วันเวลาปัจจุบัน 12 ธ.ค. 2019, 22:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 66 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ส.ค. 2017, 22:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กบนอกกะลา เขียน:
คนดูจิตเป็น..นะดูง่าย..

หากไม่เห็นอาการที่แสดงออกทางกาย..ต่อจิตใดจิตหนึ่งเกิด..กระผมว่า..หลงแล้วละ..หลงว่าได้ดูจิต


คงประมาณนั้นแหละคร้าบ55 กายจิต รูปนาม แยกกัน แต่เนื่องด้วยกัน

กายอาศัยจิต จิตอาศัยกาย รูปประกอบนาม นามประกอบรูป

เป็นกายใจ ขันธ์ห้า ตามกระแสสังขาร

ผมก็แยกไม่เก่งนะ แต่อาศัยรู้กายเคลื่อนไหว เจริญสติ ดูเวลาจิตเคลื่อน

รู้สึกเวลา ผัสสะ อารมณ์ต่างๆ ตามแนวทางครูอาจารย์

ก็ดูไปเรื่อยๆ ดูไม่เล่น เป็นคนดูไม่เข้าไปเป็น รู้ไปวางไป ผ่านไปผ่านไป..... :b1: :b1:

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2017, 07:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5733


 ข้อมูลส่วนตัว


ขณะจิต เขียน:
ผมคิดทีไรจมไปทุกทีเรื่องจิตเนี่ย เลยได้แต่ตามดูอย่างเดียว เลยอาศัยมาศึกษาจากพวกท่านๆเอา :b9: :b9: :b9: ติดตามครับ :b12: :b12:


การดูจิตหรือเจริญจิตตานุปัสสนานั้น
ให้สังเกตุดูจิตที่กำลังนึกคิดเรื่องราวต่างๆ ในขณะปัจจุบันว่าคิดเรื่องราวอะไรอยู่
ตามให้ทัน เข่น ฟุ้งก็ให้รู้ฟุ้ง โกรธก็ให้รู้โกรธ โลภก็ให้รู้ว่าโลภ
จนเกิดการเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เกิดดับอยู่ตลอดเวลา เป็นกฎของไตรลักษณ์
เมื่อมาถึงตรงจะเกิดความเบื่อหน่ายจากการที่เราเคยยึดถือว่ามันเป็น "อัตตา"
เมื่อคลายออกจากอัตตาจิตก็จะเข้าสู่ความเห็นว่ามันเป็น"อนัตตา" คือ เข้าสู่ความเป็นจริงของมัน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2017, 09:51 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


onion
:b12:
มีอีกทางหนึ่งนะครับ คุณขณะจิต คือ

"การพิสูจน์ อนัตตา"

"อนัตตา " สำหรับผู้ใหม่หรือปัญญายังไม่พอ ให้แปลว่า

"บังคับบัญชาไม่ได้"

เสียก่อน แล้วจะเข้าใจง่าย
หลังจากนั้นลงมือพิสูจน์ทั้งตัวและใจของคุณเอง
ว่ามีอะไรบังคับบัญชาให้เป็นไปดั่งใจได้บ้าง
ถ้าพบว่า ไม่มีอะไรบังคับได้เลย นั่นแหละเริ่มรู้จักอนัตตาอย่างง่าย

ส่วนที่ละเอียดลึกซึ้งกว่านั้น ต้องมาพิสูจน์ธรรมร่วมกันต่อไป
onion
ในกระบวนการพิสูจน์อนัตตานั้นเขาจะกลายเป็น สติปัฏฐาน 4
มรรค 8 และวิปัสสนาภาวนาโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องคิดมาก จำมาก หลายเรื่อง มีเพียงเรื่องเดียวคือ

"พิสูจน์อนัตตา"

tongue


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ส.ค. 2017, 10:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




SamathiSit03.jpg
SamathiSit03.jpg [ 88.82 KiB | เปิดดู 842 ครั้ง ]
s007 คิดอะไรไม่ออกผมยกมือไว้ก่อนเลย :b9:

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2017, 05:12 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 เม.ย. 2009, 02:43
โพสต์: 12214


 ข้อมูลส่วนตัว


ขณะจิต เขียน:
s007 คิดอะไรไม่ออกผมยกมือไว้ก่อนเลย :b9:


เคยไปยกมือ..มาแล้วหรือคับ? :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ส.ค. 2017, 08:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




LP Teean Sati 100 dpi.jpg
LP Teean Sati 100 dpi.jpg [ 60.4 KiB | เปิดดู 829 ครั้ง ]
กบนอกกะลา เขียน:
ขณะจิต เขียน:
s007 คิดอะไรไม่ออกผมยกมือไว้ก่อนเลย :b9:


เคยไปยกมือ..มาแล้วหรือคับ? :b12: :b12:


ยกทุกวันแหละครับ Kiss สร้างนิสัย

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2017, 18:33 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


:b43:
ช่วงนี้ยุคสมัยปัจจุบันนี้ "กรรมฐานยกมือ" หรือการเจริญสติกับอาการยกและวางของมือ หรือบางท่านก็เรียกว่าการทำจังหวะ
ตามแบบฉบับที่หลวงพ่อเทียนค้นพบ กำลังฮิตติดอันดับ และไปเจริญรุ่งเรืองในต่างประเทศหลายที่หลายแห่ง น่าอนุโมทนายินดี และเพราะด้วยวิธีนี้จะสามารถแก้ไขความฟุ้งซ่านได้ดีกว่าวิธีอื่นและไม่มีปัญหาเรื่องการติดนิมิตหรือผลของฌาณต่างๆเพราะลืมตาภาวนาและเคลื่อนไหวกายตลอดเวลา ถึงแม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยบ้างนิดหน่อยกับการที่ต้องยกมือวางมืออยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่อสมาธิเกิด จิตมีสติเข้มแข็งแรงกล้าขึ้น สัมปชัญญะสมบูรณ์ควรแก่งานก็สามารถจะยกขึ้นสู่วิปัสสนาภาวนาพิจารณาจนเห็นไตรลักษณ์และบรรลุธรรมได้เช่นกัน

ถนัดใครถนัดมัน ชอบใครชอบมันนะครับ

"แมว จะสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็แล้วกัน"

ภาษิตของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง
onion


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ส.ค. 2017, 11:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ค. 2011, 22:53
โพสต์: 705

แนวปฏิบัติ: รู้สึกตัว
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b43:
ช่วงนี้ยุคสมัยปัจจุบันนี้ "กรรมฐานยกมือ" หรือการเจริญสติกับอาการยกและวางของมือ หรือบางท่านก็เรียกว่าการทำจังหวะ
ตามแบบฉบับที่หลวงพ่อเทียนค้นพบ กำลังฮิตติดอันดับ และไปเจริญรุ่งเรืองในต่างประเทศหลายที่หลายแห่ง น่าอนุโมทนายินดี และเพราะด้วยวิธีนี้จะสามารถแก้ไขความฟุ้งซ่านได้ดีกว่าวิธีอื่นและไม่มีปัญหาเรื่องการติดนิมิตหรือผลของฌาณต่างๆเพราะลืมตาภาวนาและเคลื่อนไหวกายตลอดเวลา ถึงแม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยบ้างนิดหน่อยกับการที่ต้องยกมือวางมืออยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่อสมาธิเกิด จิตมีสติเข้มแข็งแรงกล้าขึ้น สัมปชัญญะสมบูรณ์ควรแก่งานก็สามารถจะยกขึ้นสู่วิปัสสนาภาวนาพิจารณาจนเห็นไตรลักษณ์และบรรลุธรรมได้เช่นกัน

ถนัดใครถนัดมัน ชอบใครชอบมันนะครับ

"แมว จะสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็แล้วกัน"

ภาษิตของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง
onion


Kiss Kiss ดูกายเห็นจิต ดูความคิดเห็นธรรม...

.....................................................
"ธรรมะเป็นปัจจัตตัง ต้องทำเอง รู้เอง เห็นเอง เข้าใจเอง"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2019, 07:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4969


 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b43:
ช่วงนี้ยุคสมัยปัจจุบันนี้ "กรรมฐานยกมือ" หรือการเจริญสติกับอาการยกและวางของมือ หรือบางท่านก็เรียกว่าการทำจังหวะ
ตามแบบฉบับที่หลวงพ่อเทียนค้นพบ กำลังฮิตติดอันดับ และไปเจริญรุ่งเรืองในต่างประเทศหลายที่หลายแห่ง น่าอนุโมทนายินดี และเพราะด้วยวิธีนี้จะสามารถแก้ไขความฟุ้งซ่านได้ดีกว่าวิธีอื่นและไม่มีปัญหาเรื่องการติดนิมิตหรือผลของฌาณต่างๆเพราะลืมตาภาวนาและเคลื่อนไหวกายตลอดเวลา ถึงแม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยบ้างนิดหน่อยกับการที่ต้องยกมือวางมืออยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่อสมาธิเกิด จิตมีสติเข้มแข็งแรงกล้าขึ้น สัมปชัญญะสมบูรณ์ควรแก่งานก็สามารถจะยกขึ้นสู่วิปัสสนาภาวนาพิจารณาจนเห็นไตรลักษณ์และบรรลุธรรมได้เช่นกัน

ถนัดใครถนัดมัน ชอบใครชอบมันนะครับ

"แมว จะสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็แล้วกัน"

ภาษิตของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง
onion


:b6: :b6: :b6:

อยู่ ๆ เช้านี้มาเจอคำนี้ได้ไง หว๋า :b32:

จริง ๆ เอกอนไม่ค่อยชอบวาทะนี้ของท่านเหมา เลย

เพราะ ในวงการทำงาน เขาชอบใช้คำนี้ :b32:

เพราะเวลาในวงการทำงาน ผู้ที่ศึกษาปฏิบัติธรรมที่ปะปนอยู่ในโลกปัจจุบัน
เขามีการดูแลรักษาสุจริตกาย-วาจา-ใจ เป็น หัวใจของการดำเนินชีวิตของเขา

ซึ่งบางทีเมื่อเขาต้องมาเจอกับวาทะ แมว แมว อย่างนี้

:b32: :b32: :b32:

ปวดตับ

ว่าแต่คุณ อโศกะ ไปไหนน๊อออออ

:b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ม.ค. 2019, 08:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 พ.ย. 2007, 16:58
โพสต์: 7540

แนวปฏิบัติ: พุทธานุสติ
งานอดิเรก: ทำหลายอย่างแต่ตอนนี้ไฟฟ้า
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม และแบ่งปันต่อไป
อายุ: 0
ที่อยู่: จาก ลาว ครับ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8:

อ้างคำพูด:
ปวดตับ

ว่าแต่คุณ อโศกะ ไปไหนน๊อออออ

:b32:


คงไปเปิดสำนักใหม่แล้วกระมังครับ

การปฏิบัตินี้ก็คือการตามดูกายนั้นเอง ผมก็ใช้ดูการเดิน
โดยส่วนมาก ดูลมหายใจยังไม่ค่อยชัดกำลังฝึกพยายามอยู่
เพราะลมหายใจละเอียดกว่าดูได้อยากกว่า

:b8:

.....................................................
เมื่อความเห็นใดมีการหัวเราะ ผมขออนุญาตไม่ยุ่ง และตอบนะครับ

สนทนาธรรมโปรดเคารพในพระธรรม และเพื่อนสมาชิกด้วย

เจริญ สติ และปัญญา


เพื่อลดละเลิก ป้องกันสิ่งที่เป็นอกุศลทาง กาย วาจา ใจ
เพื่อเจริญและรักษาไว้ชึ่งสิ่งที่เป็นกุศลทาง กาย วาจา ใจ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2019, 16:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ก.ย. 2011, 21:51
โพสต์: 4939


 ข้อมูลส่วนตัว


sssboun เขียน:
:b8:

อ้างคำพูด:
ปวดตับ

ว่าแต่คุณ อโศกะ ไปไหนน๊อออออ

:b32:


คงไปเปิดสำนักใหม่แล้วกระมังครับ

การปฏิบัตินี้ก็คือการตามดูกายนั้นเอง ผมก็ใช้ดูการเดิน
โดยส่วนมาก ดูลมหายใจยังไม่ค่อยชัดกำลังฝึกพยายามอยู่
เพราะลมหายใจละเอียดกว่าดูได้อยากกว่า

:b8:

กลับมาเยี่ยมเยียนและสังเกตการณ์แล้วครับ
:b8:
"การปฏิบัตินี้ก็คือการตามดูกายนั้นเอง ผมก็ใช้ดูการเดิน"

กาย ยังไม่ใช่ที่อยู่ของสมุทัย
เฝ้าดูและสังเกตอาการที่จิตใจได้เมื่อไหร่
จึงจะได้พบสมุทัยตัวจริงแล้วสลายทิ้งได้
ชีวิตจึงจะสุขสดใสและมีหลักประกันที่แน่นอนครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2019, 16:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ต.ค. 2006, 12:36
โพสต์: 32018

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่น่าใช่ท่านอโศกตัวจริงเสียงจริง :b10:

.....................................................
http://group.wunjun.com/ake


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2019, 18:24 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4969


 ข้อมูลส่วนตัว


กรัชกาย เขียน:
ไม่น่าใช่ท่านอโศกตัวจริงเสียงจริง :b10:


:b32: :b32: :b32:

นั่นสิ่

แต่เอกอนก็ยังคิดว่าก็มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นคุณอโศกะ นะคะ

:b32: :b32: :b32:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2019, 18:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1780

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b38:
อุปมาเปรียบเทียบระดับการชำระจิตของบุคคลระดับต่างๆ

ปุถุชน จิตแปดเปื้อน 100%
กัลยาชน เตรียมชาวพุทธ ชาวพุทธ เป็นผู้มีกาย วาจา ความคิดนึก สะอาด

จุลโสดาบันบุคคล จิตขาวไปแล้วเกือบถึง 1%
โสดาบันบุคคล จิตขาวตั้งแต่ 1 - 25%
สกิทาคามีบุคคล จิตขาวตั้งแต่ 26 - 50%
อนาคามีบุคคล จิตขาวตั้งแต่ 51 - 75%
อรหันตบุคคล จิตขาวรอบ 76 - 100%

คงพอทำให้นึกภาพ จินตนาการกันออกได้ว่า เมื่อเจริญการชำระจิตของตนให้ขาวรอบแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นมาบ้างนะครับ
:b37:


s006 s006 s006 เอ่?

โสดาบันบุคคล จิตขาวตั้งแต่ 1 - 25%

ไม่ต้องถึงเขาพระสิเนรุ มั๊งน๊อ

s006 เอ่?

เอาแค่ขนาดเขาหิมาลัยหิมะคุมขาวรอบ

เหลือดำแค่ ถั่วลิสงต้ม 7 เม็ด
ส่วนขาว ยังมากกว่า 25 เปอร์เซนต์ไปแระน้อค่ะ

พุทธพจน์

“ทุกข์ส่วนที่หมดไปแล้วของพระโสดาบันเปรียบเหมือนกับขุนเขาสิเนรุ ส่วนทุกข์ที่ยังเหลือเปรียบเหมือนก้อนหินขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว 7 ก้อน” (สิเนรุสูตร, 19/1745-1746)

เอ่? s006


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2019, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มี.ค. 2018, 02:56
โพสต์: 1780

โฮมเพจ: maybe
แนวปฏิบัติ: สติปัฎฐาน
งานอดิเรก: กีฬา
สิ่งที่ชื่นชอบ: แบรนด์เเนม
ชื่อเล่น: เม
อายุ: 22
ที่อยู่: Bangkok Thailand

 ข้อมูลส่วนตัว


asoka เขียน:
:b43:
ช่วงนี้ยุคสมัยปัจจุบันนี้ "กรรมฐานยกมือ" หรือการเจริญสติกับอาการยกและวางของมือ หรือบางท่านก็เรียกว่าการทำจังหวะ
ตามแบบฉบับที่หลวงพ่อเทียนค้นพบ กำลังฮิตติดอันดับ และไปเจริญรุ่งเรืองในต่างประเทศหลายที่หลายแห่ง น่าอนุโมทนายินดี และเพราะด้วยวิธีนี้จะสามารถแก้ไขความฟุ้งซ่านได้ดีกว่าวิธีอื่นและไม่มีปัญหาเรื่องการติดนิมิตหรือผลของฌาณต่างๆเพราะลืมตาภาวนาและเคลื่อนไหวกายตลอดเวลา ถึงแม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยบ้างนิดหน่อยกับการที่ต้องยกมือวางมืออยู่ตลอดเวลา

แต่เมื่อสมาธิเกิด จิตมีสติเข้มแข็งแรงกล้าขึ้น สัมปชัญญะสมบูรณ์ควรแก่งานก็สามารถจะยกขึ้นสู่วิปัสสนาภาวนาพิจารณาจนเห็นไตรลักษณ์และบรรลุธรรมได้เช่นกัน

ถนัดใครถนัดมัน ชอบใครชอบมันนะครับ

"แมว จะสีอะไรก็ได้ ขอให้จับหนูได้ก็แล้วกัน"

ภาษิตของท่านประธานเหมาเจ๋อตุง
onion

s006 s006 เอ่?
ตั้งภาษิตใหม่ให้ดีกว่า
ขยายความเห็นข้างบน สาม บันทัดสุดท้าย ก่อนภาษิต ให้น๊อค๊ะ


หนูที่ตายจนหมดสภาพเละตุ้มเป๊ะ ไปแล้ว แมวจับมาแทะ ก็ติดเชื้อและตายตามไป
เม
s006 s006 เอ่?


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 66 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร