วันเวลาปัจจุบัน 20 มิ.ย. 2019, 09:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 16:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


จาก...หนังสือ ฐานิยปูชา

รูปภาพ

กรุณาจับเก้าอี้ไว้ดีๆ ครับ
ใครไม่รู้เห็นว่าศึกษาธรรมะจนบ้าไปแล้ว เอิ๊กๆ อ๊ากๆ อยู่คนเดียว
คงคิดกันไม่ถึงว่า มุขครูบาฯ เข้าขั้นเทพ
คนโพสต์โพสต์ไปก็เจ็บกระบังลมไป ขอเตือนไว้ก่อน เอาละครับ


----------------

เจิมรถ

งานหนึ่งซึ่งมีผู้มาขอความกรุณาให้หลวงพ่อทำให้อยู่เนืองๆ คือ การเจิมรถ
มีทั้งรถเก่านำมาเจิมใหม่ รถออกจากอู่ใหม่ๆ รถส่วนตัว รถโดยสาร
หลวงพ่อท่านก็เมตตาทำให้ทุกครั้ง

แต่ท่านมักจะพูดเสมอว่า
"มาให้หลวงพ่อเจิมให้น่ะ คนเจิมก็รถคว่ำมาหลายครั้งแล้ว"
หวัง "เจิมรถน่ะมันไม่ถูกหรอก ต้องเจิมคนจึงจะถูก" (ฮาาาา)

----------------

เหล็กไหล

มีโยมผู้หญิงคนหนึ่งเป็นลูกศิษย์อาจารย์องค์หนึ่งอยู่แถวชลบุรี
มานั่งเฝ้านอนเฝ้าหลวงพ่ออยู่หลายวัน
หลวงพ่อก็ไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร

จนวันหนึ่งเขาบอกว่าที่เขามาเฝ้าอยู่นี่
เพราะมีคนบอกว่าหลวงพ่อมีเหล็กไหลอยากจะมาขอ
หลวงพ่อจึงบอกว่าท่านไม่มีหรอก
"แต่มีอยู่แห่งหนึ่ง ทราบว่ามีเหล็กไหลมากมาย
ถ้าคุณอยากได้จะบอกที่ให้ อยากรู้ไหมล่ะ"


เมื่อโยมต้องการจะรู้แหล่ง ท่านจึงบอกว่า..
"ไปที่หัวรถไฟแน่ะ
ทุกวันจะมีเหล็กไหลจากโคราชไปกรุงเทพฯ วันละหลายๆ เที่ยว"

ไม่ทราบว่าพอโยมได้คำตอบอย่างนี้แล้วมีปฏิกิริยาอย่างไร

อีกครั้งหนึ่ง มีโยมมาจากศรีสะเกษ
มาเสนอขายเหล็กไหลให้หลวงพ่อในราคา ๖๐,๐๐๐ บาท
โดยบรรยายสรรพคุณว่ามีแล้วจะทำให้ร่ำรวย หลวงพ่อตอบข้อเสนอว่า
"ก่อนคุณจะมา ทำไมไม่สืบประวัติฉันก่อนว่า
ฉันเป็นพระนักค้าหรือเปล่า คุณไปรวยคนเดียวซะ
ถ้าฉันอยากจะรวย ฉันไม่มาห่มผ้าเหลืองอยู่อย่างนี้หรอก"


----------------

ถ้าศาสนาพุทธเสื่อมจากประเทศไทย

มีข่าวคราวเกี่ยวกับความวุ่นวายในคณะสงฆ์ไทยหลายกรณี
อีกทั้งยังมีแผนทำลายพุทธศาสนาจากศาสนาอื่นๆ
จนทำให้ลูกศิษย์หลายคนเป็นห่วงกลัวว่า
พุทธศาสนาจะเสื่อมจากประเทศไทย


หลวงพ่อบอกว่า
"ถ้าพุทธศาสนาเสื่อมจากประเทศไทยจะไปเจริญที่รัสเซีย
ตอนนี้รัสเซียเขาก็เริ่มค้นคว้าทางจิตกันมาก
แม้ว่าจะมีจุดประสงค์ไว้ใช้ประโยชน์ในทางโลก
แต่การทำสมาธิพอถึงจุดหนึ่งจะถึงจุดสันติเหมือนกัน
เขาจะมีความศรัทธาในพุทธศาสนา

และเนื่องจากรัสเซียเป็นประเทศมหาอำนาจ
เขาจะสามารถเผยแพร่พุทธศาสนาได้กว้างไกลมาก
คอยดูกัน ถ้าใครอยู่ได้ถึง ๒๐๐ ปีข้างหน้า
ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ศพหลวงพ่ออยู่ที่ไหนเยี่ยวรดได้เลย"


----------------

อริยเจ้า

ที่กุฏิวัดป่าสาลวัน มีผู้นำจดหมายฉบับหนึ่งมาถวายหลวงพ่อ
ท่านหยิบเปิดดู เป็นซองถวายในปวารณาจ่าหน้าซองว่า
"ขอถวายแด่พระอริยเจ้า"

จึงพูดขึ้นมาว่า.."เราไม่ใช่พระอริยเจ้าก็บริโภคของเขาไม่ได้ซิ"

----------------

ไม่ใช่ความผิดของขโมย มันเป็นความผิดของเรา

เด็กสาวคนหนึ่งของมีค่าเค้าถูกขโมยไป จึงมาปรับทุกข์กับหลวงพ่อ
ขอให้หลวงพ่อเมตตาช่วยเหลือ

หลวงพ่อจึงเล่าเรื่องให้เป็นอุทาหรณ์ว่า
พระองค์หนึ่งมาปรึกษาหลวงพ่อเรื่องไปแจ้งความ
นาฬิกาโอเมก้าราคาแพงถูกขโมยไป..หลวงพ่อจึงแกล้งนั่งหลับตา..

พอลืมตามาก็บอกท่านว่า..

"หลวงพ่อรู้แล้วว่ามันไม่ใช่ความผิดของขโมยหรอก
มันเป็นความผิดของเราเอง ที่อยากมีของแพงไว้ช่วยให้ขโมยมันอยากได้"


พระองค์นั้นฟังแล้วได้คิดก็เลยล้มเลิกความตั้งใจว่าจะไปแจ้งความ

ส่วนอีกเรื่ององค์หนึ่งมาโวยวายว่าถูกขโมยวิทยุทรานซิสเตอร์
หลวงพ่อเลยบอกว่า ดีแล้ว มันช่วยลดการสร้างบาปของท่าน
เพราะเมื่อท่านมีวิทยุอยู่เปิดฟังไป เพลินเข้ามันก็เผลอไปฟังเพลง

----------------

อยู่ยงคงกระพัน

ปกติเวลาหลวงพ่อว่างๆ หรือนั่งคุยกับญาติโยมในกุฏิ
บางทีท่านก็นำด้ายมาถักเป็นสายสิญจน์

ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งจึงพูดเล่นว่า "น่าจะเอาสายสิญจน์หลวงพ่อไปขายหาทุน"
อีกคนเสริมว่า "สายสิญจน์หลวงพ่อนี่ดีนะ ผูกไว้ในรถก็ได้"

หลวงพ่อแทรกขึ้นมาว่า "ไปคุยว่าดีอะไรก็ดีได้
แต่อย่าไปคุยว่าอยู่ยงคงกระพันล่ะ

เดี๋ยวหลวงพ่อจะถูกลองของ"

จากนั้น ท่านจึงเล่าเรื่องเสริมว่า..
.."วันหนึ่งมีคนมาหาหลวงพ่อ เขาบอกว่าลูกศิษย์หลวงพ่อที่เป็นพระชื่ออินทร์มีไหม
หลวงพ่อถามว่า "ถามทำไมหรือ "
(คนที่มาหา)..."ท่านไปทำเครื่องรางของขลังขาย"
(หลวงพ่อ)..."แล้วมีอะไรอีก "
(คนที่มาหา)..."ท่านคุยว่าอยู่ยงคงกะพัน "
(หลวงพ่อ)... "มีอะไรอีกไหม"
(คนที่มาหา)..."ย่อหย่อนในพระวินัย"

(หลวงพ่อ)..."เอาอย่างนี้ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อหรือไม่
ให้ลองเอาปืนมาส่องสมอง ถ้าใครสมองกระจาย นั่นแหละลูกศิษย์หลวงพ่อ
เพราะหลวงพ่อไม่เคยสอนเรื่องอยู่ยงคงกะพัน
ใครสมองไม่กระจายไม่ใช่ลูกศิษย์หลวงพ่อ…"

----------------

จิตที่เผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงเฉพาะหน้า

ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ๒๕๓๔ เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่
คือ เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ของสายการบิน Lauda Air ของประเทศออสเตรีย
ตกที่ อ.ด่านช้าง จ.กาญจนบุรี ผู้โดยสารและพนักงานเสียชีวิตหมดทั้งลำ ๒๓๓ ศพ

ผู้มีชื่อเสียงในสังคมชั้นสูงของเมืองไทยก็เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้หลายท่าน
เช่น รองราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือ ฯลฯ

เหตุการณ์ครั้งนั้นก็สร้างความสะเทือนใจและความหวาดหวั่นในมรณภัยที่มาอย่างกระทันหัน
สำหรับหลายคน ศิษย์ผู้หนึ่งก็เกิดความกลัวภัยเช่นนี้มาก จึงมาเรียนถามจากหลวงพ่อว่า

"หลวงพ่อครับ ถ้าเรานั่งอยู่ในเครื่องบิน แล้วรู้ว่าเครื่องบินกำลังจะตก
จะภาวนาให้จิตสงบได้อย่างไร
เพราะปกติที่ฝึกอยู่ จิตก็ไม่เคยสงบได้อย่างรวดเร็วสักครั้ง
ต้องใช้เวลาและช่วงเครื่องบินจะตกนี่เรามีเวลาไม่มาก"

หลวงพ่อตอบว่า
"จิตที่ฝึกภาวนาอยู่เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าเกิดขึ้น มันจะรวมอย่างรวดเร็ว"
หลวงพ่อยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดกับท่านเองว่า

"เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๒๑ ขณะที่เดินทางโดยรถยนต์
จาก จ.อุบลราชธานี กลับมาโคราช
พอถึงโค้งด่านเกวียนเกิดพลิกคว่ำไปหลายตลบ

ขณะรถพลิกไปนั้น จิตได้รวมอย่างรวดเร็วและเกิดเป็นความสว่างลอยเด่นอยู่
แลเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง

พอเราพลิกไปตลบสุดท้ายก็กลับมาตั้งอยู่ในสภาพปกติ
แต่หลังคาโป่งแหลมขึ้นไปเป็นจั่วเลย

ก็ถามตัวเองว่าพวกนี้เขาตายกันหมดหรือเปล่า
แล้วเราล่ะยังอยู่หรือตายไปแล้ว


พอดีมีผู้เดินทางไปด้วยคนหนึ่งก็รู้สึกตัวขึ้นมา
ก็ร้องบอกว่า หลวงพ่อหัวแตก เลือดไหลเต็มไปหมด

หลวงพ่อจึงเอามือลูบคลำศีรษะดู มือแดงฉานไปหมด
นึกเอะใจลองดมดู จึงได้หัวเราะกันลั่นเพราะคิดว่าเลือด นั้นที่แท้คือน้ำหมาก
เพราะในรถที่นั่งไปมีกระโถนหมากวางขนาบหลวงพ่อข้างหน้าใบหนึ่ง
ข้างหลังใบหนึ่ง พอรถพลิกคว่ำน้ำหมากก็หกรดศีรษะพอดี"


----------------

พูดตรงๆ ก็ได้

หลวงพ่อพุธเผชิญ ๑๘ มงกุฎ

หลวงพ่อเล่าเรื่องเกี่ยวกับเครื่องราชอิศริยาภรณ์ที่จะได้รับจากการบริจาคเงินทำบุญ
มีรายหนึ่ง มาติดต่อเรื่องเครื่องราช มีญาติมีโยมที่ทำบุญที่จะขอเครื่องราช
"ผมรับจะเป็นการติดต่อให้ก็ได้ แต่ว่าผมขอรายละ ๔ หมื่น"

เรา(หลวงพ่อ)ก็ย้อนถามว่าในเมื่อได้แล้วไปรับที่ไหน..
"ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผมเอามาถวายท่านเอง แล้วท่านก็แจกให้ญาติให้โยมที่ทำบุญ"

เรา(หลวงพ่อ)ก็บอกว่า "เครื่องราชนี่มันก็เหมือนกับพัดยศของพระ
มันต้องไปรับจากพระหัตถ์ของในหลวงหรือตัวแทนในหลวง
แล้วจะให้ราษฎรอย่างคุณนี่เอามาแจก มันไม่สมศักดิ์ศรี
ไม่มีใครเขาทำกันหรอก เชิญคุณไปซะ
ถ้าขืนชักช้าเดี๋ยวฉันจะเรียกตำรวจมาคุยกับคุณ มันก็เลยรีบไปเลย"

อีกเรื่องหนึ่ง.."ตอนที่ขอสมณศักดิ์นี่ เจ้านี่วิ่งไปเที่ยวหาติดต่อที่นี่ไปๆ มาๆ
มาหาเรา ๒ หน ๓ หน มันก็ไม่ได้เรื่อง ลงหนสุดท้ายมันก็บอกว่า

(นักต้ม) "โอ๊ย ผมไม่มีตังค์ใช้ขอหลวงพ่อหน่อย"

(หลวงพ่อ) "เออ ! ถ้าพูดกันตรงๆ อย่างนี้ก็ได้
ฉันนี่เดินท่องมาจนทั่วประเทศไทยแล้วจะมาเสียท่าคนขนาดคุณนี่
ไอ้ขีดข้าราชการขั้นเอกที่อยู่บนบ่าคุณนี่ มันจะทำให้คุณเข้าตะรางนะ เอาออกซะ
ถ้าคุณขืนพูดอย่างนี้อีกทีหลังฉันจะเรียกตำรวจมาคุยกับคุณ
ว่าคุณเป็นขั้นราชการขั้นเอกจริงหรือเปล่า"

"มันรู้หมดนะคนในกรมการศาสนานี่มันระบุชื่อปั๊บๆ
คนไหนมีตำแหน่งหน้าที่อะไรมันรู้หมด พวกนี้มันเรียนมาเพื่อต้ม"

"รายหนึ่งมาขอยืมเงิน มาอ้างว่าเป็นญาติอย่างโน้นอย่างนี้
โอ๊ย เจ้าไปสืบมาจากไหนน้อ ญาติข้าไม่มีหรอกคนแบบนี้
คนไปเที่ยวหาต้มหาแกงพระนี่ ญาติฉันไม่เคยมี

เอากันอย่างนี้ดีกว่า ถ้าอยากได้ตังค์ไปใช้ก็ขอกันดีๆ เราไม่เคยเสียท่าให้ใคร

ถ้ามีใครเขาจะมายืมตังค์ เราบอกว่า "ให้ลดทิฐิมานะลงซะ
แล้วใช้คำว่า ขอ แล้วคุณจะได้ทันที

คำว่ายืมนี่ พระสงฆ์ทำนิติกรรมทางกฎหมายไม่ขึ้น คุณจะมาเซ็นสัญญาให้ฉัน
ฉันก็ไม่มีสิทธิฟ้องร้องคุณ เพราะฉะนั้นใช้คำว่าขอเอาดีกว่า"

----------------

ไม่บังอาจดอก..ถ้า..

ไปงานหลวงปู่บุดดา เขาเอาพานมาวางไว้หน้าพระแต่ละองค์
มีคนมาถวายปัจจัยกันมากมาย
เรานั่งไม่ถึงชั่วโมงได้ซองปัจจัยตั้งใหญ่ขนาด ๔-๕ ถุง
พอชักรู้สึกเมื่อยเลยลุกขึ้นมาถามหาว่าลูกศิษย์วัดอยู่ไหน
บอกให้เขาเอาเงินทั้งหมดไปมอบไว้ให้

เขาถามว่า "ท่านไม่เอาไว้ใช้หรือ"
หลวงพ่อ "ฝากไว้ให้หลวงปู่สร้างวัด"
เขาถามว่า "พระไม่เอาเงินแล้วเอาอะไรใช้ นั่งรถเก๋งมา เอาค่าน้ำมันที่ไหน"

หลวงพ่อ "ถ้าไม่มีเงินค่าน้ำมันก็ไม่บังอาจนั่งรถเก๋งหรอก
หลวงพ่อน่ะไม่มีวันอดหรอก ขอแค่ให้มีคนให้เท่านั้นแหละ"

----------------

ทำไมหลวงพ่อจึงฉันหมาก

เมื่อมีกิจนิมนต์ที่ กทม. หลวงพ่อมักจะไปพักที่วัดสระปทุม (วัดปทุมวนาราม)
คณะศรัทธาที่ กทม. มักจะกราบขอฟังธรรมอยู่เสมอ
บางรายก็มาขออย่างอื่นเช่น สายสิญจน์ ชานหมาก

วันหนึ่งมีชายคนหนึ่งมากราบขอ ชานหมาก ไว้บูชา
เมื่อได้รับแล้วก็ถามหลวงพ่อว่า
"หลวงพ่อครับ ทำไมหลวงพ่อถึงฉันหมาก"

หลวงพ่อก็ตอบด้วยปฏิภาณทันทีว่า
"ก็เพราะคุณมาคอยขอหมากจากฉันน่ะซี"

----------------

ค่าปรับ

วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๔
หลวงพ่อเดินทางจากที่พักวัดสระปทุม (วัดปทุมวนาราม)
เพื่อไปแสดงธรรมให้ข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการฟัง

ขณะเลี้ยวรถทางแยกเชิงสะพานยศเส เลียบคลองผดุงกรุงเกษม
น้องที่ขับรถให้หลวงพ่อสังเกตว่า ตำรวจกำลังเรียกจับแท็กซี่คันหนึ่ง
เกิดความสงสารแท็กซี่จึงพูดขึ้นว่า "มันไม่ยุติธรรมเลยนะ จับแต่แท็กซี่
ทีรถเบนซ์ รถวอลโว ทำไมตำรวจไม่ไปจับบ้าง"

หลวงพ่อจึงเปรยว่า
"เราก็ไม่ได้รับความยุติธรรมเหมือนกัน คนอื่นเขาถูกจับแล้วปรับ
ของเราก็ถูกจับเหมือนกัน ตำรวจไม่ปรับแต่ขอเหรียญแทนค่าปรับ"

----------------

:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=40915

:b44: ประวัติและปฏิปทา “หลวงพ่อพุธ ฐานิโย”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=50583

.....................................................
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย
เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
....................................

"หากเป็นคนฉลาดก็มีแต่จะทำให้คนอื่นรักตนเท่านั้น-วาทะคุณกุหลาบสีชา"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 เม.ย. 2009, 15:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 พ.ย. 2008, 08:23
โพสต์: 1


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b16: :b17: ขอบพระคุณมากๆ ค่ะสำหรับข้อความทั้งหมด ทำให้อยากภาวนาและอมยิ้มและระลึกถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เช่น หลวงปู่เจี๊ยะ หลวงตามหาบัว พระอาจารย์วัดป่าทุกองค์ ที่กริยา ที่คำพูดขององค์ท่านทำให้เราสุข สงบอย่างที่สุด อนุโมทนาสาธุค่ะ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร