วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.ย. 2019, 04:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง





กลับไปยังกระทู้  [ 24 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 ม.ค. 2016, 16:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


บทที่ 16 สังคมอุดมคติ
ในปัจจุบันสังคมมนุษย์ได้ก่อเกิดปัญหาจนแทบจะไม่อาจเยียวยารักษาได้เพราะมีสาเหตุมาจากความตกต่ำทางด้านจิตวิญญาณของมนุษย์ มนุษย์ในยุคนี้ล้วนแต่มีสภาพจิตใจไม่ปกติพื้นฐานทางจิตมีความบกพร่องปล่อยจิตใจของตนให้เป็นไปตามกระแสแห่งตัณหาอุปาทานไม่รักษาศีล สังคมได้เปลี่ยนแปลงไปมากไม่เหมือนแต่เก่าก่อนที่ผู้คนยังรู้จักหน้าที่ของตนที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์รู้จักเคารพในสิทธิและหน้าที่ซึ่งกันและกัน ศักยภาพของมนุษย์ในยุคนี้ได้ลดลงไปอย่างน่าใจหายเป็นมนุษย์ที่ขาดปัญญาไม่มีความสามารถที่จะพิจารณาแยกแยะคัดเลือกสิ่งที่ดีมาสู่ชีวิตตนซึ่งหมายความรวมถึงการด้อยทักษะที่จะใช้สติเพื่อหมั่นระลึกถึงคุณงามความดีซึ่งเป็นบรรทัดฐานที่มนุษย์ควรจะเลือกมาเป็นอุดมคติในชีวิตแห่งตนได้ บัณฑิตในยุคนี้จึงมีความโหยหาถึงสังคมที่มีมาตรฐานที่ดีเพื่อชีวิตของตนที่ดีกว่าในวันข้างหน้า
สังคมอุดมคติ หมายถึงสังคมที่มนุษย์ทุกคนช่วยกันสร้างขึ้นมาบนบรรทัดฐานที่ทุกคนมีความตกลงใจร่วมกันเลือกเอาคุณงามความดีทั้งหลายมาเป็นแบบแผนเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของพวกตนในสังคมนั้นที่ตนได้อาศัยร่วมกันอยู่ สังคมในอุดมคติเคยปรากฏขึ้นบนโลกใบนี้มาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วนในยุคที่มวลหมู่มนุษย์ได้ร่วมกันตั้งใจมีความเพียรเฝ้าฝึกฝนตนเองจนกระทั่งธรรมชาติแห่งจิตใจมนุษย์ได้สมบูรณ์แบบในความเป็นปกติ สังคมมนุษย์ในยุคนั้นจึงมีแต่ความสงบผาสุกทุกคนมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่กลับมีความสุขทุกคนดำเนินชีวิตไปบนปัจจัยขั้นพื้นฐานแห่งความจำเป็นของการดำรงชีวิตแต่เพียงเท่านั้น แบบแผนในการดำเนินชีวิตเป็นการอิงอาศัยเหตุและปัจจัยเท่าที่จำเป็นจริงๆที่จะทำให้กายและจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ได้ถูกหล่อเลี้ยงให้มีความสุขตามอัตภาพและตามความสามารถเท่าที่พวกตนจะพึงปฏิบัติได้ ชีวิตของมนุษย์ผู้เป็นบัณฑิตเหล่านี้ล้วนแต่มีความพึงพอใจที่ต้องการเพียง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรคเพื่อบำรุงเยียวยารักษารูปกายขันธ์ของตนให้ทนอยู่รอดได้และมีความพึงพอใจที่เลือกเอาความดีทั้งหลายมาหลอมรวมไว้ในจิตวิญญาณแห่งตน เมื่อทุกคนมีอุดมคติที่ดีร่วมกันในความเป็นจารีตแห่งสังคมนั้นสังคมจึงมีแต่ความสงบสุขไม่ก่อเกิดปัญหาใดๆตามมา การอยู่ร่วมกันจึงเป็นการอยู่ตามธรรมชาติแห่งความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงเมื่อทุกคนได้ทำหน้าที่แห่งตนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องความดีงามที่ปรากฏขึ้นมาจึงเป็นข้อตกลงเดียวที่มนุษย์ในสังคมอุดมคติแห่งนี้ใช้เป็นพันธะสัญญาต่อกันว่าจะดำรงชีวิตร่วมกันด้วยความผาสุกโดยมิต้องออกกฎระเบียบข้อบังคับเป็นกฎหมายออกมาแม้แต่สักข้อเดียวเพื่อบีบคั้นชีวิตตนให้ตกอยู่ภายใต้ความไม่มีอิสระแห่งใจ
ณ กึ่งพุทธกาลนี้สังคมได้ถึงการณ์ล่มสลายจิตใจมนุษย์ได้ตกต่ำจารีตอันดีงามมีคุณค่าได้ถูกลืมเลือนหายไปตามกาลเวลาผู้คนไม่รู้จักหน้าที่แห่งตนและใช้ชีวิตแบบไม่มีเป้าหมายไม่รู้เลยว่าชีวิตคืออะไรเกิดมาทำไมเป็นชีวิตที่หาคุณค่าแทบไม่ได้ ความดำริที่จะปฏิวัติสังคมมนุษย์ให้ดีขึ้นกลายเป็น "สังคมในอุดมคติ" เหมือนเดิมจึงก่อเกิดขึ้นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจึงอยู่บนพื้นฐานแห่งสัจธรรมความเป็นจริงตามที่ควรจะเป็นไป กอปรกับในระบบกรรมวิสัยทั้งมวลในทุกภพภูมิได้เกิดปัญหาแบบเรื้อรังมาเป็นระยะเวลานานที่สะสมมาไม่รู้ต่อกี่อสงไขยเหตุเป็นเพราะมนุษย์ในทุกภพภูมิได้แยกกลุ่มเป็นชาติพันธ์โดยเอาลักษณะกลุ่มกรรมมาเป็นตัวแบ่งแยกว่าเป็นกลุ่มนั้นกลุ่มนี้มีการเปรียบเทียบในความเป็นบุญว่าดีกว่าด้อยกว่าจนเกิดการกระทบกระทั่งในสิทธิและหน้าที่อย่างหลีกเลี่ยงกันไม่ได้ส่งผลให้สังคมมนุษย์ในจักรวาลแห่งนี้หาความสุขที่แท้จริงแทบไม่ได้ การแก้ไขเบื้องต้นจึงจำเป็นต้องจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้บรรทัดฐานที่เคยยึดถือเป็นแบบแผนอันคือจารีตแห่งคุณงามความดีที่มนุษย์เคยถือปฏิบัติสืบต่อกันมาให้คงปรากฏอยู่อย่างถาวรไม่สูญสลายหายไปเหมือนที่ผ่านมา การแยกตัวออกมาอย่างเด็ดขาดจากสังคมเดิมที่มีปัญหาเพื่อเริ่มต้นใหม่และไม่มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องความผูกพันพัวพันแห่งกรรมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง "การเปิดพื้นที่พิเศษ" บนโลกมนุษย์ด้วยความเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงแต่ผู้เดียวในฐานะผู้นำทางด้านจิตวิญญาณในสังคมอุดมคติของตนเป็นการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแต่เพียงผู้เดียวเช่นกันเพื่อรองรับสังคมใหม่ที่จะเกิดขึ้นจึงเป็นการแก้ไขเพื่อภาวการณ์ที่ดีขึ้นด้วยรูปแบบการประคับประคองให้สังคมตั้งอยู่ได้และมีความถูกต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่มนุษย์ในสังคมอื่นๆ การค่อยๆกว้านซื้อที่ดินเพื่อรวบรวมการแสวงหาให้ได้มาซึ่งที่ดินบนความถูกต้องชอบธรรมเช่นการได้มาซึ่งความศรัทธาของผู้คนและการปักปันเพื่อแบ่งเขตที่ดินทั้งหมดที่ได้มาเพียงพอแก่ความต้องการในเหตุจำเป็นของจำนวนประชากรในสังคมใหม่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งบนเนื้อที่ทั้งหมดของโลกใบนี้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นการแยกตัวออกจากสังคมเดิมที่มีแต่ปัญหา
เพราะปัญหาความไม่เข้าใจในชีวิตตนเองของมนุษย์ในยุคนี้จึงนำพาชีวิตตนเองไปในทิศทางที่ตกต่ำปัญหาที่เกิดขึ้นไม่เว้นแม้กระทั่งโพธิสัตว์ที่ได้ขึ้นชื่อว่ากำลังบำเพ็ญบารมีเพื่อแสวงหาความหลุดพ้น โพธิสัตว์ในกลียุคต่างก็ล้วนมีจิตวิญญาณที่ตกต่ำเอาแต่ตัณหาอุปาทานมาเป็นวิถีนำชีวิตตนเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ หลายดวงจิตเอาแต่มุ่งหวังที่จะเกิดมาเป็นจักรพรรดิ์พอใจเพียงแค่ให้มีคนกราบไหว้ตนและไม่สนใจถึงวิธีการบำเพ็ญบุญที่ถูกต้องจึงเกิดการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นด้วยอำนาจกำลังแห่งตนเองเท่าที่จะบีบคั้นคนอื่นได้จึงก่อเกิดความเดือดร้อนไปทั่วทุกภพภูมิ การเข้าควบคุมสถานการณ์เพื่อให้เกิดความสงบขึ้นจึงต้องมีการปรามพฤติกรรมดังกล่าวให้หมดไปจากสังคมโลกใบนี้การแยกกลุ่มตามระดับบุญแห่งสัมมาทิฐิและการปรับปรุงความคิดในส่วนกลุ่มคนที่บกพร่องให้ตรงต่อสัจธรรมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อการเริ่มต้นของสังคมในรูปแบบใหม่ที่ยั่งยืน เมื่อการแยกกลุ่มทั้งหมดในทุกภพภูมิสำเร็จแล้วกลุ่มที่ควบคุมได้และต้องลงมาเกิดเป็นมนุษย์จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่รองรับเพื่อให้เกิดสังคมใหม่ขึ้นและตัดขาดจากสังคมที่มีปัญหารุมเร้าอยู่ตลอดเวลาการปักปันเขตแดนให้มีขอบเขตแดนแยกจากกันอย่างชัดเจนและการมีอิสระอย่างแท้จริงโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับสังคมเดิมแม้แต่ส่วนเดียวจึงเป็นเรื่องความปลอดภัยในการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมและเป็นไปในความก้าวหน้าไม่ถดถอยกลับมาสู่ปัญหาเดิมๆได้อีก เมื่อพื้นที่พิเศษเกิดขึ้นแล้วการแบ่งปันผืนดินเพื่อรองรับการเข้าทำกินของประชากรจึงเกิดขึ้นเท่าที่ความจำเป็นไม่ขาดไม่เกินในการดำรงชีวิตของมนุษย์แต่ละคนพึงต้องมีเพื่อชีวิตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า นาไร่เพียงแค่จำนวน 6 ไร่ต่อหนึ่งครอบครัวมันเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการเพาะปลูกข้าวทั้งปีเพื่อเก็บไว้ในยุ้งฉางและแบ่งบางส่วนเพื่อทำสวนปลูกพืชผักสวนครัวปลูกสวนผลไม้ไว้กินเองภายในครอบครัวนั้น มันเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะสังคมที่ก่อเกิดนี้มันเป็นสังคมที่มีเศรษฐกิจแบบเพียงพอต่อความจำเป็นของชีวิตมนุษย์แต่ละคนแต่เพียงเท่านั้นมันเป็นเพียงชีวิตของบัณฑิตที่มีความพึงพอใจที่จะนำพาชีวิตตนเองให้ก้าวไปด้วยจิตวิญญาณที่เพียบพร้อมแห่งตนที่ตนเองได้ฝึกฝนอยู่ทุกขณะ การต้องยืนได้ด้วยลำแข้งของตนโดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นมากนักจึงทำให้มนุษย์ในสังคมใหม่ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นสังคมแบบดั้งเดิมที่มีวิถีชิวิตอิงอยู่กับความเป็นธรรมชาติและการทำเกษตรกรรมเป็นหลักสังคมนี้จึงเป็นสังคมที่ต้องใช้ชีวิตด้วยความมีทักษะในการดำรงชีวิตเหมือนๆกันเช่นต้องทำนาปลูกข้าวเป็นต้องมีความสามารถเลี้ยงปศุสัตว์เป็นเช่นเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ไว้กินไข่ สามารถปลูกพืชผักและทำสวนเพื่อบริโภคผลผลิตอันเกิดจากน้ำมือตนเองได้ เมื่อทุกคนมีความสามารถที่จะหาอาหารมาเลี้ยงชีวิตตนเองได้โดยไม่ลำบากสังคมแห่งนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินตราอีกต่อไปความขาดเขินและความจำเป็นบางอย่างในข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภค "สักกะ" ในฐานะเจ้าของพื้นที่และเป็นผู้นำทางด้านจิตวิญญาณจึงต้องเข้ามารับผิดชอบดูแลเพื่อให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างไม่ลำบากมากนักด้วยอำนาจบุญเนรมิตให้เกิดความเพียงพอแก่ความต้องการข้าวของบางอย่างที่จำเป็นก็จะเนรมิตไว้ในส่วนกลางเพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปบริโภคได้ตามความจำเป็นของแต่ละคน บ้านเรือนที่อยู่อาศัยในยุคแรกก็เกิดด้วยการเนรมิตในบางส่วนในรูปแบบเรือนไทยทั้งสี่ภาคเพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์ที่สักกะเคยได้เกิดเป็นคนไทย การจัดระเบียบพื้นที่ของชุมชุนการจัดกลุ่มเพื่อจำนวนประชากรที่สามารถช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันได้จึงต้องเป็นไปเพื่อความสวยงามและเป็นสัดส่วน เรือนไทยที่ถูกปลูกขึ้นและตั้งอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆเป็นคุ้มบ้านจึงเกิดความสวยงามขึ้นในความเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับวิถีชีวิตของชาวไทยสุวรรณภูมิ เมืองหลวงที่ตั้งขึ้นชื่อว่า "นครอินทร์" เป็นเมืองที่ก่อตั้งตามชื่อของสักกะผู้นำในสังคมแห่งนี้เป็นมหานครที่ทุกหัวมุมเมืองและทั่วทุกพื้นที่เต็มไปด้วยต้นปาริชาติหรือต้นทองหลางทิพย์ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆลอยฟุ้งไปไกลเป็นพันธุ์ไม้สวรรค์ที่สักกะได้นำมาปลูกเป็นต้นกัลปพฤกษ์ประจำเมือง ประชากรทุกคนต้องตกแต่งบ้านเรือนเป็นเพื่อความสวยงามตามธรรมชาติการตกแต่งบ้านด้วยดอกไม้หอมและไม้ประดับจึงเกิดจากฝีมือของเจ้าของบ้านที่รู้คุณค่าแห่งเรือนของตนที่ได้ใช้เป็นที่พักอาศัยหลบแดดหลบฝนตลอดชั่วชีวิตและเพื่อต้อนรับเพื่อนบ้านที่ได้อาศัยอยู่ร่วมกันในคุ้มของตนนั่นเอง
สังคมนี้เป็นสังคมธรรมาธิปไตยที่มีความเป็นอิสระจริงๆ ไม่มีการบังคับข่มเหงเพราะทุกคนมีธรรมเสมอกันในความเคารพสิทธิและหน้าที่ซึ่งกันและกัน สักกะเป็นเจ้าของพื้นที่ทั้งหมดและสักกะมีความเต็มใจที่จะแบ่งที่ดินของตนให้กับบริวารทุกคนที่มีอุดมคติร่วมกันในการเข้ามาอยู่ร่วมและพร้อมที่จะก้าวย่างไปข้างหน้าด้วยกันในทุกฝีก้าวการแบ่งที่ดินและการได้มาซึ่งผลผลิตจึงมิใช่เป็นการแบ่งและได้มาเหมือนระบอบสังคมนิยมหรือสังคมคอมมิวนิสต์แต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นความจำเป็นขั้นพื้นฐานในสังคมที่รัฐมีหน้าที่จะต้องดูแลแต่มันเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะเจ้าหน้าที่รัฐมีน้อยมากทุกคนจึงต้องแบ่งเบาภาระนี้คือการขนส่งมวลชนทุกคนจึงจำเป็นต้องมียานพาหนะใช้เองด้วยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่นโดยสวัสดิการของรัฐแห่งนี้พึงมีให้ไม่ต้องใช้เงินซื้อ แต่สวัสดิการเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพเป็นเรื่องที่รัฐเข้ามารับผิดชอบอย่างแน่นอนเพราะทุกคนไม่มีรายได้ที่จะสะสมไว้การรักษาสุขภาพจึงเป็นการรักษาฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เสื้อผ้านุ่งห่มเพื่อกันความหนาวความร้อนและด้วยมีความละอายก็เป็นไปแบบสมถะทุกคนต้องใส่เสื้อสีขาวกางเกงชาวเลสีดำเหมือนกันทุกคนตามที่รัฐได้ออกแบบไว้แล้วทั้งชายและหญิงไม่ให้มีความแตกต่างส่วนนักบวชที่บรรลุธรรมสูงสุดและได้ตกลงใจบรรพชาบวชตลอดชีวิตแล้วนั้นจีวรเป็นจีวรสีดำสนิททั้งหมดเพื่อความเป็นหนึ่งเดียวในสังคมแห่งนี้
สังคมธรรมาธิปไตยแห่งนครอินทร์เมืองหลวงใหม่ของโลกผู้คนในสังคมแห่งนี้จะถูกอบรมเพื่อให้มีความรู้และเกิดการปฏิบัติฝึกฝนตนเองให้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้ด้วยธรรมที่จะทำให้ทุกคนสามารถมีสติระลึกถึงธรรมอันคือสัจธรรมตามความเป็นจริงที่จะยังชีวิตของตนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าไปในวิถีธรรมอันบ่งบอกถึงชีวิตที่เรียบง่าย ธรรมอันประเสริฐแห่งบารมีสามสิบทัศและธรรมอันคือสติปัฏฐานทั้งสี่เป็นธรรมหลักที่สักกะผู้นำทางด้านจิตวิญญาณได้นำมาสั่งสอนผู้คนในสังคมของตนสังคมนี้จึงได้ก่อเกิดจิตวิญญาณและรูปแบบกรรมวิสัยอย่างใหม่ขึ้นเป็นการปฏิวัติมวลหมู่มนุษยชาติอย่างแท้จริงโดยผู้คนในสังคมต่างก็มีปณิธานร่วมกันขึ้นว่าจะช่วยกันสร้างสังคมใหม่และดำรงให้อยู่บนโลกนี้อย่างยั่งยืนนานโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับสังคมเก่าที่มีปัญหา ผู้คนในสังคมต่างก็เต็มใจที่จะรักษาศีลเพื่อเป็นพื้นฐานชีวิตที่ดีของตนทุกคนจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความผาสุกเพราะเสมอกันด้วยการมีศีลทุกคนมีชีวิตที่เท่าเทียมกันเพราะต่างคนต่างก็มีทรัพย์สินเท่ากันทั้งหมดในความจำเป็นแห่งเหตุปัจจัยขั้นพื้นฐานทั้งสี่เมื่อไม่ขาดแคลนชีวิตสามารถอยู่ได้แล้วการใช้เงินตราในสังคมแห่งนี้จึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปเป็นสังคมที่มิได้อิงด้วยระบบแลกเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้มิได้อิงด้วยระบบเงินตราหรือระบบมาตรฐานทองคำแต่เป็นสังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้และอิ่มตามอัตภาพถ้าหากจะให้สิ่งของกันก็เป็นการให้ตามความมีเมตตาความปรารถนาดีที่มนุษย์ในสังคมแห่งนี้พึงมีให้แก่กันอยู่แล้วมิใช่เป็นการให้เพื่อความมีมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนบุคคลใดที่พึงปวารณาตนทำงานให้แก่สังคมส่วนรวมโดยไม่ปริปากบ่นเพื่อบุญอันแท้จริงตามที่ตนได้ตั้งใจไว้ก็เป็นเรื่องถูกใจของผู้นำในสังคมแห่งนี้ "สักกะ"จึงมีความตั้งใจที่จะทำบุญร่วมเช่นกันโดยที่จะประทานเหรียญทองคำให้แก่บัณฑิตผู้นั้นเพื่อเก็บไว้ทำบุญ ณ ธรรมสถานที่มีรูปปั้นแห่งสักกะตั้งอยู่ ความสงบผาสุกที่ทุกคนล้วนแต่ได้ทำหน้าที่แห่งตนในความเป็นมนุษย์ผู้ที่มีใจสูงยิ่งนั้นมันจึงบ่งบอกได้ว่าทุกคนสามารถดำรงชีวิตของตนเองไปได้ตามธรรมชาติอย่างแท้จริงเป็นธรรมชาติที่ทุกคนล้วนมีอยู่แล้วและร่วมสร้างกันขึ้นมาจนกลายเป็นศีลธรรมอันดีจารีตประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามโดยไม่ต้องมีกฎระเบียบใดๆมาคอยบังคับควบคุมบีบคั้นจิตใจสังคมแห่งนี้จึงอยู่ร่วมกันด้วยธรรมที่ทุกคนพึงมีเท่านั้นสังคมแห่งนี้จึงไม่จำเป็นต้องตรากฎหมายกฎระเบียบใดๆขึ้นมาอีก เมื่อทุกคนฝึกฝนตนเองไปในความเป็นธรรมนั้นๆจนกลายเป็นปกติในความเป็นธรรมชาติได้แล้วมันจึงกลายเป็นสังคมที่เป็นธรรมาธิปไตยอย่างแท้จริงความสงบผาสุกจึงเกิดขึ้นด้วยธรรมมิใช่เกิดขึ้นด้วยการออกกฎหมายมาเป็นข้อๆเพื่อบังคับผู้คนให้เดินตาม การละเมิดสิทธิและหน้าที่เช่นการทำร้ายร่างกายการประหัตประหารชีวิตผู้อื่น การลักขโมยข้าวของ การผิดศีลธรรมล่วงเกินประเวณี การพูดจาโกหกพูดไร้สาระ การเสพของมึนเมาสารเสพติดจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ในสังคมแห่งนี้ ทุกคนล้วนแต่ไม่รู้จักคำว่า "ฆ่า" ทุกคนไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันทุกคนไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตกินแต่พืชผักไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ขโมยของคนอื่นเพราะทุกคนมีทรัพย์สินเท่าๆกันและไม่มีเงินตราที่จะสะสมใครอยากจะได้อะไรเท่าที่ตนเองไม่มีความสามารถหามาได้เองก็จะไปเอาที่ส่วนกลางอันเนรมิตไว้ให้แล้ว เมื่อไม่มีขโมยบ้านเรือนของทุกคนก็ไม่มีกุญแจสามารถไปไหนมาไหนโดยเปิดบ้านและทิ้งบ้านไว้ได้ด้วยความสะดวกใจ ทุกคนที่นี่มีธรรมในหัวใจทุกคนจึงพูดออกมาเป็นภาษาธรรมซึ่งเป็นสัจจะอยู่ตลอดเวลา ทุกคนต่างก็เคารพซึ่งกันและกันเป็นสังคมแบบใกล้ชิดและเคร่งครัดในการรักษาธรรมไม่มีใครที่จะทำผิดศีลธรรมเอาลูกเมียของคนอื่นมาเป็นของตน และเมื่อทุกคนมีสติอย่างมั่นคงในการระลึกถึงแต่สิ่งที่ดีๆด้วยการฝึกฝนอยู่ตลอดเวลาทุกคนจึงไม่รู้จักดื่มสุราเมรัยและเสพยาเสพติดทั้งหลายซึ่งนำมาซึ่งการขาดสติสัมปชัญญะ
การที่สักกะลงมาสร้างบารมีในครั้งนี้เป็นการลงมาอย่างถาวรการที่ตนและสังคมทุกส่วนยังดำรงอยู่ไม่สูญหายไปไหนบ่งบอกได้ถึงว่าโลกใบนี้จะไม่ขาดแคลนธรรมธาตุซึ่งเป็นธรรมชาติที่แท้จริงอีกต่อไป ทุกคนได้มีส่วนร่วมสร้างสังคมใหม่ขึ้นทุกคนจึงเป็นเจ้าของสังคมนี้ที่มีแต่ธรรมอันบริสุทธิ์อย่างแท้จริงมันจึงเป็นการพึ่งพิงอาศัยซึ่งกันและกันและทุกคนต่างก็เป็นบัณฑิตอย่างแท้จริงที่ต่างก็ได้เต็มใจเดินบนเส้นทางหลุดพ้นนั้น เมื่อฐานะในสังคมของทุกคนยังปรากฏอยู่คนที่หลุดพ้นแล้วก็ยังมิได้หายหน้าไปไหนยังเต็มใจกลับมาเพื่อช่วยดูแลคนรุ่นหลังๆที่ยังกำลังหัดเดินอยู่เมื่อทุกคนในทุกส่วนยังอยู่และยังมีบัณฑิตเดินบนเส้นทางนั้นอยู่ธรรมและการสืบต่อธรรมก็มิได้หายไปไหนความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งเรียกตนเองว่าเป็นโพธิสัตว์และรอคอยการตรัสรู้การพึ่งพาบุคคลเหล่านี้จึงไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใดอีกต่อไป โลกใบนี้จึงไม่เคยขาดแคลนผู้หลุดพ้นและขาดแคลนธรรมธาตุแห่งความเป็นพุทธะการปรากฏสังคมใหม่นี้จึงเป็นการปรากฏขึ้นอย่างยาวนานและยั่งยืนตราบจนโลกธาตุนี้ต้องสูญสิ้นสูญหายสลายไปตามวาระแห่งมัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.พ. 2016, 22:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


กาย วาจา ใจ ที่สุจริต
เป็นไปในวิถีที่เรียบง่ายแห่งการมีชีวิต
ที่เพียงพอบนพื้นฐานความจำเป็นแห่งปัจจัยทั้งสี่
คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค
ที่พอจะทำให้ชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้
และการออกบวชเนกขัมมะ การให้ทาน การถือศีล
มันเป็นสิ่งบ่งบอกถึงการไม่ดิ้นรนไปในตัณหา อุปาทาน
ชีวิตที่สมถะะเมื่อมีปัญญารู้ถึงสัจธรรม
จึงบรรลุธรรมได้ไม่ยาก

ธรรมชาติ แห่ง การบำเพ็ญบารมี
อาจารย์ราเชนทร์ สิมะสุนทร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.พ. 2016, 02:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


บทที่ 22 ปัญหาในสังคมปัจจุบัน

สังคมในปัจจุบันมีประชากรมากจนล้นโลกในบางประเทศแทบไม่มีพื้นที่ให้ประชาชนของตนอาศัยอยู่ จริงๆแล้วปัญหามิได้เกิดจากมนุษย์แท้ที่จริงจำนวนประชากรของมนุษย์ไม่มากเท่าที่ปรากฏแต่ปัญหาเกิดจากพวกที่เป็นอมนุษย์คือพวกเทพพวกพรหมทั้งหลายได้ลงมาอาศัยอยู่ร่วมกับมนุษย์แฝงตัวอยู่ร่วมในชุมชนมากเกินไป เหตุจูงใจให้เทพเหล่านี้ได้ลงมาใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์เพราะเทพทั้งหมดได้ถูกบังคับให้มาอยู่ร่วมกับมนุษย์ด้วยเหตุที่เทพกลุ่มหนึ่งซึ่งมีกำลังจิตมากกว่าพวกอื่นในตอนนี้ได้มีความคิดมิจฉาทิฐิคิดจะครอบครองโลกและบังคับกำกับควบคุมมนุษย์โดยจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองมีอำนาจและบังคับให้คนอื่นกราบไหว้ในฐานะตนเองเป็นจักรพรรดิ จำนวนประชากรของเทพที่ลงอยู่ร่วมมนุษย์เป็นจำนวนอาจถึงครึ่งหนึ่งเท่าที่มีมนุษย์อาศัยอยู่บนโลกใบนี้นับเป็นจำนวนร้อยล้าน ยิ่งในประเทศไทยมีเทพมาอาศัยอยู่ในจำนวนหลายล้านเป็นอัตราที่สูงมาก ที่น่าเป็นห่วงและกังวลใจเพราะเทพเหล่านี้ล้วนแต่เบียดเบียนมนุษย์ทำทุกวิถีทางที่จะทำให้มนุษย์เกิดความตกต่ำทางด้านจิตวิญญาณ เทพมิจฉาทิฐิเหล่านี้เป็นต้นตอสำคัญที่จะพาโลกในยุคนี้ไปสู่กลียุค ผู้นำหลายประเทศล้วนเป็นกลุ่มเทพที่พยายามมาครอบครองโลกโดยแบ่งปันอำนาจขึ้นปกครองประเทศในหลายๆส่วน เมื่อปัญหาสิ้นสุดตรงที่พอจะมีอำนาจเหนือเทพพวกนี้แล้วมีวิธีเดียวที่จะจัดการเทพเหล่านี้ได้ก็คือต้องเนรเทศเทพพวกนี้ทั้งหมดที่มีคติไม่เอามนุษย์ออกไปอยู่ในโลกธาตุอื่นด้วยการบีบบังคับให้ไปด้วยกำลังอาตมันที่เหนือกว่า แต่เป็นการพึงกระทำด้วยการไม่เบียดเบียนชีวิตซึ่งกันและกันด้วยเมตตาจิต หากไม่กระทำเนรเทศเทพพวกนี้จะนำพาโลกใบนี้ไปสู่ความหายนะในเรื่องสงครามและการบีบบังคับมนุษย์ในเร็ววันนี้เพราะเทพพวกนี้มีจิตใจต่ำทรามมีจิตที่คอยพยาบาทเทพด้วยกันเองและพยาบาทเบียดเบียนมนุษย์อยู่ตลอดเวลา
ขอให้พึงสังวรและแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงอย่าพึงใช้กำลังรุนแรงเพราะมีเทพอีกหลายฝ่ายที่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
(บทความนี้ได้ถูกเล่ามาจากพระธุดงค์ที่อยู่ในป่า เมื่อปี พ.ศ. 2558)



และด้วยความที่มีศัตรูคอยปองร้ายอยู่ตลอดเวลาทั้งในโลกธาตุนี้และจากโลกธาตุอื่นเป็นจำนวนมาก ขอให้พึงระมัดระวังในการออกลงมาสู่โลกมนุษย์
เพื่อความปลอดภัยขอให้เก็บตัวบังตัวและบำเพ็ญบารมี
จนกว่ากำลังอาตมันจะเป็น 1000 เท่า นับแต่ได้นิพพานแล้ว
จะใช้เวลากี่ปีก็ตามก็ต้องมีความใจเย็นที่จะรอคอยได้
เพื่อให้กำลังอาตมันสูงกว่าคนอื่นและดูแลตนเองได้ลงมาทำงานบนโลกได้สะดวกจริงๆ


แก้ไขล่าสุดโดย เมฆ โซะระคุโมะ เมื่อ 25 มี.ค. 2016, 23:13, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มี.ค. 2016, 22:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ



บทที่ 23 กฎแห่งกรรม
ชาตินี้..ตอนเป็นเด็ก
เคยหักขาปูแล้วเอามาเสียบที่ก้ามทำให้ปูเดินไม่ได้
ชาตินี้..พอโตขึ้น
เส้นเอ็นที่ขาโดนแก้วบาดจนขาด
เย็บเจ็ดเข็มใส่เฝือกเดินไม่ได้เกือบปี
และที่เล็บเป็นเล็บขบรักษาไม่หาย
สักกะผู้ยิ่งใหญ่ต้องชดใช้กรรมให้กับปูตัวเล็กๆ
ไม่มีใครเหนือกฎแห่งกรรมไปได้
ควรมีเมตตาจิตต่อบรรดาสรรพสัตว์
เลิกเบียดเบียนชีวิตของผู้อื่นทุกกรณี
ห้ามทำอีกเป็นอันขาด
ต้องหลีกหนีการก่อกรรมวิบาก
และต้องรักษาศีลอย่างเคร่งครัด

ธรรมชาติแห่ง ศีลบริบูรณ์
อาจารย์ราเชนทร์ สิมะสุนทร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 มี.ค. 2016, 22:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ




บทที่ 24 เมตตาบารมี


โลกเข้าสู่กลียุค
มีแต่ผู้คนที่หลงอยู่ในโมหะ
เข้ามาเบียดเบียนชีวิตของเราอยู่ตลอดเวลา
เราต้องเจริญเมตตาให้แก่สรรพสัตว์ผู้มืดบอดเหล่านี้อยู่เสมอๆ
ให้พิจารณาว่า
"ทุกสรรพสิ่งกำลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิตย์"
อย่าถือโทษโกรธเคืองบุคคลเหล่านี้เป็นอันขาด
......
......
โลกนี้มืดนัก
ทุกสรรพสัตว์กำลังเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยอยู่เนืองนิตย์
ให้เราดำรงอยู่ในสุญตาอิริยาบถ..อยู่อย่างนั้น
ธรรมชาติแห่ง บำเพ็ญเมตตาบารมี
อาจารย์ราเชนทร์ สิมะสุนทร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 มี.ค. 2016, 23:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


บทที่ 24 ความสมบูรณ์พร้อมของจิต



การกำหนดจิตเป็นการใช้จิต..เสียกำลังอาตมัน
การพูด การคิดเป็นการใช้จิต..เสียกำลังอาตมัน
การนอนโดยถูกแนบความคิดจากคนอื่นให้ฝันเป็นการใช้จิต..เสียกำลังอาตมัน
หรือการนอนฝันเป็นการใช้จิต..เสียกำลังอาตมัน
การเสพกามคุณเป็นการใช้จิต..เสียกำลังอาตมันอย่างน้อยเท่าหนึ่งจากที่เรามีอยู่
ในวันหนึ่งๆเราสูญเสียกำลังจิตไปในทุกเรื่องเป็นหนึ่งเท่าถึงสองเท่าจากที่เรามีอยู่
เราควรมีอุบายอันยอดเยี่ยมที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยเสียกำลังจิตน้อยที่สุด
สุญตา......คือความว่างเปล่าเป็นการไม่ใช้จิตไม่สูญเสียกำลังจิต
และสุญตาที่มีกำลังคือสุญตาที่มีความต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ใช้จิตไปในทางอื่น
นิพพานหรือสุญตาเป็นกำลังจิตที่มีพลังมากมายมหาศาล
การที่เราอยู่กับสุญตาทั้งวันทำให้เรามีกำลังจิตมากขึ้นหนึ่งถึงสองเท่าจากที่มีอยู่
การทำให้จิตมีกำลังและไม่สูญเสียนั้น
เราต้องงดดำริความคิดทั้งปวงทั้งวันทั้งคืนต้องว่างตลอดงดความคิด
และจิตต้องบริสุทธิ์ในสุจริตสาม คือ กาย วาจาและใจ
การสำรวมอินทรีย์ในศีลทั้งหลายทำให้จิตงดดำริและไม่ใช้จิตไปในทางที่หยาบ
จะทำให้จิตมีกำลังอย่างมาก
เคยสำรวมระวังจิตด้วยอุบายต่างๆจนจิตมีความสมบูรณ์พร้อมถึง 95 เปอร์เซนต์
แต่ไม่ถึง 100 เปอร์เซนต์เพราะความกังวลใจในการระวังโดยไม่เข้าใจถึงความเป็นจิต
จริงๆแล้วสุญตานั่นแหละคือความสมบูรณ์พร้อมของจิตนั่นเอง
เอาตัวกังวลใจตัวระวังออกเพราะฝึกสำรวมมามากแล้ว
จะทำให้เข้าถึงธรรมชาติแห่งสุญตาที่บริสุทธิ์จริงๆ100 เปอร์เซนต์
การเข้าไปสำรวมระวังอีกจะทำให้เกิดความดำริและทำให้จิตไม่สมบูรณ์พร้อมขึ้นมาอีกเช่นกัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2016, 16:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ



บทที่ 26 พฤติกรรมทางจิต

อกุศลกรรมจิตเป็นจิตที่หยาบและไม่มีกำลังจิต
เป็นจิตที่เสียกำลังเป็นการใช้จิตลดทอนกำลังจิตแต่อย่างเดียว
ขนาดจิตที่เป็นอัพยากตาจิตหรือจิตกลางๆ เช่นการใช้จิตในการนึกคิดและพูดคุยในเรื่องทั่วๆไปก็ยังเสียกำลังจิตในอัตารส่วน 0.02 ขึ้นไป
จิตที่หยาบในโทสะโมหะราคะเป็นจิตที่เสียกำลังจิตมากกว่านั้น

เมื่อสำนึกในคุณและโทษแห่งการปรุงแต่งจิตไปในทางที่เสีย
ธรรมอันประเสริฐ คือ ศีล และ สุญตา การงดดำริในความว่างงดดำริจิตในรากเหง้าจิตทุกชนิด ความว่างคือสุญตาจึงเป็นความพร้อมของจิตที่มีกำลังจิตมากเกือบร้อยถึงร้อยเปอร์เซนต์
แต่ก็ให้หลีกเลี่ยงการใช้จิตทุกชนิดอย่างเคร่งครัดให้ดำรงอยู่ในสุญตาอยู่อย่างนั้น
การคิดว่าการใช้จิตหรือดำริจิตแม้เพียงเล็กน้อยหรือการใช้จิตไปในทางที่เสียถึงแม้การใช้จิตนั้นจะเสียกำลังจิตไปเพียง 0.02 เท่านั้น แต่ผลเสียที่ติดตามมาคือ มันเป็นการสั่งสมพฤติกรรมจิตชนิดนั้นขึ้นมาใหม่มันเป็นเหตุผลเดียวที่จะทำให้เราใช้จิตชนิดนั้นขึ้นมาซ้ำอีกบ่อยๆและจะทำให้เราเสียกำลังจิตในอัตราที่สูงขึ้น อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่มันกลับมีความสำคัญอย่างมากในเรื่องของจิต
หากกำลังจิตเราลดลงจากร้อยเหลือเก้าสิบเหลือแปดสิบเปอร์เซนต์ ก็ให้เราสำนึกในคุณและโทษแห่งกรรมที่จะได้รับ จงรีบตั้งจิตไว้ในความเมตตาต่อสรรพสัตว์และไม่เบียดเบียนสรรพสัตว์ทุกชนิดและอโหสิกรรมให้ต่อบรรดาสรรพสัตว์ที่เบียดเบียนตนเองโดยไม่ถือโทษโกรธเคืองไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด บุญหรือบาปแม้แต่เพียงเล็กน้อยเม่าหยดน้ำก็สามารถนำคุณและโทษมาสู่ชีวิตอันใหญ่หลวงได้ในภายภาคหน้า ต้องรักษาศีลอย่างเคร่งครัดให้จิตเป็นปกติในสุญตาอยู่อย่างนั้น จึงจะปลอดภัย


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 31 มี.ค. 2016, 16:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


บทที่ 27 การดำรงอยู่ (ต้องปฏิบัติตามนี้อย่างเคร่งครัด)

ชีวิตหลังความตายเป็นชีวิตที่ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง
ชีวิตที่ผ่านมาถูกเบียดเบียนในทุกรูปแบบ
สรรพสัตว์ยุคนี้มืดมากโมหะมากขาดเหตุและผลขาดปัญญา
จึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะลงมาช่วยเหลือ...ต้องช่วยเหลือชีวิตตนเองเสียก่อน
หารไม่กำบังตัวก็จะถูกคนอื่นใช้อุบายท้าทายเพื่อทำอันตรายภึงแก่ชีวิตอยู่ตลอดเวลา
สรรพสัตว์ในห้วงกาลเวลานี้โทสะมากเป็นโทสะจริต
ท้ายที่สุดสรรพสัตว์เหล่านี้ก็จะฆ่ากันเองจนถึงสิ้นเผ่าพันธุ์
ขอให้หาทางที่จะทำให้อยู่รอดและปลอดภัย
หากมีที่อื่นที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยด้วยการนั่งระลึกและดูกำลังจิตตนว่ามากแค่ไหนมีความสะดวกในการเดินทางมากน้อยแค่ไหน
ก็เพราะการทำให้มีความเสถียรทางด้านกำลังจิตถึงร้อยเปอร์เซนต์ยังไม่สำร็จ
ต้องมีวินัยทุกวันมีความเพียรทุกวันที่จะทำให้จิตมีกำลังสมบูรณ์พร้อมถึงร้อยเปอร์เซนต์
ให้หาทางไปอยู่ที่อื่นที่ไกลโพ้นและปลอดภัย
ให้สั่งสมกำลังจิตให้มากๆไปเรื่อยๆอย่าหยุดห้ามหยุด ให้สะสมไปเรื่อยๆ
กำลังจิตที่มากมันจำทำให้เรารอดชีวิตในทุกยุคในทุกกาลเวลา
เมื่อหยุดปฏิบัติออกนอกเส้นทางธรรมชาติแห่งสุญตา หมายถึงเรามีความประมาทมากๆ
ห้ามเปิดตัว ห้ามเจรจากับใคร ให้อยู่ผู่เดียวอยู่อย่างนั้นจึงจะปลอดภัย เมื่อระลึกภึงเรื่องนี้ได้ให้สั่งสมกำลังจิตทันทีและอย่าหยุด
จงแอบหนีไปให้ไกลและอย่าหยุดโดยเทียบกำลังจิตของตนเองและกำลังจิตของผู้ตามล่าปองร้ายเรา จงสั่งสมกำลังจิตให้มากและอย่าหยุดห้ามหยุด

ห้ามเบียดเบียนสรรพสัตว์ทางกายวาจาใจและทุกกรณีอย่างอย่างเด็ดชาด ต้องเคร่งครัด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2016, 20:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2012, 21:53
โพสต์: 235

สิ่งที่ชื่นชอบ: ใจต่อใจในการฝึกตน
ชื่อเล่น: เมฆ
อายุ: 43

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ


บทที่ 28 ปณิกะธรรม

ต่อให้เป็นโพธิสัตว์ใหญ่ขนาดไหน
เมื่อไม่รักษาศีลไม่รักษาคุณงามความดี
กำลังจิตก็ลดลงไปเรื่อยๆ
เพราะกาย วาจาและใจทุจริตนั้น
กำลังจิตจะถดถอยไปเรื่อยๆจนไม่มีเรี่ยวแรง
เห็นมามากแล้วเทวาผู้ยิ่งใหญ่ต้องก้มกราบเพราะถูกบังคับ
ให้กับสรรพสัตว์ที่ภพภูมิต่ำกว่า
อย่าประมาท......จงรักษาศีลอยู่ตลอดเวลา
เพื่อกำลังจิตที่มีพลังมากขึ้นไปเรื่อยๆเช่นกัน
ธรรมชาติแห่ง ลมพัดปลิว
อาจารย์ราเชนทร์ สิมะสุนทร


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 24 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร