วันเวลาปัจจุบัน 18 พ.ย. 2019, 00:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 15:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
............................................................................



วัดญาณวิริยาเทมเปิ้ล 1
เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริทิชโคลัมเบีย ประเทศแคนนาดา

วัดญาณวิริยาเทมเปิ้ล 2
Richmond Hill ชานเมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนนาดา

วัดธรรมวิริยาราม 1
เมืองออตตาวา ประเทศแคนนาดา
[เมืองหลวงของประเทศแคนนาดา]

วัดธรรมวิริยาราม 2
น้ำตกไนแองการ่า เมืองออนโตริโอ ประเทศแคนนาดา

วัดธรรมวิริยาราม 3
เมืองแอตแมนตัน รัฐอับเบอร์ต้า ประเทศแคนนาดา

วัดธรรมวิริยาราม 4
เมืองแคลการี ประเทศแคนนาดา


พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ประธานสงฆ์

วัดทั้ง 6 แห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ตามเมืองใหญ่ต่างๆ ของประเทศแคนนาดานั้น สร้างขึ้นโดยการนำพาของพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) แห่งวัดธรรมมงคล เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

หลวงพ่อวิริยังค์ท่านเน้นสร้างวัดให้เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมและศูนย์สมาธิ มีการสวดมนต์ ไหว้พระ รักษาศีล ฟังธรรม นั่งสมาธิ มีทั้งการสอนธรรมะ และการภาวนา (แต่ก็มีกิจกรรมศาสนาบ้าง) โดยเน้นให้ชาวแคนาดาเรียนรู้เพื่อเป็นครูสมาธิ แล้วไปสอนคนอื่นต่อได้

รูปภาพ

มีชาวแคนาเดี้ยนมาเรียนหลักสูตรสมาธิเป็นจำนวนมาก
แม้หลวงพ่อท่านจะอยู่แคนาดา แต่ท่านก็ทำงานตลอด
เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อสันติภาพสันติสุขของโลก

เวลานี้ถือว่า เมืองแอตแมนตัน เป็นศูนย์กลาง อาตมาต้องเดินทางไปดูแลศูนย์สมาธิทุกแห่ง แต่ละแห่งไกลกันมาก ไม่ไปก็ไม่ได้เพราะว่าจำเป็นต้องมีการสอนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อาตมายอมรับว่าฝรั่งที่เขาทำการสอนสมาธิแทนอาตมานั้น เขาได้มีความรับผิดชอบสูงคือ เขาได้รักษาการสอนสมาธิให้ตรงกับความจริงของระบบการศึกษาในแนวเดียวกัน นีคือสิ่งที่อาตมาต้องการอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามอาตมามิได้นิ่งนอนใจต้องออกตระเวณไปทั่วทุกๆ แห่งเพื่อไปทำการตรวจสอบในที่ต่างๆ ที่พวกฝรั่งเขาสอนกันเอง ดังนั้นการเดินทางของอาตมาในประเทศแคนาดาจึงยาวไกลเพราะประเทศแคนาดากว้างใหญ่ไพศาล

รูปภาพ

จากแอตแมนตัน-แคลการี โดยรถยนต์ ไปกลับ 8 ชั่วโมง
จากเมืองแอตแมนตัน-ฟอร์ดแมคแมรี่ โดยรถยนต์ ไปกลับ 9 ชั่วโมง
จากเมืองแอตแมนตัน-แวนคูเวอร์ โดยเครื่องบิน ไปกลับ 3 ชั่วโมง
จากเมืองแอตแมนตัน-โตตรอนโต้-น้ำตกไนแองการ่า-ออตตาวา
โดยเครื่องบินและรถยนต์ไปกลับอีกกว่า 10 ชั่วโมง

การเดินทางไปยังสำนักเรียนสมาธิเช่นนี้ ต้องใช้เวลาที่เปลี่ยนแปลงผิดกันถึง 3 ชั่วโมง ทำให้ฉันอาหารไม่ทันเพราะว่าอยู่บนเครื่องบิน บางครั้งทั้งเหนื่อยทั้งหิว แต่หมดเวลาฉันก็มีหลายครั้ง เพราะว่าการเดินทางแบบนี้ปีหนึ่งกว่า 3-4 ครั้ง ดังนั้น การปฏิบัติงานจึงต้องใช้ความอดทนเป็นพิเศษ แต่ร่างกายแม้อยู่ในวัยที่มีอายุ 80 กว่าปี ก็ยังสามารถเดินทางและปฏิบัติงานได้อย่างสม่ำเสมอ ก็เพราะความตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะขยายงานสมาธิให้กว้างขว้างยิ่งขึ้นนั่นเอง

รูปภาพ

เพราะว่าแต่ละปีนั้นนักศึกษาสมาธิก็ต้องมีคนใหม่มาเรียนสมาธิ อาตมาก็ต้องเข้าไปสัมพันธ์กับนักศึกษาทุกๆ คน เพื่อให้เขาได้รู้จักมักคุ้นเป็นกันเอง เกิดความเข้าใจและมั่นใจในการศึกษาสมาธิในระดับต่างๆ เมื่อมีข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ก็จะได้แก้ปัญหาเหล่านั้นไปด้วย ประการสำคัญคือการตรวจสอบดูว่าการสอนสมาธิเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ ก็มีความสำคัญมาก ทั้งได้ทำการแก้ไขใน สิ่งที่ผิดสนับสนุนในสิ่งที่ถูก เมื่อปฏิบัติงานอยู่เช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ผลที่ออกมาจากการปฏิบัติงานแม้จะเหนื่อยยาก แต่ก็ทำให้บรรลุเป้าหมายของสมาธิ Meditation Instructor Course สมความตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม การเดินทางโดยเครื่องบินข้ามจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของประเทศแคนาดาซึ่งมีผืนแผ่นดินใหญ่ที่สุดในโลก จากเมืองแอตแมนตันถึงเมืองควีเบค เครื่องบินใช้เวลาบินถึง 5 ชั่วโมงครึ่ง สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้ที่ประเทศแคนาดามีอยู่ถึง 4 อย่างคือ

1. ผืนแผ่นดินใหญ่ที่สุดในโลก
2. น้ำตกไนแองการ่า เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
3. หอคอยชื่อ ซี-เอ็น เทาเวอร์ สูงที่สุดในโลก
4. ก้อนน้ำแข็งที่ไม่เคยละลายนับพันๆ ปี ก้อนใหญ่ที่สุดในโลก

ในเมื่ออาตมาได้มาสอนสมาธิให้แก่ประชาชนชาวแคนาดา ให้ได้มีความรู้ ความสามารถในการสอน มีความมั่นคงและมีการต่อเนื่อง ก็น่าจะมีศูนย์สมาธิที่ใหญ่ที่สุดในโลก

รูปภาพ

รัฐอับเบอร์ต้า เมืองหลวงชื่อเมืองแอตแมนตัน อาตมาได้ตั้งสถานที่นี้เป็นศูนย์กลางของ Willpower Institute of Canada เป็นส่วนกลางการบริหารวัดทั้ง 6 สาขาในประเทศแคนาดา เพื่อให้เป็นเอกภาพในการดำเนินงานสมาธิเป็นในแนวเดียวกัน ดำเนินการตามนโยบายที่ทำสมาธิเพื่อผลิตพลังจิต และศูนย์สมาธิทุกๆ ศูนย์จะได้มีการประสานงานกันอย่างสอดคล้องเป็นแนวทางอันเดียวกัน เนื่องจากในรัฐนี้มีบุคคลสัปปายะเพราะว่าเป็นรัฐที่มีความสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรคือน้ำมัน ทำให้ราษฎรอยู่ดีกินดี มีความปรกติสุข

เมื่ออาตมามาลงรากปักสมาธิเป็นครั้งแรก ผลออกมาปรากฏว่า เราได้ทรัพยากรบุคคลสมความปรารถนา บุคคลจากเมืองนี้ได้เป็นกำลังช่วยขยายศูนย์สมาธิไปยังรัฐอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพ อากาศเมืองนี้แม้ว่าจะหนาวมากขนาดลบ 40 องศา แต่เป็นอากาศบริสุทธิ์ไม่มีมลพิษ ทำให้ร่างการของอาตมาแข็งแรงขึ้น นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของอุตุสัปปายะ ความเหมาะสมของอากาศกับร่างกายที่มีอายุ 80 กว่าปี นับว่ามีความสำคัญมาก หากว่าอากาศไม่เหมาะสมจะทำให้ร่างการทรุดโทรมลงได้

รูปภาพ

การปฏิบัติภารกิจในเรื่องของวัดและศูนย์สมาธิ โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะให้บุคคลมาทำสมาธินั้นเป็นภาระหนักมาก เพราะจะมีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมายระหว่างการปฏิบัติงาน การแก้ไขอุปสรรคต่างๆ นั้นจำเป็นต้องรอบคอบอย่างยิ่ง เพราะนี่คือประเทศแคนาดาไม่ใช่ประเทศไทย ดังนั้น ถ้าร่างกายอ่อนแอหรือขาดพลังเพียงเล็กน้อยก็จะผ่านอุปสรรคไม่ได้ แต่สิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้ช่วยอาตมาให้มีกำลังกาย กำลังใจ ดำเนินงานสมาธิจนสำเร็จ ขอบใจจริงๆ ต่อผู้สนับสนุนทุกท่าน

จาก...หนังสือ 5 ปี ในประเทศแคนาดา


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ศาสนาพุทธบูม !! ในแคนาดา
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=4566

เว็บไซต์วัดธรรมมงคล
http://www.dhammamongkol.com/

ประวัติและปฏิปทาพระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=20338

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รูปภาพ

รูปภาพ
วัดญาณวิริยาเทมเปิ้ล 1 เมืองแวนคูเวอร์
............................................................................

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 15:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
............................................................................



วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย


พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) ประธานสงฆ์

รูปภาพ
พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ)


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

พระผู้นำพุทธศาสนากลับคืนสู่ดินแดนพุทธภูมิ “พระราชรัตนรังษี”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13550

พุทธสังเวชนียสถาน : สถานที่อันเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39377

สัตตมหาสถาน สถานที่เสวยวิมุติสุขที่ยิ่งใหญ่ ๗ แห่ง
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39332

ประวัติ “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ทั้ง ๔ ต้น ที่พุทธคยา แดนตรัสรู้
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39333

มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39415

หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ แห่งเมืองนาลันทา กรุงราชคฤห์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39407

เว็บไซต์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
http://www.watthaikusinara.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รูปภาพ

วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
กับบทบาท...ประกาศธรรมในแดนพุทธองค์
โดย พระมหา ดร.คมสรณ์ คุตตธัมโม


การดูแลพุทธบริษัทจากประเทศไทย ผู้ไปไหว้พระ ณ แดนพุทธองค์ ซึ่งนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย โดยเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๐๐ ตลอดระยะเวลาเกือบห้าสิบปีมาแล้ว นอกจากนี้ยังอำนวยผลแก่ประชาชนชาวท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การดูแลของ พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย

วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๗ ภายใต้ดำริของหลวงพ่อพระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ) อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร กทม. โดยมีพระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชาและเฉลิมพระเกียรติการครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

การก่อสร้างเน้นการออกแบบรักษาระบบนิเวศวิทยาเชิงพุทธ และวางผังก่อนการเริ่มก่อสร้าง เมื่อการก่อสร้างเสร็จแล้วจึงมีลักษณะที่สวยงาม เป็นระบบ จัดระเบียบ วางผังอย่างลงตัว จนได้รับขนานนามจากชาวอินเดียผู้ไปเยือนวัดแห่งนี้ว่า มินิไทยแลนด์

พระราชรัตนรังษีมีนโยบายกิจกรรมนำศาสนา ดังนี้

๑. งานประกาศธรรม ระหว่างพรรษากาลจะจัดฝึกอบรมพระธรรมวิทยากรให้มีภูมิความรู้ เจาะลึก ศึกษาพุทธประวัติ พุทธสถาน ธรรมบท เรื่องราวคราวครั้งพุทธกาลโดยละเอียด พร้อมเทคนิควิธีการนำเสนอแสดงธรรมแก่ผู้มาแสวงบุญอย่างถ้วนถี่ เมื่อออกพรรษาก็จะส่งพระธรรมวิทยากรที่อบรมดีแล้ว ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นพระธรรมทูต นำพาชาวพุทธไทยผู้มาไหว้พระแสวงบุญตลอดทั้งดูแลช่วยเหลือในกรณีที่มีปัญหา ซึ่งเป็นการเสริมสร้างศรัทธาและเติมเต็มหลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงการนำเรื่องเล่าในพุทธประวัติ นำประชาชนเข้าถึงพุทธสถานได้ถึงที่ ถึงตา ถึงหู และถึงใจ

๒. งานกิจนิมนต์-มวลชนสัมพันธ์ งานกิจนิมนต์ก็จะมีหลากหลาย เช่น งานแต่งงาน ไปอวยพรคู่บ่าวสาว งานเจริญพุทธมนต์เนื่องในงานแม่วัวตกลูก งานเปิดเทศกาลกีฬาฮอกกี้ คริกเก็ต กีฬามวยปล้ำ (มัลละบุรุษ) งานฉันเพล งานเป็นประธานชักธงชาติอินเดียเนื่องในวันประกาศอิสรภาพ และวันชาติ ฯลฯ

การไปร่วมงานทั้งหมดก็จะนำสิ่งของต่างๆ ไปมอบให้เจ้าภาพ ไม่มีการรับปัจจัยไทยธรรมจากเจ้าภาพใดๆ

๓. งานดูแลต้อนรับแขกผู้ใหญ่ของอินเดีย เพราะวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ทุกวันนี้ รัฐบาลรัฐยูพีประกาศให้วัดไทยกุสินาราฯ เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำรัฐ จะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอินเดียแวะเวียนมาเยี่ยมชมเป็นประจำ เช่น ผู้ปกครองรัฐยูพี ๖ (U.P.Governor) ผู้บัญชาการทหารอากาศ รัฐมนตรีสาธารณสุข รัฐมนตรีการรถไฟ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจ ฯลฯ

เมื่อเจ้าหน้าที่เหล่านี้มาเยี่ยมวัดไทย พระสงฆ์ก็จะจัดเจริญชัยมงคลคาถา ให้พร และอธิบายวัตถุประสงค์รายละเอียดต่างๆ ของการสร้างวัด รวมถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในเมืองไทยที่ได้รับจากอินเดีย

วัดจึงกลายเป็นสถานทูตทางวัฒนธรรม อันเป็นสื่อกลางการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างดี

๔. งานกุสินาราคลินิก ที่วัดมีคลินิกราคาถูก ซึ่งเปิดทำการมากว่า ๕ ปี และดูแลรักษาคนป่วยทั้งชาวอินเดียท้องถิ่น รวมถึงคนไทยผู้มาแสวงบุญ และชาวต่างชาติไปแล้วกว่า ๒ แสนราย ชาวกุสินาราเรียกคลินิกแห่งนี้ว่า ไทยแลนด์คลินิก

ในแต่ละวันจะมีผู้ป่วยมารักษามากกว่าร้อยคน และหากเป็นวันพระจะรักษาฟรี จำนวนคนไข้จะเพิ่มมากกว่า ๒-๓๐๐ คนต่อวัน ผู้ป่วยจากระยะห่างออกไป ๖๐ กม. ต่างก็มาใช้บริการที่คลินิกของวัด นับว่าเป็นกิจกรรมที่นำประโยชน์มาให้โดยส่วนเดียว ซึ่งนับว่าเป็นตัวอย่างการนำบทบาทของพระสงฆ์ที่เคยปฏิบัติในอดีตให้กลับมาอย่างน่าภาคภูมิ ปัจจุบันวัดขยายสร้างเป็นโรงพยาบาลขนาดประมาณ ๓๐ เตียง เพื่อรองรับการขยายตัวของกุสินาราคลินิก ซึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแผ่นศิลาฤกษ์เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว เมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงประกอบพิธียกยอดฉัตรพระมหาเจดีย์ พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา ณ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๘

ขณะนี้กำลังก่อสร้าง วัตถุประสงค์ก็เพื่อเป็นหลักประกันด้านสุขภาพ ดูแลชาวพุทธไทยผู้มาเจ็บป่วยที่อินเดีย และดูแลรักษาประชาชนท้องถิ่นทุกชนชั้น ไม่มีเชื้อชาติ ศาสนา ใครเจ็บป่วยมาก็รักษา นับเป็นน้ำใจของชาวพุทธไทยที่มีต่อคนอินเดีย และเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการประชวรด้วยพระปักขันธิกาพาธของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทรงป่วยและเสด็จดับขันธปรินิพพานที่เมืองกุสินาราแห่งนี้ และนอกจากนี้วัดยังจัดตู้ยาและหมายเลขโทรศัพท์ติดตั้งไว้ตามจุดแวะพักต่างๆ ทั่วพุทธสังเวชนียสถาน เมื่อเกิดเหตุก็จักส่งหมอจัดคนไปช่วยดูแลอย่างทันท่วงที

๕. งานโรงเรียนต้นกล้าพระพุทธศาสนาทุกวันอาทิตย์ วัดจัดให้มีการเรียนการสอนนักเรียนระดับประถมศึกษา ให้ศึกษาพระพุทธศาสนา และสวดมนต์ทุกวันอาทิตย์ กว่า ๑๐๐ คน และเข้าไปดูแลสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียนระดับประถมในเขต จ.กุสินาคาร์จำนวน ๒๒ แห่ง ซึ่งเป็นการประกาศธรรมในระดับรากหญ้าของประชาชนชาวท้องถิ่น นับว่าเป็นจุดประกายแห่งพระพุทธศาสนาให้ฟื้นกลับคืนยังแดนพุทธภูมิอีกครั้ง

๖. งานดูแลชาวพุทธไทย คนสัญชาติไทยปัจจุบันนอกจากวัดจะดูแล ต้อนรับ รับรองผู้มาแสวงบุญ ณ กุสินาราปีละกว่า ๗,๐๐๐ คนแล้ว ยังเป็นที่รับยื่นเอกสารเพื่อส่งไปดำเนินการต่ออายุและออกหนังสือเดินทางยังสถานทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย โดยประชาชนเหล่านี้ไม่ต้องเสียเวลาไปดำเนินการเอง ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกอีกด้านหนึ่งเป็นอย่างดี

รูปภาพ

นโยบาย ๕ อู่

๑. อู่ข้าว คือโรงทาน เป็นที่รับประทานอาหารเลี้ยงพระสงฆ์และชาวพุทธผู้มาแสวงบุญ ตั้งแต่สร้างวัดได้ดูแลคนไทยผู้มาแสวงบุญแล้วกว่า ๗ หมื่นคน

๒. อู่น้ำ คือซุ้มกาแฟ มุมบริหารน้ำดื่ม น้ำปานะ ที่พบปะสนทนาธรรม ระหว่างผู้มาแสวงบุญ

๓. อู่นอน คือที่พัก ซึ่งจัดไว้สำหรับรับรองผู้มาแสวงบุญสามารถพักอย่างสะดวกสบาย

๔. อู่ยา เป็นคลินิก ๘ รูปี รักษาทุกโรค เปิดเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๓ กลางวันเปิดให้บริการรักษาดูแลชาวอินเดียท้องถิ่น กลางคืนเปิดให้บริการดูแลชาวพุทธไทยผู้มาแสวงบุญ ดูแลรักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่า ๒ แสนคน

๕. อู่ทรัพย์ คือพระอุโบสถและพระมหาเจดีย์ เป็นที่สวดมนต์ ไหว้พระเจริญภาวนา และเป็นที่บำเพ็ญบุญกิริยาอันเป็นอริทรัพย์ของผู้ศรัทธาทั้งหลาย


หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก - 30/03/2006

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

วัดไทยลุมพินี
Royal Thai Monastery Lumbini, Nepal
ปริมณฑลสังเวชนียสถาน ตำบลลุมมินเด
อำเภอรูปันเดหิ จังหวัดลุมพินี ราชอาณาจักรเนปาล


พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาส

รูปภาพ

วัดไทยลุมพินี เป็นวัดนานาชาติ สายเถรวาท ตั้งอยู่ในปริมณฑลสังเวชนียสถาน ที่ประสูติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ สวนลุมพินีวัน เนปาล สร้างขึ้นด้วยศรัทธาของพุทธบริษัทชาวไทย ในนามของรัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้งบประมาณแผ่นดินและผู้ศรัทธาร่วมทำบุญ ทำสัญญาเช่าที่ดินจากรัฐบาลเนปาล จำนวน ๒ แปลง รวมพื้นที่ ๕ เอเคอร์ (๑๓ ไร่เศษ) เป็นระยะเวลา ๙๙ ปี เพื่อเป็นการบูชาคุณพระพุทธศาสนา และร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ ๕๐ ปี

รูปภาพ
รูปภาพ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

พระผู้นำพุทธศาสนากลับคืนสู่ดินแดนพุทธภูมิ “พระราชรัตนรังษี”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13550

พุทธสังเวชนียสถาน : สถานที่อันเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39377

สัตตมหาสถาน สถานที่เสวยวิมุติสุขที่ยิ่งใหญ่ ๗ แห่ง
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39332

ประวัติ “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ทั้ง ๔ ต้น ที่พุทธคยา แดนตรัสรู้
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39333

มหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของโลก
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39415

หลวงพ่อพระพุทธเจ้าองค์ดำ แห่งเมืองนาลันทา กรุงราชคฤห์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39407

เว็บไซต์วัดไทยลุมพินี
http://www.watthailumbini.org/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รูปภาพ
พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระอุโบสถวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน
............................................................................



วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน
เลขที่ 14 ถนนคาโลนน์ วิมเบิลดัน
เขตมอร์ตัน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
Tel : +44 (0208) 946-1357
Fax : +44 (0208) 944-5788


THE BUDDHAPADIPA TEMPLE LONDON
14 Calonne Road Wimbledon
London SW19 5HJ


พระราชภาวนาวิมล (ธีรวัธน์ อมโร) เจ้าอาวาส

อนุสนธิสืบเนื่องมาจากมูลนิธิวิปัสสนา วัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร ได้จัดส่งพระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทธิ ป.ธ.9) ขณะดำรงค์สมณศักดิ์ที่ พระราชสิทธิมุนี กับพระโสภณธรรมสุธี (ขณะดำรงค์สมณศักดิ์ที่ พระมหาวิจิตร ติสฺสทตฺโต) มาทำการสอนวิปัสสนาที่พุทธวิหารแฮมป์สเตท เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2507 ตามคำอาราธนาของ The English Sangha Trust ซึ่งเป็นเจ้าภาพของพุทธวิหารแห่งนั้น

รูปภาพ

ประมาณ 5 เดือนหลังจากพระสงฆ์ไทยทั้งสองรูปได้ปฏิบัติงานสอนพุทธวิปัสสนา ปรากฏว่ามีคนสนใจมากเป็นที่น่าอนุโมทนา แต่สถานที่สำหรับฝึกสอนยังไม่เหมาะสมดีนัก ประกอบกับกรมการศาสนาได้ขออนุมัติคณะรัฐมนตรีและมหาเถรสมาคม แต่งตั้งพระสงฆ์ไทยทั้งสองรูปเป็น “พระธรรมทูต” (Buddhist Missionary) โดยมีพระราชสิทธิมุนี เป็นหัวหน้า เพื่อวัตถุประสงค์จะจัดตั้งวัดไทยขึ้น ณ นครลอนดอน ดังนั้น พระสงฆ์ไทยทั้งสองรูปจึงปรึกษาหารือสถานเอกอัครราชทูต และหัวหน้าสำนักงานไทยๆ ในกรุงลอนดอน ผลปรากฏว่าทุกฝ่ายเห็นชอบด้วย จึงได้เสนอเรื่องจัดตั้งวัดไปยังกรมการศาสนา (Religious Affair) เพื่อเสนอรัฐบาลขออนุมัติเงินงบประมาณแผ่นดินต่อไป

รูปภาพ

ในที่สุดรัฐบาลไทยของเรา ได้อนุมัติเงินจัดซื้อที่ตั้งวัด และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอนเป็นผู้แทนรัฐบาลดำเนินการจัดซื้อบ้านเลขที่ 99 Christchurch Road, in the London borough of Richmond เป็นที่ตั้งวัด ดังที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พุทธศักราช 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จเปิดวัดอย่างเป็นทางการ และทรงพระราชทานนามว่า วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน (THE BUDDHAPADIPA TEMPLE LONDON) ต่อมาในปีพุทธศักราช 2518 ได้ย้ายไปอยู่ที่คฤหาสบาร์โลกิลเฮาส์ (Bralogill) วิมเบิลดัน ปาร์คไซด์ กรุงลอนดอน (Wibledon Parkside London) ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดจนถึงปัจจุบัน

วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน คือ วัดไทยแห่งแรกในสหราชอาณาจักร และภาคพื้นยุโรป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทย ปัจจุบัน ได้จัดตั้งโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน (The Buddhapadipa Buddhist Sunday School London) ขึ้นมาภายใต้ภารกิจของคณะพระธรรมทูต ด้วยมุมมองและวิสัยทัศน์ของคณะพระธรรมทูต ที่อยากเห็นเยาวชนไทยที่เติบโตในแผ่นดินอังกฤษ ได้รับการสั่งสอน ฝึกฝนอบรม ภาษาไทย วัฒนธรรมไทย และกิริยามารยาทสมกับเป็นลูกหลานคนไทย

รูปภาพ

ศาสนกิจที่พระสงฆ์ได้ถือปฏิบัติมาตลอดนั้น นับเป็นภารกิจสำคัญในการนำวงล้อแห่งธรรมะของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้คงอยู่ และสามารถหยั่งรากลึกไปสู่จิตใจของพุทธศาสนิกชน การปฏิบัติศาสนกิจของพระภิกษุสงฆ์นั้น แบ่งออกเป็นส่วนหลักๆ คือ กิจวัตรสงฆ์ประการหนึ่ง และกิจในการประกาศธรรมะอีกประการหนึ่ง ส่วนกิจนอกจากที่กล่าวนี้จัดเป็นกิจจร คือไม่ได้กำหนดเป้าหมายไว้ชัดเจน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือปฏิบัติกิจตามสมควร ทั้งต่อสถานที่ ต่อบุคคล และสภาพแวดล้อมที่พระสงฆ์ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ศาสนกิจที่คณะพระธรรมทูต วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ได้ถือเป็นแนวปฏิบัติตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมานั้น สามารถแยกออกได้ดังนี้

- ศาสนกิจตลอดปี (Yearly Programme)
- ศาสนกิจรายเดือน (Monthly Programme)
- ศาสนกิจรายสัปดาห์ (Weekly Programme)
- กิจนิมนต์และงานพิธีกรรมนอกสถานที่ (Outdoor Programme)
- กิจสงฆ์ลงฟังสวดพระปาฎิโมกข์ทุกวันขึ้น/แรม 15 ค่ำ/แรม 14 ค่ำ (เฉพาะพระภิกษุเท่านั้น)

วัดพุทธปทีป เปรียบเสมือนประทีปธรรมดวงแรกเริ่ม ที่ได้ปักลงไว้ในกรุงลอนดอน นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2507 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีอายุครบ 40 ปีเต็ม (พ.ศ.2549) มีพระสงฆ์จำพรรษาจำนวน 9 รูป ในปีพุทธศักราช 2545 คณะพระธรรมทูตได้จัดตั้งวัดขึ้นอีก โดยให้ชื่อว่า “วัดธรรมปทีป กรุงเอดินเบอระ” เป็นประทีปธรรมดวงที่สองที่ถูกปักลงที่กรุงเอดินเบอระ สกอตแลนด์ มีพระสงฆ์ 3 รูป อยู่จำพรรษาปฏิบัติศาสนกิจสงเคราะห์ชุมชนชาวไทยและชาวสกอตแลนด์จนปัจจุบัน

รูปภาพ

ในปี พ.ศ.2548 คณะพระธรรมทูต พิจารณาเห็นว่าทางสกอตแลนด์มีวัดไทยเป็นศูนย์กลางให้ชุมชนชาวไทยและชาวต่างชาติได้ศึกษาพระพุทธศาสนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้มีโครงการสร้างวัดขึ้นที่เขตเมืองคาร์ดิฟฟ์ เวลส์ เพื่อให้ประทีปธรรมปักลงครบเป็นดวงที่สาม ให้งานการปฏิบัติศาสนกิจและการเผยแผ่ธรรมะขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยให้ชื่อว่า “วัดสังฆปทีป เฉลิมพระเกียรติ” เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

ทั้งนี้ โครงการสร้างวัดสังฆปทีป กรุงคาร์ดิฟฟ์ เวลส์ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งคณะพระธรรมทูตได้ทำการประชาสัมพันธ์ข่าวการกุศลให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยและชาวต่างชาติได้ทราบและร่วมบริจาคสมทบทุนในการจัดสร้างวัด การดำเนินการงานสร้างวัดในครั้งนี้กำหนดกรอบเวลาไว้ 5 ปี (พ.ศ.2550-2555) ทั้งนี้ เพื่อให้ประทีปแห่งธรรมะของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าสว่างไสวเป็นหลักชัย เสริมจิตใจแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติในสหราชอาณาจักรตลอดไป

รูปภาพ
พระราชภาวนาวิมล (ธีรวัธน์ อมโร)


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ท่องแดนธรรม “วัดพุทธปทีป” ประทีปธรรม...กลางกรุงลอนดอน
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=14026

เว็บไซต์วัดพุทธปทีป
http://watthaiuk.org/
http://www.bpp.iirt.net/

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

วัดอภิธรรมพุทธวิหารเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก ประเทศรัสเซีย


พระรศ.ดร.ชาตรี เหมพนฺโธ เจ้าอาวาส

วัดอภิธรรมพุทธวิหารเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทแบบไทย เป็นต้นแบบของวัดนิกายเถรวาทแห่งแรกในประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย โดยยึดหลักการและแนวทางการสอนตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ในพระไตรปิฎกทั้งพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก

รูปภาพ
พระรศ.ดร.ชาตรี เหมพนฺโธ
............................................................................



พระรศ.ดร.ชาตรี เหมพนฺโธ
๑๕ ปี แห่งการปักธงธรรมจักรในรัสเซีย


จากสถิติของทางรัฐบาลรัสเซียที่สำรวจเมื่อปี ๒๕๔๗ พบว่า มีประชาชนชาวรัสเซียประมาณ ๖ แสนคนที่นับถือศาสนาพุทธ และมีชาวรัสเซียมากกว่า ๒๐ ล้านคนจากประชากรทั้งหมด ๑๔๔ ล้านคน สนใจและศึกษาพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่เป็นผู้มีการศึกษาระดับสูง และนักธุรกิจผู้เคยเดินทางมาท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจกับประเทศไทยหรือประเทศใกล้เคียง

พระพุทธศาสนาได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่วัยรุ่นหรือนักศึกษา อีกทั้งกีฬาศิลปะการป้องกันตัวของชาวเอเชียก็ยังเป็นแรงดึงดูดให้วัยรุ่น และนักธุรกิจจำนวนมากหันมาสนใจพระพุทธศาสนา ทั้งการฝึกกังฟู คาราเต้ ยูโด เทควันโด และมวยไทย ซึ่งการฝึกฝนกีฬาดังกล่าวต้องอาศัยการเข้าใจในปรัชญาทางพระพุทธศาสนา ทั้งนิกายเซน และนิกายเถรวาท การฝึกสมาธิก่อนการฝึกซ้อมกีฬาดังกล่าวทำให้ผู้ฝึกซ้อมซึมซับปรัชญา และคำสอนทางพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี

พระรศ.ดร.ชาตรี เหมพนฺโธ อายุ ๓๗ ปี พรรษา ๑๖ เจ้าอาวาสวัดอภิธรรมพุทธวิหารเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย เล่าว่า เป็นคนจังหวัดพัทลุง ก่อนบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ได้บวชเณรมาแล้ว ๙ ปี แล้วได้จำพรรษาที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ จึงได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อปัญญานันทะภิกขุ ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกขพลาราม พอดีเรียนจบคณะพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คิดว่าจะทำงานเพื่อสานต่อของครูบาอาจารย์อย่างไร เพราะถ้ามีความรู้แล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ความรู้ที่มีก็จะสูญเปล่า ตรงนี้จึงคิดไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ เพื่อให้เป็นการเปิดโอกาสเป็นช่องทางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ต่อมาในปี ๒๕๓๙ สามารถสอบชิงทุนของสถานทูตออสเตรเลีย อังกฤษ รัสเซียได้ ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศรัสเซีย เนื่องจากมองเห็นว่า ชาวรัสเซียได้รับความเดือดร้อนจากการอยู่ภายใต้การปกครองศาสนาที่เขาเชื่อกันมาดั้งเดิม ประกอบกับระบบการเมืองทำให้คนได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ และเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากที่รัฐบาลรัสเซียได้ให้ทุนเรียนต่อปริญญาโท-เอก ในคณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของมหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

ความตั้งใจในการเดินทางไปรัสเซียครั้งแรก เพื่อให้ชาวรัสเซียรู้ว่าการมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาเรามาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้มาเพื่อที่จะมาเปลี่ยนศาสนาของคนรัสเซียแต่อย่างใด ซึ่งหน้าที่ต้องทำในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามที่ตั้งใจไว้ คือ การเป็นพระอาจารย์สอนพระพุทธศาสนาในมหาวิทยาลัยแห่งนครเซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก (St. Petersburg State University) สัปดาห์ละ ๔ ครั้ง ของคณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและคณะปรัชญา รวมทั้งไปสอนพระพุทธศาสนาในวัดสายวชัรยานหรือสายทิเบต ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์จะสอนพระพุทธศาสนา มีการเทศนา และนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมที่วัดอภิธรรมเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กพุทธวิหาร

แม้ในประเทศรัสเซีย ทั้งในส่วนที่อยู่ในทวีปเอเชียและยุโรป ทุกเมืองจะมีศูนย์ศึกษาและปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนา แต่ก็ยังไม่มีศูนย์เพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรมแบบนิกายเถรวาทแม้แต่แห่งเดียว ดังนั้น การเปิดวัดอภิธรรมพุทธวิหารเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จึงเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศรัสเซียและประเทศใกล้เคียง ทั้งในยุโรปตะวันออกและสแกนดิเนเวีย

รูปภาพ

วัดอภิธรรมพุทธวิหารเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จึงเป็นต้นแบบของวัดนิกายเถรวาทแห่งแรกในประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย โดยยึดหลักการและแนวทางการสอนตามที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ในพระไตรปิฎกทั้งพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก

ปัจจุบันชาวรัสเซียจำนวนมากได้หันมาสนใจศึกษาพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ทั้งที่ชาวรัสเซียสมัยก่อนไม่เคยรู้จักพุทธศาสนานิกายเถรวาท สาเหตุที่ชาวรัสเซียหันมาสนใจพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทเนื่องจากได้รับข้อมูลที่ถูกต้องว่า การศึกษาพระพุทธศาสนาควรศึกษาจากแหล่งต้นกำเนิดจริงๆ คือ จากพระไตรปิฎกเป็นคัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา รวมทั้ง ชาวรัสเซียยังสนใจการสอนพระพุทธศาสนาของท่านพุทธทาสภิกขุ และสายของพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) หรือหลวงพ่อชา สุภทฺโท

ดังนั้นเมื่อชาวรัสเซียทราบความจริงดังกล่าว จึงมีการแปลและพิมพ์ตำราทางพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นจำนวนมาก ทั้งพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎกเป็นภาษารัสเซีย ส่วนพระอภิธรรมปิฎกยังไม่มีผู้สามารถสั่งสอนแนะนำพวกเขาได้ จากนี้ทางวัดมีโครงการที่จะแปลพระไตรปิฎกจำนวน ๔๕ เล่ม เป็นภาษารัสเซีย คาดว่าจะทำการแปลให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ ปี ส่วนโครงการที่คิดว่าจะทำได้ในเร็ววันนี้คือการขยายวัดไปตามเมืองต่างๆ ตั้งใจเอาไว้ว่าขอให้มีวัดสายเถรวาทเมืองละ ๑ วัด เพื่อให้เป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศรัสเซีย

“วันนี้อาตมาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซียให้ทำงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะได้เป็น ศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัย แล้วก็ทำงานเพื่อสังคมทางด้านการพัฒนาจิตใจชาวรัสเซีย แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลรัสเซียให้การชื่นชม ทำให้การทำงานด้านศาสนามีความง่ายขึ้น เพราะก่อนหน้านี้คนรัสเซียไม่ค่อยยอมรับคนเอเชียเท่าไรนัก มาวันนี้อาตมาก็ภูมิใจว่า ชีวิตทั้งชีวิตได้มอบให้พระพุทธศาสนา เลือดทุกหยด แรงเหงื่อทุกหยดอาตมาก็มอบให้พระพุทธศาสนา เพื่อให้เป็นพุทธบูชา” พระรศ.ดร.ชาตรี กล่าวทิ้งท้าย


หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก - 1 สิงหาคม 2550 21:25 น.
เรื่อง สุทธิคุณ กองทอง, ภาพ ศุภชัย เพชรเทวี


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ศาสนาพุทธบูม !! ในรัสเซีย
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15161

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
หลวงตาโสบิน โสปาโกโพธิ


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

หลวงตาโสบิน พระธรรมทูตผู้บุกเบิกวัดไทยในอเมริกา
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13573

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:02 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

วัดพุทธรังษี สแตนมอร์
88 ถ.สแตนมอร์ สแตนมอร์ นครซิดนีย์
รัฐนิวเซ้าท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย 2048


Wat Buddharngsee Stanmore,
88 Stanmore Road, Stanmore,
N.S.W. 2048 Australia
Tel : (61) 02-95572039


พระครูวัชรคุณาภรณ์ เจ้าอาวาส

วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ นครซิดนีย์ ตั้งอยู่ที่ ถ.สแตนมอร์ ในความอุปถัมภ์ของมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นวัดพระพุทธศาสนาเถรวาทแห่งแรกในทวีปออสเตรเลีย เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นประธานฝ่ายฆราวาส เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดวัดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2518

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2538 ได้สร้างวัดสาขาขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่แอนนันเดล ตั้งอยู่ไม่ไกลกันนักคือ วัดพุทธรังษี แอนนันเดล

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รูปภาพ

วัดพุทธรังษี แอนนันเดล
(วัดสาขาของวัดพุทธรังษี สแตนมอร์)
49 ถ.ทราฟัลการ์ แอนนันเดล นครซิดนีย์
รัฐนิวเซ้าท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย 2038


Wat Buddharangsee
49 Trafalgar Street, Annandale, Sydney,
N.S.W. 2038 Australia
Tel/Fax : (61) 02-95572879


พระครูปลัดอภิชัย อภิปุญฺโญ เจ้าอาวาส

รูปภาพ

รูปภาพ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2548 ได้สร้างวัดไทยอีกแห่งหนึ่งชื่อ วัดสังฆรัตนาราม ณ เมืองโกลด์โคสท์ รัฐควีนส์แลนด์

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

รูปภาพ

วัดสังฆรัตนาราม
(วัดสาขาของวัดพุทธรังษี สแตนมอร์)
137 ถ.โบเดสเซิ่ท-นาแรง เมืองโกลด์โคสท์
รัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย 4211


Wat Sangharatanaram (Gold Coast)
137 Beaudesert-Nerang Road,
Nerang QLD 4211 Australia
Tel/Fax : (61) 07-55020464


พระละม้าย อภิสโม ประธานสงฆ์

เมื่อปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา อุบาสก-อุบาสิกาและชุมชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองโกลด์โคสท์และเมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ ได้นิมนต์พระสงฆ์จากนครซิดนีย์ อาทิ เช่น พระเทพญาณกวี, พระวิบูลสีลาภรณ์ (ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสีลาภรณ์) และพระครูปลัดอรรถจริยานุกิจ (ปัจจุบันดำรงสมณศักดิ์ที่ พระปรีชาญาณวิเทศ) เพื่อการประกอบศาสนพิธีเป็นครั้งคราว ต่อมาได้ดำริต้องการนิมนต์พระสงฆ์ให้อยู่จำพรรษา เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ

ต่อเมื่อวันที่ 17 กรกฏาคม พ.ศ.2548 จึงได้ทำบุญเป็นการเปิดวัด โดยได้เช่าบ้านและนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 3 รูป เพื่ออยู่จำพรรษา โดยมีพระละม้าย อภิสโม เป็นประธานสงฆ์ อยู่ต่อมาประมาณ 2 เดือนคณะสงฆ์และฆราวาส จึงประชุมปรึกษาว่าควรแสวงหาซื้อบ้านหลังใหม่ดีกว่าที่จะต้องจ่ายค่าเช่าเเป็นรายเดือน เพื่อตั้งเป็นวัดต่อไป จึงได้ซื้อบ้านและที่ดิน 4,195 ตารางเมตร (ประมาณ 2.5 ไร่ ) เป็นจำนวนเงิน 550,000 เหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 16,500,000 บาท) โดยมีพระครูปลัดอภิชัย อภิปุญโญ เป็นผู้เซ็นสัญญา, พระละม้าย อภิสโม และพระมหาวิรัตน์ สุเมธิโก ร่วมเป็นสักขีพยาน และได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ของวัดเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องผ่อนชำระกับธนาคาร เป็นรายสัปดาห์ๆ ละ 800 เหรียญ เป็นระยะเวลา 30 ปี

รูปภาพ

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2548 พระสงฆ์จึงได้ย้ายเข้าอยู่ในวัดสังฆนาราม ในพื้นที่มีต้นไม้รื่นรมย์อยู่ไม่ห่างไกลจากชุมชนไทยมากนัก จึงเป็นสถานที่เหมาะสม โดยทางวัดได้รับการสนับสนุนจากชุมชนชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างดี ปัจจุบันวัดสังฆรัตนารามได้กลายเป็นศูนย์รวมใจชาวไทย มีพี่น้องประชาชนได้มาทำบุญเยี่ยมเยือนวัด ถือศีล ปฏิบัติธรรม ในทุกกาลทั้งในกาลเข้าพรรษาและนอกพรรษา

ในอนาคตวัดจะตั้งเป็นองค์กรพุทธสมาคมหรือชุมชนชาวพุทธ เพื่อเป็นการประกาศพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีไทย และเพื่อเป็นการสนับสนุนส่งเสริมงานพระธรรมทูตไทย ณ ประเทศออสเตรเลีย พร้อมทั้งเผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกส่วนหนึ่งด้วย

รูปภาพ

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


วัดพุทธรังษี ลูเมียห์
39 ถ.จังชั่น ลูเมียห์ แคมป์เบลทาวน์
รัฐนิวเซ้าท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย 2560


Wat Pah Buddharangsee
39 Junction Road, Leumeah,
N.S.W. 2560 Australia
Tel. (61) 02-46257930
Fax (61) 02-4628 05410


พระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาส


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา
80 ถ.อาร์ชิบอลด์ เขตลีนแฮม
กรุงแคนเบอร์รา รัฐ เอ ซี ที ประเทศออสเตรเลีย 2602


Wat Dhammadharo
80 Archibaid st., Lyneham,
Canberra ACT 2602 Australia
Tel/Fax : (61) 02-62498594


พระปรีชาญาณวิเทศ เจ้าอาวาส

วัดธัมมธโร ตั้งอยู่ในเมืองหลวงกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งมีสถานเอกอัครราชทูตไทยตั้งอยู่ด้วย พุทธศาสนิกชนชาวไทยและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เห็นเป็นโอกาสมงคลที่จะร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่องค์พระมหากษัตริย์ไทย จึงพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างเขตพุทธาวาส ณ วัดธัมมธโร กรุงแคนเบอร์รา เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีพระปรีชาญาณวิเทศ เจ้าอาวาส เป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายสงฆ์ และ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยการสนับสนุนจากวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ประเทศไทย

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
(บน) โชติกา ผู้อำนวยการวิหารสังฆเมตตา
(ล่าง) ผู้ปฏิบัติธรรมกำลังเดินจงกรม

.....................................................



วิหารสังฆเมตตา
เมืองอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam)
ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands)


โชติกา ผู้อำนวยการวิหารสังฆเมตตาและครูสอนการนั่งวิปัสสนา

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ศิษยานุศิษย์วิปัสสนา วิหารสังฆเมตตา พุทธศาสนาในเนเธอร์แลนด์
โดย โสภาพร ควร์ซ จากหนังสือพิมพ์มติชน หน้า 20

วันที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11197


เวลาตีห้าสิบห้านาที สัญญาณการเริ่มวิปัสสนาของเช้าวันใหม่เสียงระฆังกังวานใสก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ภาพผู้ปฏิบัติสมาธิแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสบายๆ ก้าวเดินจงกรมด้วยอาการสำรวม เงียบสงบ สลับกับการเจริญวิปัสสนาก็เริ่มปรากฏให้เห็น และเป็นภาพคุ้นตาในหมู่คนไทยเป็นอย่างดี

แต่เมื่อภาพเหล่าผู้ปฏิบัติสมาธิตรงหน้า มิใช่คนไทย แต่กลับเป็นชาวตะวันตก กว่าสามสิบชีวิตที่ทำสมาธิอย่างตั้งใจ ขะมักเขม้น ตลอดทั้งวัน โดยไม่มีการพูดคุยกันเลยนั้น ย่อมสร้างความแปลกใจให้กับผู้พบเห็นชาวไทยมิใช่น้อย

“โชติกา” วัย 76 ปี ผู้อำนวยการวิหารสังฆเมตตา ในเมืองอัมสเตอร์ดัม และครูสอนการนั่งวิปัสสนามาเกือบ 20 ปี เล่าให้ฟังว่า การสอนสมาธิที่วิหารนี้เป็นแบบพุทธศาสนาเถรวาทแบบวัดมหาธาตุ โดยเธอเองได้รับการสอนมาจาก ท่านเมตตาวิหารี จากวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ ซึ่งได้มาประจำอยู่ที่วัดในเนเธอร์แลนด์กว่า 20 ปี ก่อนที่จะมรณภาพไปเมื่อปี พ.ศ. 2550

เธอเล่าว่า ปัจจุบันชาวดัชต์ให้ความสนใจกับพุทธศาสนา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งสมาธิเป็นอย่างมาก เพราะตอบสนองกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป

“ทุกวันนี้วิถีชีวิตของคนที่นี่เร็วขึ้นมาก ทุกคนมีอะไรให้ทำมากมายและรีบเร่งในแต่ละวัน ผู้คนจึงต้องการสมดุลให้ชีวิต” เธอยกตัวอย่างบทบาทของคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเราอย่างแยกไม่ออก

“การมีคอมพิวเตอร์ มันไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของเรายุ่งน้อยลงเลย เพราะว่าเมื่อเราติดต่อกันได้ตลอดเวลา ก็หมายความว่าเราพูดคุยโต้ตอบกันบ่อยขึ้น มีสิ่งที่ต้องทำมากขึ้น จนยุ่งตลอดเวลาเหมือนเดิม”

ดังนั้น การได้มีโอกาสให้เวลากับตัวเอง อยู่กับตัวเองอย่างเงียบๆ จึงเป็นสิ่งที่คนหลายๆ คนถวิลหา ขณะนี้มีสถานฝึกสมาธิหลายแห่งทั่วประเทศ ไม่เฉพาะแต่การทำสมาธิแบบเถรวาท แต่ยังมี “แบบเซน” “มหายาน” และอื่นๆ มีนิตยสาร ชั้นเรียนที่เกี่ยวข้องกับการนั่งสมาธิมากมาย “บางทีเรายังพูดกันว่า นี่เป็นเหมือนแฟชั่น เป็นเรื่องฮิตของคนสมัยนี้เลยนะ”

และความนิยมของชั้นเรียนสมาธิที่วิหารสังฆเมตตา ก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันข้อสันนิษฐานของโชติกาได้ดี

จากชั้นเรียนวิปัสสนาตอนเย็นอาทิตย์ละครั้ง ปัจจุบันนี้ทางวิหารมีชั้นเรียนสามวันต่อสัปดาห์ บางอาทิตย์ก็มีการสอนนั่งสมาธิเต็มวัน รวมทั้งมีคอร์สปฏิบัติสมาธิแบบเข้มข้นในระยะเวลาที่ยาวกว่านั้น เช่น 7 วัน 10 วัน 3 สัปดาห์ หรือตลอดทั้งปี โดยมักจัดกันที่ อินเตอร์เนชั่นแนล ธีโอโซฟิคัล เซ็นเตอร์ (International Theosophical Center) ในเมืองนาร์เด็น (Naarden) ซึ่งห่างออกมาจากอัมสเตอร์ดัม เพียงแค่หนึ่งชั่วโมง สะดวกในการเดินทางสำหรับทั้งผู้จัด และผู้เข้าร่วมปฏิบัติสมาธิ

รูปภาพ

“คอร์สปฏิบัติสมาธิเหล่านี้มักจะเต็มเสมอ เพราะฉะนั้นผู้ที่สนใจต้องโทร. มาจองล่วงหน้า ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง แต่ผู้ชายก็มีไม่น้อย แม้ว่าอายุของผู้ปฏิบัติจะค่อนข้างมาก แต่พบว่าอายุของผู้เข้าร่วมน้อยลงเรื่อยๆ เด็กๆ เหล่านี้เริ่มเห็นประโยชน์ของสมาธิ ว่ามันช่วยในชีวิตได้จริง โดยเฉพาะเรื่องการเรียน แต่บางคนก็ต้องการค้นหาความหมายของชีวิต บางคนก็ต้องการมาพักผ่อน และหาความสงบสุข”

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งที่โชติกาเล่าให้ฟัง คือว่าหลายๆ คนที่มาร่วมปฏิบัติสมาธิไม่รู้ว่าการนั่งสมาธิเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา ตัวโชติกาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอบอกว่า เธอได้รู้จักพุทธศาสนาและการทำสมาธิ จากคำแนะนำของเพื่อนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 เธอบอกว่าเธอไปนั่งมาแล้วดีมาก

“ตอนนั้นฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการนั่งสมาธินี้เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาพุทธ” เสียงโชติกากล่าวขึ้น แต่เมื่อเธอมีโอกาสเดินทางมาที่วิหารสังฆเมตตา และมีโอกาสพูดคุยกับ ท่านเมตตาวิหารี ผู้สอนการทำสมาธิ

“ท่านถามว่าเคยนั่งสมาธิมาก่อนไหม ฉันตอบว่าเคย แต่เป็นแบบคริสต์ ท่านตอบกลับมาว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่สำคัญ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นชาวพุทธแล้วถึงจะฝึกสมาธิได้ คำตอบของท่านทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ”

โชติกา เล่าว่า มีคำสอนหลายอย่างจากท่านเมตตาวิหารีที่เธอประทับใจ เช่น สิ่งที่พระพุทธเจ้าบอกกับพระภิกษุสงฆ์เวลาที่ออกไปเทศนาธรรมว่า หน้าที่ของภิกษุไม่ใช่ไปโน้มน้าวจิตใจให้เขามาเป็นชาวพุทธ แต่เป็นการทำให้ผู้คนเหล่านั้นมีความสุข

หลังจากนั้นโชติกาไปปฏิบัติสมาธิทุกอาทิตย์ และเข้าร่วมปฏิบัติวิปัสสนาระยะยาวครั้งแรกในปลายปีเดียวกันนั้น จากนั้นเธอปฏิบัติสมาธิมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี พ.ศ.2535 ท่านเมตตาวิหารี ก็ขอให้เธอรับช่วงต่อดูแลวิหาร เนื่องจากท่านต้องย้ายไปประจำที่วัดอื่น โชติกาดูแลศูนย์มาโดยตลอดระยะเวลา 16 ปี และชั้นเรียนสมาธิก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

เธอเล่าว่า หลักของการปฏิบัติสมาธิแบบเข้มข้นระยะยาว คือเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติสมาธิหลุดออกจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน มาอยู่ในที่ที่สามารถสำรวจดูพฤติกรรมของตัวเอง

“ความเงียบเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการวิปัสสนาของที่นี่ ในแต่ละวันทุกคนจะมีโอกาสได้พูดเป็นเวลาสิบนาที ในช่วงที่ฉันสอบถามเกี่ยวกับความก้าวหน้าหรือปัญหาในการทำสมาธิ และอาจจะมีโอกาสได้พูดอีกครั้งในช่วงหัวค่ำซึ่งเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับธรรมะ เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง”

โชติกาบอกว่า ปัญหาของผู้เข้าปฏิบัติสมาธิที่เจอบ่อยๆ คือ ง่วงนอน หรือหงุดหงิดจากการนั่งสมาธิ หรือการที่ความคิดเข้ามาในสมองอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งความปวดเมื่อย แล้วนำไปสู่คำถามที่ว่า เอ..นี่คือ หนทางที่ถูกต้องหรือเปล่า?

คำแนะนำก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล บางคนต้องเดินจงกรมมากขึ้น บางคนต้องพยายามมากขึ้น บางคนต้องบอกให้เชื่อมั่น บางคนต้องปล่อยวาง ความมุ่งมั่น ความปรารถนาต่างๆ ของตัวเอง

การปฏิบัติสมาธิของวิหารสังฆเมตตาครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งอื่นๆ เพราะมี ภิกษุณีธัมมนันทา (อดีต ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์) แห่งวัตรทรงธรรมกัลยาณี จ.นครปฐม มาบรรยายเกี่ยวกับพุทธศาสนา

หัวข้อบรรยายนั้นประกอบด้วยพระพุทธประวัติ, ธรรมมะของพระพุทธเจ้า, การก่อกำเนิดสงฆ์ในพุทธศาสนา เพื่อปูพื้นฐานให้ชาวดัตช์บางคนที่ไม่มีโอกาสศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้ ได้เข้าใจถึงแก่นสำคัญในพระพุทธศาสนา และในวันสุดท้ายพูดถึงบทบาทของผู้หญิงและภิกษุณีในศาสนาพุทธ

โชติกาบอกว่า ที่อยากให้ภิกษุณีธัมมนันทา พูดถึงเรื่องผู้หญิงและภิกษุณีในพุทธศาสนาเป็นพิเศษ เพราะว่าเมื่อได้ศึกษาพุทธศาสนาไประดับหนึ่งแล้วพบว่าไม่ค่อยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระเถรีเท่าไรนัก รวมทั้งมีคำถามต่างๆ มากมาย เช่น จริงหรือไม่ที่ว่าเมื่อมีภิกษุณีแล้วพุทธศาสนาจะมีอายุสั้นเหลือเพียงแค่ 500 ปี?

รูปภาพ
ภิกษุณีธัมมนันทา แห่งวัตรทรงธรรมกัลยาณี
.....................................................



วันสุดท้ายของการปฏิบัติธรรมมีพิธีมอบศีลห้า ให้กับชาวดัตช์ที่ถวายตัวเป็นพุทธมามกะ โดยมีญาติพี่น้องมาร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดี

แน่นอนว่าเมื่อสนใจพระพุทธศาสนาขนาดนี้ โชติกาเคยเดินทางมาเมืองไทยหลายครั้งแล้วและมีหลายอย่างของคนไทยที่เธอประทับใจ เช่น การเดินบิณฑบาตของพระ มีญาติโยมมารอตักบาตร แต่ที่สำคัญที่เธอได้เรียนรู้จากวิถีชีวิตของคนไทย คือการให้ทาน หรือความใจกว้างของคนไทยที่พร้อมจะให้เสมอ

โชติกาบอกว่า เธอไม่ค่อยคิดเกี่ยวกับอนาคตมากนัก เพราะถูกสอนให้อยู่กับปัจจุบัน แต่พอจะนึกภาพออกว่าศาสนาพุทธในวันข้างหน้าจะมีความสำคัญและยิ่งใหญ่มากขึ้น “ฉันว่าถ้ามีคนนับถือพุทธศาสนามากขึ้นในเนเธอร์แลนด์ มันจะดีกับประเทศนี้มาก เพราะจะทำให้ผู้คนตระหนักถึงการกระทำของตนเองมากขึ้น มีความรักและเมตตาแก่ผู้อื่นมากขึ้น มีพฤติกรรมที่ดี และดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้องมากขึ้น”

ในความเห็นของโชติกาเธอบอกว่า โดยมากคนไทยไปวัดมักจะไปหาพระหรือพบพระมากกว่า ผิดกับชาวดัตช์ที่ไปวัดเพื่อเรียนรู้และปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิ

ผู้เข้าร่วมการนั่งวิปัสสนา

@ มาครีท วัน ไรเซ่น
อายุ 37 ปี นักร้องโอเปร่า และนักแสดงละครเวที


“ฉันรู้จักการนั่งวิปัสสนาจากสามี เขาไปเข้าคอร์สก่อน และฉันก็ตามไป หลังจากนั้นฉันก็เริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับการนั่งสมาธิแบบวิปัสสนา และศาสนาพุทธ เมื่อได้รู้จักทั้งสองสิ่งนี้แล้ว ฉันเป็นทุกข์น้อยลง ไม่จมอยู่กับความรู้สึกมากเหมือนเมื่อก่อน เพราะฉันเริ่มมีสติและสังเกตได้ว่าความรู้สึกที่เรามีทุกอย่างนั้นไม่เที่ยง และก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ฉัน” ซึ่งกำลังเป็นทุกข์หรือเจ็บปวดด้วย ชีวิตเป็นกระบวนการหนึ่งที่ไม่มีความเป็นส่วนตัวว่าเป็นของใคร ฉันจึงปลงได้ ต่อสู้น้อยลง และดำเนินชีวิตไปตามกระแส มากกว่าที่จะพยายามควบคุมมัน การนั่งวิปัสสนา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเหตุเป็นผลสำหรับฉัน และแม้ว่ามันจะเป็นหนทางที่ยากลำบาก ฉันก็ไม่เคยคลางแคลงใจเลย”

@ เชลลี่ แอนเดอร์สัน
อายุ 56 ปี เจ้าหน้าที่องค์กรไม่แสวงหากำไร


“ตอนฉันอายุ 8-9 ขวบ เคยอ่านหนังสือนิยายเล่มหนึ่งที่ห้องสมุดของโรงเรียน เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า ซึ่งอธิบายเกี่ยวกับความตายไว้ว่า “เป็นเหมือนหยดน้ำหยดหนึ่ง ซึ่งกลับคืนสู่กระแสธาร” ฉันจำคำเปรียบเทียบนี้ได้ไม่ลืม ตอนนั้นรู้สึกว่าถ้ามีอะไรสักอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเกี่ยวกับความตายได้อย่างนี้ มันก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ฉันจึงสนใจพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ตอนอายุสามสิบกว่าๆ และอ่านหนังสือเกี่ยวกับศาสนาพุทธมากมาย รวมทั้งเดินทางไปที่ หมู่บ้านพลัมของท่านติช นัช ฮันห์ เกือบทุกปี ในครั้งนี้ ฉันได้รู้ว่าผู้หญิงก็มีส่วนร่วมและมีบทบาทตั้งแต่ตอนที่เริ่มมีศาสนาพุทธ และรู้สึกดีที่มีบุคคลตัวอย่างให้เราปฏิบัติตาม”

@ ครีน่า วัน เบลเซ่น
วัย 60 ปี อาจารย์สอนหนังสือ


“ฉันนั่งสมาธิมากว่า 10 ปีแล้ว โดยที่ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของพุทธศาสนา เหตุมาจากฉันรู้สึกเหนื่อยกับงานประจำที่ทำมาก เมื่อได้มาวิปัสสนาแบบเงียบๆ ฉันรู้สึกชอบมาก มันสงบ สบาย ฉันโตมาในครอบครัวที่เคร่งในคริสต์ศาสนามาก และรู้สึกมาตั้งแต่เด็กว่ามันไม่เท่าเทียมสำหรับผู้หญิง แต่การจะไม่มีศาสนาเลยก็ไม่ดี เพราะคนเราควรต้องมีที่พึ่งทางใจ การได้มานั่งสมาธิและรู้จักพุทธศาสนา นอกจากจะทำให้ฉันไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ยังทำให้ฉันกลับมามองศาสนาคริสต์ในแง่มุมที่ดีขึ้นอีกด้วย”

@ มาเรีย ฮัช
อายุ 76 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ UNDP


“ฉันรู้จักพุทธศาสนามากว่า 40 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เคยไปประจำการในพม่า และได้รู้จักกับพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้มาพำนักที่วัดแห่งหนึ่งตอนเหนือของประเทศไทย แม้เมื่อกลับมาเนเธอร์แลนด์แล้วฉันก็ยังไปปฏิบัติสมาธิที่ประเทศไทยทุกปี เป็นระยะเวลา 1 หรือ 2 เดือน ก่อนที่ฉันจะรู้จักการนั่งสมาธิ ฉันเป็นคนที่ขี้กลัว วิตกจริตมาก แต่หลังจากนั่งสมาธิแล้วฉันก็สงบมากขึ้น ปัจจุบันฉันนั่งสมาธิทุกวัน พระพุทธเจ้าท่านบอกวิธีการหลุดพ้นทุกข์ให้เราได้ แต่ว่าเราจะต้องเป็นคนเดินไปบนเส้นทางนั้นเอง”

@ มิค่า โมลแมน
วัย 55 เป็นอาจารย์


“ฉันรู้จักพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยทำงานอยู่ที่อินเดีย แม้จะไม่ใช่พุทธศาสนาแบบเถรวาท แต่ฉันก็สนใจ เพราะมันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันหลายอย่าง แต่ฉันไม่ได้ศึกษาอย่างจริงจัง จนกระทั่งกลับมาที่เนเธอร์แลนด์ ฉันเริ่มฝึกวิปัสสนาอย่างจริงจังเมื่อสองปีที่แล้ว และรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่ฉันค้นหามาตลอด และมันก็อยู่ใกล้ตัวมาตลอดเวลานี่เอง ฉันชอบการที่ได้อยู่กับความเงียบ และมีเวลาได้สำรวจดูการกระทำต่างๆ ของตัวเอง ในชีวิตประจำวันของทุกคน เรามีเวลาน้อยนิดเหลือเกินที่จะย้อนมามองดูตัวเอง ฉันรู้สึกมั่นใจมากที่ได้เป็นชาวพุทธ และจะเดินไปตามเส้นทางนี้ต่อไป”

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


Vipassana Meditation Center
as taught by S.N.Goenka around the world.


ทั่วโลกมีศูนย์วิปัสสนาในแนวทาง อ.โกเอ็นก้า นับ 100 ศูนย์ ในทั่วทุกทวีป

เข้าไปดูรายละเอียดการสมัครและรูปภาพที่
http://www.dhamma.org/en/bycountry/index.shtml

Canada

http://www.flickr.com/photos/robert-blu ... 845436635/

U.K.

http://www.flickr.com/photos/wobblyturk ... 390011813/

Japan

http://www.flickr.com/photos/29737589@N ... 871801700/

India

http://www.flickr.com/photos/justsee/sets/363984/


แนะนำสถานที่โดย คุณ equanimous

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


Dhamma Sawadee

Chomlom Larndham thai in Denmark
For thai people who would like to learn more Dhamma.
If you love to learn dhamma and would like to get out from all kind of suffering. So let's us talk, just contact me at phone no. 50 30 55 30
email. larndhamthaidk@live.dk We are in Vejle, Denmark.

Dhamma raksa
N. Maneetavat
Vejle Denmark
00 45 - 50 30 55 30

http://www.chigongmeditation.com

ธรรมสวัสดีค่ะ

ชมรมลานธรรมไทยในเดนมาร์ก สำหรับผู้สนใจในการศึกษาและปฎิบัติธรรม อันมีจุดมุ่งหมายคือรู้แจ้งในสัจจธรรม เพื่อความก้าวล่วงไปแห่งทุกข์ทั้งปวง ไม่มีจุดมุ่งหมายอื่นนอกจากทางนี้เลย.

ทางชมรม มีสื่อธรรมะแจกเป็นธรรมทาน สำหรับผู้อาศัยใน เดนมาร์ก และประเทศใกล้เคียง สื่อธรรมะ เป็นแนวทางของ ท่านพุทธทาส หลวงพ่อชา หลวงพ่อปราโมทย์ และ พระผู้รู้ ผู้ปฎิบัติเพื่อความดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งปวง

จุดประสงค์ที่ข้าพเจ้าตั้งชมรมนี้ขึ้นมาเพราะคิดว่า การที่เราจะหาเวลาไปวัดก็ยาก พระท่านก็มีกิจมาก การเรียนธรรมะ ไม่ต้องเรียนอะไรมาก แต่ถ้ามีครูอาจารย์ดี เพื่อนกัลยาณมิตรดี เราก็สามารถเจริญปัญญาได้เร็ว ไม่เนิ่นช้า และ รู้แจ้งสัจจธรรม ในที่สุด

สนใจขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

N. Maneetavat
Grønnegade 16, 1 TV
7100 Vejle
Denmark
mobil 00 45 - 50 30 55 30
email. larndhamthaidk@live.dk

สื่อธรรมะแจกฟรี และ แนะนำเว็ปธรรมะที่ท่านสามารถเข้าไปศึกษาได้เอง
เมื่อทางชมรมพร้อม เราจะพบปะสนทนาธรรมกันตามกาลอันสมควร

ธรรมรักษา
นิ THDK (ผู้แนะนำสถานที่)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ธ.ค. 2010, 16:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


วัดเรียวอันจิ (Ryoanji Temple)
หรือวัดมังกรสันติ (Dragon Peace Temple)
เมืองเกียวโต (Kyoto) ประเทศญี่ปุ่น


วัดเรียวอันจิ (วัดมังกรสันติ) เป็นวัดที่อุดมด้วยมวลหมู่ไม้นานาพันธ์ วัดเรียวอันจิ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1993 เป็นวัดแบบเซนที่มีชื่อเสียง คือเรื่องการทำสมาธิและความสงบแบบเซน ด้วยการมองก้อนกรวด และก้อนหินทั้ง 15 ก้อน แล้วพิจารณาก้อนกรวด ก้อนหินที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจความหมายของชีวิต และความว่างเปล่าแบบเซนได้ด้วยตัวเอง แต่ภายในวัดไม่ได้มีเท่านี้ รอบๆ บริเวณวัดยังมีที่ร่มรื่น ให้ได้เดินผ่อนคลาย สบายๆ จนเกิดความสงบในใจ

บรรยากาศทั่วไปภายในวัด
อาคารแบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แบบโบราณ สวยงามมาก


รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สวนหินแกะสลักเป็นรูปพระพุทธรูปอยู่ในป่า

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


:b8: http://www.dhammatoday.com/index.php?op ... 80&lang=th


แนะนำสถานที่โดย คุณ Bwitch

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 27 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร