วันเวลาปัจจุบัน 22 ส.ค. 2019, 02:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 เม.ย. 2016, 18:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b8: :b8: :b8:

ข้ามทะเลหลง

วิสัชนาธรรมโดย หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร


:b39: ปุจฉา -
การภาวนาของลูกก็ยังไม่ดีขึ้นเลย
แต่ลูกพยายามตั้งใจจะภาวนาแล้วเกิดสมาธิขึ้นบ้าง
แต่ก็ยังไม่ได้เกิดเลย ทำให้รู้สึกท้อถอยมาก จิตดื้อจริงๆ
อาจจะเป็นเพราะการหย่อนยานในการปฏิบัติก็ได้
ถ้าหากจิตของลูกได้พบความสุขในการปฏิบัติบ้าง
ลูกคงจะมีกำลังใจปฏิบัติมากยิ่งขึ้น
แต่นี่ยิ่งนั่งเหมือนยิ่งฟุ้งไปเรื่องต่างๆ มากมาย
พอรู้ตัวก็ดึงจิตมาดูอยู่กับลมหายใจแป๊บเดียวก็ไปเรื่องอื่นๆ อีกแล้ว
เป็นอย่างนี้จนเบื่อระอาไปหมด
หลวงปู่เจ้าคะ ชาตินี้ลูกคงจะไม่มีความดีเสียแล้วมังคะ
การปฏิบัติของลูกจึงได้เลวลงๆ อย่างนี้
และอายุของลูกก็เข้า ๔๐ ปีแล้ว มองอนาคตแล้วไม่เห็นหนทางเลยเจ้าค่ะ

ลูกรบกวนหลวงปู่มากแล้ว
ลูกขออาราธนาหลวงปู่อยู่เป็นมิ่งขวัญของลูกหลาน, ลูกศิษย์ทุกคน
และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายให้นานแสนนาน
เพื่อเป็นเนื้อนาบุญของประเทศชาติและของโลกตลอดไปเจ้าค่ะ



:b39: วิสัชนา -
อนึ่งเรื่องภาวนา ถ้าหากว่าเราไม่สงสัยในพระพุทธศาสนา
ประจำจิตประจำใจอยู่แล้ว เป็นพุทธา ธัมมา สังฆานุสติอยู่ในตัว
เราจะบัญญัติหรือไม่บัญญัติก็ไม่เป็นปัญหา
เราไม่สงสัยพระพุทธศาสนา ก็เรียกได้ว่าเราบวกบุญคูณบุญอยู่ที่ใจทุกวัน
นัยที่ว่านี้ความประสงค์ของเรานั้น
อยากจะให้มันรวมอยู่ในภาวนานั่งในอิริยาบถเดียวทั้งกลางวันกลางคืน
อันนี้เป็นความเข้าใจผิดของเรา
ถ้าเราเข้าใจว่า เมื่อเราจะให้จิตรวมวูบลงนั้น
เราถนัดนั่งพับเพียบก็ตาม ขัดสมาธิก็ตาม
ก็บริกรรมพุทโธพร้อมกับลมหายใจเข้าออกให้ติดต่ออยู่ ถ้าหลงก็ไปคว้ามา
ลมเข้ากระทบที่ไหนจำไว้ให้ดี ลมออกก็เหมือนกัน
อีกอย่างหนึ่งลมเข้าจะไม่ผ่านดั้งจมูก เป็นไม่มีเลย ลมออกก็เหมือนกัน
ให้จ้องอยู่ที่แห่งเดียว ถ้ามันหายไปก็ให้ดึงมา อย่าโกรธให้มัน
ความสำเร็จอยู่กับความพยายาม ก็คือความขยันนั่นเอง
เมื่อมันรวมลงไปแล้วก็ให้ปล่อยมันซะ เมื่อมันหมดกำลังมันก็ถอนออกมา
แล้วให้ตีความหมายว่าบุญในชั้นนี้ก็ยังเป็นอนิจจังอยู่
เราก็ไม่ควรเสียใจเพราะเรารู้ตามเป็นจริง
การที่เรารู้ตามเป็นจริงนั้น มันเป็นปัญญาอยู่แล้ว วิปัสสนาปัญญาก็ว่า
มีศีลและสมาธิสัมปยุตอยู่ในตัวด้วย แต่เราบัญญัติไม่เป็นเฉยๆ

จะอย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่ากำหนดลมไม่อยู่ในพุทโธ ก็ให้กำหนดอย่างอื่น
ให้พิจารณาอนิจจังความไม่เที่ยง พร้อมกับลมหายใจเข้าออก
และให้รู้ว่าสิ่งไม่เที่ยงนี้ก็คือมีทุกข์สัมปยุตอยู่ด้วย มีสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนสัมปยุตอยู่ด้วย
หรือจะบริกรรมว่า “ทุกข์ๆ ทุกข์ๆ” พร้อมกับลมหายใจเข้าออกก็ใช้ได้
เพราะเป็นปัญญาอบรมสมาธิอยู่ในตัว
หรือจะบริกรรมว่า “ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา” พร้อมกับลมหายใจเข้าออกก็ได้
เพราะลมเป็นสักแต่ว่าลม เพราะผู้รู้ว่าลมๆ ก็เป็นสักแต่ว่ารู้
หรือจะว่าเป็นแต่สักว่ารู้ว่าเห็นพร้อมกับลมหายใจเข้าออกก็ได้
และขอให้เข้าใจชัดว่าลมออกเข้าก็ดี
เป็นตัวอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อยู่ในตัวแล้ว
เพราะเกิดเป็นดับเป็นติดต่อกันเป็นพรืดอยู่
แม้ผู้รู้ว่าลมๆ ก็เกิดดับเป็นอย่างเร็วนักจนเป็นพรืดติดกันอยู่
ส่อแสดงให้เห็นว่าลมเข้าลมออกก็ดี ผู้รู้ว่าลมเข้าลมออกก็ดี ผู้รู้ว่าสังขารและกองทุกข์ก็ดี
เรียกว่ารู้ตามเป็นจริง ผู้รู้ตามเป็นจริงนั้นก็เกิดดับเป็นเหมือนกัน
ไม่ควรยึดถือว่าเป็นเราเขาทั้งนั้น
โลภ โกรธ หลง จึงจะเบาบางลง
ที่โลภ โกรธ หลง ไม่เบาบางลงนั้นก็เพราะถือว่าเป็นตนและของตน
จนไม่รู้จักปล่อยเพราะจะหอบเอาหมด
เมื่อยึดถือว่าเป็นเรา ของเราโดยโจ่งแจ้ง
แล้วก็ยึดถือว่าเป็นผู้อื่น ของผู้อื่นอีก ก็เลยเกิดทะเลาะกัน

ที่แท้แล้วในไตรโลกธาตุ มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายที่มีวิญญาณอยู่ก็ดี
“มีแต่สังขารและกองทุกข์ทั้งนั้น”
แต่ด้วยอำนาจความหลง จึงพากันมายึดถือว่าเป็นเรา เป็นเขา เป็นสัตว์ เป็นบุคคล
และก็เท่ากับว่า เราทั้งหลายทั่วทั้งไตรโลกธาตุ
มาแย่งเอาแดดเอาลมกัน แต่ก็ไม่ได้อะไร
ได้แต่ความหลงที่ไม่รู้ตามเป็นจริง ไปก่อภพก่อชาติอีกไม่แล้วไม่รอด
เมื่อความฉลาดของเราเหนือความหลงทั้งหลายเหล่านี้แล้ว
เราจึงจะไม่มีชาติไม่มีภพต่อไปอีก
จึงจะเข้าสู่พระนิพพานได้ ไม่มาลอยทะเลทุกข์อยู่อย่างนี้
ทะเลทุกข์คืออะไร คือทะเลราคะ ความกำหนัดยินดีในสิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ทะเลโทสะ คือมาโกรธให้สิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ทะเลหลงคือไฟหลง มาหลงว่าสิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ว่าเป็นของตัว ตน เรา เขา สัตว์ บุคคล
โลกบ้าๆ อันนี้จึงมาสนองเวรสนองภัยกันอยู่ไม่แล้วไม่รอด

ส่วนพระอรหันต์นั้น ท่านข้ามทะเลหลงอันนี้ไปแล้ว ไม่ได้มาหลงอีกเลย
เพราะรู้ตามเป็นจริงชนะความเข้าใจผิดโดยสิ้นเชิงไปแล้ว
เหมือนพระอาทิตย์สว่างจ้าไม่มีเมฆหมอก ขับมืดไปพลันทันเวลา
แต่พระอาทิตย์จะขับมืดได้แต่ในที่ไม่มีกำบัง
เช่นถ้ำลึกๆ อย่างนี้ พระอาทิตย์ขับมืดไม่ได้
ส่วนพระสติพระปัญญานั้นขับความมืด ความหลง
ได้กระจ่างไม่มีสิ่งปิดบังและส่องทะลุภูเขาด้วย

ยกอุทาหรณ์ เรารู้ว่าภูเขานี้ลูกระเบิดปรมาณูทำให้แตกกระเจิง โดยไม่มีที่ปิดบังนี้
เรียกว่าปัญญาของเราเห็นชัด
และเรารู้ว่าในไตรโลกธาตุเต็มไปด้วยกองทุกข์ทั้งหลาย หาได้มีสุขมมาเจือปนได้
เมื่อเรารู้ชัดอย่างนี้ ก็เรียกว่าเราทำลายความหลงแตกกระเจิงไปได้
ความหลงจะขี่ช้างสูบบุหรี่มาจากประตูไหน
ความทะเยอทะยานในโลกทั้งปวงของเราก็ต้องมีเบรกห้ามล้อใช่หรือไม่
มิหนำซ้ำ ก็ไม่หวังอะไรใดๆ ในโลกทั้งปวงเลย เพราะรู้จักลูกไม้ของมันแล้ว
ความหลงก็ตั้งอยู่ในขันธสันดานเราไม่ได้

ทีนี้ความทุกข์ใจของเราจะมาจากประตูใดเล่า
เราก็ไม่ได้ยึดถือใจเป็นเรา เราเป็นใจอีกด้วย
เราจะไม่ดีใจไม่เสียใจหรืออุเบกขาใดๆ ก็เป็นความผิดของเรา
เรียกว่าไม่รู้ตามเป็นจริงอีกด้วย
เมื่อไม่ยืนยันว่าใจเป็นเรา เราเป็นใจ
จะมีท่านผู้ใดมาทำให้ผิดใจเล่า เราก็ไม่ยืนยันผู้อื่นเป็นใจ ใจเป็นผู้อื่น
เพราะมีแต่สังขารและกองทุกข์ เกิดเร็วดับเร็วด้วย
สิ่งเหล่านี้เป็นคำสอนสุดท้ายของพุทธศาสนา
มีไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา ชั้นไม่เกิดไม่ดับรวมอยู่ด้วย

จดหมายของลูกๆ ทำให้หลวงปู่ อธิบายยืดยาว
เพราะคำพูดที่ถามมานั้นเป็นคำพูดสั้นๆ แต่กินความกว้าง ลึกนัก
แต่หลวงปู่ไม่ได้ถือเป็นของหนักใจ ถ้าสงสัยอันใดก็ถามมาอีก
จะถูกหรือผิดขอให้เจ้าตัวเป็นผู้ตัดสินเอาเองถึงจะเป็นธรรมแท้
แต่ขอให้อ่านบ่อยๆ พิจารณาบ่อยๆ

ด้วยเดชพระพุทธศาสนา พวกเราทั้งหลายจงข้ามทะเลหลง
อย่าได้มาเกิดแก่เจ็บตาย ในโลกทั้งปวงนี้อีกเลย

ตอบจดหมายพิสดารมาด้วยความเมตตา และนับถือไว้ในพระพุทธศาสนา
เพื่อพ้นทุกข์ในปัจจุบันชาติ ปัจจุบันจิตกับปัจจุบันธรรมก็มีความหมายอันเดียวกัน
สิ่งไหนที่พ้นจากความสงสัยแล้ว สิ่งนั้นก็ไม่มาขบถอีกใช่หรือไม่

หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต


ป.ล. โลกภายใน ก็คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้นกองสังขารก็ว่า กองทุกข์ก็ใช่
โลกภายนอก ก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์นั้นเอง
ท่านผู้พ้นไปแล้ว ท่านเบื่อหน่ายความหลงของตนหมด
ไม่ได้ขืนดื้อเอา ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เป็นตนเลย
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธัมมารมณ์ก็เหมือนกัน
แต่ปรารภและพูดไปตามชาวโลกเขาเฉยๆ
แต่ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ยึดถือด้วย



จากหนังสือหลวงปู่หล้า เขมปตฺโต ตอบปัญหาธรรมะ
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๓
:b8:
http://www.dlitemag.com/index.php?optio ... &Itemid=59

smiley smiley smiley

:b44: = รวมคำสอน “หลวงปู่หล้า เขมปัตโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38521

:b44: = ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่หล้า เขมปัตโต”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=44660

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ค. 2016, 12:17 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1738

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2018, 08:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 962


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 มิ.ย. 2019, 20:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2080


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8: :b20:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร