๆ เรา ที่ต้องช่วยให้ จิต หลุดพ้น ตราบนั้น ตัณหา หรือ สมุทัย ก็จะสร้าง ภพของจิตว่าง ขึ้นมาร่ำไป ขอย้ำว่า ขั้นนี้ จิต จะดำเนิน วิปัสสนา เอง ไม่ใช่ ผู้ปฎิบัติ จงใจกระทำ

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ไม่มีใครเลย ที่จงใจ หรือ ตั้งใจ บรรลุ มรรค ผล นิพพาน ได้ มีแต่ จิต เค้าปฏิวัติตนเองไป เท่านั้น

การรู้ธรรมในขั้นพระโสดาบันและการปฏิบัติเพื่อบรรลุอรหัตตมรรค

เมื่อ จิต ทรงตัว รู้ แต่ ไม่คิดอะไรนั้น บางครั้งจะมี บางสิ่งผุดขึ้นมาสู่ภูมิรู้ของจิต แต่ จิตไม่สำคัญมั่นหมาย
ว่า มันคืออะไร เพียงแค่ รู้เฉย ๆ ถึงความ เกิด ดับ นั้น เท่านั้น

ในขั้นนี้ เป็นการเดิน วิปัสสนาขั้นละเอียดที่สุด ถึงจุดหนึ่ง จิต จะก้าวกระโดดต่อไปเอง

การเข้าสู่ มรรค ผล นั้น รู้ มีตลอดแต่ไม่คิดและไม่สำคัญมั่นหมายใน_สังขารละเอียดทีผุดขึ้นมานั้น บางอาจารย์ จะสอนผิด ๆ ว่า

ในเวลาบรรลุ มรรค ผล จิตดับความรับรู้ หายเงียบไปเลย โดยเข้าใจผิดในคำว่า "นิพพานัง ปรมัง สูญญัง" สูญ อย่างนั้นเป็นการ สูญหายไปแบบ "อุทเฉททิฏฐิ"

สภาพของ มรรค ผล ไม่ได้เป็นเช่นนั้น การที่ จิต ดับความรับรู้นั้น เป็นภพชนิดหนึ่ง เรียกว่า"วิสัญญี" หรือ ที่คนโบราณเรียกว่า "พรหมลูกฟัก" เท่านั้นเอง

เมื่อ จิต ถอยออกจาก อริยมรรค และ อริยะผล ที่เกิดขึ้นแล้ว ผู้ปฏิบัติจะรู้ชัดว่า ธรรมเป็นอย่างนี้

สิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นต้องดับไป ธรรมชาติบางอย่างมีอยู่ แต่ก็ไม่มีความเป็นตัวตนสักอณูเดียว

นี้เป็นการรู้ธรรมในขั้นของพระโสดาบัน คือ

"ไม่เห็นว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้แต่ตัว จิต เอง เป็นตัวเรา แต่ ความยึดถือในความเป็นเรายังมีอยู่" เพราะขั้นความเห็น กับความยึดนั้น มันคนละขั้นกัน

เมื่อบรรลุถึงสิ่งที่บัญญัติว่า พระโสดาบัน แล้ว ผู้ปฏิบัติยังคงปฏิบัติอย่างเดิมนั่นเอง

แต่ตัว จิต ผู้รู้ จะยิ่งเด่นดวงขึ้น ตามลำดับ จนเมื่อบรรลุ พระอานาคามี แล้ว จิต ผู้รู้ จะเด่นดวงเต็มที่

เพราะพ้นจากอำนาจของ กาม การที่จิตรู้อยู่กับจิตเช่นนั้นแสดงถึงกำลังของสมาธิอันเต็มเปี่ยม

เพราะ สิ่งที่เป็นอันตรายต่อ สมาธิ คือ กาม ได้ถูกล้างออกจาก จิต หมดแล้ว

ผู้ปฏิบัติในขั้นนี้หากตายลง จึงไปสู่พรหมโลกโดยส่วนเดียว ไม่สามารถกลับมาเกิดในภพของ มนุษย์ ได้อีกแล้ว

นักปฏิบัติจำนวนมากที่ไม่มี ครูบาอาจารย์ชี้แนะ จะคิดว่า เมื่อถึงขั้นที่ จิตผู้รู้ หมดจดผ่องใส แล้วนั้น ไม่มีทางไปต่อแล้ว แต่ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล กลับสอนต่อไปอีกว่า "พบ ผู้รู้ ให้ทำลาย ผู้รู้ พบ จิต ให้ทำลาย จิต" จุดนี้ ไม่ใช่การเล่นสำนวนโวหาร ที่จะนำมาพูดเล่น ๆ ได้ ความจริงก็คือ สอนว่า "ยังจะต้องปล่อยวาง ความยึดมั่นจิตอีกชั้นหนึ่ง" มันละเอียดเสียจน ผู้ไม่ละเอียดพอ ไม่รู้ว่ามีอะไรจะต้องปล่อยวางอีก

เพราะความจริงตัว จิตผู้รู้ นั้น ยังเป็นของที่ตกอยู่ในอำนาจของ ไตรลักษณ์ บางครั้ง ยังมีอาการหมองลงนิด ๆ พอให้ สังเกตเห็นความเป็น ไตรลักษณ์ ของมัน

แต่ ผู้ปฏิบัติที่ได้รับการอบรม เรื่อง จิต มาดีแล้ว จะเห็น ความยึดมั่น นั้น แล้วไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ รู้ทัน เท่านั้น จิต จะประคองตัวอยู่ที่ รู้ โดยไม่คิดค้นคว้าอะไร มันเงียบสนิทจริงๆ ถึงจุดหนึ่ง จิต จะปล่อยวาง ความยึดถือจิต "จิต จะเปิดโล่งไปหมด ไม่กลับเข้าเกาะเกี่ยวกับอารมณ์ใด ๆ ที่จะพาไปก่อเกิดได้อีก

แยกรูปถอดคือความคิดปรุงแต่งสู่ความว่าง แยกความว่างสู่มหาสูญญตา..”

โอวาทธรรมคำสอน
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)

......................................................................................................................................................


อันนี้ เม ขอให้ความเห็นหน่อย  

ไม่ใช่คำสอนหลวงปู่ดูลย์ ล้วนๆ  

แต่เป็นข้อเขียน ของคนเขียน หนังสือโอวาทธรรมคำสอน  



ที่ผู้เขียนแสดงเนื้อความบางส่วนในคำสอนแล้วแสดงความเห็นเพื่มเติมตนเองลงไป
ซึ่งก็มีข้อแย้ง ในการจะพิมพ์ครั้งแรก 2551

"ผู้เขียนไม่มีเวลาที่จะเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมตามคำแนะนำดังกล่าว ทำให้การเผยแพร่หนังสือเล่มนี้เนิ่นช้ามาหลายปี แต่ผู้เขียนเคยแสดงธรรมเกียวกับการดูจิตไว้หลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เขียนได้รับบัญชาจากพระอุปัชฌาย์ (พระราชวรคุณ) ให้ไปแสดงธรรมที่วัดบูรพารามอยู่เนือง ๆ ซึ่งบางครั้งก็ได้กล่างถึงการดูจิตเอาไว้ด้วย จึงเห็นว่าน่าจะนำธรรมเทศนาที่วัดบูรพารามมาถอดเทปพิมพ์ร่วมกับหนังสือเดิม ก็น่าจะช่วยให้แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับการดูจิตในหนังสือเล่มนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น ที่เลือกเอาธรรมเทศนาที่วัดบูรพารามมาถอดเทป ก็เพราะที่นั้นเป็นต้นแหล่งคำสอนเรื่องดูจิตของหลวงปู่ และเป็นธรรมเทศนาต่อหน้าท่านเจ้าคุณพระราชวรคุณผู้ใกล้ชิดและรอบรู้ในคำสอนของหลวงปู่มากที่สุดด้วย นอกจากนี้ยังได้เพิ่มเติมบันทึกธรรมเทศนา ณ ศาลากาญจนาภิเษก (ศาลาลุงชิน) เมื่อ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ไว้อีกบทหนึ่ง เพื่อทบทวนเน้นย้ำความเข้าใจเกียวกับภาพรวมของคำสอนของหลวงปู่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย"
 
แล้วปล่อยเวลาล่วงเลย มาพิมพ์ 2555

แล้วก็ยังมีจุดที่หลวงพ่อพุธ ฐานิโย  ได้ทักท้วงไว้   ซึ่งท่านก็ละสังขาร ไป พศ 2542 ก่อนหนัาที่จ้อเขียนจะเผยแพร่ออกมา 

ท่านทักท้วงไว้ แต่ข้อเขียนกลับ ว่า ท่านออกปากว่าเป็นสุดยอดกรรมฐาน 


"หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ออกปากว่าเป็นสุดยอดกรรมฐาน คือเรื่อง “การทำลายผู้รู้” ก็ไม่เคยมีการบันทึกไว้ในหนังสือประวัติของหลวงปู่เล่มใดเลย"
ความจริงก็คือ

ผู้เขียนนั้นเขียนเอาตามความเข้าใจตัวเอง 

ไม่ใช่คำสอน หลวงปู่ดูลย์ ตามที่เคยมีเคยปรากฎ

เป็นข้อเขียน ของผู้เขียนเอง  เอาคำตนเอง ที่เคยไปเล่า  เอามาผสมปนเป กับคำสอนหลวงปู่ดูลย์ 
แล้วออกความเห็นเอา ตามความเข้าใจ ตัวเองค่ะ 


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 เม.ย. 2026, 23:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2240

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


แต่มาใช้ชื่อหนังสือว่า


โอวาทธรรมคำสอน
พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ (พ.ศ.๒๔๓๑-๒๕๒๖)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: เมื่อวานนี้, 00:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2240

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


อาวเอี๊ยงกง แม้จะเอาไม้เท้าตีสุนัข ไปถือ ออกโชว์ในยุทธภพ
ก็ ไม่อาจสำแดงกระบวนท่า แสดงเดชได้ เช่นท่านประมุขพรรค

แสดงได้อย่างเละเทะ

grin


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 02:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2240

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


เม ก็แนะนำนะคะ 

สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษา หลักธรรมของหลวงปู่ดูลย์
ให้หาข้อแตกต่างกันเอง

ในคำสอนของหลวงปู่ดูลย์  

โดย 

ให้เปรียบเทียบ กับเทปคำสอน ที่เป็นคำสอนจากเสียงหลวงปู่ดูลย์จริงๆ 

ให้เปรียบเทียบกับเทปเสียงอ่าน ธรรมของหลวงปู่ดูลย์ โดยศิษย์ 

ให้เปรียบเทียบกับ คำสอนที่ พิมพ์เผยแพร่ โดยธรรมสภา พศ  2540

เปรียบเทียบกับข้อเขียน นี้จาก ผู้มาบวช เมื่อ 2544 

ที่คิดจะพิมพ์ ในพศ 2551  แล้วโดนแย้งมากมาย  และเอามาเผยแพร่ ปี 2555



นี่แหละ "พฤติ แห่งจิต"
  แบบอาวเอี้ยงกง

onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: วันนี้, 02:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 2240

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


เมจะยกตัวอย่าง ให้ดูสองประโยคนี้


"เมื่อจิตกับผู้รู้เป็นสิ่งสิ่งเดียวกัน และเป็นความว่าง ก็ย่อมไม่มีอะไรที่จะให้อะไรหรือให้ใครรู้ถึง ไม่มีความเป็นอะไรจะไปรู้สภาวะของอะไร ไม่มีสภาวะของใครจะไปรู้ความมีความเป็นของอะไร"
หลวงปู่ดูลย์


"นักปฏิบัติจำนวนมากที่ไม่มี ครูบาอาจารย์ชี้แนะ จะคิดว่า เมื่อถึงขั้นที่ จิตผู้รู้ หมดจดผ่องใส แล้วนั้น ไม่มีทางไปต่อแล้ว แต่ หลวงปู่ดุลย์ อตุโล กลับสอนต่อไปอีกว่า "พบ ผู้รู้ ให้ทำลาย ผู้รู้ พบ จิต ให้ทำลาย จิต" จุดนี้ ไม่ใช่การเล่นสำนวนโวหาร ที่จะนำมาพูดเล่น ๆ ได้ ความจริงก็คือ สอนว่า "ยังจะต้องปล่อยวาง ความยึดมั่นจิตอีกชั้นหนึ่ง" มันละเอียดเสียจน ผู้ไม่ละเอียดพอ ไม่รู้ว่ามีอะไรจะต้องปล่อยวางอีก"

ยังมีอะไรต่ออะไรและอะไร ไปทำอะไร อีกบานตะไท
พฤติแห่งจิต ที่คิดไปเอง เป็นมายาให้หลงผิด เพราะไม่ฉลาดในพฤติ ป่วยการจะไปพูดถึง กริยา

:b13: ยิ้มฟันหลุด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 80 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร