วันเวลาปัจจุบัน 08 ธ.ค. 2019, 04:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=2



กลับไปยังกระทู้  [ 284 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 15, 16, 17, 18, 19  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ส.ค. 2014, 20:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2014, 20:13
โพสต์: 710

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cool
ขอบคุณค่ะ คุณเช่นนั้น
จะพยายามศึกษา ให้รู้และเข้าใจ ให้ได้ค่ะ
จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ก็จะไม่ยอมแพ้
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ส.ค. 2014, 01:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


idea เขียน:
cool
ขอบคุณค่ะ คุณเช่นนั้น
จะพยายามศึกษา ให้รู้และเข้าใจ ให้ได้ค่ะ
จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ก็จะไม่ยอมแพ้
:b8:

:b8: :b8: :b4: :b4:

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2014, 01:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อานาปานสติสมาธิภาวนา 15-16

Quote Tipitaka:
ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่ดับสนิท หายใจออก
ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่ดับสนิท หายใจเข้า.

ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่สละคืนหายใจออก
ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่สละคืน หายใจเข้า.

ดูกรราหุลอานาปานสติที่บุคคลเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ย่อมมีผลใหญ่ มีอานิสงส์ใหญ่
ดูกรราหุล เมื่ออานาปานสติอันบุคคลเจริญแล้วอย่างนี้ ทำให้มากแล้วอย่างนี้ ลมอัสสาสะ
ปัสสาสะ อันมีในภายหลัง อันบุคคลผู้เจริญอานาปานสติทราบชัดแล้ว ย่อมดับไป หาเป็น
อันบุคคลผู้เจริญอานาปานสติไม่ทราบชัดแล้ว ดับไปไม่ได้ดังนี้.


ในชั้นที่ 15
อ้างคำพูด:
ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่ดับสนิท หายใจออก
ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่ดับสนิท หายใจเข้า.

เป็นการพิจารณา ถึงความดับแห่งตัณหา คือ ภวตัณหา วิภวตัณหา กามตัณหา
การพิจาณา ย่อมพิจารณา ว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณอันจิตเข้าไปพัวพันด้วยอำนาจแห่งตัณหานั้นๆ ยังมีอิทธิพลหลงเหลืออยู่ในจิตหรือไม่ จิตยังอาลัยอาวรณ์ พร่ำดื่มด่ำ ถึงคุณ โทษต่างๆ ซึ่งจิตเข้าไปเสพย์ซ่องอยู่ไหม....

หากว่ายังมีอยู่ ก็ต้องทำความเพียรกันต่อไป อาจจะด้วยการหาอุบายต่างๆ เช่น การพิจารณาโดยปฏิกูลไม่ปฏิกูล กำหนดด้วยความเป็นธาตุ หรือพิจารณาอสุภ ฯลฯ ก็แล้วแต่ว่า ความกำหนัดในอารมณ์ต่างๆ นั้นมีสภาพเป็นอย่างไร.

แต่เมื่อกำลังปัญญาขณะนั้นยังไม่มีกำลังพอ และรู้สึกว่า ถึงความฟุ้งซ่าน ก็ให้หลบเข้าสมาธิทำสมถะ เพื่อพักจิตให้สติ ให้สมาธิมีกำลัง จึงเริ่มพิจารณากันใหม่ในชั้นที่ 13-14-15.

ในชั้นที่ 16
อ้างคำพูด:
ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่สละคืน
หายใจออก ย่อมสำเหนียกว่า จักพิจารณาธรรมเป็นที่สละคืน หายใจเข้า.

เมื่อพิจารณาแล้วว่า ถึงความดับสนิทแห่งตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์นั้นๆ
ก็เป็นอันถึงช่วงที่ 16 แห่งอานาปานสติสมาธิภาวนา คือการสละคืน
การสละคืน คือการสละความมีตน ความเป็นตน ไม่ตามยึดมั่นสิ่งต่างๆ ด้วยอำนาจแห่งความมีความเป็นตน
ความเป็นของๆ ตน
ในชั้นนี้ เป็นการอธิบายยากเพราะเป็นธรรมที่เห็นได้เฉพาะตนจริงๆ
แต่ผู้ใช้ปัญญาพิจารณาถึงชั้นนี้ สละคืนความยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตน ของตน นั้น
ิจิตจะอยู่กับจิตซึ่งเป็นอุเบกขา ถึงขนาดที่ พระพุทธองค์ตรัสแก่พระราหุลว่า

ลมอัสสาสะปัสสาสะ อันมีในภายหลัง อันบุคคลผู้เจริญอานาปานสติทราบชัดแล้ว ย่อมดับไป

ก็คือจะเป็นอาการของ จตุตถฌาน แต่ฌานนี้มีวิปัสสนานำหน้าสมถะ มีสติบริสุทธิ์ มีปัญญา จิตตั้งมั่น
ไม่มีความรู้ว่ามีกาย ไม่มีความรู้ว่ามีลมหายใจเข้าลมหายใจออก.

ถึงจุดนี้ ก็จะกล่าวได้ว่า เป็นความสุขซึ่งเกิดจาก กายวิเวก จิตวิเวก และอุปธิวิเวก.

เมื่อฝึกฝนบ่อยๆ ทำให้ชำนาญในอานาปานสติสมาธิภาวนา
เมื่อจิตประสบกับทุกข์เมื่อออกจากที่หลีกเร้น ดำเนินชีวิตในประจำวัน จิตก็มีเครื่องป้องกัน ระวังรักษาจิต
คือสติ อันได้อบรมมาแล้ว.
มีการรู้โดยประจักษ์ ถึงสภาวะต่างๆ ไม่ถึงความเชื่อแก่ผู้ใดอีก ถึง ศีลสิกขา สมาธิสิกขา ปัญญาสิกขา.

อย่าประมาท ต่อกิเลส ตอนนี้เพียงพึ่งเข้าใจและได้ฝึกฝน เท่านั้น ยังเป็นฆราวาสอยู่ ก็ยังห่างไกลจากการดับกิเลส ดับทุกข์ถึงที่สุดได้ครับ.

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2014, 07:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2014, 20:13
โพสต์: 710

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cool
สาธุธรรมค่ะ :b8:
วันนี้ปฏิบัติ
จิตน้อมพิจารณา ก้าวหน้าดี คือไม่ถึงความฟุ้งซ่านในขณะนั้นใช่ใหมคะ
มีความรู้สึกว่าที่ยกมาพิจารณา เรียบเรียงหรือไล่เรียงเป็นขั้นเป็นตอน เรื่อยๆ โดยอัตโนมัติ แต่มีสติรู้ชัด
ตรงนี้ *โดยมีจิตเป็นผู้รู้ ผู้ดูหรือคะ หรือมาจากไหน ขั้นตอนยังไง :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2014, 13:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


idea เขียน:
cool
สาธุธรรมค่ะ :b8:
วันนี้ปฏิบัติ
จิตน้อมพิจารณา ก้าวหน้าดี คือไม่ถึงความฟุ้งซ่านในขณะนั้นใช่ใหมคะ
มีความรู้สึกว่าที่ยกมาพิจารณา เรียบเรียงหรือไล่เรียงเป็นขั้นเป็นตอน เรื่อยๆ โดยอัตโนมัติ แต่มีสติรู้ชัด
ตรงนี้ *โดยมีจิตเป็นผู้รู้ ผู้ดูหรือคะ หรือมาจากไหน ขั้นตอนยังไง :b9:


อินทรีย์ 5
ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

ผู้รู้ หรือผู้ดู ไม่ต้องสนใจ เพราะหากจำว่า มีผู้รู้ ผู้ดู จะเป็นเหตุให้ก่ออัตตสัญญาเกิดขึ้นได้ง่าย ไม่ต้องไปหาผู้รู้ ผู้ดูครับ

ความเชื่อ ในการการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ และธรรมที่พระพุทธองค์ประกาศให้เดินตาม เป็นสัทธินทรีย์
ความประกอบความเพียร ด้วยขันติ ด้วยความยังสัมมัปธาน 4 ในเกิดขึ้น เป็นวิริยินทรีย์
ความกำหนดธรรมอยู่ กำหนดด้วยสตินทรีย์
ความตั้งมั่นแห่งจิต คือสมาธินทรีย์
ปัญญาในการทำได้ ในการเห็นแจ้ง ในการพิจารณา ในการขบคิดใคร่ครวญ ในการแทงตลอดธรรม คือปัญญินทรีย์

อินทรีย์ ทั้งห้าประการ ตั้งขึ้นด้วยจิต มีจิตเป็นใหญ่ด้วยประการทั้งปวงครับ

อ้างคำพูด:
ความรู้สึกว่าที่ยกมาพิจารณา เรียบเรียงหรือไล่เรียงเป็นขั้นเป็นตอน เรื่อยๆ โดยอัตโนมัติ แต่มีสติรู้ชัดตรงนี้ *โดยมีจิตเป็นผู้รู้ ผู้ดูหรือคะ หรือมาจากไหน ขั้นตอนยังไง


มีความเพียร สติกำหนดธรรม สมาธิตั้งมั่น ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญ จิตรู้

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2014, 20:10 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะ.....,,,

กำลังได้สมาธิและการตั้งใจ มั่น

ต้องให้แข็งแรง คงต้องค่อยๆทำความเข้าใจ ร่วมก้บปฏิบัติ

ขอบคุณค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ส.ค. 2014, 20:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กล้วยไม้ม่วง เขียน:
ขอบคุณค่ะ.....,,,

กำลังได้สมาธิและการตั้งใจ มั่น

ต้องให้แข็งแรง คงต้องค่อยๆทำความเข้าใจ ร่วมก้บปฏิบัติ

ขอบคุณค่ะ


ความเพียร....สติ ... สมาธิ ....
:b8:

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2014, 17:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2014, 20:13
โพสต์: 710

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cool
แวะมาทักทายค่ะ
ช่วงนี้ ห่างหายการปฏิบัติ
ความเพียรเริ่มลดลงค่ะ :b34: :b34:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2014, 17:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


idea เขียน:
แวะมาทักทายค่ะ
ช่วงนี้ ห่างหายการปฏิบัติ
ความเพียรเริ่มลดลงค่ะ :b34: :b34:


:b32: :b32:

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2014, 20:29 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2014, 20:13
โพสต์: 710

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cry
ตักเตือนหน่อยดิ อ.เช่นนั้น :b23:

แต่จะไม่หายๆๆๆๆๆ
ถึงความเพียรไม่คงที่ แต่จะพยายามรักษาค่ะ(เตือนตัวเอง) :b5: :b5:

ช่วงนี้ธุรกิจรัดตัว เป็นเงินเป็นทอง
ยิ่งลองเล่นเกมส์เศรษฐี ก็เลยติดซะ!!! ว่าจะเอาแค่เป็นประสบการณ์ :b14: :b14:
s007


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ส.ค. 2014, 22:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


idea เขียน:
ตักเตือนหน่อยดิ อ.เช่นนั้น :b23:

แต่จะไม่หายๆๆๆๆๆ
ถึงความเพียรไม่คงที่ แต่จะพยายามรักษาค่ะ(เตือนตัวเอง) :b5: :b5:

ช่วงนี้ธุรกิจรัดตัว เป็นเงินเป็นทอง
ยิ่งลองเล่นเกมส์เศรษฐี ก็เลยติดซะ!!! ว่าจะเอาแค่เป็นประสบการณ์ :b14: :b14:
s007

ดักไว้ต้นทาง แระ คุณ idea :b29:
เช่นนั้น เขียน:
อย่าประมาท ต่อกิเลส ตอนนี้เพียงพึ่งเข้าใจและได้ฝึกฝน เท่านั้น

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ส.ค. 2014, 06:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2014, 20:13
โพสต์: 710

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b9: :b9:
:b12:
วันนี้ทำสมาธิ
ยังคงปกติได้ เกือบจะเหมือนเดิม
ห่างไปหน่อย
แต่ตอนเริ่มต้น มีฟุ้ง ต้องใช้เวลารวมจิต สักพัก แต่ก็ไม่ยากนักค่ะ
tongue

:b29: :b29: แต่ไม่ก้าวหน้า :b12: ค่อยศึกษาไป :b3:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ส.ค. 2014, 09:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ค. 2008, 21:56
โพสต์: 3920

ชื่อเล่น: เช่นนั้น
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


idea เขียน:
:b9: :b9:
:b12:
วันนี้ทำสมาธิ
ยังคงปกติได้ เกือบจะเหมือนเดิม
ห่างไปหน่อย
แต่ตอนเริ่มต้น มีฟุ้ง ต้องใช้เวลารวมจิต สักพัก แต่ก็ไม่ยากนักค่ะ
tongue

:b29: :b29: แต่ไม่ก้าวหน้า :b12: ค่อยศึกษาไป :b3:

หากยังไม่มีเวลาพิจารณาเต็มที่
อย่างน้อย ก็ให้มีใจสงบได้ไว มีกำลัง ทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน.... : ))
:b39: :b43: :b1:

.....................................................
ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ไม่อาจเอื้อนเอ่ย
บัญญัติ เป็นเพียงสิ่งต่ำต้อยแบกรับความยิ่งใหญ่


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2016, 01:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ม.ค. 2016, 11:37
โพสต์: 18

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอแจมด้วยคนนะครับ

ไม่ทราบว่าคุณ เช่นนั้น จะมีเป้าหมายให้คุณ Idea จะเจริญไปทางไหน
จะเอาสมาธินำหรือจะเอาวิปัสสนานำทาง ถ้าเอาทั้ง2อย่าง อาจจะทำให้เขาเสียประโยชน์ในโอกาส
ที่จะได้ฌานไป เพราะในช่วงชีวิตเขาอาจจะไกล้จุดๆนี้เพียงหนเดียว

แต่ผมอ่านที่ผ่านมาคุณ Idea จะมีอุปนิสัยไปทางสมาธิ ควรจะมุ่งให้ได้ฌานจนแคล่วคล่องเสียก่อน
ฝึกให้ได้ฌาน จนจิตมั่นคงเข้า-ออก ฌานได้จนชำนาญเสียก่อน แล้วจึงเอาฌานเป็นบาทไปเจริญวิปัสสนา
จะได้ผลที่แน่นอนกว่า เพราะจิตขั้นฌาน ไม่ใช่จะได้ง่ายๆควรมุ่งเอาให้ได้ก่อน
เพราะคุณIdeaนั้นพร้อมแล้วที่จะฝึกให้ได้ฌานขั้นสูงขึ้นไปแล้ว

ส่วนการเจริญวิปัสสนาหลังจากได้ฌานแคล่วคล่องแล้ว ผมคิดว่าเป็นเรื่องง่ายกว่าครับ
การที่มีฌานแล้วเหมือนมีรถยนต์ติดเครื่องพร้อมออกเดินทางได้แล้ว เพียงแค่อ่านแผนที่ก็จะไปได้เอง

จากประสบการณ์ความเห็นส่วนตัวของผม อยากให้เจริญฌานให้มั่นคงเสียก่อน วิปัสสนาแต่เพียงเจริญกุศลจิตเพื่อกำจัดนิวรณ์ แหวกทางให้สมาธิขั้นฌานเกิดมั่นคงก่อน แล้วฌานจะทำหน้าที่ของเขาเอง
ในการเจริญวิปัสสนา

ผิดถูกอะไรขออภัยไว้ด้วยครับ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 284 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 15, 16, 17, 18, 19

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร