วันเวลาปัจจุบัน 22 พ.ย. 2019, 17:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 31 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พัดยศสำหรับพระสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่



ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ประกาศ พระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร


มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า

โดยที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกว่างลง
สมควรที่จะสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะขึ้น
ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเพื่อจักได้บริหารการพระศาสนา
ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕
และตามระเบียบพระราชประเพณีให้สมบูรณ์สืบไป

และโดยที่ได้ทรงสดับคำกราบบังคมทูลของคณะรัฐบาลกับ
ทั้งสังฆทัศนะ ในมหาเถรสมาคมเป็นเอกฉันทมติ

จึงทรงพระราชดำริว่า

สมเด็จพระญาณสังวรฯ เป็นพระมหาเถระ
เจริญในสมณคุณเนกขัมมปฏิบัติ
สมบูรณ์ด้วยศีลสมาจารวัตร
รัตตัญญูมหาเถรกรณธรรม
ดำรงสถาพรอยู่ในสมณพรหมจรรย์ตลอดมาเป็นเวลาช้านาน
ได้ประกอบกรณียกิจเป็นหิตานุหิตประโยชน์ไพศาลแก่พุทธจักร และอาณาจักร

ดังมีอรรถจริยาปรากฏเกียรติสมภารตามความพิสดาร
ในประกาศสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะมหาสังฆนายก
เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๕ นั้นแล้ว

ครั้นต่อมา สมเด็จพระญาณสังวรฯ ยิ่งเจริญด้วยอุตสาหะวิริยาธิคุณ
สมารถรับภารธุระพระพุทธศาสนา เป็นพาหุลกิจนิตยสมาทานมิได้ท้อถอย
ยังการพระศาสนาให้เรียบร้อย และเจริญยิ่งขึ้นเป็นลำดับมา

ในการปกครองคณะสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์พุทธศักราช ๒๕๐๕
สมเด็จพระญาณสังวรฯ ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมมาแต่เริ่มแรก
เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ

ฝ่ายธรรมยุตเป็นคณะกรรมการคณะธรรมยุต และเป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต
ในการปริยัติศึกษาเป็นกรรมการปรับปรุงหลักสูตรศาสนศึกษาของคณะสงฆ์
เป็นนายกกรรมการและนายกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย
เป็นผู้อำนวยการครูพระปริยัติธรรม คณะธรรมยุต

ด้านการพระศาสนาในต่างประเทศ

ได้เป็นประธานดำเนินการ และประธานกรรมการอุปถัมภ์
ในการสร้างวัดและพระอุโบสถในต่างประเทศหลายแห่ง

คือ วัดพุทธรังสี ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
วัดจากาตาร์ธรรมจักรชัย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
วัดแคโรไลนาเหนือ ประเทศสหรัฐอเมริกา
อุโบสถวัดนครมณฑปศรีกีรติวิหาร ณ เมืองกีรติปูร นครกาฏมัณฑุ ประเทศเนปาล

ได้ไปดูการพระศาสนาที่ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์
สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อินเดีย เนปาล หลายวาระ

เป็นประธานสงฆ์จากประเทศไทยไปประกอบพิธีผูกพัทธสีมา
อุโบสถวัดจาการ์ตา วัดธรรมจักรชัย
ซึ่งเป็นการผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ
เป็นครั้งแรกของวัดพระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศนั้น

บรรพชากุลบุตรชาวอินโดนีเซีย ณ เมืองสมารัง
ตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์สังฆเถรวาทอินโดนีเซีย
ไปบรรพชากุลบุตรศากยะแห่งเนปาล ตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์เนปาล
ไปร่วมประชุมสหพันธ์อาศรมคีตาสากล ในฐานะแขกพิเศษ ณ ประเทศอินเดีย

ด้านการแสดงและเผยแผ่ธรรม

แสดงธรรมเป็นประจำในวันธรรมสวณะและวันอาทิตย์
ในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
บรรยายธรรมในการฝึกอบรมในการฝึกปฏิบัติการทางจิต
ทุกวันพระ และวันหลังวันพระ ณ ตึกสว. ธรรมนิเวศ
บรรยายธรรมในรายการบริหารทางจิตสำหรับผู้ใหญ่
ทางสถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิต เป็นประจำทุกวันอาทิตย์
บรรยายธรรมแก่ชาวต่างประเทศในวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์

นอกจากนั้นยังเรียบเรียงหนังสือ
ทั้งที่เป็นตำราประกอบการศึกษา ธรรมกถา ธรรมเทศนา และสารคดีอีกเป็นอันมาก
เช่นเรื่องหลักพระพุทธศาสนา แนวปฏิบัติในสติปัฏฐาน
สัมมาทิฏฐิ โสฬสปัญหาธรรมบรรยาย พระพุทธศาสนากับสังคมไทย
ตำนานวัดบวรนิเวศวิหารเล่ม ๒ เป็นต้น

ทั้งยังให้ริเริ่มแปลหนังสืออธิบายธรรมะในพระพุทธศาสนาเป็นภาษาต่างประเทศ
เพื่อเป็นการเผยแผ่และเป็นคู่มือการศึกษา
พระพุทธศาสนาสำหรับชาวต่างประเทศอีกทางหนึ่ง

ในด้านสาธารณูปการ

ได้เป็นประธานกรรมการอุปการะฝ่ายบรรพชิต
ในการก่อสร้างตึก ภปร. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ได้ร่วมกับสภากาชาดไทยสร้างตึกวชิรญาณวงศ์
และตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาร เป็นตึกสงฆ์
และให้ประโยชน์ทางการแพทย์

ในการพระอารามนั้นก็ได้เอาใจใส่ควบคุมดูแล
ระวังรักษาและบูรณะปฏิสังขรณ์ ปูชนียวัตถุสถาน
ตลอดจนสิ่งก่อสร้างต่างๆ ซึ่งทรุดโทรมเสียหาย
ทั้งในเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส
ให้ดำรงคงสภาพที่มั่นคงถาวร และเรียบร้อยงดงาม

ทั้งได้สร้างอาคารขึ้นใหม่อีกหลายหลัง อาทิ ตึก สว. ธรรมนิเวศ
ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

นับว่า สมเด็จพระญาณสังวรฯ เป็นผู้มีปรีชาสามารถอย่างยิ่ง
ในการปกครองทะนุบำรุงพระอารามหลวง
ที่มีความสำคัญให้เจริญรุ่งเรืองสมพระราชประสงค์

สมเด็จพระญาณสังวรฯ ยังได้เป็นประธานอุปถัมภ์
การสร้างวัดในต่างจังหวัดอีกหลายแห่ง
เช่น วัดรัชดาภิเษก วัดพุมุด จังหวัดกาญจนบุรี,
วัดวังพุไทร จังหวัดเพชรบุรี, วัดล้านนาสังวราราม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

ที่สำคัญได้เป็นประธานสร้างวัดญาณสังวราราม
ณ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
ในเนื้อที่ ๓๖๖ ไร่ ให้เป็นที่บำเพ็ญสมณธรรมของพระภิกษุสามเณร
และเป็นประโยชน์เกื้อกูลการพัฒนาอาชีพของประชาชนในถิ่นนั้น

อุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระอดีตมหาราชผู้ทรงกอบกู้ชาติไทย
และสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ในพระบรมราชจักรีวงศ์
ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
และสมเด็จพระบรมราชโอรสธิดาทุกพระองค์
ไปทรงเป็นประธานในพิธีผูกพัทธสีมาในพระอุโบสถ
เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๕


รูปภาพ

(มีต่อ ๑๕)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
‘พระรูปเขียนสี’ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)


อนึ่งเมื่อคราวทรงพระผนวช และประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร
สมเด็จพระญาณสังวรฯ ได้รับหน้าที่เป็นพระอภิบาลโดยตลอด
และต่อมาได้เป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนา พระมงคลวิเสสกถา
ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ปีพุทธศักราช ๒๕๑๗
และได้ถวายสืบต่อจากสมเด็จพระสังฆราชวาสนมหาเถระ
ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

บัดนี้ก็เป็นที่ประจักษ์ว่า

สมเด็จพระญาณสังวรฯ ก็เป็นผู้เจริญยิ่งด้วยพรรษานุกาล
รัตตัญญูมหาสถาวีรธรรม ยินดีในเนกขัมมปฏิบัติ
เป็นอจลพรหมจริยาภิรัตยั่งยืนช้านานมา
ดำรงมั่นในศีลสมาธิปัญญามิได้เสื่อมถอย
มีจริยาวัตรสำรวมเรียบร้อย ไม่หวั่นไหวต่อโลกามิส

เป็นพหุลศรุตบัณฑิตผู้ทรงปรีชาญาณลึกซึ้งแจ่มใส
รอบรู้ในพระไตรปิฎกธรรมวิสารท
สามารถวิจัยวิจารณ์ธรรมนำมาแสดงได้ถูกต้องเที่ยงตรงบริสุทธิ์บริบูรณ์
เกื้อกูลสงเคราะห์พุทธบริษัทโดยเสมอหน้าเป็นอเนกประการ

ได้เป็นครูและเป็นอุปัธยาจารย์ของมหาชนมากมาย
มีศิษยานุศิษย์แพร่หลายไพศาล
เป็นที่เคารพสัการแห่งมวลศาสนิกบริษัททั่วสังฆมณฑล
ประธานาธิบดีแห่งสงฆมณฑล
เพื่อเป็นศรีศุภมงคลแด่พระบวรพุทธศาสนาสืบไป

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าสถาปนา สมเด็จพระญาณสังวรฯ
ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช
มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

สมเด็จพระญาณสังวร บรมนริศธรรมนีติภิบาล อริยวงศาคตญาณวิมล
สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกปริยัติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ
สุวัฑฒนภิธานสงฆวิสุต ปาวจนุตตมพิสาร สุขุมธรรมวิธานธำรง
วชิรญาณวงศวิวัฒ พุทธะบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ
วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร บวรธรรมบพิตร
สรรพคณิศรมหาปธานาธิบดี คามวาสีอรัณยวาสี

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จสถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร พระอารามหลวง
เป็นประธานสังฆมณฑลทั่วราชอาณาจักร


ขออาราธนาให้ทรงรับพระธุระพระพุทธศาสนา
เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์
และอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในสังฆมณฑลทั่วไป
โดยสมควรแก่พระอิสริยยศ ซึ่งพระราชทานนี้
ทรงเจริญพระชนมายุ วรรณสุข พล และปฏิภาณ คุณสารสิริสวัสดิ์
จิรัฏฐิติวิรุฬหิไพบูลย์ ในพระพุทธศาสนาเทอญ

ให้ทรงมีพระราชาคณะและพระครูฐานานุกรมประดับพระอิสริยยศ ๑๕ รูป คือ

พระมหานายก พุทธปาพจนดิลกโลกยปสาทาภิบาล
สกลสังฆประธานมหาเถรกิจการี
คณาธิบดีศรีรัตนคมกาจารย์ พระราชาคณะปลัดขวา ๑
พระจุลนายก ธรรมนีติสาธกมหาเถราธิการ คณะกิจบรรหารธุรการี
สมุหธิบดีศรีธรรมภาณกาจารย์ พระราชาคณะปลัดซ้าย ๑
พระครูวิสุทธิธรรมภาณ ๑ พระครูพิศาลวินัยวาท ๑ พระครูประสาทพุทธปริตร
พระครูพระปริตร ๑ พระครูประสิทธิพุทธมนต์ พระครูพระปริตร ๑
พระครูวินัยธร ๑ พระครูธรรมธร ๑ พระครูสรภัญญประกาศ พระครูคู่สวด ๑
พระครูสรนาทวิเศษ พระครูคู่สวด ๑ พระครูนิเทศธรรมจัก ๑
พระครูพิทักษ์ธุรกิจ ๑ พระครูสังฆสิทธิกร ๑ พระครูสมุห ๑ พระครูใบฎีกา ๑


ขอให้พระคุณผู้ได้รับตำแหน่งทั้งปวงนี้
มีความสุขสิริสวัสดิ์สถาพรในพระบวรพุทธศาสนาเทอญ

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๒ เป็นปีที่ ๔๔ ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
นายกรัฐมนตรี

นายสุรินทร์ ศรีวิทยา อ่านจบแล้วถวายคำนับ
ผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ ที่นั้น
ถวายคำนับพร้อมกันแล้วนั่ง

เมื่ออ่านประกาศพระบรมราชโองการจบ

• เวลา ๑๗ นาฬิกา ๑๕ นาที

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ทรงเลื่อนพระองค์ไปประทับยังอาสนะ
ซึ่งปูลาดด้วยพระสุจหนึ่สีเหลือง
อันเป็นอาสนะสำหรับสมเด็จพระสังฆราช
ทรงหันพระพักตร์สู่พระกรรมการมหาเถรสมาคม

• เวลา ๑๗ นาฬิกา ๑๖ นาที

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
นั่งกระหย่งเท้าแล้วสวด “สงฺฆราชฎฺฐปนานุโมทนา” มีความดังนี้


รูปภาพ

(มีต่อ ๑๖)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)
ทรงประทับหน้าใบเสมาพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร



สุณาตุ เมภนฺเต สงฺโฆ,

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า

อิทานิ โข ปเวทิเตน ปรมินฺทสฺส ภูมิพลอตุลเตชสฺส
ธมฺมิกมหาราชาธิราชวรสฺส ปรมราชโองฺการเรน
ญาณสํวโร มหาเถโร สยามรฏฺเฐ สกลมาสงฺฆปริณายโก
สงฺฆราชา ปติฏฺฐาปิโต,


บัดนี้ได้มีการประกาศพระบรมราชโองการ
แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ธรรมิกมหาราชาธิราชเจ้า
ทรงพระกรุณาสถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประธานาธิบดีสงฆ์ทั่วสยามรัฐราชอาณาจักรแล้ว

โส มหาราชา ธมฺมิโก ธมฺมราชา อคฺคสาสนูปตฺถมฺภโก,

สมเด็จพระมหาราชเจ้าทรงตั้งอยู่ในธรรม
ทรงเป็นธรรมราชา ทรงเป็นเอกอัครรณูปถัมภก

รฏฺฐปาลาโรจนญฺเจว มหาเถรสมาคเม สงฺฆทสฺสนญฺจ
เอกจฺฉนฺาทมเตน สุตาวี สยมฺปิ โยนิโส อุปฺปริกฺขิตฺวา,


ทรงสดับคำกราบบังคมทูลของรัฐบาล
และสังฆทัศนะในมหาเถรสมาคม โดยเอกฉันทมติแล้ว
ทรงพิจารณาโดยรอบคอบ แม้ด้วยพระองค์เองด้วย

ราชารมนฺวาย พุทฺธสาสนํ อุปตถมภิตํ
สงฺฆราชฏฺฐปนปฺปกาสนํ กาเรสิ,


ทรงอาศัยพระราชอำนาจให้ประกาศสถาปนา
สมเด็จพระสังฆราช เพื่ออุปถัมภ์บำรุงพระศาสนา

สาธุ ภนเต สกโล สงฺโฆ อิมญฺจ สงฺฆราชฏฺฐปนํ
อิมญฺจ สงฺฆราชฏฐปิตํ มหาเถรํ อนุโมทตุ สมปสีทตุ,


ข้าแต่ผู้เจริญ ขอพระสงฆ์ทั้งปวง
จงอนุโมทนาปสาทการ
ซึ่งการทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และพระมหาเถระ
ทรงได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ดังนี้

สาธุ โข ปน สกโล สงฺโฆ สงฺฆราชมหาเถรปฺปธาโน
สมคฺโต เอกจฺฉนฺโท หุตวา,


และขอพระสงฆ์ทั้งปวง
ซึ่งมีสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน
จงมีความสามัคคีพร้อมเพรียงกันเป็นเอกฉันท์

พุทฺธสาสเน สพฺพกรณียํ อนุคฺคณฺหาตุ,

อนุเคราะห์ปฏิบัติกรณียะทั้งปวงในพระพุทธศาสนา

อปิจาหํ ภนฺเต อามนฺเตมิ,

ข้าแต่ท่านผู้เจริญ อนึ่งข้าพเจ้าขอเชิญชวน

สกโล สงฺโฆ กลฺยาณจิตฺตํ สมนฺนาหริตฺวา ปรมินฺทสฺส ภูมิพลอตุลเตชสฺส
ธมฺมิกมหาราชาธิราชวรสฺส สพฺพวรชยมงฺคลํ,


พระสงฆ์ทั้งปวงจงรวมกัลยาณจิตอธิษฐาน
ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ธรรมิกมหาราชาธิราชเจ้า,

โส มหาราชา สราชินีราปุตฺตธีตุราชวํสโก สามจฺจปริวาโร
สสพฺพวสกนิกโร สุขิโต โหตุ อโรโค นิรุปทฺทโว,


ขอพระองค์จงทรงพระเกษมสำราญ
ปราศจากโรคาพาธอุปัทธวอันตราย
พร้อมทั้งสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระราชโอรสธิดา พระราชวงศ์
พร้อมทั้งรัฐบาล ข้าราชการ ข้าราชบริพารทุกฝ่าย พสกนิกรทุกหมู่ทุกเหล่า,

จิรํ รชฺเช ปติฏฺฐาตุ,

ขอพระองค์จงเสด็จสถิตในพระศิริราชสมบัติตลอดกาลนาน

อิโต ปรํ สงฺโฆ ญาณสํวรสงฺฆราชฏฺฐปิตสฺส
มหาเถรสฺส กลฺยาเณเนว เจตสา อนูโมทนสชฺฌายนํ กโรตุ,


ต่อแต่นี้ ขอพระสงฆ์ได้มีกัลยาณจิต
สวดอนุโมทนาถวายพระมหาเถร
ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าประกาศสถาปนา
เป็นสมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ บัดนี้ เทอญ.


จบแล้ว พระสงฆ์ในพิธีมณฑลพนมมือถวายอนุโมทนา
เปล่งวาจา “สาธุการ” พร้อมกันแล้ว


รูปภาพ

(มีต่อ ๑๗)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัตร
ในวันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช



• เวลา ๑๗ นาฬิกา ๒๐ นาที

สมเด็จพระวันรัต (แทนสมเด็จพระมหาวีระวงศ์ นำสวด)

พระสงฆ์ทั้งปวงในพิธีมณฑลพนมมือทั้งปวงรับพร้อมกัน ๓ จบ จบแล้ว

• เวลา ๑๗ นาฬิกา ๒๑ นาที

นายเสนาะ พ่วงภิญญโญ
รองอธิบดีกรมการศาสนารักษาการแทนอธิบดีกรมการศาสนา
กราบทูลนำเสด็จ สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ไปประทับ ณ อาสนะซึ่งปูลาดไว้ข้างพระท่านเศวตฉัตร
ที่ต้นอาสนะสงฆ์สังฆมณฑล

สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะกรรมการมหาเถรสมาคม
ตามไปนั่งที่อาสนะสงฆ์ในลำดับถัดจากสมเด็จพระสังฆราช

• เวลา ๑๗ นาฬิกา ๒๔ นาที

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

เสด็จไปถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัตรแด่ สมเด็จพระสังฆราช

ทรงแบพระหัตถ์เหนือพานแก้วรับน้ำนั้นทรงลูบพระเศียร
ขณะนั้นพระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถา
โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พรานบันลือสังข์ พนักงานภูษามาลาไกวบัณเฑาะว์
เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์
(พิณพาทย์กรมศิลปากรบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ มหาชัย)

พระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักรชุมนุมในพระอุโบสถเจริญชัยมงคลคาถา
และมีการย่ำระฆังพร้อมด้วยวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เมื่อถวายน้ำมหาสังข์ทักษิณาวัฏแล้ว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ถวายพระสุพรรณบัฏ ตราตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช
พัดยศ ไตรแพร เครื่องสมณศักดิ์ รวม ๑๙ รายการ ตามลำดับดังนี้

- พระแท่นเศวตฉัตร ๓ ชั้น

ทอดถวาย ณ ที่ต้นอาสนะสงฆ์

- พระสุพรรณบัฏ พร้อมด้วยพระบรมราชโองการใหญ่
และใบกำกับการเลื่อนสมณศักดิ์


นายสุรินทร์ ศรีวิทยา ผู้อำนวยการกองประกาศิต เป็นผู้เชิญทูลเกล้าฯ ถวาย
สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับแล้ว
เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาเชิญไปตั้งไว้บนแท่นพระเศวตฉัตร

- พระตราตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

นายเสนาะ พ่วงภิญโญ รองอธิบดีกรมการศาสนา
รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการศาสนา เป็นผู้เชิญทูลเกล้าฯ ถวาย
สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับแล้ว
เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาเชิญไปตั้งไว้บนแท่นพระเศวตฉัตร

- พัดยศ

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเป็นผู้เชิญทูลเกล้าฯ ถวาย
สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับแล้ว
เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาเชิญไปตั้งไว้ที่ฐานปักพัดยศ

- ไตรแพร ๑ สำรับ บาตรพร้อมฝาและเชิงบาตร

เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเป็นผู้เชิญทูลเกล้าฯ ถวาย
สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับแล้ว
เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาเชิญไปตั้งไว้ที่ฐานปักพัดยศ

- พานพระศรีประกอบด้วยมังสี ๒
ตลับพู่ ๑ จอก ๑ ซองพลู ๑ (พร้อมพลู)
ขันน้ำพานรองมีจอกคลุมตาดรูปฝาชี
หีบตราจักรี (หีบหลังเจียด) คณโฑกาทรงกระบอก
หม้อลักจั่นปิ่นโตกลม ๔ ชั้นสุพรรณาราช สุพรรณศรี


เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเป็นผู้เชิญทูลเกล้าฯ ถวาย
สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับแล้ว
เจ้าหน้าที่กรมการศาสนารับไปตั้ง
ที่โต๊ะข้างพระแท่นเศวตฉัตร โดยลำดับ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ถวายใบปวารณาแทนจตุปัจจัยไทยธรรม
แด่สมเด็จพระราชาคณะที่อาสนะสงฆ์

พระราชาคณะและสงฆ์นอกนั้นในสังฆมณฑล
ลงจากอาสนสงฆ์เดินเข้าไปรับพระราชทานตามลำดับ รวม ๑๔๘ รูป
แล้วกลับเขานั่งในอาสนะที่เดิม
พระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถาจบ ดุริยางค์หยุดประโคม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

พระทับพระราชอาสน์ทรงหลั่งทักษิโณทก
พระสงฆ์ในสังฆมณฑลถวายอนุโมทนา
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ถวายอดิเรกจบแล้ว

เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา
เชิญพัดยศ สมเด็จพระสังฆราชไปตั้งที่เบื้องขวา
ที่ประทับ สมเด็จพระสังฆราช ที่แท่นอาสนะสงฆ์กลางพระอุโบสถ
กราบทูลนำเสด็จ สมเด็จพระสังฆราช ไปประทับที่อาสนะสงฆ์
หันพระพักตร์ออกไปทางพระทวารกลางพระอุโบสถ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ฝ่ายมหานิกาย
และสมเด็จพระวันรัต พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ฝ่ายธรรมยุต
(แทนสมเด็จพระมหาวีระวงศ์)
ถวายเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธง ธูปเทียนแพ ทรงรับไว้แล้ววางไว้
เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา เชิญออกไป


รูปภาพ
พระรูปปั้นสมเด็จพระญาณสังวรฯ แกะจากหินอ่อนขาวคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี
ประดิษฐาน ณ วัดป่าภูก้อน ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี


(มีต่อ ๑๘)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
ตราอักษรย่อพระนาม ญสส.


• เวลา ๑๗ นาฬิกา ๕๐ นาที

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

เสด็จไปถวายเครื่องสักการะ ธูปเทียนแพ พร้อมกระทงดอกไม้ ทรงกราบราบ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ทรงประนมพระหัตถ์ถวายอนุโมทนา
เสด็จไปประทับพระราชอาสน์ที่เดิม

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จไปถวายเครื่องสักการะ ธูปเทียนแพ พร้อมกระทงดอกไม้ ทรงกราบราบ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ทรงประนมพระหัตถ์ถวายอนุโมทนา เสด็จไปประทับพระราชอาสน์ที่เดิม

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ฯ สยามมกุฏราชกุมาร
เสด็จไปถวายเครื่องสักการะ ธูปเทียนแพ พร้อมกระทงดอกไม้ ทรงกราบราบ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ทรงประนมพระหัตถ์ถวายอนุโมทนา เสด็จไปประทับพระราชอาสน์ที่เดิม

อนึ่ง เมื่อจะเสด็จไปถวายเครื่องราชสักการะ
เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังลาดพระสุจหนี่ถวายที่พื้นหน้าอาสนะสงฆ์
และเมื่อเสร็จการแล้วถอนออก และขณะเครื่องสักการะนั้น
ผู้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทลดตัวลงนั่งคุกเข่า

ลำดับจากนั้น นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ประธานองคมนตรี
พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี
นายอุกฤษ มงคลนาวิน ประธานรัฐสภา
และนายจำรัส เขมะจารุ ประธานศาลฎีกา
เข้าถวายเครื่องสักการะตามลำดับ


รูปภาพ
ตราอักษรย่อพระนาม ญสส.


• เวลา ๑๗ นาฬิกา ๕๕ นาที

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
หันพระองค์ไปทรงกราบพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
แล้วเสด็จลงจากอาสนะสงฆ์

นายเสนา พ่วงภิญโญ รองอธิบดีกรมการศาสนา
รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการศาสนา
นำเสด็จออกจากพระอุโบสถลงทางพระทวารกลาง
เจ้าหน้าที่กรมการศาสนาเชิญพัดยศนำเสด็จ
เจ้าหน้าที่กองประกาศิตและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา
เชิญพระสุพรรณบัฏไตรแพร และเครื่องยศสมณศักดิ์ตามเสด็จ

ณ ที่ระเบียงหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตญวน ๑๐ รูป
และบรรพชิตจีนรวม ๒๐ รูป มีดังนี้

พระคณานัมธรรมวิธานาจารย์ เจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย วัดกุศลสมาคร
พระสมณานัมวุฒาจารย์ รองเจ้าคณะใหญ่ วัดถ้าเข้าน้อย
พระครูบริหารอนัมพรต ผู้ช่วยเจ้าคณะใหญ่ วัดอนัมนิกายาราม
องสุตบทบวร ปลัดซ้าย วัดสมณานัมบริหาร
องสรพจนสุนทร รองปลัดขวา วัดอุภัยราชบำรุง
องพจนกรโกศล รองปลัดซ้าย วัดเขตร์นาบุญญาราม
องอนนตสรภัญ ผู้ช่วยปลัดขวา วัดถาวรวราราม กาญจนบุรี
องปลัดวันเดื๊อก คณานุกรม วัดกุศลสมาคร
องใบฏีกาไพศาล คณานุกรม วัดกุศลสมาคร
พระภิกษุจิ้นฟุก วัดสมณานัมบริหาร
พระคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร พุทธบริษัทจีนเนตา (เย็นเต๊ก)
เจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์แมนคุณาราม
หลวงจีนคณาณัติจีนพรต (ซิวแจ๋) ปลัดขวา เจ้าสำนักสงฆ์สุธรรม
หลวงจีนธรรมนาทจีนประพันธ์ (เย็นช้ง) รองปลัดขวา เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น
หลวงจีนธรรมนันท์จีนประภัทธ์ (เย็นเฮ้า) รองปลัดซ้าย เจ้าอาวาสวัดฉื่อฉาง
หลวงจีนธรรมรักษ์จีนประจิต (เย็นเกา) ผู้ช่วยปลัดซ้าย วัดโพธิธัตตาราม
หลวงจีนวินัยธร (เย็นจี่) คณานุกรมเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย วัดโพธิ์แมนคุณาราม
หลวงจีนสังฆรักษ์ (เย็นซิม) คณานุกรมเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย วัดโพธิ์แมนคุณาราม
รักษาการเจ้าอาวาสวัดเทพพุทธาราม
หลวงจีนสมุห์ (เย็นบุ๊ง) คณานุกรมเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย วัดโพธิ์แมนคุณาราม
หลวงจีนใบฎีกา (เย็นงี้) คณานุกรมเจ้าคณะใหญ่จีนนิกาย วัดโพธิ์แมนคุณาราม
หลวงจีนเย็นจี่ วัดมังกรกมลาวาส


รูปภาพ
หลวงจีนสังฆรักษ์ (เย็นซิม)
หรือพระอาจารย์จีนธรรมนันท์จีนประพัทธ์



จากนั้น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เสด็จออกจากพระอุโบสถไปประทับรถยนต์ประเทียบ
ที่ประตูเกยหน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเสด็จไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร

อนึ่ง พระสงฆ์นอกนั้นในสังฆมณฑล
กลับออกจากพระอุโบสถทางพระทวารด้านท้ายอาสนะสงฆ์

• เวลา ๑๘ นาฬิกา ๓ นาที

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าธรรมาสน์ศิลา
แล้วทรงรับการถวายการเคารพของผู้มาเฝ้าฯ
เสด็จออกจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์
เสด็จไปตามทางลาดพระบาท
ทรงรับพวงมาลัยและเงินโดยเสด็จพระราชกุศลจากประชาชน
เสด็จไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง
ที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เสด็จออกจากพระบรมมหาราชวังทางประตูวิเศษชัยศรี
กลับพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

อนึ่งการพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นี้
โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ได้ถ่ายทอดให้ประชาชนได้ชมและฟังตั้งแต่ต้นจนเสร็จการพระราชพิธี

ในปีเดียวกันนั้น ได้เสด็จเยี่ยมพระภิกษุสามเณร
และพุทธศาสนิกชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้
คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
ตามคำกราบทูลอาราธนาของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๒


• พ.ศ. ๒๕๓๓

เป็นประธานสงฆ์ในการเจริญพระพุทธมนต์
พระราชพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปชัยวัฒน์
และพระกริ่งสมเด็จระศรีนครินทรา พระบรมราชชนนี
ทรงเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา
และเป็นประธานจุดเทียนชัย
ทรงนั่งปรก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

(มีต่อ ๑๙)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)


พระศาสนกิจในต่างประเทศ

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ก็ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียะต่างๆ
มาแต่ครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ
เช่น การจัดให้มีการเทศน์เป็นภาษาอังกฤษ
จัดให้มีการสอนกรรมฐานแก่ชาวต่างประเทศ
และจัดให้มีการสนทนาธรรมแก่ชาวต่างประเทศเป็นประจำ
(ทุกวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์)

โดย เจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นผู้ดำเนินการเองร่วมกับพระภิกษุไทย
และพระภิกษุชาวต่างประเทศที่บวชอยู่ วัดบวรนิเวศวิหาร
นอกจากนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ยังได้เสด็จไปปฏิบัติศาสนกิจ
เกี่ยวกับการพระศาสนาในต่างประเทศอีกหลายคราว คือ

• พ.ศ. ๒๕๐๙

ในฐานะประธานกรรมการอำนายการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
ได้เสด็จไปเป็นประธานสงฆ์
ในพิธีเปิดวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ฯ พระบรมราชินีนาถ
เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด
เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๙

การเสด็จไปประเทศอังกฤษ คราวนี้
ก็เป็นโอกาสให้ได้ดูกิจการพระธรรมทูต
และการพระศาสนาในประเทศนั้น
และในประเทศอิตาลีในขากลับประเทศไทยอีกด้วย

• พ.ศ. ๒๕๑๐

ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม ได้ตามเสด็จ
สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) วัดมกุฏกษัตริยาราม
ซึ่งเสด็จเยือนประเทศศรีลังกาอย่างเป็นทางการ
ตามคำทูลอาราธนาของรัฐบาลศรีลังกา
เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างศาสนิกชนแห่งประเทศทั้งสอง

และเป็นการตอบแทนไมตรีของรัฐบาลไทย
ที่ได้นิมนต์พระมหานายกะของสยามวงศ์นิกายแห่งลังกา
มาเยือนประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙

• พ.ศ. ๒๕๑๑

เสด็จไปดูการพระศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาทั่วไป
ในประเทศอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์
ในฐานะประธานสภาการคึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย
โดยอนุมัติของมหาเถรสมาคม
พร้อมด้วย พระเทพกวี (ประยูร สนฺตงฺกุโร ป.ธ. ๙)
(สมณศักดิ์สุดท้ายที่ สมเด็จพระญาณวโรดม)
เลขาธิการสภาการศึกษาฯ ในขณะนั้น

เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้
ผลปรากฏว่าต่อมาได้มีการติดต่อกับหัวหน้าชาวพุทธไปประเทศอินโดนีเซีย
และได้วางโครงการร่วมกันในอันที่จะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศนั้น
สุดท้ายหัวหน้าชาวพุทธในประเทศอินโดนีเซียได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย
เจรจากับ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ
ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
ขอพระธรรมทูตไทยออกไปช่วยฟื้นฟูพุทธศาสนาในประเทศอินโดนีเซีย

กรมการศาสนาร่วมกับสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
จึงได้คัดเลือกพระธรรมทูตไทย ๔ รูป เสนอ มหาเถรสมาคม
ส่งออกไปปฏิบัติศาสนกิจช่วยฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศนั้น
พระธรรมทูตชุดแรกออกไปเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๒
และพระธรรมทูตชุดนี้ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในประเทศนี้ถึง ๑๐ ปีเศษ

สำหรับประเทศออกเตรเลียนั้น
ปรากฏว่ามีผู้นับถือและสนใจพระพุทธศาสนาอยู่เป็นจำนวนมาก
มีความประสงค์ให้มีพระสงฆ์อยู่
เพื่อประกาศพระพุทธศาสนาในประเทศนั้นด้วย

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ในฐานะผู้อำนวยการมหามกุฏราชวิทยาลัย
จึงได้เสนอเรื่องการจัดตั้งสำนักสงฆ์ไทยในออสเตรเลีย
ต่อคณะกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ก็ได้รับความเห็นชอบ และจัดตั้งสำนักสงฆ์ไทยขึ้นในประเทศนั้น
ในความอุปการะของ มหามกุฏราชวิทยาลัย

และได้จัดส่งพระภิกษุไทยร่วมกับพระภิกษุชาวต่างประเทศ
(ซึ่งบวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร) ออกไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นครั้งแรก
เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖ และต่อมาก็ได้จัดตั้งวัดขึ้น
และประกอบพิธีเปิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘

รูปภาพ

• พ.ศ. ๒๕๑๓

เสด็จไปประเทศอินโดนีเซียอีกครั้งหนึ่ง
ตามคำอาราธนาของหัวหน้าพระธรรมทูตไทย
และ พระชินรักขิตเถระ หัวหน้าพุทธศาสนิกชนชาวอินโดนีเซีย

เพื่อให้การบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรชาวอินโดนีเซีย ๗ คน
พร้อมด้วย พระธรรมโสภณ (สนธิ์ กิจฺจกาโร)
(ภายหลังเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นที่ พระญาณวโรดม
รองเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร)

การเดินทางไปประเทศอินโดนีเซียครั้งนี้
เป็นโอกาสให้ได้สังเกตการณ์เกี่ยวกับความเป็นอยู่
วัฒนธรรม และความเป็นไปของพระพุทธศาสนาในประเทศนั้น

พระขนฺติปาโล ได้บันทึกการเดินทางเล่าถึงสิ่งที่พบเห็น
และข้อคิดเห็นบางประการไว้อย่างน่าสนใจ
หนังสือเล่มนี้พิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔

รูปภาพ
พระญาณวโรดม (สนธิ์ กิจฺจกาโร)

(มีต่อ ๒๐)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)


• พ.ศ. ๒๕๑๔

ในฐานะประธานสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย
เสด็จไปดูการศาสนาและการศึกษา
ในประเทศปากีสถาน เนปาล และอินเดีย
พร้อมด้วย พระเทพกวี (ประยูร สนฺตงฺกุโร ป.ธ. ๙)
(สมณศักดิ์สุดท้ายที่ สมเด็จพระญาณวโรดม)
เลขาธิการสภาการศึกษาฯ ในขณะนั้น

ในโอกาสเดียวกัน ก็ได้รับอนุมัติจาก มหาเถรสมาคม
ให้เป็นผู้แทนของคณะสงฆ์ไทยไปเยี่ยมเยียนพระสงฆ์
และวัดพระพุทธศาสนาในประเทศปากีสถานตะวันออก
และนำสาส์นของ สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี)
ถึงพุทธศาสนิกชนชาวปากีสถานตะวันออก

รูปภาพ
สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี)


พร้อมทั้งนำเอาวัสดุสิ่งของต่างๆ และกัปปิยภัณฑ์จำนวนหนึ่ง
ซึ่งทางคณะสงฆ์ไทยได้จัดหามาไปมอบแก่
พระภิกษุสามเณรและชาวพุทธในประเทศปากีสถานตะวันออก
ที่ประสบวาตภัยครั้งใหญ่ในคราวนั้นด้วย

เมื่อกลับจากการเดินทางครั้งนั้นแล้ว
ก็ได้ทำรายงานเสนอมหาเถรสมาคม
ทำให้คณะสงฆ์ได้ทราบถึงความเป็นไปของพระพุทธศาสนาในประเทศนั้นๆ
ซึ่งกำลังต้องการความช่วยเหลือในการฟื้นฟู

และทำให้คณะสงฆ์เห็นชอบด้วยกับความดำริของคณะสงฆ์เนปาล
ซึ่งจะฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศนั้น
และยินดีสนองความต้องการของคณะสงฆ์เนปาล

ในขั้นแรกนี้สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย
ได้เสนอให้ทุนการศึกษาจำนวน ๒ ทุน
สำหรับให้พระภิกษุสามเณรชาวเนปาล
เข้ามาศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

ต่อมาคณะสงฆ์เนปาลก็ได้คัดเลือกสามเณร ๒ รูป
ส่งเข้ามาศึกษาในประเทศไทย โดยพักอยู่ที่ วัดบวรนิเวศวิหาร
เข้าศึกษาที่สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ในหลักสูตรพิเศษ ๓ ปี
สำหรับพระภิกษุและสามเณรชาวต่างประเทศ

• พ.ศ. ๒๕๑๘

เสด็จไปเป็นประธานสงฆ์ในพิธีเปิด วัดพุทธรังษี สแตนมอร์
ณ นครซิดนีย์ รัฐนิวเซ้าท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย

ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ฯ สยามมกุฏราชกุมาร
เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีเปิด
และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา
ระหว่างวันที่ ๒๒ พฤษภาคม-๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๘

• พ.ศ. ๒๕๒๐

เสด็จไปบรรพชากุลบุตรชาวอินโดนีเซียจำนวน ๔๓ คน
ณ เมืองสมารัง ประเทศอินโดนีเซีย
ตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์สังฆเถรวาทอินโดนีเซีย
ได้เสด็จไปเยี่ยมชมกิจการพระศาสนา ณ ประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์

ขากลับทรงแวะเยี่ยมชมการพระศาสนา ณ ประเทศสิงคโปร์ ด้วย
ระหว่างวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๐-๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑

• พ.ศ. ๒๕๒๓

เสด็จไปร่วมประชุม สหพันธ์คีตาอาศรมสากล
ในฐานะที่ทรงเป็นพระอาคันตุกิเศษ ณ ประเทศอินเดีย

เมื่อทรงเสร็จภารกิจที่ประเทศอินเดียแล้ว
ได้เสด็จไปเยี่ยมชมกิจการพระศาสนา ณ ประเทศเนปาล อีกครั้งหนึ่ง
ระหว่างวันที่ ๑๑-๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

ในศกเดียวกัน เสด็จไปทรงดูกิจการพระศาสนา
ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศยุโรป
ตามคำอาราธนาของบริษัท ศรีกรุงวัฒนา จำกัด

พร้อมด้วย พระธรรมดิลก (ปุญฺญาราโม วิชมัย บุญมาก)
(สมณศักดิ์สุดท้ายที่ พระพรหมมุนี)
ระหว่างวันที่ ๓ เมษายน-๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

• พ.ศ. ๒๕๒๘

เป็นประธานคณะสงฆ์พร้อมด้วยพระสงฆ์อีก ๑๙ รูป
จากประเทศไทยไปทรงประกอบพิธีผูกพัทธสีมาพระอุโบสถ
วัดจาการ์ตาธรรมจักรชัย ณ ประเทศอินโดนีเซีย
ตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์เถรวาทอินโดนีเซีย

เป็นการผูกพัทธสีมาพระอุโบสถวัดพระพุทธศาสนาเถรวาท
เป็นครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซียนั้น

ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๘

ในศกเดียวกัน เสด็จพร้อมด้วยคณะสงฆ์จากประเทศไทย
ไปเป็นประธานบรรพชากุลบุตรศากยะแห่งเนปาล
จำนวน ๗๓ คน ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
ตามคำอาราธนาของคณะสงฆ์เนปาล
ระหว่างวันที่ ๒๓-๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๘

• พ.ศ. ๒๕๓๖

เสด็จเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ
ตามคำกราบทูลอาราธนาของรัฐบาลจีน
โดยได้เสด็จเยือนเมืองต่างๆ คือ
ปักกิ่ง ซีอาน คุนหมิง และสิบสองปันนา
ระหว่างวันที่ ๒๐ มิถุนายน-๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๖

นับเป็นการเจริญศาสนสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน
เป็นทางการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง


• พ.ศ. ๒๕๓๘

เสด็จไปทรงเป็นประธานวางศิลาฤกษ์
วัดไทยลุมพินี ณ เมืองลุมพินี ประเทศเนปาล
ซึ่งรัฐบาลไทยได้จัดสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี
ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๘

(มีต่อ ๒๑)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร


การสาธารณูปการ

นับแต่ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
ได้ทรงบูรณะซ่อมแซมเสนาสนะและถาวรวัตถุต่างๆ ภายในวัด
ตลอดถึงการก่อสร้างถาวรวัตถุอันเป็นสาธารณประโยชน์
ในที่อื่นๆ ภายนอกวัดบวรนิเวศวิหาร อีกเป็นจำนวนมาก

ถาวรวัตถุที่สร้างขึ้นใหม่ในวัดบวรนิเวศวิหารคือ

๑. ตึกกวีบรรณาลัย ห้องสมุดของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
๒. ตึกวชิรญาณวงศ์ อาคารเรียนของวัดบวรนิเวศ
๓. ซุ้มปรางที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๔ บนลานประทักษิณชั้นที่ ๒ ของพระเจดีย์ใหญ่
๔. กุฏิหลวงเจริญฤทธิศาสตร์ ในคณะเหลืองรังษี
๕. กุฏิพระนิกรบดี คณะเขียวรังษี
๖. ตึก ภ.ป.ร. พิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร
๗. กุฏิคุณหญิงจี๊ด สัตยานุรักษ์ ในคณะเหลืองรังษี
๘. กุฏิรามเดชะ ในคณะสูง
๙. ถังน้ำบ่อบาดาล พร้อมติดตั้งนาฬิกาไฟฟ้าและระฆัง ข้างตึกมนุษยนาควิทยาทาน
๑๐. อาคารกิจกรรม หลังตึกวชิรญาณวงศ์ โรงเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร
๑๒. มณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง หลังพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
๑๓. โพธิฆระ (เรือนโพธิ์) หลังพระวิหารพระศาสดา
๑๔. ศาลาวชิรญาณ วัดบวรนิเวศวิหาร ๑๕๐ ปี
๑๕. ศาลาหน้าศาลาวชิรญาณ
๑๖. กุฏิตึกหน้ากุฏิใหญ่คณะเขียวรังษี

รูปภาพ
ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาร ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


ส่วนเสนาสนะและถาวรวัตถุอื่นๆ ภายในวัดบวรนิเวศวิหาร
ก็ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่หมดทั้งพระอาราม ที่สำคัญคือ


๑. ปิดทองเจดีย์ใหญ่ด้วยโมเสกสีทองตลอดทั้งองค์
๒. ประดับหินอ่อนพระอุโบสถตลอดทั้งหลัง

การก่อสร้างถาวรวัตถุอื่นๆ ภายนอกวัด
ตลอดถึงการอุปถัมภ์การก่อสร้างวัดต่างๆ นั้นก็มีจำนวนมาก ที่สำคัญคือ


รูปภาพ
ป้ายชื่อตรงปากทางเข้าวัดญาณสังวราราม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี


๑. สร้างตึกวชิรญาณวงศ์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
สำหรับเป็นตึกสงฆ์และใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
๒. สร้างตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาร ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
สำหรับเป็นตึกสงฆ์และใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
๓. ทรงอุปถัมภ์การสร้างวัดล้านนาสังวราราม อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
๔. ทรงสร้างวัดสันติคีรี ณ ดอยแม่สลอง บ้านสันติคีรี
ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
๕. ทรงอุปถัมภ์การสร้างโรงเรียนมัธยมญาณสังวร อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร
๖. ทรงอุปถัมภ์การสร้างวัดรัชดาภิเษก อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี
๗. ทรงอุปถัมภ์การสร้างวัดพุมุด อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
๘. สร้างวัดญาณสังวราราม ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

รูปภาพ
อาคารสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี



๙. สร้างโรงเรียน และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิยะมหาราชรมณียเขต
ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
๑๐. ทรงอุปถัมภ์การสร้างตึก ภ.ป.ร.
(ตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย)
๑๑. ทรงอุปถัมภ์การสร้างโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม
ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
๑๒. ทรงจัดสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ศรีนครินทรามหาสันติคิรี
ณ ดอยแม่สลอง ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

รูปภาพ
ตึกวชิรญาณวงศ์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


นอกจากนี้ ก็ยังทรงอุปถัมภ์การก่อสร้างวัดในต่างประเทศอีกหลายแห่งคือ

๑. วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ ณ นครซิดนีย์ รัฐนิวเซ้าท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย
ในความอุปถัมภ์ของมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ และเปิดวัดเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๘
๒. วัดจาการ์ตาธรรมจักรชัย ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ และผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘
๓. พระอุโบสถวัดนครมณฑปศรีกีรติวิหาร
ณ เมืองกิรติปูร กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล
วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑
๔. วัดแคโรไลนาพุทธจักรวนาราม
ณ เมืองโบลิเวีย รัฐแคโรไลนาเหนือ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๑

รูปภาพ
พระอุโบสถวัดนครมณฑปศรีกีรติวิหาร ณ เมืองกิรติปูร ประเทศเนปาล

(มีต่อ ๒๒)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
พระพุทธคยาเจดีย์ วัดญาณสังวราราม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

รูปภาพ
พระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์ วัดญาณสังวราราม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

รูปภาพ
สะพานสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

รูปภาพ
วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

รูปภาพ
พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประดิษฐาน ณ วัดประดู่ ต.วัดประดู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ สามารถใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมได้



“พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก”

สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ มีลักษณะเป็นทรงไทย ๒ ชั้น ๔
หลังคาแฝด ชั้นบนเป็นไม้สักทองฝาสกล สร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึง
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
เมื่อครั้งเสด็จทรงเยี่ยมวัดประดู่ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘
แล้วได้เสด็จทอดพระเนตร “พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕”


(มีต่อ ๒๓)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)


การสาธารณสงเคราะห์

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจเป็นสาธารณสงเคราะห์
เพื่อสุขประโยชน์ของสาธารณชนเป็นเอนกประการ
ทั้งในด้านการศึกษา ด้านการสาธารณสุข และด้านสาธารณประโยชน์อื่นๆ

เป็นต้นว่า ประทานทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลน
ทั้งในโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร และโรงเรียนในต่างจังหวัดจำนวนมาก

ทรงจัดสร้างสถานศึกษา เช่น
โรงเรียนสมเด็จพระปิยะมหาราชรมณียเขต
อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
เป็นต้น
เพื่ออำนวยให้เยาวชนมีที่ศึกษาเล่าเรียนได้โดยสะดวก

ทรงจัดสร้างโรงพยาบาล
สำหรับเป็นที่รักษาพยาบาลทั้งแก่ประชาชนทั่วไป
และพระภิกษุสามเณรอาพาธ เช่น
โรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิยะมหาราชรมณียเขต
อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
เป็นต้น

ที่นับว่าสำคัญก็คือเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒
ทรงพระดำริให้จัดสร้าง “ตึกสกลมหาสังฆปริณายก”
สำหรับสงฆ์อาพาธในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร
เพื่อถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราช
แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทุกพระองค์ รวม ๑๙ พระองค์


ในถิ่นที่ขาดแคลนสถานพยาบาล
กระจายไปในจังหวัดต่างๆ ทุกภาคของประเทศ

พร้อมทั้งโปรดให้สร้างพระรูปของสมเด็จพระสังฆราชทั้ง ๑๙ พระองค์
ประดิษฐานไว้เป็นที่สักการบูชาประจำโรงพยาบาล
ที่สร้างถวายเป็นพระอนุสรณ์แต่ละแห่ง
และเป็นที่สักการบูชาของพุทธศาสนิกชนสืบไป ดังนี้

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑”
ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงษญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (ศรี) วัดระฆังโฆสิตาราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๒”
ณ โรงพยาบาลละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงษญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (ศุข) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๓”
ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จังหวัดราชบุรี
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงษญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (มี) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๔”
ณ โรงพยาบาลเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงษญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๕”
ณ โรงพยาบาลแม่จัน จังหวัดเชียงราย
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงษญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (ด่อน) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๖”
ณ โรงพระปริยัติธรรมวัดพระบาทมิ่งเมือง จังหวัดแพร่
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงษญาณ
สมเด็จพระสังฆราช (นาค) วัดราชบุรณะ

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๗”
ณ โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
(พระองค์เจ้าวาสุกรี) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

“ตึกสกลมหาสังปริณายก ๘”
ณ โรงพยาบาลหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์
(พระองค์เจ้าฤกษ์ ปญฺญาอคฺโค) วัดบวรนิเวศวิหาร

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๙”
ณ โรงพยาบาลชลบุรี จังหวัดชลบุรี
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(สา ปุสฺสเทโว) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๐”
ณ โรงพยาบาลนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
(พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ) วัดบวรนิเวศวิหาร

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๑”
ณ โรงพยาบาลนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
(หม่อมเจ้าภุชงค์ ชมพูนุท) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๒”
ณ โรงพยาบาลขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(แพ ติสฺสเทโว) วัดสุทัศน์เทพวราราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๓”
ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
(ม.ร.ว.ชื่น นภวงศ์ สุจิตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๔”
ณ โรงพยาบาลอ่าวลึก จังหวัดกระบี่
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(ปลด กิตฺติโสภโณ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๕”
ณ โรงพยาบาลตราด จังหวัดตราด
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๖”
ณ โรงพยาบาลภูกระดึง จังหวัดเลย
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(จวน อุฏฐายี) วัดมกุฏกษัตริยาราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๗”
ณ โรงพยาบาลลานสะกา จังหวัดนครศรีธรรมราช
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(ปุ่น ปุณฺณสิริ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๘”
ณ โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
(วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

“ตึกสกลมหาสังฆปริณายก ๑๙”
ณ โรงพยาบาลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
ถวายเป็นพระอนุสรณ์แด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
(เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร


รูปภาพ
โรงพยาบาลท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

(มีต่อ ๒๔)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)


๏ พระนิพนธ์

ทางด้านงานพระนิพนธ์ หรือตำรับตำรานั้น
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ก็ได้เริ่มเกี่ยวข้องมาตั้งแต่ยังทรงเป็นพระเปรียญ
โดยการเป็นเจ้าหน้าที่แผนกตำราของมหามกุฏราชวิทยาลัย
และเป็นเจ้าหน้าที่หนังสือธรรมจักษุ เป็นต้น

ได้เรียบเรียงเรื่องต่างๆ ไว้มาก
บางเรื่องก็ได้พิมพ์ออกเผยแพร่มาแล้วหลายครั้ง
บางเรื่องก็ยังไม่เคยได้พิมพ์เผยแพร่
กล่าวเฉพาะเรื่องที่เคยพิมพ์มาแล้ว
ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็นประเภท ดังนี้

ประเภทตำรา

พ.ศ. ๒๔๙๒ เรียบเรียงอธิบายวากยสัมพันธ์ ภาค ๑-๒
เป็นหนังสืออธิบายบาลีไวยากรณ์
สำหรับใช้เป็นหนังสือประกอบการศึกษาของนักเรียนบาลี

และ พ.ศ. ๒๕๑๒ ทรงเป็นผู้อำนายการในการจัดทำปทานานุกรม
บาลี ไทย อังกฤษ และสันสกฤต
ฉบับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้พิมพ์ขึ้นในงานทำบุญอายุ ๖๐ ปี ของหม่อมหลวงบัว กิตติยากร
พระชนนีของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๒

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ประเภททั่วไป

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทรงเรียบเรียงไว้มาก เช่น
๑. แนวความเชื่อ
๒. บัณฑิตกับโลกธรรม
๓. บวชดี
๔. การนับถือพระพุทธศาสนา
๕. คำกลอนนิราศสังขาร
๖. บุพพการี-กตัญญูกตเวที
๗. อาหุเนยโย
๘. ตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร (เล่ม ๒)
๙. หลักพระพุทธศาสนา
๑๐. พระพุทธเจ้าของเรานั้นท่านเลิศล้ำ
๑๑. แนวปฏิบัติในสติปัฏฐาน
๑๒. ๔๕ พรรษาของพระพุทธเจ้า
๑๓. พระพุทธเจ้าสั่งสอนอะไร ไทย-อังกฤษ
๑๔. วิธีปฏิบัติตนให้ถูกต้องทางธรรมะ
๑๕. ศีล ไทย-อังกฤษ
๑๖. เรื่องกรรม
๑๗. สันโดษ
๑๘. อวิชชา
๑๙. หลักธรรมสำหรับการปฏิบัติอบรมทางจิต
(ทางลม-อาหารใจ-ปริญญา-บันทึกกรรมฐาน)
๒๐. พระพุทธศาสนากับสังคมไทย
๒๑. การบริหารจิตสำหรับผู้ใหญ่

(เริ่มแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ รวมพิมพ์เป็นเล่มใหญ่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์
เนื่องในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุครบ ๗๒ พรรษา
ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕)

รูปภาพ

(มีต่อ ๒๕)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


ประเภทพระธรรมเทศนา

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทรงเรียบเรียงไว้มาก และพิมพ์เป็นเล่มแล้ว
เช่น ปัจคุณ ๕ กัณฑ์ ทษพลญาณเทศนา ๑๐ กัณฑ์
มงคลเทศนาถึงมงคลคาถาที่ ๖ โอวาทปาฏิโมกข์เทศนา ๓ กัณฑ์
สังฆคุณ ๙ กัณฑ์ พระมงคลวิเสสกถา
และพระธรรมเทศนาในการพระราชกุศล รวม ๑๐๙ กัณฑ์ เป็นต้น

ประเภทริเริ่มให้มีการรวบรวมและแปล

เนื่องในการจัดงานมหาสมณานุสรณ์ครบ ๕๐ ปี นับแต่วันสิ้นพระชนม์ของ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
ได้ทรงดำริให้รวบรวมพระนิพนธ์เรื่องต่างๆ
ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้าพระองค์นั้น
อันนอกเหนือไปจากที่ใช้เป็นหลักสูตรนักธรรมชั้นตรี โท เอก อยู่แล้ว
ซึ่งบางเรื่องนั้นยังไม่เคยพิมพ์เผยแพร่มาก่อน
และบางเรื่องเคยพิมพ์แล้วแต่หายาก หรือกระจัดกระจายอยู่
ให้เป็นหมวดหมู่ตามประเภท เป็นหนังสือขนาดใหญ่
(เท่าที่พิมพ์เสร็จแล้วในขณะนั้น) ๑๗ เล่ม
โดยมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ เป็นผู้จัดพิมพ์เผยแพร่

และต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๕
ทางวัดได้จัดงานวชิรญาณวงศานุสรณ์ครบ ๑๐๐ ปี
นับแต่วันที่ประสูติของ
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์
ได้ทรงดำริให้รวบรวมพระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้น
พิมพ์ขึ้นเป็นหนังสือชุดรวม ๖ เล่ม
โดยมหามกุฏราชวิทยาลัยเป็นผู้จัดพิมพ์เผยแพร่เช่นเดียวกัน

และได้ให้มหามกุฏราชวิทยาลัยฯ จัดรวบรวมและพิมพ์พระราชนิพนธ์
ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ออกเผยแพร่ด้วย
โดยจัดพิมพ์เป็นหนังสือชุดแบ่งตามประเภทของเรื่อง
ขณะนี้ได้จัดพิมพ์แล้ว ๔ เล่ม (ส่วนที่เหลือจะจัดพิมพ์ต่อไป)

รูปภาพ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ)
ทรงฉายเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๔ ซึ่งเป็นปีสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ



นอกจากนี้ ยังได้ให้รวบรวมประวัติวัดบวรนิเวศวิหาร
จัดพิมพ์ออกเผยแพร่ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษด้วย


ในด้านการริเริ่มในการแปลตำราภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษนั้น
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ก็ได้จัดให้พระภิกษุไทยร่วมกับพระภิกษุชาวต่างประเทศ
ที่บวชจำพรรษาอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหารช่วยกันแปลหนังสือขึ้น
เป็นคู่มือในการศึกษาพระพุทธศาสนา

ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ของ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
เป็นภาษาอังกฤษหลายเล่ม เช่น

๑. นวโกวาท ซึ่งเป็นหนังสือหลักในการศึกษาพระวินัยของพระภิกษุ
๒. วินัยมุข เล่ม ๑-๓ ซึ่งเป็นหนังสืออธิบายขยายความนวโกวาทให้เข้าใจง่ายขึ้น
๓. พุทธประวัติ เล่ม ๑-๒-๓ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้ทรงริเริ่มให้มีการแปลหนังสือพุทธศาสนาที่สำคัญๆ
จากภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศ
เพื่อเป็นการเผยแพร่และเป็นคู่มือการศึกษาพระพุทธศาสนา
สำหรับชาวต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก

เช่น หนังสือภิกขุปาติโมกข์ อุปสมบทวิธี ทำวัตรสวดมนต์ เป็นต้น
แล้วโปรดให้มหามกุฏราชวิทยาลัยฯ จัดพิมพ์เผยแพร่

ในระยะเดียวกันนี้
โปรดให้จัดตั้งแผนกจำหน่ายหนังสือพระพุทธศาสนาต่างประเทศ
ของมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ ขึ้นด้วย

เพื่อให้เป็นศูนย์หนังสือทางพระพุทธศาสนา
สำหรับชาวต่างประเทศที่สนใจจะศึกษาพระพุทธศาสนา
ตลอดถึงชาวไทยที่ต้องการหนังสือพระพุทธศาสนา
ในภาษาต่างประเทศไว้ประกอบการศึกษา
ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๒
และเจริญก้าวหน้ามาด้วยดีจวบจนทุกวันนี้

รูปภาพ
ตึกมนุษยนาคมานพวิทยาทาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ

(มีต่อ ๒๖)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)


ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

• พ.ศ. ๒๕๒๙

มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปรัชญา

• พ.ศ. ๒๕๓๒

มหาวิทยาลัยมหิดล
ถวายปริญญาอักษรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาศาสนาเปรียบเทียบ

• พ.ศ. ๒๕๓๓

มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย
ถวายปริญญาพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

• พ.ศ. ๒๕๓๗

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ถวายปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา

• พ.ศ. ๒๕๓๘

มหาวิทยาลัยนเรศวร
ถวายปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการบริหารการศึกษา

• พ.ศ. ๒๕๓๙

มหาวิทยาลัยศรีนครินทราวิโรฒ
ถวายปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

• พ.ศ. ๒๕๔๑

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาภาษาไทย

• พ.ศ. ๒๕๔๓

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

• พ.ศ. ๒๕๔๕

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

รูปภาพ
ภาพทรงฉายร่วมกับคณะสงฆ์ของวัดบวรนิเวศวิหาร
เนื่องวันวันคล้ายวันประสูติ ๙๒ พรรษา เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘



ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน

๑. เป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคม
๒. เป็นเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต
๓. เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
๔. รักษาการเจ้าอาวาสวัดญาณสังวราราม ในพระบรมราชูปถัมภ์
๕. เป็นนายกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
๖. เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพระสังฆาธิการคณะธรรมยุต
๗. เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์
๘. เป็นประธานคณะกรรมการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา
เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา
๙. เป็นนายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
๑๐. เป็นประธานกรรมการมูลนิธิพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
๑๑. เป็นประธานกรรมการมูลนิธิวัดญาณสังวราราม ในพระบรมราชูปถัมภ์

รูปภาพ
เนื่องในมงคลวโรกาสคล้ายวันประสูติ ๙๕ พรรษา
สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน) วันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๑


(มีต่อ ๒๗)

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ม.ค. 2013, 20:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2004, 01:20
โพสต์: 1826


 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ชีวิตและปฏิปทาแบบอย่าง

ชีวิตของ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ นั้น
ก็ไม่แตกต่างไปจากชีวิตของคนทั่วๆ ไป
คือมีทั้งผิดหวังและสมหวัง มีทั้งสำเร็จและล้มเหลว มีทั้งดีใจและเสียใจ

แต่โดยที่ทรงมีคุณธรรมหลายประการ
ที่โดดเด่นเป็นแกนหรือเป็นแก่นของชีวิต
ชีวิตของพระองค์จึงมีความสมหวังมากกว่าผิดหวัง
มีความสำเร็จมากกว่าความล้มเหลว
และมีความดีใจมากกว่าเสียใจ

กล่าวโดยรวมก็คือ ด้วยคุณธรรมอันเป็นแกนของชีวิตดังกล่าว
พระองค์จึงทรงประสบความสำเร็จ
หรือทรงเจริญก้าวหน้าไปตามครรลองของชีวิตจนถึงที่สุด
ดังเป็นที่ปรากฏอยู่ในบัดนี้


หากวิเคราะห์ตามที่ปรากฏในพระประวัติ
ก็จะเห็นได้ว่าพระคุณธรรมที่โดดเด่นในชีวิตของพระองค์ก็คือ
อดทน
ใฝ่รู้
กตัญญู
ถ่อมตน
คารวธรรม

รูปภาพ

ความอดทน (ขันติ : พระคุณธรรมประการแรก)

ที่ปรากฏเด่นชัดในชีวิตของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ก็คือ ความอดทน (ขันติ)
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงมีพระสุขภาพอ่อนแอไม่แข็งแรงมาตั้งเยาว์วัย
และมีผลสืบเนื่องมาจนถึงเมื่อทรงบรรพชาเป็นสามเณร

พระสุขภาพที่อ่อนแอนับเป็นอุปสรรคสำคัญของการศึกษาเล่าเรียน
พระองค์ต้องทรงใช้ความอดทนอย่างหนัก
จึงสามารถผ่านพ้นอุปสรรคแต่ละขั้นตอนมาได้
ทรงเล่าว่า บางครั้งเมื่อถึงเวลาสอบ
ต้องทรงใช้ผ้าสักหลาดพันรอบอกหลายชั้น
เพื่อไม่ให้เกิดอาการหนาวสั่นในเวลานั่งสอบ

นอกจากจะต้องอดทนต่อความไม่สมบูรณ์ของร่างกายแล้ว
ยังต้องงอดทนต่อเสียงค่อนแคะของเพื่อนร่วมสำนักอีกนานัปการ

แต่สิ่งเหล่านี้แทนที่จะทำให้กำลังพระทัยลดน้อยลง
แต่กลับทำให้ทรงรู้สึกว่าจะต้องมีความอดทนมากขึ้น


ความใฝ่รู้ (สิกขกามตา) : พระคุณธรรมที่โดดเด่นประการต่อมา

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเป็นผู้ใฝ่รู้มาโดยตลอด
แม้เมื่อทรงเป็นพระมหาเถระแล้ว พระอัธยาศัยใฝ่รู้ของพระองค์ก็ไม่เคยจืดจาง
ได้ทรงแสวงหาความรู้อยู่เสมอด้วยการทรงอ่านหนังสือ
ทั้งที่เป็นหนังสือภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

หนังสือดีมีประโยชน์บางเรื่องที่ทรงอ่านแล้ว
ยังทรงพระเมตตาแนะนำให้ผู้ใกล้ชิดอ่านด้วย โดยมักมีรับสั่งว่า

“เรื่องนี้เขาเขียนดี น่าอ่าน”

พระคุณธรรมข้อกตัญญูดังกล่าวมาแล้วในตอนต้นว่า
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงมีพระคุณธรรมข้อนี้อย่างเด่นชัด
และทรงหาโอกาสสนองคุณของผู้ที่มีพระคุณต่อพระองค์
แม้เพียงเล็กน้อยอยู่เสมอ

รูปภาพ
พระรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งสมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)


ดังเช่น เมื่อทรงได้รับพระราชทานสถาปนา
เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร
ก็ทรงรำลึกถึงพระคุณของ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ญาณสังวร)
ที่ทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระญาณสังวร
เป็นรูปแรกในยุคกรุงรัตนโกสินทร์

เพราะหากไม่มี สมเด็จพระญาณสังวร (สุก) เป็นรูปที่ ๑
ก็คงไม่มีสมเด็จพระญาณสังวร คือพระองค์เอง เป็นรูปที่ ๒

ฉะนั้นเมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษา
จึงเสด็จไปถวายสักการะพระรูป สมเด็จพระญาณสังวร (สุก)
ที่วัดราชสิทธารามเป็นประจำทุกปีตลอด

อีกกรณีหนึ่ง เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่ พระธรรมวราภรณ์
และทรงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารใหม่ๆ (พ.ศ.๒๕๐๔)

คราวหนึ่ง สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) วัดสระเกศ
ได้ทรงปรารภกับพระองค์ด้วยความห่วงใยว่า

“เจ้าคุณ จะเอาวัดบวรได้อยู่หรือ”

ซึ่งหมายความว่า จะปกครอง วัดบวรนิเวศวิหาร
ที่เป็นพระอารามหลวงที่สำคัญ ทั้งมีพระเถระที่มีอาวุโสมากกว่า
อยู่มากองค์ในขณะนั้นให้เรียบร้อยได้หรือ

ด้วยพระปรารภดังกล่าวนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงถือว่า
สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) ทรงมีพระเมตตาต่อพระองค์
จึงทรงรำลึกถึงพระคุณของสมเด็จพระสังฆราชพระองค์นั้นอยู่เสมอ

เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษาจึงทรงไปถวายสักการะ
สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย) พระองค์นั้น
นับแต่เมื่อยังมีพระชนม์อยู่และตลอดมาจนกระทั่งสิ้นพระชนม์


รูปภาพ
สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทโย)


พระคุณธรรมข้อถ่อมตน (นิวาตะ)

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงมีความถ่อมพระองค์มาแต่ต้น
เพราะความถ่อมตน เจ้าพระคุณสมเด็จฯ
จึงทรงเป็นพระเถระที่สงบเสงี่ยม สำรวมระวัง ตรัสน้อย และไม่ชอบแสดงตน

ดังเช่นในการสอนสมาธิกรรมฐาน
พระองค์ก็มิได้แสดงพระองค์ว่าเป็นผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญกว่าใครๆ
แต่มักตรัสว่า

“แนะนำในฐานะผู้ร่วมศึกษาปฏิบัติด้วยกัน”

บางครั้งมีผู้กล่าวถึงพระองค์ว่า
เป็นพระอาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เมื่อทรงทราบจะทรงแนะว่า ไม่ควรกล่าวเช่นนั้น เพราะ

“ใครๆ ไม่ควรที่จะอวดอ้างตนว่าเป็นครูอาจารย์
ของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทุกคนมีหน้าที่ต้องถวายงานสนองพระราชประสงค์เท่านั้น”


อีกตัวอย่างหนึ่ง เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเป็น กรรมการมหาเถรสมาคม
มาตั้งแต่ทรง ดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ และทรงเป็นตลอดมาทุกสมัย

ในการประชุมมหาเถรสมาคมแต่ละครั้ง
เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ประทับเก้าอี้ท้ายแถวเสมอ

กระทั่งครั้งหนึ่ง สมเด็จพระสังฆราช (จวน) วัดมกุฎกษัตริยาราม
ซึ่งทรงเป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคมในขณะนั้น
ทรงทักแบบสัพยอกด้วยพระเมตตาว่า

“เจ้าคุณสานั่งไกลนัก กลัวจะเป็นสมเด็จหรือไง”

พระคุณธรรมข้อคารวธรรม

คือความเป็นผู้มีความเคารพต่อผู้ที่ควรเคารพ

คารวธรรม ประการแรกของ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ
ก็คือความเคารพในพระรัตนตรัย

รูปภาพ

ความเคารพในพระพุทธเจ้า

ทรงแสดงออกด้วยการเคารพต่อพระพุทธรูปในทุกสถานการณ์
ดังเช่น ทรงแนะนำภิกษุสามเณรอยู่เสมอว่า
การลงโบสถ์ทำวัตรเช้าค่ำนั้น ก็เสมือนการไปเฝ้าพระพุทธเจ้าประจำวัน
ทำให้รำลึกถึงพระพุทธคุณ จิตใจไม่ห่างไกลจากพระธรรม

ข้อที่ทรงแนะนำอีกประการหนึ่งก็คือ
พระพุทธรูปไม่ควรตั้งวางในที่ต่ำ
หรือในที่ที่จะต้องเดินข้ามไปข้ามมาเป็นต้น

ความเคารพต่อพระธรรม

ก็ทรงแสดงออก
ด้วยการเคารพต่อพระคัมภีร์ เช่นพระคัมภีร์ทาง
พระพุทธศาสนาทุกชนิดทรงเก็บรักษาไว้ในที่สูงเสมอ
ไม่เก็บไว้ในที่ที่ต้องเดินข้ามเดินผ่านเช่นกัน

แม้หนังสือธรรมทุกชนิดก็ไม่ทรงวางบนพื้นธรรมดา
ต้องวางไว้บนที่สูงเช่น บนโต๊ะ บนพานเป็นต้น
หากทรงเห็นใครวางหนังสือธรรมบนพื้น ก็จะตรัสเตือนว่า

“นั่นพระธรรม อย่าวางบนพื้น”

ความเคารพในพระสงฆ์

ก็ทรงแสดงออกโดยทรงมีความเคารพต่อ
พระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ หรือที่เรียกกันว่าพระกรรมฐานเป็นพิเศษ

เช่นเมื่อมีพระกรรมฐานเป็นอาคันตุกะมาสู่พระอาราม
แม้จะเป็นผู้ที่มีอาวุโสน้อยกว่าก็ทรงต้อนรับปฏิสันถารด้วยความเคารพ

พระคุณธรรมข้อนี้ที่ปรากฏต่อสาธารณชนทั่วไปก็คือ
ทรงแสดงความเคารพต่อพระเถระผู้มีอาวุโสมากกว่าพระองค์ทุกรูป
ไม่ว่าพระเถระรูปนั้นจะเป็นภิกษุธรรมดาไม่มียศศักดิ์อะไร
หากมีอาวุโสพรรษามากกว่า
พระองค์ก็ทรงกราบแสดงความเคารพเสมอ

เมื่อมีพระสงฆ์จากที่ต่างๆ มาเข้าเฝ้า
หากมีพระเถระผู้เฒ่ามาด้วยก็จะทรงถามก่อนว่า

“ท่านพรรษาเท่าไร”

หากมีอายุพรรษามากกว่า
จะทรงนิมนต์ให้นั่งบนอาสนะและทรงกราบตามธรรมเนียมทางพระวินัย

พระคุณธรรมเหล่านี้ ทำให้ชีวิตของ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ
เป็นชีวิตที่งดงามหรือกล่าวอย่างภาษาชาวโลกก็คือ

เป็นชีวิตที่ประสบความสำเร็จ
เป็นชีวิตที่สามารถยึดถือเป็นแบบอย่างได้สำหรับทุกคน
ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์
ไม่ว่าจะเป็นชีวิตทางโลกหรือชีวิตทางธรรม


รูปภาพ

การกล่าวถึงพระคุณธรรมในชีวิตของ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ข้างต้นนั้น
เป็นการมองชีวิตของ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ในภาพรวม
เช่นกับชีวิตของคนทั่วไปว่า

ทรงมีอะไรบ้าง ทรงทำอะไรบ้าง
แต่ถ้ามองชีวิตของพระองค์ในฐานะที่ทรงเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง
ก็จะเห็นแบบอย่างของชีวิตในทางธรรมที่ชัดเจนอีกภาพหนึ่ง

นั่นคือ ปฏิปทาอันควรค่าแก่การเป็นแบบอย่าง
สำหรับพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั่วไป
พระปฏิปทาอันเป็นแบบอย่างดังกล่าวก็คือ


ความเป็นผู้ทรงปริยัติและไม่ทิ้งปฏิบัติ
ความเป็นผู้สำรวมระวังในพระวินัย
ความเป็นผู้มักน้อยสันโดษ


:b8: :b8: :b8:

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

หมายเหตุ : โปรดติดตามอ่าน

๑. ประวัติและความสำคัญของวัดบวรนิเวศวิหาร
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=26031

๒. ประวัติและความสำคัญของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=21082

๓. ประวัติมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=20842

๔. วัดประจำรัชกาลที่ ๖ : วัดบวรนิเวศวิหาร

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=19342

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

:b8: รวบรวมและคัดลอกเนื้อหามาจาก ::
- หนังสือชุดพระเกียรติคุณ สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ :
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฺฒโน)
วัดบวรนิเวศวิหาร, สุเชาวน์ พลอยชุม เรียบเรียง, มหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๔๑.
- หนังสือ ๑๙ สมเด็จพระสังฆราชกรุงรัตนโกสินทร์,
โกวิท ตั้งตรงจิตร เรียบเรียง, สวีริยาศาสน์ จัดพิมพ์, ๒๕๔๙.
- หนังสือตำนานวัดบวรนิเวศวิหาร, หนังสือศิลปกรรมวัดบวรนิเวศวิหาร
จากเว็บไซต์วัดบวรนิเวศวิหาร http://www.watbowon.com/


กระทู้ในบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=15226

.....................................................
ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 พ.ค. 2013, 19:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ต.ค. 2009, 15:06
โพสต์: 6309

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
..Anu-mo-ta-na-sa-tu...
:b8: :b8: :b8:
...รัฐบาลจัดงานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี และจัดทำตราสัญลักษณ์งานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี...
...สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ ๑๙...
...เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระกุศล ในวันสำคัญที่เกี่ยวข้อง ๒ วัน...
...๑) การได้รับพระราชทานสถาปนาเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมาครบ ๒ รอบ (๒๔ ปี)...
...๒) การจะเจริญพระชันษาครบ ๑๐๐ ปี ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ ที่จะมาถึงนี้...
...ขอเชิญประดับธงตราสัญลักษณ์งานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปีโดยพร้อมเพรียงกัน...
...ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๖ เป็นต้นมา จนถึง วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖...
...ตามอาคารของหน่วยงานและบ้านเรือนในบริเวณที่เหมาะสม...
:b40: :b40: :b40:

:b8: http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=45067


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 31 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร