วันเวลาปัจจุบัน 23 ต.ค. 2019, 02:37  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 16:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต
ผู้ระงับทุกขเวทนาด้วยธรรมโอสถ


ความเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาของทุกคน
โรคบางโรคอาศัยยาแผนปัจจุบันหรือยาสมุนไพร
ก็สามารถบรรเทาอาการหรือช่วยให้หายขาดได้
แต่โรคบางโรคแม้จะพยายามสักเท่าใด
ก็อาจไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาเลย
จึงมีบางท่านใช้ “ธรรมโอสถ” ในการเยียวยาตนเองให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัยมาได้
ดังเช่นเรื่องราวของ “ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น”
ผู้เป็นบูรพาจารย์ของพระสงฆ์ในสายวิปัสสนากรรมฐานหลายๆ รูปในประเทศไทย

ดังที่ได้ทราบกันดีในหมู่ผู้สนใจศึกษาประวัติของครูบาอาจารย์
ว่าท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เป็นผู้ที่ปฏิบัติธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด
ในสมัยที่ออกปฏิบัติเบื้องนั้น
ครั้งหนึ่งหลังจากได้กราบนมัสการท่านพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท)
และได้รับวิธีพิจารณาปัญญาเพิ่มเติมแล้ว
ท่านพระอาจารย์มั่นได้ออกจาริกไปทางเขาใหญ่ จังหวัดนครนายก จนถึงถ้ำสาริกา
ซึ่งท่านได้ขอให้ชาวบ้านในหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากถ้ำนั้น ให้ไปส่งเพราะท่านไม่รู้ทาง
ชาวบ้านได้เตือนด้วยความห่วงใย ว่าที่ถ้ำนี้มีผีหลวงที่ดุร้ายมาก
ไม่ว่าพระหรือคนที่ไปอยู่จะต้องมีอันเป็นไปเสียทุกราย
มีพระมามรณภาพที่ถ้ำนี้แล้ว ๔ รูป ในระยะเวลาไม่ห่างกันเลย
แต่พระอาจารย์มั่นท่านกลับเห็นว่าจะเครื่องเตือนสติให้ได้อย่างดี
ด้วยว่าท่านมีจิตใจที่กล้าหาญ พร้อมเผชิญต่อเหตุการณ์ต่างๆ อยู่ทุกขณะจิต
ในที่สุดชาวบ้านก็ต้องยอมไปส่งท่านที่ถ้ำสาริกา


ในช่วง ๒-๓ คืนแรกที่พำนักในถ้ำแห่งนี้
ท่านได้รับความสงบดี เพราะเป็นสถานที่ที่เงียบสงัดมาก
ในคืนถัดจากนั้น โรคเจ็บท้องซึ่งท่านเคยเป็นก็กลับกำเริบ
ไม่ว่าจะฉันอะไรเข้าไปก็ไม่ย่อย จนถึงขนาดถ่ายออกมาเป็นเลือด
แม้จะพยายามรักษาด้วยยาสมุนไพร ก็ไม่ทำให้อาการดีขึ้น
แต่กลับทวีความรุนแรงของโรคมากกว่าเดิม
ทำให้กำลังกายของท่านอ่อนแอลงและกำลังใจก็ลดลงบ้างเช่นกัน
ในที่สุดท่านก็เลิกฉันยาเพราะพิจารณาแล้วว่าไม่ได้ช่วยให้หายจากโรคเลย
และตัดสินใจใช้ “ธรรมโอสถ” เพียงอย่างเดียวในการรักษาโรค
จะไม่ฉันยาใดๆ จนกว่าโรคนี้จะหายด้วยธรรมโอสถ
หรือไม่ก็คือจนกว่าจะตายในถ้ำแห่งนี้


ท่านได้พิจารณาว่าตนเองได้ปฏิบัติมามากพอสมควรแล้ว
ไม่ควรจะขี้ขลาดอ่อนแอในทุกขเวทนาเพียงเท่านี้
เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับเวลาที่ขันธ์จะแตกดับ
ความทุกข์ที่จะถาโถมเข้ามาทั้งทางร่างกายและจิตใจมากกว่านี้
ถ้าเพียงแค่นี้ท่านยังสู้ไม่ไหว แล้วจะสู้ในเวลาที่ธาตุขันธ์จะแตกดับได้อย่างไร

ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงนี้ไว้
ในหนังสือ “ประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ” ดังความว่า


“...พอท่านทำความเข้าใจกับตนเองอย่างแน่ใจและมั่นใจแล้ว
ก็หยุดจากการฉันยาในเวลานั้นทันที และเริ่มทำสมาธิภาวนา
เพื่อเป็นโอสถบำบัดบรรเทาจิตใจและธาตุขันธ์ต่อไปอย่างหนักแน่น
ทอดความอาลัยเสียดายในชีวิตธาตุขันธ์ ปล่อยให้เป็นไปตามคติธรรมดา
ทำหน้าที่ห้ำหั่นจิตดวงไม่เคยตาย แต่มีความตายประจำนิสัย
ลงไปอย่างเต็มกำลังสติปัญญาศรัทธาความเพียรที่เคยอบรมมา

โดยมิได้สนใจคำนึงต่อโรคที่กำลังกำเริบอยู่ภายใน
ว่าจะหายหรือจะตายไปขณะใดในเวลานั้น หยั่งสติปัญญาลงในทุกขเวทนา
แยกแยะส่วนต่างๆ ของธาตุขันธ์ออกพิจารณาด้วยปัญญาไม่ลดละ
คือ ยกทั้งส่วนรูปกาย ทั้งส่วนเวทนา คือ ทุกข์ภายใน
ทั้งส่วนสัญญาที่หมายกายส่วนต่างๆ ว่าเป็นทุกข์
ทั้งส่วนสังขารตัวปรุงแต่งว่าส่วนนี้เป็นทุกข์ส่วนนั้นเป็นทุกข์ ขึ้นสู่เป้าหมายแห่งการพิจารณา
ของสติปัญญาผู้ดำเนินงานทำการขุดค้นคลี่คลายอย่างไม่หยุดยั้ง
แต่เวลาพลบค่ำถึงเที่ยงคืน คือ ๒๔.๐๐ นาฬิกา จึงลงเอยกันได้
จิตมีกำลังขึ้นมาอย่างประจักษ์ สามารถคลี่คลายธาตุขันธ์
จนรู้แจ้งตลอดทั่วถึงทุกขเวทนาที่กำลังกำเริบขึ้นอย่างเต็มที่จากโรคในท้อง
โรคก็ระงับดับลงอย่างสนิท จิตรวมลงถึงที่ในขณะนั้น
ขณะนั้นโรคก็ดับ ทุกข์ก็ดับ ความฟุ้งซ่านในใจก็ดับ...”


ด้วยความห้าวหาญในธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทฺตโต
ทำให้ชนะต่อโรคทางกายได้ด้วยธรรมโอสถ

ท่านได้พำนักในถ้ำสาริกา เป็นเวลาถึง ๑ ปี
ก่อนที่จะต้องเดินทางกลับไปยังภาคอีสาน
เพื่อแนะนำสั่งสอนพระเณรและฆราวาสต่อไป
ท่ามกลางความอาลัยของมนุษย์และเทวดา
ที่ได้ทำบุญและฟังธรรมจากท่าน ณ ถ้ำสาลิกาแห่งนี้

--------------------------------

เอกสารประกอบการเขียน

“ประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ”
โดยท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ฉบับพิมพ์เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๐
“ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺตเถร สังเขปประวัติ คติธรรม คำสอน”
รวบรวมโดย http://www.schoolofdhamma.com และทีมงาน
ฉบับพิมพ์เมื่อ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

โดย เทียบธุลี http://www.dlitemag.com/

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 เม.ย. 2010, 18:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b48: :b41: :b48:

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แก้ไขล่าสุดโดย เว็บมาสเตอร์ เมื่อ 04 เม.ย. 2010, 05:41, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2010, 14:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2009, 15:09
โพสต์: 122

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2011, 19:27 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4885

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b20:

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มิ.ย. 2011, 22:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 มิ.ย. 2011, 03:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 10:52
โพสต์: 257

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

:b46: :b41: :b46:

.....................................................
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร
ทำดี ดีแล้ว เป็นพร ไม่ต้อง อ้อนวอน ขอพร กะใคร ให้กวน
พรที่ ให้กัน ผันผวน เป็นเหมือน ลมหวน อวลไป อวลมา อย่าหลง
พรทำ ดีเอง มั่นคง วันคืน ยืนยง ซื่อตรง ต่อผู้ รู้ทำ
อยากรวย ด้วยพร เพียรบำ - เพ็ญบุญ กุศลนำ ให้ถูก ให้พอ ต่อตน
ทุกคน เกิดมา เป็นคน ชั่วดี มีจน เป็นผล แห่งกรรม ทำเอง
ถือธรรม เชื่อกรรม ยำเยง บาปชั่ว กลัวเกรง ทำแต่ กรรมดี ทวีพรฯ

ท่านพุทธทาสภิกขุ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร