วันเวลาปัจจุบัน 17 มิ.ย. 2019, 06:20  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

โรงเรียนแห่งชีวิต
ซ.สุขุมวิท 67 (ประมาณ 200 เมตรจากปากซอย)
อยู่ใกล้กับโครงการบ้านแสนสิริ
แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 02-634-7461-3, 02-391-2409


อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้ก่อตั้ง

โรงเรียนแห่งชีวิต มีวัตถุประสงค์เพื่อสอนให้เยาวชนมีแนวทางในการดำเนินชีวิต มองโลกอย่างถูกต้อง เข้าใจปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับวัย การพัฒนาวิธีคิด เพื่อให้เป็นภูมิคุ้มกันทางปัญญา มีให้เลือกทางเดินชีวิตที่ผิดพลาดแม้ยามต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เสมือนทางแยกชีวิต ก็จะสามารถประคองตนเองให้ผ่านอุปสรรค์ไปได้ด้วยการยึดมั่นในหลักธรรม เพื่อนำตนเองไปสู่ความรุ่งเรื่องแล้วผาสุข

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เคยเป็นนักธุรกิจและนักออกแบบเครื่องประดับเพชรที่มีชื่อเสียง แต่ทิ้งเส้นทางเดินที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ด้วยความอิ่มตัวและเบื่อหน่ายกับความไม่สงบในโลกธุรกิจ มาสู่เส้นทางแห่งธรรม ด้วยการอุทิศตนเป็นครูสอนธรรมะ ด้วยเห็นความสุขสงบอย่างแท้จริงในโลกของธรรม “การให้ธรรมะเป็นธรรมทาน” คือ สิ่งที่อาจารย์อัจฉราวดีปรารถนา ประสบการณ์จากชีวิตและการปฏิบัติวิปัสสนามามากกว่า 4,000 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 10 ปีกว่า (ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544) ทำให้อาจารย์อัจฉราวดีสอนธรรมในแบบที่ไม่มีใครสอน เพราะสอนจากประสบการณ์ที่กลั่นมาจากชีวิตจริง ไม่ใช่หลักการจากตัวหนังสือ ทำให้เข้าถึงหัวใจของนักเรียนมากกว่า 4,000 คนนับแต่เปิดสอนมา 5 ปี ทำให้พวกเขาได้พบกับความสุข และคุณค่าในตัวเอง ทั้งได้ตระหนักว่าในวันข้างหน้าเขาจะวางเป้าหมายชีวิตตัวเองอย่างไร

รูปภาพ
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล (ภาพในครั้งอดีต)


:b44: รายละเอียดของโรงเรียนแห่งชีวิต :b44:
ศิษย์ใหม่ ใน 1 คอร์ส เรียน 3 ครั้งๆ ละ 3 ชั่วโมง
แบ่งเป็น 2 ช่วงวัย คือ อายุ 8-13 ปี และ 14-20 ปี
เข้าเรียนฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ


คอร์สปกติ
เรียนครบ 3 ครั้ง ยกเว้นบางกรณี
รับอายุ 8-13 ปี และ 14-20 ปี


สัปดาห์แรก เน้นความเข้าใจในสัจธรรมชีวิต ความสำคัญของการใช้ชีวิตในโลกแห่งการปรุงแต่ง ศีล 5 ในระดับที่ลึกซึ้ง สอนวิธีคิด หลักการควบคุมจิตใจ ช่วยลดพฤติกรรมก้าวร้าว การกตัญญูต่อบิดามารดา ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ผู้มีพระคุณ และสอนนั่งสมาธิแบบอานาปานสติ

สัปดาห์ที่สอง เน้นหลักชีวิตศาสตร์ การรู้จักตัวเอง การวางเป้าหมายชีวิต การตอบสนองต่อ กระแสยั่วยุทางสังคม การคบเพื่อนฝึก จิตใจให้เป็นคนเข้มแข็งอดทนต่ออุปสรรค ฝีกการคิดบวก เห็นคุณค่าของการมีชีวิต อยู่เพื่อแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตาย การนั่งสมาธิแบบอานาปานสติ

สัปดาห์ที่สาม หลักกรรมการแก้ไขวิบากกรรม การทำบุญให้ถูกวิธี หลักการสร้างบุญบารมี การตั้งจิตอธิษฐาน การแผ่เมตตา การขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร เสริมสร้างทุนชีวิตให้มีพลังกุศลเป็นแรงส่งให้ชีวิตรุ่งเรือง

คอร์สพิเศษ 1 วัน
รับอายุ 10-18 ปี เรียน 9.00-15.30 น.


คอร์ส 1 วัน เนื้อหาการสอนเหมือนคอร์สปกติ แต่กิจกรรมสำคัญ เช่น การปลูกต้นไม้ การฝึกจิตผ่านการเขียนกำแพง และการขออโหสิกรรมจะไม่มีอยู่ในนี้ เรียนร่วมกัน 10-18 ปี

ธรรมะแคมป์ จ.สระบุรี
4 วัน 3 คืน รับอายุ 11-15 ปี
เริ่ม 11.00 น. เสร็จสิ้นเวลา 11.00 น.


ธรรมะแคมป์ จ.สระบุรี สอนหลักธรรมแบบเดียวกับคอร์สปรกติ เน้นฝึกการมีสติ สมาธิ ฝึกวิธีคิด ความอดทนอดกลั้น การเห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น และการได้อยู่กับธรรมชาติ เด็กที่สมัครธรรมะแคมป์ต้องดูแลตัวเองได้ ผู้ปกครองต้องมารับเด็กด้วยตนเอง โรงเรียนไม่ประสงค์ให้คิดว่า การส่งเด็กมาอยู่ที่ธรรมะแคมป์ เป็นกิจกรรมขั้นเวลายามว่างของเด็ก การมาบำเพ็ญธรรมถือเป็นบทเรียนชีวิตที่มีคุณค่าของเด็ก ที่ผู้ปกครองพึ่งให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

ธรรมะสำหรับผู้ใหญ่
รับอายุ 17 ปีขึ้นไป 9.00-12.00 น.


ธรรมะสำหรับผู้ใหญ่ อบรมหลักธรรมสำคัญที่เป็นแรงส่ง ให้ชีวิตประสบความสำเร็จรุ่งเรืองอย่างถาวร หลักกรรม การแก้ไขวิบากกรรม หลักการนั่งสมาธิแบบอานาปานสติ รับอายุ 17 ปีขึ้นไป

ธรรมะวันอาทิตย์สิ้นเดือน

ธรรมะวันอาทิตย์สิ้นเดือน เป็นการมาเพื่อฟังธรรม นั่งสมาธิ และสวดมนต์ เป็นการปฏิบัติธรรมตามอัธยาศัยเพื่อให้จิตผ่องใส และสร้างกุศลให้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง สำหรับศิษย์เก่าทุกรุ่นทุกวัยมาได้ทั้งครอบครัวตามอัธยาศัย ทุกวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ยกเว้นเดือนมกราคม, มีนาคม, กรกฏาคม และสิงหาคม

ศิษย์เก่า สำหรับผู้ที่เคยรับการอบรมแล้ว ขอเชิญศิษย์เก่าทุกรุ่นมาพักจิตใจ ด้วยการทำจิตใจให้สงบ ฟังธรรม นั่งสมาธิ แผ่เมตตา และศึกษาหลักธรรมที่สูงขึ้น เพื่อสร้างกุศลอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น. โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ครบทั้ง 3 ชั่วโมง

การเดินทาง : รถประจำทางสายที่ผ่าน : 38, 2, 25, ปอ. 511

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่โรงเรียนแห่งชีวิต
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1399

โรงเรียนแห่งชีวิต...บ่มเพาะต้นกล้าแห่งสติให้กับเยาวชน
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=35923

“อัจฉราวดี วงศ์สกล”
อำลาแล้ว St.Topez ชีวิตนี้พบเพชรแท้ในทางธรรม

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=19&t=35924

เว็บไซต์โรงเรียนแห่งชีวิต
http://www.schooloflifethailand.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

“โครงการตวันธรรม”
ณ ห้องสุรวงศ์วิวัฒน์ ชั้น 10 อาคารศรีสุริยวงศ์
โรงแรมตวันนา เลขที่ 80 ถ.สุรวงศ์
แขวงสุริวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทรศัพท์ 02-236-0361, โทรสาร 02-236-3738


คุณกลินท์ สุรวงศ์ บุนนาค ผู้ก่อตั้งโครงการตวันธรรม

“โครงการตวันธรรม” โดยความร่วมมือระหว่างโรงแรมตวันนา, องค์การเผยแผ่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และสำนักงานเขตบางรัก ขอเชิญพุทธศาสนิกชนผู้สนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายธรรม และเจริญสมาธิภาวนา จากพระวิทยากร ตลอดทั้งปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ กิจกรรมของ “โครงการตวันธรรม” ที่โรงแรมตวันนา มีรูปแบบเช่นเดียวกับ “โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่น” ของซีพี.

จัดขึ้นในทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลาระหว่าง 17.30-20.30 น. ณ ห้องสุรวงศ์วิวัฒน์ ชั้น 10 อาคารศรีสุริยวงศ์ โรงแรมตวันนา แขวงสุริวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ

โดยจะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลาหกโมงเย็น พร้อมจัดเตรียมอาหารว่างไว้ให้ญาติธรรมทั้งหลายรับประทานรองท้องก่อนที่จะทำกิจกรรมต่อไปโดยจะดำเนินไปจนถึงเวลาสองทุ่ม เมื่อถึงเวลาอันควรก็มีการสวดทำวัตรเย็นร่วมกัน พร้อมฟังบรรยายธรรมจากพระวิทยากรซึ่งทางองค์กรเผยแผ่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารได้ช่วยจัดหา และแนะนำพระวิทยากรมาเทศนาในทุกครั้ง จบกิจกรรมด้วยการแผ่เมตตา และเจริญสมาธิร่วมกัน โดยก่อนแยกย้ายกลับบ้านยังเตรียมอาหารไว้ให้รับประทานร่วมกันด้วย เพื่อที่ญาติธรรมทั้งหลายจะได้อิ่มใจ อิ่มท้องในคราวเดียวกัน

“โครงการตวันธรรม” เน้นกลุ่มเป้าหมายให้ผู้ที่ตั้งใจมาฟังการบรรยายธรรมหลังเลิกงาน ซึ่งปัจจุบันนี้มีสมาชิกเข้าร่วมฟังธรรมครั้งละมากกว่า 200 คน นอกจากนี้โครงการตวันธรรมยังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อเป็นการทำบุญร่วมกัน โดยทุกๆ 3 เดือนจะออกไปทำบุญนอกสถานที่ซึ่งเน้นเป็นการทำทานกับผู้ด้อยโอกาสในสังคมในหลากหลายมูลนิธิ

รูปภาพ

ตวันธรรม...โอเอซิสธรรมะกลางกรุง

ในภาวะตึงเครียดในสังคมคนเมืองกรุง...อันเต็มไปด้วยสถานที่บำรุงบำเรอความสำราญทางอารมณ์ในแบบโลกียสุข ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่หลงลืมความสุขซึ่งเกิดขึ้นได้อย่างเรียบง่ายภายในจิตใจของเราเอง

ทว่าเกือบ 1 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ยังมีความสงบแทรกตัวอยู่อย่างกลมกลืน เปรียบเสมือนเป็นโอเอซิสเล็กๆ ที่ให้ผู้คนได้ผ่อนคลายจิตใจ ก่อนมุ่งหน้าเดินทางไปในเส้นทางชีวิตอันยาวไกล


รูปภาพ
[กลินท์ สุรวงศ์ บุนนาค]


กลินท์ สุรวงศ์ บุนนาค กรรมการบริษัท ตวันนา โฮเต็ล จำกัด เริ่มต้นเล่าที่มาที่ไปของ “โครงการตวันธรรม” ซึ่งเกิดจากการนำชื่อโรงแรม “ตวันนา” รวมกับ “ธรรมะ” ซึ่งมีความหมายว่า “ธรรมะที่ส่องสว่างดังดวงตะวัน” ผู้บริหารใฝ่ธรรมะเล่าว่า หลังจากที่มีโอกาสได้บวชเรียนที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร (ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษของต้นตระกูลบุนนาค) โดยมุ่งหวังทดแทนพระคุณของคุณย่า(ศาสตราจารย์กิตติคุณ พ.ญ.คุณตวัน สุรวงศ์ บุนนาค) ผู้ล่วงลับ

ถึงแม้จะมีโอกาสครองผ้าเหลืองในระยะเวลาไม่นานนัก แต่ก็ได้ตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตนเองอย่างเด่นชัดที่สุด จากอุปนิสัยบางอย่าง เดิมที่เคยเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็วจนบางครั้งไม่ทันพิจารณา หรือไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ กลับกลายเป็นคนที่มีสมาธิ เยือกเย็น สุขุม และรอบคอบมากขึ้นในการตัดสินใจทำสิ่งใดๆ ก็ตาม

เช่นนั้นเมื่อได้พบข้อดีจากการได้ปฏิบัติธรรมะแล้ว จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ให้กับคนรอบข้าง จึงได้เกิดแนวความคิดให้มีโครงการตวันธรรม โดยจะจัดขึ้นในทุกวันจันทร์ที่ 1 และ 3 ของเดือน ณ อาคารศรีสุริยวงศ์ โรงแรมตวันนา ซึ่งเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลาหกโมงเย็น พร้อมจัดเตรียมอาหารว่างไว้ให้ญาติธรรมทั้งหลายรับประทานรองท้องก่อนที่จะทำกิจกรรมต่อไปโดยจะดำเนินไปจนถึงเวลาสองทุ่ม

รูปภาพ

เมื่อถึงเวลาอันควรก็มีการสวดทำวัตรเย็นร่วมกัน พร้อมฟังบรรยายธรรมจากพระวิทยากรซึ่งทางองค์กรเผยแผ่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหารได้ช่วยจัดหา และแนะนำพระวิทยากรมาเทศนาในทุกครั้ง จบกิจกรรมด้วยการแผ่เมตตา และเจริญสมาธิร่วมกัน โดยก่อนแยกย้ายกลับบ้านยังเตรียมอาหารไว้ให้รับประทานร่วมกันด้วย เพื่อที่ญาติธรรมทั้งหลายจะได้อิ่มใจ อิ่มท้องในคราวเดียวกัน

“เหมือนกับว่าได้นำสถานที่ปฏิบัติธรรมมาไว้ใจกลางเมือง เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับคนเมืองที่มีความสนใจแต่อาจไม่มีเวลามากนัก ที่สำคัญยังได้ฟังธรรมะจากพระอาจารย์หลากหลายท่านที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนมาจากหลายวัด ส่วนสถานที่ก็ความสะดวกสบาย ซึ่งน่าจะเป็นอีกทางเลือกของคนที่สนใจธรรมะในเมืองกรุง

อย่างน้อยยังถือเป็นการทำให้หลายคนได้มีโอกาสศึกษาธรรมะ และได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางด้านธรรมะอย่างสะดวกกาย สบายใจ นอกจากนี้ยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อีกด้วย เพียงแค่มีความตั้งใจที่อยากมา และกลับบ้านไปด้วยจิตใจที่เบิกบาน” เจ้าของโรงแรมตวันนากล่าวถึงรายละเอียด

นอกจากนี้โครงการตวันธรรมยังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เพื่อเป็นการทำบุญร่วมกัน โดยทุกๆ 3 เดือนจะออกไปทำบุญนอกสถานที่ซึ่งเน้นเป็นการทำทานกับผู้ด้อยโอกาสในสังคมในหลากหลายมูลนิธิ เช่น เมื่อกลางเดือนเมษายนได้ไปเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ส่วนเมื่อเดือนพฤษภาคมไปที่สถานสงเคราะห์เด็กพิการทางสมอง และปัญญา (บ้านราชาวดี)


รูปภาพ
[บรรยายกาศผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม]


ถามไถ่ถึงความรู้สึกที่ได้รับจากการจัดโครงการตวันธรรม ในรูปแบบช่วยเหลือคนด้อยโอกาส เขาบอกว่า “รู้สึกถึงความการเอื้ออาทร และทำให้รู้จักการแบ่งปันให้กับคนอื่นที่ด้อยโอกาสในสังคม อยากเห็นสังคมที่เราต้องอยู่ดีขึ้น เอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน และเข้าใจจิตใจกันและกันมากขึ้น ซึ่งตรงตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งสอนให้ทุกคนเป็นคนดี มีเมตตา และรู้จักเป็นผู้ให้”

และเนื่องในวันวิสาขบูชานี้ เขายังฝากข้อคิดถึงการปฏิบัติตัวเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีว่า นอกจากแสดงตนว่านับถือศาสนาพุทธแล้ว พวกเราชาวพุทธยังมีหน้าที่ช่วยกันทำนุบำรุง และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งโอกาสที่จะทำบุญ ทำความดีมีตลอดในหลากหลายรูปแบบ เพียงมีความตั้งใจดี คิดดี ทำดี ส่วนเรื่องการทำบุญจะมากน้อยอย่างไรไม่ใช่ประเด็นสำคัญไปกว่าจิตใจที่ดีงาม

รูปภาพ


- ผู้จัดการออนไลน์ 31 พฤษภาคม 2550 11:23 น.
- หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก 25 ตุลาคม 2549

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

สถาบันศึกษาพระไตรปิฎกธม̣มาภิสมโย
เพื่อการศึกษาและปฏิบัติธัมมะนานาชาติ

โครงการธัมมะศึกษาและปฏิบัติ โดยเบนซ์ทองหล่อ
เลขที่ 540/5 ถ.สุขุมวิท 55 ปากซอยทองหล่อ 18
แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 02-714-8888, โทรสาร 02-714-9131


นางเจษฎ์สุภา โพธิพิมพานนท์ ประธานโครงการฯ

วัตถุประสงค์

1. เพื่อการเผยแผ่ธัมมะจากพระไตรปิฎกแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศในระบบต่างๆ
2. เพื่อการเผยแผ่พระไตรปิฎก โดยจัดให้มีการบรรยายธัมมะในสถานที่ต่างๆ
3. เพื่อการจัดให้มีการปฏิบัติธัมมะ (วิปัสสนากรรมฐาน) ตามหลักพระไตรปิฎก
4. เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์การการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
5. ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

ความหมายของอภิธัมมวิมุตติ

อภิธัมม์

อภิธัมม์ คือ ธัมม์ทั้งหลายที่มีความเจริญ อันเป็นเหตุแห่งความเจริญ
ธัมม์ทั้งหลายที่ควรกำหนดรู้ด้วยปัญญา อันเป็นเหตุแห่งการรู้แจ้งในปรมัตถ-สัจจะ
ธัมม์ทั้งหลายที่ควรบูชาด้วยการกำหนดรู้โดยสภาวะแห่งธัมม์เหล่านั้น
ธัมม์ทั้งหลายที่ทรงกำหนดไว้โดยสภาวะมีผัสสะ เวทนา เป็นต้น
ธัมม์ทั้งหลายอันยิ่งที่ลึกซึ้งโดยนัยต่างๆ แห่งพระธัมมเทศนา

วิมุตติ

วิปัสสนา คือ ปัญญาเห็นแจ้ง ละสักกายทิฏฐิที่ยึดมั่นในตัวตน ด้วยการกำหนดรู้สภาวะแห่งนามรูป รู้ความมีเหตุปัจจัยของนามรูป ข้ามพ้นความสงสัยในอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้ ละความยึดถือว่า เรา ของเรา ด้วยการรู้กลาป คือ กลุ่มของรูปนามด้วยกลาปสัมมสนะ ละความสำคัญหมายในสิ่งที่ไม่ใช่ทางว่าเป็นทาง เห็นความเป็นภัย เป็นโทษ เกิดความเบื่อหน่ายในสังขารธัมม์ทั้งหลาย มีจิตปรารถนาความหลุดพ้นจากความเกี่ยวพันในสังขารธัมม์ ละความยึดมั่นถือมั่นแล้ววางเฉย สลัดสังขารธัมม์ทั้งหลาย ไม่ถือมั่นในสังขารนิมิต แล่นไปสู่สันติบท คือ การประหาณกิเลส เป็นผู้มีความสงบจากกิเลสและสังขาร เป็นเหตุให้พ้นทุกข์ในสังสารวัฏได้

รูปภาพ
นายวสันต์ โพธิพิมพานนท์


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เบนซ์ทองหล่อทุ่มเงินล้าน เปิดอบรมวิปัสสนากรรมฐานฟรี
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=2764

เว็บไซต์โครงการธัมมะศึกษาและปฏิบัติ
http://www.abhidhammavimutti.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระเทพปัญญามุนี (หลวงพ่อทองดี ฐิตายุโก)
................................................................



วัดอาวุธวิกสิตาราม (วัดบางพลัดนอก)
เลขที่ 137 ถ.จรัญสนิทวงศ์ ซอย 72
แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700
โทรศัพท์ 02-424-3176, 086-770-0076,
086-044-7346, โทรสาร 02-879-1432


พระเทพปัญญามุนี (หลวงพ่อทองดี ฐิตายุโก) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

วัดอาวุธวิกสิตาราม (วัดบางพลัดนอก) แห่งนี้ เป็นวัดที่ “คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม” อุบาสิกาผู้มีพลังจิตมหัศจรรย์ ผู้สามารถบรรลุธรรมอันวิเศษสำเร็จ “จตุตถฌาณ 4” และ “อภิญญา 6” อันเป็นอานิสงส์สูงสุดแห่งชีวิต ได้พำนักบำเพ็ญศีลและปฏิบัติธรรม สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

ในปัจจุบันมีรูปปั้นของคุณแม่บุญเรือน อยู่บนศาลาคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ในบริเวณวัดอาวุธวิกสิตาราม หรือวัดบางพลัดนอก ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 72 แขวงและเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ทุกวันนี้ยังมีผู้คนไปสักการบูชากราบไหว้ขอพรจากรูปปั้นของท่าน อยู่เสมอมิได้ขาด โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ เวลาหลังเที่ยง จะมีสานุศิษย์และผู้ศรัทธาของคุณแม่ต่างพร้อมใจไปชุมนุมกัน เพื่อสวดมนต์ต่อหน้ารูปปั้นของท่านที่ศาลาดังกล่าว โดยปฏิบัติติดต่อกันทุกวันอาทิตย์ เป็นเวลาอันยาวนาน ตั้งแต่คุณแม่บุญเรือนถึงแก่กรรม ซึ่งนับได้ประมาณ 40 กว่าปีมาแล้ว

หลังจากการสวดมนต์ นั่งสมาธิแล้ว สานุศิษย์และผู้ศรัทธาจะขอรับเอาสิ่งของต่างๆ ที่นำมาสักการบูชา เช่น ผลไม้ น้ำตาลทราย เกลือ พริกไทย สาคู และปูนสีแดง ที่ใช้ทาใบพลูสำหรับรับประทาน โดยอธิษฐานขอให้สิ่งของต่างๆ เหล่านี้ให้เป็นยาแก้โรคต่างๆ ซึ่งก็แปลกที่หลายคนหายขาดโรคภัยที่เป็นอยู่อย่างน่ามหัศจรรย์

นอกจากนี้บางคนยังเอาไพลทุกชนิดไปถวายต่อหน้ารูปปั้นของคุณแม่บุญเรือน แล้วจุดธูปเทียนกราบไหว้บูชาท่าน อธิษฐานจิตขอให้ท่านดลบันดาลให้ไพลเป็นยารักษาโรค แล้วนำไพลนั้นมาทารักษาโรค ก็หายได้เช่นกัน

รูปภาพ
รูปปั้นคุณแม่บุญเรือน ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม
................................................................



คุณแม่บุญเรือนเป็นผู้ที่มีพลังจิตสูง มีชื่อเสียงโด่งดังจากการใช้พลังจิตในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้คนทั่วไป รวมทั้งการนวดจับเส้น การใช้พลังจิตของคุณแม่บุญเรือนนั้น ท่านเรียกว่าเป็นการ “อธิษฐานจิต” คือ ท่านจะเข้าสมาธิให้จิตนิ่งเสียก่อน จากนั้นท่านจะอธิษฐานจิตขอให้เป็นไปตามที่ท่านปรารถนา แม้ว่าท่านจะจากไปนานแล้ว แต่คุณงามความดีและชื่อเสียงในทางธรรมที่ท่านเพียรสร้างไว้ขณะยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังมีผู้กล่าวถึงอยู่ตลอดไป

พระเทพปัญญามุนี (หลวงพ่อทองดี ฐิตายุโก) เจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม (พระอารามหลวง) กล่าวว่า “ตั้งแต่คุณแม่บุญเรือนเสียชีวิตลง มีลูกศิษย์และคนที่มีจิตศรัทธาเพิ่มจำนวนมากขึ้น มากราบไหว้และสวดมนต์ต่อหน้ารูปหล่อของท่านเป็นประจำทุกวัน เหมือนกับตอนที่คุณแม่บุญเรือนยังมีชีวิตอยู่ โดยที่วันอาทิตย์จะมีมากกว่าทุกวัน เพราะเป็นวันที่ร่วมกันสวดมนต์”

เจ้าอาวาสวัดอาวุธฯ ยังกล่าวอีกว่า “ในวันอาทิตย์แรกของเดือนกันยายนทุกปี เหล่าลูกศิษย์ของคุณแม่บุญเรือนจะมาสวดมนต์และทำบุญประจำปี เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันวายชนม์ของท่าน คุณแม่บุญเรือนมีความปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้วัดอาวุธฯ เป็นวัดที่มีคนรู้จักคนทั่วไป จึงได้อธิษฐานจิตขอพรให้สมดั่งปรารถนา และมีส่วนช่วยในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดอาวุธฯ ให้สวยงามและมีชื่อเสียงอย่างในทุกวันนี้”

หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2552 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ พระราชปริยัติวิมล (ทองดี ฐิตายุโก) เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพปัญญามุนี

รูปภาพ
คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่วัดอาวุธวิกสิตาราม (วัดบางพลัดนอก)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=2032

ประมวลภาพวัดอาวุธวิกสิตาราม (วัดบางพลัดนอก)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=869

ประวัติและปฏิปทาคุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=20386

ประมวลภาพ “พระเทพปัญญามุนี (หลวงพ่อทองดี ฐิตายุโก)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=26853

โปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์พระเถรานุเถระ ๘๖ รูป ปี ๒๕๕๒
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=27437

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระมหาชวลิต สีลเตโช
................................................................



วัดราชสิงขร (สำนักปฏิบัติธรรมวัดราชสิงขร)
เลขที่ 2114 ถ.เจริญกรุง 74 แขวงวัดพระยาไกร
เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ 10123
โทรศัพท์ 086-100-2195,
089-780-4077, 087-689-8924


พระมหาชวลิต สีลเตโช เจ้าอาวาส

วัดราชสิงขร เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำกรุงเทพมหานคร แห่งที่ ๒๑ ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมทำวัตรเช้า-เย็น ไหว้พระสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนา และปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

ประวัติวัดราชสิงขร

วัดราชสิงขร เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปลายรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. ๒๒๗๕-๒๓๐๑) อันเป็นช่วงปลายแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ที่นับว่าบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองอย่างสูงสุด ไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ เกี่ยวกับผู้สร้างในเบื้องต้น จึงน่าเชื่อว่าเป็นการร่วมกลุ่มกันของชาวบ้านที่มีศรัทธาปรารถนาใคร่สร้างวัด เพื่อเป็นสถานที่บำเพ็ญบุญและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เพราะว่านับแต่เสียกรุงให้แก่พม่าข้าศึก ในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ แล้ว ต่อจากนั้นจนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช องค์ปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์หรือกรุงเทพมหานคร เป็นราชธานีใหม่ เป็นระยะเวลาที่บ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อยอย่างแท้จริง จึงไม่น่ามีความพร้อมพอที่ผู้คนจะพากันคิดเรื่องการสร้างวัด

รูปภาพ

อุโบสถหลังเก่าของวัดซึ่งต่อมาถูกยกเป็นวิหาร มีขนาดเล็กพอจุภิกษุได้ประมาณ ๒๐ รูป ตามพระวินัย มีหลังคาชั้นเดียว ด้านหน้าเป็นเพิงยื่นออก มีเสาค้ำ และหน้าต่างทำเป็นช่องลูกกรงแทนบานหน้าต่าง อั้นเป็นอิทธิพลของลักษณะหน้าต่างที่นิยมกันในสมัยอยุธยาตอนกลาง แต่ศิลปะการก่อสร้างเป็นแบบเรียบง่าย ตามที่เรียกกันแบบชาวบ้าน ตั้งอยู่หน้าศาลาการเปรียญหลังปัจจุบัน ในปี พ.ศ.๒๕๐๘ ขณะกำลังปรับพื้นที่ได้พบลูกนิมิตซึ่งทำจากหินธรรมชาติ ขนาดเท่าศรีษะมนุษย์ จำนวน ๘ ลูก ใน ๘ ทิศ จึงเป็นหลักฐานทำให้ทราบว่าเป็นอุโบสถ ปัจจุบันคงเหลือแต่เพียงพระประธาน เป็นพระพุทธรูปศิลปะอยุธยา พระพักตร์แบบอู่ทอง ปางมารวิชัย เดิมเรียกกันมาว่า หลวงพ่อขาวบ้าง พระอู่ทองบ้าง เก็บรักษาอยู่ในบริเวณวิหารคดที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อล้อมกั้นเขตบริเวณพระอุโบสถ วิหาร และสถูปเจดีย์ที่บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ออกเป็นเขตพุทธาวาส ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

ในสมัยที่สร้างวัด บริเวณแถบนี้ล้วนเป็นเรือกสวนนาไร่เป็นชาวเมืองของเมืองธนบุรีซึ่งผู้คนสามารถเดินทางเข้าเมืองได้โดยสะดวกทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะการสัญจรติดต่อธุระค้าขายในสมัยนั้นล้วนแต่อาศัยเส้นทางน้ำเป็นหลัก ซึ่งเมืองธนบุรีปรากฏแล้วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และจัดเป็นเมืองหน้าต่างทางทะเล ที่มีความสำคัญมาช้านาน เมืองธนบุรีจึงมีความเจริญพอสมควร อันเป็นมูลเหตุให้พระยาตากสิน ซี่งเดิมรับราชการอยู่ในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์ แห่งกรุงศรีอยุธยา บรรดาศักดิ์ครั้งสุดท้าย คือ พระยาวชิรปราการ เมื่อท่านทำการปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าตากสิน จึงทรงสถาปนาเมืองธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีใหม่ ชื่อกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร์ แต่เนื่องจากระยะเวลาหนึ่งพระองค์ทรงครองราชย์นั้นสั้นเพียง ๑๕ ปี อีกทั้งยังต้องมีการรบทำสงครามกันเนื่องๆ ทั้งภายในและภายนอก ในช่วงระยะนี้บ้านเมืองจึงเริ่มรวมตัวกันเข้าได้เป็นปึกแผ่นเท่านั้น และยังอยู่ในช่วงที่กำลังฟื้นตัว

รูปภาพ

ต่อเมื่อภายหลังพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งเดิมเป็นสหายรับราชการร่วมกับพระเจ้าตากสิน ในแผ่นดินพระเจ้าเอกทัศน์ และเป็นนายทหารคู่พระทัยในรัชสมัยพระเจ้าตากสิน ปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ และทรงย้ายที่ตั้งเมืองหลวงใหม่มายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ณ บริเวณที่เรียกว่าบางกอก ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานี โดยทรงตั้งพระทัยที่สร้างบ้านเมืองขั้นใหม่ให้เจริญเหมือนครั้งกรุงศรีอยุธยารุ่งเรือง อันหมายถึงครั้งรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศนั่นเอง ซึ่งเรียกกันมาจนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ว่า ครั้งบ้านเมืองดี

ในระยะนี้ทรงเน้นการสร้างบ้านแปลงเมืองเป็นสำคัญ ทรงปฏิสังขรณ์และทรงสร้างวัดวาอารามอีกมากมายกว่า ๓๐ วัด อาทิเช่น วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดราชบูรณะ วัดสระเกศ วัดคอกควาย เป็นต้น ทรงให้เสด็จพระอนุชาธิราช คือ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เสด็จขึ้นไปรวบรวมนำพระพุทธรูปทั้งหลาย ที่ยังคงหลงเหลือจากศึกสงคราม ทางหัวเมืองเหนือและอยุธยาลงมารวมกันไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ และจ่ายแจกไปตามวัดต่างๆ อีกจำนวนมาก ระยะนี้เป็นช่วงเวลาที่ยังไม่นิยมการสร้างพระพุทธรูปขึ้นใหม่ มีเพียงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดเก่าที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดได้ด้วยพระราชอำนาจ ตลอดจนพระราชทรัพย์ของกษัตริย์และพระราชวงศ์เท่านั้น

รูปภาพ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เว็บไซต์วัดราชสิงขร
http://www.watrachsingkorn.com/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

วัดปทีปพลีผล
ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงท่าข้าม
เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150
โทรศัพท์ 02-897-2496, 084-011-3102,
085-228-5639, 086-027-2682


พระอาจารย์ประพันธ์ พนฺธุธมฺโม เจ้าอาวาส

พระอาจารย์ชูเกียรติ สิริยโส อาจารย์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน


(1) ขอเชิญร่วมปฏิบัติธรรม-บวชเนกขัมมจาริณี
จัดทุกต้นเดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
เหมาะสำหรับบุคลทั่วไปหรือเริ่มต้นที่จะปฏิบัติธรรม

รูปภาพ

(2) ขอเชิญอบรมวิปัสนากรรมฐานขั้นพื้นฐาน

โครงการวิปัสสนากรรมฐานเพื่อพัฒนาจิต ให้เกิดปัญญาและความสุข
ดำเนินการสอนโดย ท่านพระอาจารย์ประพันธ์ พนฺธุธมฺโม เจ้าอาวาส
และพระอาจารย์ชูเกียรติ สิริยโส อาจารย์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน

กำหนดการอบรมหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐานเบื้องต้น
ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ของทุกๆ ต้นเดือน

การเดินทาง : มีรถตู้จากบิ๊กซีพระราม 2, รถสองแถว ผ่านหน้าวัด

รูปภาพ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่วัดปทีปพลีผล
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1967

เว็บไซต์วัดปทีปพลีผล
http://watthaiblog.blogspot.com/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


วัดลาดบัวขาว (วัดราชโยธา)
เลขที่ 33 หมู่ 14 ริมถนนวงแหวนรอบนอก (บางปะอิน-บางนา)
แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-373-8899


พระครูวินัยธรหลุย ธัมมธโร ประธานสงฆ์

วัดลาดบัวขาว สร้างขึ้นโดยพระยาราชโยธาหรือพระยาสุรินทร์ราชเสนา (เนียม สิงหเสนี) และพระยาสุเรนทร์ราชเสนา สองพี่น้อง เมื่อประมาณปี พ.ศ.2415 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในปี พ.ศ.2425 พร้อมกับได้รับพระราชทานนามว่า “วัดลาดบัวขาว” เพราะว่าวัดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับบึงน้ำซึ่งมีดอกบัวสีขาวเป็นจำนวนมาก แต่ชาวบ้านญาติโยมยังคงเรียกว่า “วัดราชโยธา” หรือ “วัดพระราชโยธา” มาจนทุกวันนี้

หลังจากสร้างวัดเสร็จแล้ว พระยาราชโยธาได้ไปกราบนิมนต์ หลวงปู่ทอง (อายะนะ) มาครองวัดเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ซึ่งท่านได้เป็นที่นับถือของประชาชนญาติโยมในละแวกวัด และบริเวณใกล้เคียงอย่างมากในเวลาต่อมา ท่านมีอายุยืนยาวถึง 117 ปี ปัจจุบัน คณะศิษยานุศิษย์ได้สร้างรูปเหมือนหุ่นขี้ผื้งของท่านไว้ที่วัดแห่งนี้ด้วย วัดลาดบัวขาวนับเป็นวัดเพียงแห่งเดียวในพื้นที่เขตสะพานสูง

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

“หอประชุมพุทธคยา”
เลขที่ 496-502 อาคารอัมรินทร์พลาซ่า ชั้น 22
สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี (DMG BOOKS)
ติดโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ (รถไฟฟ้า BTS ชิดลม)
ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 02-685-2254-5


มีการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
เป็นประจำทุกสัปดาห์ เวลา 19.00 - 21.00 น.
(วัน-เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)
ขอเรียนเชิญญาติธรรม-กัลยาณมิตรทุกท่านร่วมกิจกรรมได้


คุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานผู้ริเริ่มกิจกรรม

ด้านหน้าหอประชุมพุทธคยา จะเป็นเก้าอี้จัดวางเรียงแถวไว้ ซึ่งส่วนนี้จะมีเคาน์เตอร์น้ำ และของว่างจัดเตรียมไว้ให้ผู้มาปฏิบัติธรรมได้ทานรองท้อง และตรงนี้เองที่ท่านจะได้รับรอยยิ้ม และคำทักทายที่แสนประทับใจ พร้อมกับบทสนทนาที่ชวนให้สบายใจก่อนสวดมนต์

19.00 น. เริ่มสวดมนต์กันด้วยบทสวดมนต์ทำวัตรเย็นที่สั้นกระชับมากๆ หลังจากสมาทานพระกรรมฐานแล้ว ก็พากันนั่งสมาธิและเจริญสติประมาณ 30 นาที

บรรยากาศยามนี้สงบ เงียบ และผ่อนคลาย ต่อมาพระวิปัสสนาจารย์จะได้เมตตาแสดงพระธรรมเทศนาแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม อีก 1 ชั่วโมงโดยประมาณ สำหรับพระวิปัสสนาจารย์นั้น จะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามแต่โอกาสและความเหมาะสม หลังจากนั้นเราก็จะร่วมถวายปัจจัยชำระหนี้สงฆ์ และแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลที่ได้กระทำร่วมกันมาทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาก็อาจจะมีข้อซักถาม และสนทนาธรรมนอกรอบอีกเล็กน้อยกับพระวิปัสสนาจารย์ ก่อนกลับรับหนังสือ และ CD ธรรมะ เป็นธรรมบรรณาการ

21.00 น. การแสดงธรรมเทศนาและพิธีกรรมต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว บางคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บางคนก็พักทานขนม ผลไม้ พร้อมสนทนาปราศรัยกันก่อนตามประสาคนคุ้นเคย

สอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม และสำรองที่นั่ง
โทรศัพท์ 02-685-2254-5 (คุณสุกัญญา)

กิจกรรมทางพระพุทธศาสนานี้ จัดขึ้นทุกๆ สัปดาห์ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
อนุญาตให้เข้าสถานที่เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้า และใส่เสื้อขาวเท่านั้น


อ่านหนังสือดี หนึ่งประโยค เปลี่ยนความคิด หนึ่งความคิด พลิกชีวิต สร้างชาติ
สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี http://www.dmgbooks.com
โทรศัพท์ 02-685-2254 อีเมล์ info@dmgbooks.com

แผนที่การเดินทาง
http://www.dmgbooks.com/site/map.html

สำหรับท่านที่ต้องการรับข้อมูลข่าวสาร และข้อคิดดีๆ
ในการใช้ชีวิตให้มีความสุข เชิญสมัครที่ http://twitter.com/dc_danai

รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต
เลขที่ 69 หมู่ 6 ซ.วัชรพล ถ.รามอินทรา ก.ม.5
แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220
โทรศัพท์ 02-519-8011, 02-519-8650,
02-519-8878, 02-519-8155,
02-988-4480, โทรสาร 02-519-8748


พระครูสุนทรกิจจารักษ์ (ประพันธ์ ปภสฺสโร) เจ้าอาวาส

วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกรุงเทพฯ แห่งที่ 9 ตามมติที่ประชุมมหาเถรสมาคม ทางวัดได้เปิดคอรส์ปฏิบัติธรรมแบบสั้นๆ ระหว่างเวลา 15.00-18.00 น. ของทุกวันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์ เป็นวัดในสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย

วัดได้รับอนุญาตให้สร้างเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2512 โดย พันเอกปิ่น มุทุกันต์ อธิบดีกรมการศาสนา (ในขณะนั้น) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2512 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 7 ปีระกา โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระวันรัตน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นองค์ประธานเปิดป้ายและประทานนามของวัด

ครั้นต่อมาวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2512 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) วัดมกุฏกษัตริยาราม เสด็จมาเป็นประธานเททองหล่อพระประธาน (หลวงพ่อพุทธนิมิต)

วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิตเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีโครงการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน จัดเป็นคอร์สสั้นๆ เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ใกล้และมีเวลาไม่มากนัก

กำหนดเวลาการปฏิบัติธรรม

15.00-15.30 น.
สวดมนต์ สมาทานศีล สมาทานกรรมฐาน

15.30-16.30 น.
นั่งสมาธิ อานาปานสติ

16.30-17.00 น.
เดินจงกรม

17.00-18.00 น.
ฟังธรรม ทำวิปัสนากรรมฐาน แผ่ส่วนบุญกุศล

หมายเหตุ : เป็นกำหนดเวลาโดยคร่าวๆ

ช่วงที่มีการใช้อุโบสถในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
เช่น วันมาฆบูชา มีการบวชชีพารหมณ์ ฯลฯ จะมีการแจ้งยกเลิกล่วงหน้า

การเดินทางโดยรถยนต์

จาก ถ.รามอินทรา ตรงไปทางมีนบุรี จนถึง ซ.รามอินทรา 55 หรือ ซ.วัชรพล ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงตลาดถนอมมิตร แล้วให้เลี้ยวซ้ายอีก ตรงไปอีกประมาณ 500 เมตร จะเห็น วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต อยู่ทางด้านซ้ายมือของถนน (วัดตั้งอยู่ใกล้กับ เสถียรธรรมสถาน ของแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต)

รูปภาพ
อุโบสถ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต กรุงเทพฯ

รูปภาพ
พระครูสุนทรกิจจารักษ์ (ประพันธ์ ปภสฺสโร) เจ้าอาวาส


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=4596

เว็บไซต์วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต
http://www.watsiriphong.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาส
................................................................



วัดพิชยญาติการาม วรวิหาร (วัดพิชัยญาติ)
เลขที่ 685 ถ.ประชาธิปก แขวงสมเด็จเจ้าพระยา
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
โทรศัพท์ 02-861-4319, 02-861-4530
02-438-4442, 02-861-5425


สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม)
เจ้าคณะใหญ่หนกลาง, กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)
และเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม วรวิหาร


แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม ผู้นำพาปฏิบัติธรรม

หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา พระพรหมโมลี (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม วรวิหาร กรุงเทพมหานคร ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ฝ่ายมหานิกาย ในราชทินนามที่ “สมเด็จพระพุทธชินวงศ์”

................................................................

ระเบียบการปฏิบัติธรรมและสนทนาธรรม
โดย แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม ณ วัดพิชยญาติการาม


1. จะต้องมาบวชพราหมณ์ นุ่งขาวห่มขาว ที่วัด (บวชเช้าวันเสาร์-สึกลาวันอาทิตย์)
2. กรอบใบสมัครและรับหมายเลขที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้ ในเช้าวันเสาร์ไม่เกินเวลา 06.30 น.
3. รับชุดขาวพร้อมหนังสือสวดมนต์ได้ที่โต๊ะลงทะเบียน (สำหรับเครื่องนอนจะแจกหลังทำวัตรเย็น)
4. ของใช้ส่วนตัว กรุณาจัดเตรียมมาเอง
5. ห้ามส่งเสียงดัง และกรุณาปิดโทรศัพท์มือถือ ในขณะสวดมนต์ และในขณะที่แม่ชีสอนธรรมะ
6. รับประทานอาหารได้ที่โรงทาน ตั้งแต่เช้า-เที่ยงวัน
7. กรุณาช่วยกันรักษาความสะอาด ห้องน้ำ-ห้องนอน-โรงทาน-อุโบสถ และบนพระปรางค์
(ห้ามนำอาหารไปทานโดยเด็ดขาด)
8. สึกในวันอาทิตย์ ก่อนสึกกรุณาช่วยทำความสะอาดห้องน้ำ-ห้องนอน
และบริเวณวัด เพื่อเป็นบุญกุศลแก่ตัวท่านเอง
9. ชุดขาว เครื่องนอน และหนังสือสวดมนต์ คืนได้ที่โต๊ะลงทะเบียน
10. วันโกน-วันพระ แม่ชีไม่รับเปิดกรรม

สำนักงานวัดพิชยญาติการาม วรวิหาร
โทรศัพท์ 02-861-4530, 02-861-5425, 02-861-4319, 02-438-4442,
02-861-4533, 02-5176377, 02-9188916, 081-622-7499
สายรถเมลที่ผ่าน สาย 56, 542, 57

กำหนดการและตารางการปฏิบัติธรรม
ประจำวันเสาร์-วันอาทิตย์ ณ วัดพิชยญาติการาม


วันเสาร์
เวลา 06.00 - 08.00 น. - ลงทะเบียน รับชุดขาว รับประทานอาหารเช้า
เวลา 08.00 น. - พร้อมกัน ณ ศาลาปฏิบัติธรรม ทำวัตรเช้าโดยพร้อมเพรียงกัน
นำโดย : พระวิสุทธิธีรพงค์ หรือผู้ที่เจ้าอาวาสมอบหมาย
เวลา 08.45 น. - พิธีบวชเนกขัมมบารมี สมาทานศีล 8
เวลา 09.30 - 11.00 น. - สมาทานกรรมฐาน-ปฏิบัติกรรมฐาน
เวลา 11.00 - 13.00 น. - พักรับประทานอาหาร (ที่โรงทาน) พักผ่อนตามอัธยาศัย
เวลา 13.00 - 16.00 น. - บรรยายธรรม ถาม-ตอบปัญหา - กฎแห่งกรรม โดย : แม่ชีทศพร ชัยประคอง
เวลา 16.00 - 17.00 น. - พักดื่มน้ำปานะ พักผ่อนตามอัธยาศัย
เวลา 17.00 - 21.00 น. - ทำวัตรเย็น-ปฏิบัติกรรมฐาน โดย : ผู้ที่เจ้าอาวาสมอบหมาย
เวลา 21.00 น. - พักผ่อน

วันอาทิตย์
เวลา 04.00 น. - สัญญาณระฆัง
เวลา 05.00 - 07.00 น. - ทำวัตรเช้า-ปฏิบัติกรรมฐาน โดย : ผู้ที่เจ้าอาวาสมอบหมาย
เวลา 07.00 - 08.00 น. - รับประทานอาหารเช้า (ที่โรงทาน)
เวลา 08.00 - 09.00 น. - ฟังโอวาทเทศนา (หลวงพ่อเจ้าอาวาส)
เวลา 09.00 - 10.00 น. - ร่วมพิธีถวายสังฆทาน โดย : แม่ชีทศพร ชัยประคอง
เวลา 11.00 - 12.30 น. - พักรับประทานอาหาร (ที่โรงทาน)
เวลา 13.00 - 16.00 น. - บรรยายธรรม ถาม-ตอบปัญหา กฎแห่งกรรม โดย : แม่ชีทศพร ชัยประคอง

หมายเหตุ : กำหนดการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

วัดพิชยญาติการาม (วงเวียนเล็ก) อยู่ใกล้สะพานพุทธฯ, สะพานปกเกล้าฯ, ตรงข้ามกับโรงเรียนศึกษานารี ถ้ามาจากฝั่งพระนคร ข้ามสะพานทั้งสอง พอลงสะพาน สังเกตวัดจะอยู่ด้านซ้ายมือ มีเจดีย์เป็นยอดพระปรางค์สีขาว นั่นแหละวัดพิชยญาติการาม ถ้ามาจากวงเวียนใหญ่ วัดจะอยู่ด้านขวามือ ก่อนขึ้นสะพานพุทธฯ, สะพานปกเกล้าฯ ก็จะเห็นวัด ที่จริงคลองสาน หรือมาทางศิริราช ถนนอรุณอัมรินทร์ ก็ได้

ได้ข่าวว่าที่วัดพิชยญาติการามจะรับสมัครอบรมกรรมฐาน ในวันเสาร์-วันอาทิตย์ (วันไม่ทราบ) ก็ดูกรรมก็จะมีกฎเกณฑ์คือ แม่ชีจะทำการเสี่ยงทาย โดยการหยิบหางเลขของผู้อบรม เพราะผู้ที่เข้าอบรมจะได้รับหมายเลข แม่ชีหยิบหมายเลขของผู้ใดก็จะให้แก่คนนั้น อาทิตย์หนึ่งก็ไม่ดูกี่คนเท่านั้น ส่วนคนที่พลาดโอกาสก็ต้องมีใหม่อาทิตย์หน้าและอาทิตย์ต่อๆๆ ไป จะไม่มีการดูให้กับคนที่ไปนอกเวลาอบรม คือต้องไปสมัครอบรมกรรมฐานเท่านั้นจะมีสิทธิ์ได้ดู (ได้ยินมา จริงเท็จอย่างไรก็ขอให้เสี่ยงดูนะ)

แผนที่วัดพิชยญาติการาม (วัดพิชัยญาติ)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3993

เว็บไซต์วัดพิชยญาติการาม (วัดพิชัยญาติ)
http://www.phichaiyat.com/

เว็บไซต์แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม
http://www.thossaporn.com/

รูปภาพ
แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ธรรม


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

1. สัมภาษณ์พิเศษ “แม่ชีทศพร ชัยประคอง” ผู้มีตาทิพย์
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1524

2. กะเทาะชีวิตแม่ชีทศพร ผู้หยั่งรู้ “เกิดแต่กรรม”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=960

3. แก้กรรมด้วยพลังธรรม
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=1527

4. เมื่อ...แม่ชีทศพร “ตรวจกรรมในคุกคลองเปรม”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10290

5. ทำไม !...แม่ชีธนพรถึงล่วงรู้เรื่องกรรม
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6701

6. รู้ชอบ ชั่วดี ย่อมเกิดกับผู้มีสติ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=10288

7. ระเบียบการปฏิบัติธรรม ณ วัดพิชยญาติการาม และแผนที่
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=3103

8. เที่ยว “วัดพิชัยญาติ” ชมภาพสลัก “สามก๊ก” หนึ่งเดียวในประเทศ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13330


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2012, 15:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
อาคารหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์ กรุงเทพฯ)
................................................................



หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
หรือสวนโมกข์ กรุงเทพฯ (Suanmokkh Bangkok)
สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ถ.นิคมรถไฟสาย 2
แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
โทรศัพท์ 02-936-2800, โทรสาร 02-936-2900


ภายใต้การดูแลและบริหารงานโดย
คณะกรรมการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ


“สวนโมกข์” อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นธรรมสถานที่ “ท่านพุทธทาส” ก่อกำเนิดขึ้นมา เพื่อเป็นแหล่งสำหรับให้สาธุชนได้ค้นคว้า ศึกษาธรรมะ และแต่ละวันก็มีคนเดินทางไปเยือนจำนวนมากมาย แต่ตอนนี้สาธุชนที่สนใจคำสอนแนวท่านพุทธทาส มีทางเลือกเพิ่มขึ้นแล้ว คือที่ สวนโมกข์ กรุงเทพฯ ที่ตั้งอยู่ภายใน สวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ แขวง/เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สวนสาธารณะอันร่มรื่นด้วยธรรมชาติกลางกรุง เปิดให้สาธุชนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องเดินทางไกล

ภายในมี “หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ” สถานที่เก็บรักษา อนุรักษ์ ศึกษาค้นคว้า และเผยแผ่ผลงานของท่านพุทธทาส และยังเป็นสถานที่ที่ส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงหัวใจของศาสนา หรือศูนย์เรียนรู้และบริการด้านศาสนธรรม เป็นศูนย์รวมข้อมูลธรรมะตลอดช่วงชีวิต 87 ปีของท่านพุทธทาส ระหว่างปี 2449-2536 สิ่งเหล่านั้นเป็นสมบัติ คลังมรดกทางปัญญาอันยิ่งใหญ่ สมควรจัดเก็บอนุรักษ์ไว้ให้เป็นระบบ ซึ่งมีประมาณ 27,347 รายการ ก่อนที่จะปล่อยให้เสี่ยงต่อการชำรุดเสียหาย

ต้นฉบับผลงานที่สำคัญของท่านพุทธทาส ที่จะย้ายจากสวนโมกข์ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ก็ได้นำมาไว้ที่สวนโมกข์กรุงเทพฯ พร้อมทำความสะอาดและซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสติปัญญาและจิตใจของผู้คนให้เจริญเติบโต จนกล้าแข็งในความถูกต้องดีงามอย่างรื่นรมย์ จนสามารถเป็นผู้ที่อยู่เย็นและเป็นประโยชน์ต่อสังคมยิ่งขึ้นไปอีก

อาคารสวนโมกข์แห่งนี้ สร้างขึ้นกลางสระน้ำใหญ่ เมื่อแรกเข้า จะพบความสงบ เน้นความเรียบง่าย ประกอบด้วย ลานหินโค้ง และสระนาฬิเกร์ ซึ่งจำลองจากสวนโมกข์ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

สถานที่เป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 ห้องหนังสือและสื่อธรรม ชั้น 2 สวนปฏิจจสมุปบาท ห้องปฏิบัติธรรมและประชุมสัมมนา ห้องนิทรรศการ นิพพานชิมลอง และชั้น 3 ห้องประชุม ห้องจดหมายเหตุ สำนักงาน ห้องค้นคว้า “มหรสพทางวิญญาณเพื่อนิพพานชิมลอง” สถานที่ปฏิบัติสมถวิปัสสนา ที่สำคัญเป็นสถานที่ในการจัดเก็บผลงานของท่านพุทธทาส ทั้งหนังสือ บันทึก และลายมือต้นฉบับ จำนวน 575,000 หน้า ภาพ 51,300 ชิ้น เสียงและโสตทัศน์ 234 แผ่น

สำหรับไฮไลต์ของสวนโมกข์ กรุงเทพฯ คือ นิทรรศการ “นิพพานชิมลอง” บริเวณชั้นที่ 2 เป็นการจัดห้องประชาชนเข้าไปสัมผัส โดยแบ่งเป็น 5 โซน ประกอบด้วย

ห้องที่ 1 เสียงสงบใจที่ท่านจะได้รับประสบการณ์ คือการพินิจภาพ โดยทุกคนจะจดจ่อฟังเสียงระฆัง รวบรวมพลังความสงบภายในจิตใจ

ห้องที่ 2 คือ นิพพานที่ข้าพเจ้ารู้จัก ภายในห้องนี้เปรียบเสมือน “โรงมหรสพทางวิญญาณ” เป็นเวทีจัดแสดงสื่อธรรมร่วมสมัยที่หลากหลาย ทั้งภาพยนตร์ ประติมากรรม “ก้อนหินพูดได้” และถ้อยคำชวนคิดสะกิดใจ “นิพพาน อยู่ใกล้แค่ปลายจมูก"

ห้องที่ 3 ไตร่ตรองลองชิม เป็นการทำภาวะของใจที่สงบ เย็นว่างจากความโลภ หลง ด้วยการมีสติรู้สึกตัวทั่วพร้อมทุกลมหายใจเข้าออก หรือเรียกว่า อานาปานสติ

ห้องที่ 4 สงบเย็นและเป็นประโยชน์ เป็นการรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ของท่านพุทธทาส พร้อมเสียงบรรยายธรรม และผลงานระบือธรรมชิ้นสำคัญ และปณิธาน 3 ประการ ที่ฝากไว้ในพินัยกรรม และ

ห้อง 5 มุมสื่อสารเพื่อสืบสานปณิธานพุทธทาส ให้ท่านทั้งหลายร่วมบริจาคและสมทบทุน

สวนโมกข์ กรุงเทพฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงแหล่งให้ความรู้แก่คนกรุงที่ใฝ่ธรรม หรือศรัทธาหลักธรรมคำสอนของท่านพุทธทาสเท่านั้น หากแต่สถานที่แห่งนี้ ยังเป็นแหล่งสงบทางจิตใจให้คนกรุงที่มีชีวิตเร่งรีบ วุ่นวายในทางโลก ได้ปลีกตัวออกมาพักเหนื่อย เติมพลังใจ พลังจิตวิญญาณ ค้นหาแก่นของธรรมและเข้าใจชีวิตได้มากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คุ้มค่าได้ประโยชน์ทางกายและใจแล้ว ยังส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมแบบที่เรียกว่า อิ่มบุญ อิ่มใจ แถมยังได้ลดพลังงานขนานแท้อีกด้วย เชื่อว่าสำหรับบรรดาคนที่สนใจใฝ่หาเรื่องราวดีๆ มาเติมเต็มให้ชีวิต รับรองมาแล้วต้องกลับมาอีกอย่างแน่นอน

ผู้ที่เคารพศรัทธาท่านพุทธทาสยังสามารถสมัครเป็น อาสาสมัคร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังดำเนินการและจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยการเป็นอาสาสมัครงานจดหมายเหตุ, อาสาสมัครงานฐานข้อมูลดิจิตอล, อาสาสมัครงานอินเทอร์เน็ต, อาสาสมัครบริการหนังสือและสื่อธรรมะ, อาสาสมัครจัดกิจกรรม ณ ลานหินโค้งและโถงใหญ่, อาสาสมัครโรงมหรสพทางวิญญาณเพื่อนิพพานชิมลอง, อาสาสมัครจัดประชุมสัมมนาและกิจกรรม, อาสาสมัครกิจกรรมฝึกฝนปฏิบัติสมถวิปัสสนา, อาสาสมัครบริการค้นคว้า ศึกษา วิจัยและพัฒนา, อาสาสมัครถอดเสียงคำบรรยายเพื่อการเผยแพร่, อาสาสมัครแปลงานเพื่อการเผยแพร่, อาสาสมัครจัดทำต้นฉบับหนังสือเพื่อการเผยแพร่, อาสาสมัครการบริหารจัดการ, อาสาสมัครประสานงานภาคีกัลยาณมิตร, อาสาสมัครการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และอาสาสมัครจัดการอาคารสถานที่ ฯลฯ

รูปภาพ

รูปภาพ
ที่นั่งทำจากหินสะอาด สำหรับให้สาธุชนประกอบพุทธกิจต่างๆ

รูปภาพ
ภายในหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์ กรุงเทพฯ)


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์ กรุงเทพฯ)
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=2866

เว็บไซต์หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
http://www.bia.or.th/
http://www.dhamma4u.com/
http://www.facebook.com/buddhadasaarchives

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2013, 07:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1825


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

อาคารปฏิบัติธรรมสุรัตนธรรม
ห้องสมุดธรรมะสุรัตนธรรม
คลินิกเวชกรรมสุรัตนธรรม
ชมรมสุรัตนธรรม


เลขที่ 107-119 ถ.จักรพงษ์ ตรงข้ามห้างตั้งฮั่วเส็ง-สหกรณ์กรุงเทพ
ย่านบางลำพู แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 087-0829707, 087-0829708, 02-5422750, 02-3872093,
02-9262006, 02-7342071, 02-9961400, 02-9707810


คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ผู้ก่อตั้ง

:b42: อาคารปฏิบัติธรรมสุรัตนธรรม
มีกิจกรรมบรรยายธรรม เจริญภาวนาสมาธิ ประจำสัปดาห์
ทุกวันเสาร์ เวลา 09.00-14.00 น.
ทุกวันอาทิตย์ เวลา 14.00-18.00 น. ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
สถานที่ติดเครื่องปรับอากาศ สะดวกสบาย จุได้กว่า 300 คน
พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดืมฟรี

นอกจากนี้ ชมรมสุรัตนธรรม
ยังจัดกิจกรรมงานบรรยายธรรมและนั่งวิปัสสนา ประจำปี
ขอเชิญชวนท่านใดที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกของชมรมสุรัตนธรรม
ทุกท่านสามารถสมัครได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ
เพื่อทางชมรมจะได้จัดส่งข้อมูลข่าวสารไปให้สมาชิกทางไปรษณีย์
รายนามองค์บรรยายธรรม สามารถติดตามและดูรายละเอียด
ได้ที่...เว็บไซต์ชมรมสุรัตนธรรม
http://www.surattanadharm.com

:b42: ห้องสมุดธรรมะสุรัตนธรรม
ห้องสมุดธรรมะสำหรับประชาชน
เปิดให้บริการสำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจธรรมะ
ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.
ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โทรศัพท์ 02-282-5541


ความเป็นมาในการก่อตั้งชมรมสุรัตนธรรม

หลังจาก คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ได้ก่อตั้ง คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ ขึ้นบนถนนรามบุตรี ย่านบางลำพูแล้ว ปรากฏว่ามีประชาชนเข้ามาขอใช้บริการเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ด้วยความไว้วางใจในบริการที่เท่าเทียมโดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมเป็นที่ตั้ง ทว่าการได้พบปะผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา อาชีพ เพศ วัย การศึกษา ฯลฯ ทำให้คุณสุรัตน์ตระหนักว่านอกเหนือจากอาการเจ็บป่วยทางกาย ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยความสามารถของทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ พร้อมกับยาและเวชภัณฑ์คุณภาพแล้ว ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่มีอาการเจ็บป่วยทางใจอันเนื่องมาจากความทุกข์นานาประการโดยไม่รู้วิธีรักษาใจให้หายเป็นปรกติ

คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ จึงได้ก่อตั้งและอุปถัมภ์ "ชมรมสุรัตนธรรม" ขึ้นเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอันถือเป็นเภสัชสำคัญที่พระพุทธเจ้าประทานไว้แก่ศาสนิกชนทั้งหลาย โดยผ่านกิจกรรมมากมายของชมรมสุรัตนธรรม อาทิ การบำเพ็ญกุศลในโอกาสสำคัญต่างๆ, การจัดการบรรยายธรรมะโดยพระเถรานุเถระ, การฝึกปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน เป็นต้น เพื่อจุดมุ่งหมายในการเผยแผ่หลักธรรมออกสู่การรับรู้ของสาธารณชนวงกว้าง เพื่อจักได้นำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ กิจกรรมทุกกิจกรรมของ "ชมรมสุรัตนธรรม" ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

โครงการต่างๆ ของทางชมรมสุรัตนธรรม

- อาคารปฏิบัติธรรมสุรัตนธรรม "ธรรมะสากลกลางพระนคร"
- คลินิกรักษาฟรี "คลินิกเวชกรรมสุรัตน์"
- โครงการ "รัตนธรรมทายาท" ให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนเรียนดี
- โครงการ "สุธรรมานุเคราะห์" ให้อุปกรณ์สำหรับผู้ป่วย คนชรา คนพิการ เช่น รถเข็นคนพิการ, ถังออกชิเจน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ แต่คนไข้ไม่มีปัจจัยที่จะหาซื้อมาใช้ได้เนื่องจากราคาแพง
- โครงการ "ห้องสมุดธรรมะสุรัตนธรรม" ห้องสมุดธรรมะสำหรับประชาชน ให้ประชาชนได้ยืมหนังสือธรรมะ หนังสืออื่นๆ ได้อ่านเพื่อเรียนรู้ ศึกษา และปลูกจิตใต้สำนึกให้เปี่ยมด้วยคุณธรรม
- โครงการ "บวชพระ" เพื่อปฏิบัติกรรมฐานและมีดวงตาเห็นธรรมสำหรับชายไทย

รูปภาพ

รูปภาพ

:b44: คลินิกเวชกรรมสุรัตน์

วัตถุประสงค์ของการก่อตั้ง : "คลินิกเวชกรรมสุรัตน์" ก่อตั้งขึ้นด้วยเจนารมณ์อันแน่วแน่ของคุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ในการที่จะปลดเปลื้องทุกข์อันเกิดขึ้นเพราะความเจ็บป่วยให้กับเพื่อนมนุษย์ โดยไม่เลือกชนชั้น วรรณะ เพศ วัย ภาษา อาชีพ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา และสิทธิใดๆ

โดยอาศัยมนุษยธรรมและเมตตาธรรม คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ให้การรักษาพยาบาลทุกชนิดแก่ผู้เจ็บป่วยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ด้วยทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถและมีจิตอาสาอย่างเต็มเปี่ยม รวมไปถึงยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้มาใช้บริการ

แม้จะต้องแบกรับภาระอันเกิดจากค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในแต่ละเดือน ทว่า คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ก็ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ ทำให้คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ รักษาฟรี ซึ่งเปิดบริการมาแล้วกว่า 5 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐานการรักษาจากกระทรวงสาธารณสุข

สิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ คลินิกเวชกรรมสุรัตน์ เปิดดำเนินการมาตลอดและจะเปิดดำเนินการต่อไป นอกเหนือจากกำลังใจจากผู้คนมากมาย ที่เข้ามาใช้บริการในแต่ละวันแล้ว ก็คือความสุขจากการได้เห็นเพื่อนมนุษย์มีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่แข็งแรง อันเป็นพรอันประเสริฐตามแนวพระพุทธพจน์ที่ว่า

"อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ"

สถานที่ตั้ง
คลินิกเวชกรรมสุรัตน์
เลขที่ 98 ถ.รามบุตรี ตรงข้ามโรงแรมเวียงใต้
ย่านบางลำพู แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

โทรศัพท์ 087-0829707, 087-0829708, 02-2825541,
02-3872093, 0254422750, 02-7342071


ช่วงเวลาให้บริการ
วันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี ศุกร์ เวลา 17.00-21.00 น.
และเสาร์ อาทิตย์ เวลา 09.00-13.00 น.
(หยุดทุกวันพุธและวันนักขัตฤกษ์)

รูปภาพ
คนกลาง : คุณสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ผู้ก่อตั้งชมรมสุรัตนธรรม


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

แผนที่ “อาคารปฏิบัติธรรมสุรัตนธรรม” กรุงเทพฯ
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=18695

เว็บไซต์ชมรมสุรัตนธรรม
http://www.surattanadharm.com/

facebook ชมรมสุรัตนธรรม
https://www.facebook.com/surattanaddharmclub

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 42 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร