วันเวลาปัจจุบัน 17 มิ.ย. 2019, 00:25  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 ก.ค. 2012, 18:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 มี.ค. 2012, 14:29
โพสต์: 102


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

องค์พระชินสีห์ตรัสแสดงวิธีตอบแทนคุณพ่อแม่แก่คฤหบดีบุตร ชื่อสิงคาลกะว่า ดูกรคฤหบดีบุตร เมื่อพ่อแม่ ได้อนุเคราะห์บุตรธิดาแล้วลูกหญิงชาย พึงตอบแทนท่านโดยวิธี ๕ เช่นกัน คือ

๑. ท่านเลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ
๒. ช่วยทำกิจของท่านไม่ดูดาย
๓. ดำรงวงศ์สกุลไม่ให้เสื่อม
๔. ประพฤติตนให้เป็นคนควรได้รับมรดก
๕. เมื่อท่านล่วงลับไป ทำบุญอุทิศให้แก่ท่าน


ท่านเลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ
ทั้ง ๕ ประการนี้ โดยเฉพาะข้อแรก เป็นข้อที่ผู้เป็นลูกควรทำเพราะเราเติบโตได้ก็อาศัยที่ท่านมีเมตตาเลี้ยงดู เมื่อท่านแก่เฒ่าลงแล้วนี่เป็นหน้าที่ของลูกจะพึงเลี้ยงดู เป็นการชดใช้ทดแทนพระคุณท่าน

คนโบราณกล่าวภาษิตบทหนึ่ง สำหรับเตือนใจลูกว่า อันทิศเบื้องหน้าบิดามารดา เคยพึ่งอาศัย อย่าได้ดูถูก หมั่นปลูกอาลัย หมั่นเลี้ยงท่านไป ตราบม้วยชีวา

การเลี้ยงพ่อแม่นั้นท่านแสดงไว้ ๒ ประการ คือ การเลี้ยงภายนอก ได้แก่ การอุปัฏฐากอย่างต่ำ การเลี้ยงภายใน ได้แก่ การอุปัฏฐากอย่างสูง

การเลี้ยงภายนอก เช่น หาข้าวปลาอาหารผ้าผ่อนให้ท่าน เป็นการให้ความสุขทางกาย เป็นอามิสบูชา อันเป็นส่วนการอุปัฏฐากอย่างต่ำ การเลี้ยงดูภายใน ได้แก่ การเลี้ยงดูน้ำใจเชื่อฟังตั้งอยู่ในคำสั่งสอน หาทางนำท่านให้เป็นผู้มีธรรม เช่น พ่อแม่ไม่มีทาน ศีล ภาวนา ก็ชักพาให้ท่านได้บำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เป็นต้น เป็นปฏิบัติบูชาเป็นส่วนการอุปัฏฐากอย่างสูง

การเลี้ยงดูพ่อแม่ จึงเป็นหลักสำคัญที่ลูกผู้กตัญญูกตเวทีพึงทำ เพราะเป็นเหตุนำมงคล คือ ความเจริญมาให้ตน ดังพระศาสดาตรัสไว้ในมงคลสูตรว่า

มาตาปิตุอุปฏฺฐานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ
การเลี้ยงดูมารดาบิดา เป็นมงคลอย่างสูงสุด


ช่วยทำกิจของท่านไม่ดูดาย
การช่วยเหลือทำกิจการงานของท่านนั้นเป็นหน้าที่ที่ลูกจะพึงกระทำเป็นการผ่อนแรงท่านที่ตรากตรำหาเลี้ยงเรามา ไม่ทำตนเป็นคนดูดาย เอาแต่เที่ยวเตร่หาความสนุกสนาน ปล่อยให้ท่านทั้งสองทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำไปตามลำพัง ลูกต้องนึกบ้างว่า พ่อแม่ทุกคนเมื่อมีลูกก็ย่อมหวังพึ่งพาอาศัยบ้าง
ดังโบราณกล่าวว่า มีลูกเหมือนปลูกต้นโพธิ์.. เมื่อใหญ่เมื่อโตจะได้อาศัย.. ยามเจ็บไข้จะได้ฝากไข้.. ยามตายจะได้ฝากผี.. เวลาดีๆ เอาไว้ใช้สอย..

ดำรงวงศ์สกุลไม่ให้เสื่อม
การประพฤติตนเป็นคนดีเพื่อรักษาวงศ์สกุลของตนไม่ให้เสียหายนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าลูกไม่ดี
เขาว่ามาถึงพ่อแม่ได้ ฉะนั้น อะไรที่จะทำให้ท่านเดือดร้อนใจ จากการกระทำของเรา อย่าได้ไปทำในสิ่งนั้น เพราะการที่ไปทำอะไรให้พ่อแม่เดือดร้อนใจนั้น เป็นบาปหนัก เป็นเหมือนการฆ่าท่านทางอ้อม ไม่ใช่ฆ่าเพราะเอามีดไปแทงฟัน แต่เป็นการฆ่าความสุขทางใจของท่าน

ประพฤติตนให้เป็นคนควรได้รับมรดก
การประพฤติตนให้สมควรรับมรดกของท่านนั้น ก็เป็นหลักสำคัญอย่างหนึ่ง นอกจากเป็นการทำตนให้เจริญแล้ว ยังทำให้ท่านพอใจ และเกิดความสุข อันเป็นการเลี้ยงน้ำใจท่านอีกทางหนึ่งด้วย และขอเตือนว่าทรัพย์สมบัติที่พ่อแม่หามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน มันเป็นของศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรนำไปเลี้ยงชีวิตในทางที่ไม่ถูกไม่ควร

เมื่อท่านล่วงลับไป ทำบุญอุทิศให้แก่ท่าน
ข้อ ๕ นี้ เป็นการสนองพระคุณครั้งสุดท้าย แม้เป็นการทำลับหลังก็ตาม ก็เป็นการแสดงออกให้เห็นว่า ตนเป็นลูกกตัญญูกตเวที ไม่ลืมความดีที่ท่านทำไว้แก่ตน ขวนขวายที่จะทำตอบแทนในเมื่อมีโอกาส เป็นการประกาศให้ทราบว่าเป็นคนน่าคบหาสมาคม แม้ฝ่ายหนึ่งล่วงลับไปแล้ว ก็ยังระลึกถึงและหาทางสนองคุณ ฉะนั้น เมื่อพ่อแม่ล่วงลับดับชีพไป จึงเป็นหน้าที่ของลูกต้องทำบุญ อุทิศไปให้ท่านโดยแท้


เครดิต : หนังสือ "ชีวิตลิขิตด้วยกรรม : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม"
ส่งเสริมคุณธรรม พัฒนาชีวิต นึกถึงธรรมะ คิดถึง www.พุทธะ.com


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร