วันเวลาปัจจุบัน 14 ต.ค. 2019, 11:22  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2012, 11:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
“เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

:b39:

สุดอลังการ “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”
วันศุกร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตั้งแต่ท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวราราม ท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จ และเฝ้ารอชมขบวนเรือพระราชพิธีอย่างเนืองแน่นริม ๒ ฝั่งเจ้าพระยา

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค งามวิจิตรริม ๒ ฝั่งเจ้าพระยา

เมื่อเวลา ๑๕.๐๙ น. ของวันศุกร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ถึงท่าวาสุกรี ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จพระราชดำเนินไปยังสะพานฉนวนท่าน้ำวาสุกรี โดยมี พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตรา เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลรายงานขบวนพยุหยาตราทางชลมารคและกำลังพล ก่อนที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ส่งเสด็จฯ ที่ท่าน้ำวาสุกรี

เวลา ๑๕.๑๕ น. โปรดเกล้าฯ ให้ผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตราเคลื่อนขบวนพยุหยาตราทางชลมารคออกจากท่าวาสุกรี ไปตามชลวิถีท้องน้ำเจ้าพระยา ขณะนั้นทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี แตร สังข์ มโหระทึก กลองชนะ ประจำเรือพระราชพิธีประโคมขึ้นพร้อมกัน แล้วกาพย์เห่เรือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ มีทั้งสิ้น ๓ บท ได้แก่ บทสรรเสริญพระบารมี บทชมเรือกระบวน และบทชมเมือง ก็ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วท้องน้ำ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเคลื่อนไปตามลำดับพระราชพิธี

ขณะที่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ยาตรามาถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลศิริราช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงลุกขึ้นยืนและทรงทำวันทยหัตถ์ถวายความเคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยทรงหันพระพักตร์ไปทางอาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น ๑๖ ซึ่งเป็นที่ประทับของทั้งสองพระองค์ ขณะที่ฝีพายทุกคนเมื่อเรือยาตราถึงหน้าโรงพยาบาลศิริราช จะหยุดพายและหันหน้าไปทำวันทยหัตถ์ถวายความเคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

กระทั่ง “เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช” ถึงวัดอรุณราชวราราม เทียบเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช ณ สะพานท่าหน้ากองบัญชาการ กองทัพเรือ เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญผ้าพระกฐินจากบุษบกไปยังพระอุโบสถ และเมื่อเวลาประมาณ ๑๖.๒๕ น. “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” เทียบ ณ สะพานฉนวนน้ำประจำท่าวัดอรุณราชวรารามหน้าพระอุโบสถ ขณะที่ “เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙” เทียบ ณ สะพานฉนวนน้ำหน้าพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม

ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพแตรวงบรรเลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่ง โดยมีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เฝ้ารับเสด็จ จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พระอุโบสถ ตลอดเส้นทางมีประชาชนมารับเสด็จอย่างเนืองแน่น พร้อมกับเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง เมื่อเสด็จเข้าสู่ภายในพระอุโบสถแล้ว ทรงรับผ้าพระกฐินจากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงวางผ้าไตรเหนือพานแว่นฟ้า ซึ่งตั้งอยู่หน้าอาสนะสงฆ์ใกล้เจ้าอาวาส ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒

จากนั้นทรงหยิบผ้าไตรที่พานแว่นฟ้านั้น พาดระหว่างพระกรและประนมพระหัตถ์ ผินพระพักตร์สู่พระประธานในพระอุโบสถ ทรงว่า นะโม ตัสสะ ฯŽ จบ ๓ หน แล้วผินพระพักตร์สู่ที่่ชุมนุมสงฆ์ ทรงกล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน ทรงวางผ้าไตรไว้ที่พานแว่นฟ้าที่เดิม ทรงประเคนเทียนปาฏิโมกข์แด่พระสงฆ์รูปที่ ๒ แล้วถวายเครื่องบริวารพระกฐินแด่พระผู้ครองผ้าพระกฐิน ทรงหลั่งทักษิโณทก

จากนั้นเสด็จออกหน้าพระอุโบสถ ทรงพระสุหร่ายพระขุนพลชลมารค และทรงเจิมแผ่นทอง เงิน นาก สำหรับจัดสร้างวัตถุมงคลของพระอาราม ทรงจุดธูปเทียนบูชา พระพุทธนฤมิตร พระพุทธรูปฉลองพระองค์ในรัชกาลที่ ๒ แล้วเสด็จไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมรูป จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ประชาชนสุดปลาบปลื้ม เฝ้ารอชมขบวนเรือฯ แน่นริม ๒ ฝั่งเจ้าพระยา

ทั้งนี้ ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ประชาชนจำนวนมากมาเฝ้ารอชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคตามจุดต่างๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่บริเวณสะพานพระราม ๘ ถึงวัดอรุณราชวราราม ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้สะพานพระราม ๘ บริเวณสวนสันติชัยปราการ ทางเดินริมน้ำบริเวณท่าพระอาทิตย์ โดยในเวลา ๐๘.๒๙ น. วันนี้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้เป็นประธานในพิธีเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระที่นั่ง ณ อู่หมายเลข ๒ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ เพื่ออัญเชิญเข้าร่วมการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ตามความเชื่อของชาวเรือที่มีมาแต่โบราณว่า เรือทุกลำจะมีแม่ย่านางสิงสถิตอยู่ เพื่อคอยปกปักรักษาคุ้มครองอันตรายทั้งปวงที่จะเกิดแก่เรือ ดังนั้น ก่อนออกเรือทุกครั้งจะต้องมีการทำพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล

พรลภัส ม่วงเงิน ผู้มารอชมขบวนเรือพระราชพิธีฯ กล่าวว่า เดินทางมาจากบ้านย่านพระโขนง ตั้งแต่ตี ๓ เพื่อเตรียมตัวและจับจองพื้นที่ในการชมขบวนเรือฯ โดยได้มาชมหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๕ เพราะให้ความสำคัญกับทุกงานพระราชพิธี ไม่ว่าจะเป็นงานพระราชพิธีใดก็ไม่เคยพลาด ความรู้สึกในการมาชมขบวนเรือฯ ครั้งนี้ มีความปลาบปลื้มประทับใจในความงดงาม และยังถือว่าเป็นพระราชประเพณีของไทยที่มีมาแต่โบราณ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา มีการซ้อมเรือพระราชพิธีฯ ครั้งใหญ่ แต่มาไม่ทัน เห็นแต่เพียงหางเรือที่เคลื่อนผ่านไปแล้ว น้ำตายังไหลโดยไม่รู้ตัวด้วยความปลื้มปิติ คนทั่วโลกให้ความสำคัญและสนใจที่จะมาชม ในฐานะที่เราเป็นคนไทยก็ไม่ควรพลาดที่จะมาชมเช่นกัน

ด้าน ยายอร ชูโชติ กล่าวว่า ทราบข่าวมาจากลูกสาวว่ามีขบวนเรือพระราชพิธีฯ จึงตัดสินใจเดินทางมาด้วยรถไฟจากจังหวัดสงขลา เพื่อมาจับจองพื้นที่บริเวณสวนสันติชัยปราการตั้งแต่ตี ๔ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาชมขบวนเรือพระราชพิธีฯ มีความรู้สึกดีใจมากที่สุด และยังเป็นโอกาสที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มาชม ปลาบปลื้มใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย

ส่วน ปลื้มจิตร นาคบรรจง ซึ่งเดินทางมาจากชุมพรตั้งแต่เมื่อวานโดยมาพักกับญาติที่นนทบุรี ได้จับจองพื้นที่ตั้งแต่ ๙ โมงเช้า และกล่าวว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ที่ได้มาชมขบวนเรือพระราชพิธีฯ ครั้งแรกนั้นได้มาชมเมื่อ ๔ ปีที่แล้ว มีความรู้สึกประทับใจและปลาบปลื้มดีใจเป็นอย่างยิ่งเพราะไม่ได้มีการจัดขึ้นบ่อยๆ นานทีจะมีสักครั้ง

และ สมศรี มงคลวรพิบูล กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากบางเขน กรุงเทพฯ ตั้งแต่เที่ยง มาชมขบวนเรือพระราชพิธีฯ เป็นครั้งที่ ๒ เมื่อหลายสิบปีที่แล้วเคยมาดูเป็นครั้งแรก เพราะคิดว่าเป็นประเพณีที่ดี ในฐานะที่เป็นคนไทยควรมาชมสักครั้งหนึ่งในชีวิตเพื่อเป็นแสดงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และยังถือเป็นโอกาสได้ใกล้ชิดกับพระราชวงศ์ ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยาก นานๆ จะมีสักครั้ง

และเมื่อขบวนพยุหยาตราทางชลมารคได้ลอยลำผ่านไป ประชาชนที่มารอชมต่างมีความรู้สึกปลาบปลื้มที่ได้มารอชม โดย อนงค์นาฏ สองรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขตบางเขน อายุ ๑๙ ปี ได้เล่าความรู้สึกหลังจากได้ชมขบวนเรือพระราชพิธีฯ ว่า เดินทางมาตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. เช่นกัน มาชมเป็นครั้งแรกในชีวิต เคยชมแต่ในโทรทัศน์ แต่เมื่อมาชมสถานที่และบรรยายกาศจริงๆ ทั้งภาพและเสียง ให้ความรู้สึกที่แตกต่างมาก มีความตื่นเต้นและประทับใจเป็นอย่างมาก

ด้าน ส.ต.อ.สุรศักดิ์ รุ่งสุข เจ้าหน้าที่ประจำการรักษาความปลอดภัย บริเวณสวนสันติชัยปราการ กล่าวว่า เคยมาชมขบวนเรือพระราชพิธีฯ เป็นการส่วนตัวแล้ว ๑ ครั้ง แต่ครั้งนี้มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย รู้สึกเป็นเกียรติและปลื้ีมปีติ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ จึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าจะประจำการตั้งแต่ก่อนเริ่มเคลื่อนขบวนเรือพระราชพิธีฯ ถึง ๒ ชั่วโมงก็ตาม

ไม่เพียงชาวไทยเท่านั้นที่มีความประทับใจในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยมิสเตอร์พีชเเละมิสเตอร์เคิร์ท ชาวอเมริกันจากเมืองนิวยอร์ก ซึ่งได้มาชมเรือพระราชพิธีฯ ที่สวนสันติชัยปราการ กล่าวว่ามีความรู้สึกตื่นเต้นเเละประทับใจในพระราชพิธีดังกล่าว เเละมีความรู้สึกว่าเรือสวยงามมาก โดยทางมิสเตอร์พีชได้ทราบข่าวจากมิสเตอร์เคิร์ท ซึ่งทำงานอยู่ในประเทศไทย เเละได้เดินทางมาดูด้วยกันในวันนี้

รูปภาพ

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่า

สำหรับการเสด็จทางน้ำที่เรียกว่า “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” นั้นมีมายาวนานนับตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา จวบจนถึงปัจจุบัน โดยแม่น้ำลำคลองถือเป็นเส้นทางสัญจรหลัก และในเวลารบทัพจับศึกก็จะใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญ เมื่อบ้านเมืองปราศจากสงครามก็จะมีการฝึกซ้อมกระบวนยุทธทางเรือกันในช่วงฤดูน้ำหลากซึ่งเป็นช่วงที่ราษฎรว่างจากการทำนา ประจวบกับเป็นช่วงของประเพณีการทอดกฐิน พระเจ้าแผ่นดินจึงเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนเรือเพื่อให้ไพร่พลได้รื่นเริงในการกุศล ไม่เพียงประเพณีถวายผ้าพระกฐินเท่านั้น ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในอดีตยังจัดขึ้นในคราวที่พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินไปในการต่างๆ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก การเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการรอยพระพุทธบาท การอัญเชิญพระพุทธรูปที่สำคัญจากหัวเมืองเข้าประดิษฐานในเมืองหลวง การต้อนรับทูตต่างประเทศ เป็นต้น

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่ถือเป็นต้นแบบมาจนปัจจุบัน คือขบวนพยุหยาตราฯ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยเรียกขบวนเรือว่า “ขบวนเพชรพวง” ซึ่งเป็นริ้วกระบวนยิ่งใหญ่ ๔ สาย พร้อมริ้วเรือพระที่นั่งตรงกลางอีก ๑ สาย มีเรือทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ลำ นับเป็นขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และนับเป็นต้นแบบสำคัญของขบวนพยุหยาตราฯ ในสมัยต่อมา

อนึ่ง “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ ๑๖ ในรัชกาลปัจจุบัน โดยขบวนเรือพระราชพิธีสองครั้งก่อนหน้านี้ ก็คือ ขบวนเรือพระราชพิธี ในงานฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี เมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๙ และขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


:b8: โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 พฤศจิกายน 2555 17:59 น.

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2012, 11:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
วันที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๒๙
เมื่อ ๑๒๖ ปีก่อน...งดงามมากค่ะ :b8:


รูปภาพ

ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
วันศุกร์ที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
งดงามมากไม่แพ้กันเลยค่ะ :b8:


• มหัศจรรย์เจ้าพระยา “ขบวนเรือฯ ถวายผ้าพระกฐิน”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=19788

• วันออกพรรษา และประเพณีที่เกี่ยวข้องกับวันออกพรรษา
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=39799

• พิธีการทอดกฐิน
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=19697

• ความหมายกฐิน (ท.เลียงพิบูลย์)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=43804

• ความหมายของธงกฐิน (อ.ชำนาญ นิศารัตน์)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=26063

• วัดอรุณราชวราราม : วัดประจำรัชกาลที่ ๒
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19404

• รวมกระทู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ “วันออกพรรษา”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=23&t=45497

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ย. 2012, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3961

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

สวยสดงดงามมากครับ

คุณสาวิกาน้อย


tongue tongue tongue

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร