วันเวลาปัจจุบัน 15 ต.ค. 2019, 09:32  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 14:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

ท่านผู้ปฏิบัติธรรมทุกท่าน
แนวการศึกษาของชีวิตในหลักพระพุทธศาสนานั้น
ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ คันถธุระ
ก็คือ แนวการศึกษาในพระพุทธศาสนาทั้งหมด
เรียกว่า การศึกษาวิปัสสนาธุระ เขาเรียกว่า การปฏิบัติธรรม
ที่เรามาเจริญกรรมฐาน มีขันธ์ ๕ รูป นาม เป็นอารมณ์
เราให้แนวสติปัฏฐาน ๔ มรรค ๘ อริยสัจ ๔
วิธีปฏิบัติ มีศีล สมาธิ ปัญญา เท่านั้น
ข้อกำหนดก็คือ สติสัมปชัญญะเป็นตัวกำหนด
ตัวกำหนดนี้เป็นตัวสร้างแบบให้แก่ชีวิต เป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบ
สร้างรูปแบบที่ดี นิสัยที่ดี เพราะสติสัมปชัญญะดี
การเจริญกรรมฐานจะแก้ปัญหาชีวิตของเขาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้
ซึ่งก็เรียกว่า “การปฏิบัติธรรม”


:b48: การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต

การปฏิบัติธรรมนี้ เรามีจิตมุ่งมาดปรารถนาอยู่ด้วยความไม่ประมาท
หมายถึง ความไม่ประมาทเกิดขึ้นในชีวิตของท่านจะเป็นเอกัคคตา
หนึ่งไม่มีสอง ประคองด้วยสติปัญญา แก้ไขปัญหาได้
นั้นได้แก่ สมาธิภาวนา มีสมาธิเกิดขึ้น...
จิตใจท่านดี เรียกว่า การพัฒนาชีวิต


การปฏิบัติธรรมทางพระพุทธศาสนานั้น เป็นการพัฒนาชีวิต
ให้ชีวิตของท่านแจ่มใส ชีวิตมีความรุ่งเรืองวัฒนาสถาพร

การปฏิบัติธรรมนี้เป็นการจำเป็นแก่ชีวิตมาก
ที่เรียกว่า เราจะดำเนินวิถีชีวิตให้เกิดความสุขได้อย่างไร?
การดำเนินชีวิตให้เกิดความสุขได้นั้น ก็คือ การพัฒนาชีวิตของเราเอง
เรียกว่า พัฒนาทั้งด้านการศึกษาการแสวงหาวิชาความรู้อันนี้เป็นต้น
นี่แหละการบำเพ็ญกุศล การที่เราจะใช้ชีวิตให้มีความสุข
สิ่งที่ควรใฝ่หามากที่สุดก็คือ หลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
ได้แก่ การพัฒนาคุณภาพชีวิต
ชีวิตของท่านจะมีค่า เวลาของท่านจะมีประโยชน์ต่อไป
ถ้าชีวิตของท่านไม่มีค่า เวลาของท่านจะไร้ประโยชน์
ไม่มีประโยชน์ต่อชีวิต เวลาจะหมดไปเปล่า
ไม่เกิดประโยชน์สุทธิผลแต่ประการใด

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 14:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b48: พัฒนาคุณค่าชีวิตด้วยการปฏิบัติธรรม

อันนี้เป็นหลักปฏิบัติของแนวทางสภาพชีวิต ก็เรียกว่า “การพัฒนา” นั่นเอง
พัฒนาให้เกิดสติปัญญา พัฒนาวิชาการ พัฒนาความคิด พัฒนาความรู้
พัฒนาเพื่อให้เรามีสติปัญญา ให้มีความตั้งใจ
และแก้ไขปัญหาด้วยประสบการณ์ต่าง ๆ ของเรา ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
ก็เรียกว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิต ก็คือ ที่เรามาเจริญกรรมฐานนี่เอง
ทำให้เรารู้จักชีวิตที่มีค่าและเวลาที่มีประโยชน์


:b48: งานที่สำคัญของชีวิต เพื่อชีวิต

การเจริญกรรมฐานต้องการตรงนี้ ที่เราปฏิบัติกรรมฐานนั้น
ก็เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาชีวิตที่เกิดแล้วอันแร้นแค้นและไร้ความหมาย
งานที่สำคัญของชีวิตและเพื่อชีวิตอย่างหนึ่งคือ การเจริญกรรมฐาน
ได้แก่ บำเพ็ญศีล สมาธิ ปัญญา
ทำด้วยตัวเองชั่วชีวิต เพราะเป็นงานที่กำหนดชะตาชีวิต ก็คืองานพัฒนาตัวเอง
การเจริญกรรมฐานเป็นการพัฒนาตัวเองให้เห็นได้ชัด
งานพัฒนาตัวเองได้แก่ การสร้างสรรค์สิ่งที่ตัวเองจำเป็นต้องมี หรือสิ่งที่ตัวควรจะมี
แต่ยังไม่มีทำให้มีขึ้น เมื่อมันยังไม่มีความหมาย ก็ทำให้มันมีความหมายขึ้นในตัวเอง
ก็คือ การเจริญพระกรรมฐาน แต่เราก็ไม่เข้าใจ

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 14:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b48: สติปัฏฐาน ๔

การเจริญกรรมฐานไม่รู้เจริญอะไร?...เราก็ต้องใช้สติปัฏฐาน ๔
กายานุปัสสนาฯ มีคนรู้เยอะ แต่ทำกันไม่ได้
กายจะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน เหลียวซ้าย แลขวา...มีสติควบคุมอยู่ตลอดรายการ
ยืนหนอ ๕ ครั้งได้ไหม? หาว่าไม่มีคนสอน...สอนทุกวันพระก็ยังว่าไม่มีคนสอน
แต่ท่านก็ไม่ค่อยจะตามคำสอนของอาตมาที่ต้องการ จึงออกไปนอกประเด็น
ขยันนอกหน้าที่นอกการงานหมด จึงไม่มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตของท่าน


:b48: เมื่อสติอยู่กับจิต ชีวิตจะมีค่า

เช่น การยืน นั่ง ฟัง เดิน นอน การจะเหลียวซ้ายแลขวา...มีสติ
กายยืนหนอ ๕ ครั้ง หลับตาตั้งสติ ตั้งแต่ศีรษะลงปลายเท้า
จากปลายเท้าขึ้นมาศีรษะไปมา ๆ ๕ ครั้ง
ถ้าสติอยู่กับจิตเมื่อไร...ชีวิตท่านจะมีค่า
ท่านจะรู้สภาวะธรรม รู้อะไรเกิดขึ้นในชีวิตของท่าน
ยืนหนอ ๕ ครั้ง เราจะมีความเข้าใจในชีวิตอันมีค่ามาก
เราจะมองคนในแง่ดีเสมอ ถ้ามองคนในแง่ดีก็จะประสบพบเห็นในชีวิตของเขาว่า
คนนี้มีนิสัยเป็นอย่างไร? หัวไม่มีแล้วจะต้องตายอย่างไร?...มันจะบอกได้ชัดมาก


อาตมาสอนทุกวันพระ เน้นอยู่ตรงนี้...หาว่าไม่สอน ไปหาครูอื่น
วิทยากรอื่นก็แนะแนวเพิ่มเติมเท่านั้นก็เพียงพอ
ขอให้ทำตรงนี้ให้ได้ ท่านก็ยังทำไม่ได้ ท่านจะเอาอะไรอีก
อาตมาพูดมาหลายวันพระ ท่านทั้งหลายไม่ได้จดจำแต่ประการใด
พระสงฆ์องคเจ้าก็ไม่ได้สนใจจำ
ไปเอานอกตำรามาใช้กัน...เอาตำราอื่นมาสอนกันหมด
ก็แสดงความเสียใจกับท่าน ที่ท่านทำไม่ได้ ถามปัญหาก็ตอบไม่ได้
ไม่รู้จะใช้อะไรกันดี คนมันดีแค่นี้ คนมันดีกว่านี้ไม่ได้ ขอเจริญพร
อย่างนี้เราก็เห็นชัด คนประเภทนี้ดีแค่นี้ ดีกว่านี้ไม่ได้...นี่เห็นได้ชัด
คุณค่าของคนเป็นอย่างนี้จริง ๆ คนที่ไร้บุญไร้วาสนา จะไม่สนใจเรื่องนี้
จะสนใจแต่ที่นอกเรื่อง ไม่เตรียมเวลาตลอดรายการ

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 14:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b48: กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

การพัฒนาตัวเองคือ กรรมฐาน
อ่านตัวออก บอกตัวได้ ใช้ตัวเป็น เห็นตัวตาย คลายทิฏฐิ
ก็คือ ยืนหนอ ๕ ครั้ง เรามองคนอื่นก็มองในแง่ดีแง่เสีย
จะออกมาให้เรารู้เลยว่า คนนิสัยไม่ดี หัวไม่มีแล้วต้องตาย ก็คงไม่เคยพลาด
ตรงนี้ยังทำไม่ได้ แล้วบอกไม่มีคนสอน
สอนอยู่ทุกวันพระก็หาว่าไม่มีคนสอนอีก จึงหมดศรัทธาตั้งแต่บัดนี้


มากันมากมายก่ายกอง...น่าเสียดายจริง ๆ บอกว่าวิธีทำ ทำอย่างนี้
แล้วไปทำ...วิทยากรแนะนำเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปหาครูจ้างที่ไหน
เอาครูที่ไหนจ้าง เอาครูที่ไหนมา ครูที่ไหนรับจ้าง มีบ้างไหม?
จะได้ไปหามาให้...พูดอย่างนี้อย่างไรหรือประการใด


น่าเสียดายมาก...อย่างนี้ยังไม่รู้จะเอาอะไรจากเราอีกแล้ว
เราก็แผ่เมตตาให้ท่านทั้งหลายมีความสุข มีความเจริญ
ให้ลูกท่านเรียนหนังสือเก่งสอบเอ็นทรานซ์ได้
เข้ามหาวิทยาลัยได้ เป็นจำนวนมากแล้ว ท่านยังจะมาว่าอาตมาอีก?
ไม่รู้จะเอาอะไรที่แน่นอน ที่ถูกต้องยืนหนอ ๕ ครั้ง
คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ท่านก็ยังทำไม่ได้ จะไปเอาหนออย่างไร?
ไปเอาผีเจ้าเข้าทรงมีองค์กันทั้งนั้น...ออกนอกลู่นอกทางแล้วก็มาด่ามาว่าเราอีก


คนนอกลูกนอกทาง...พวกเถรเทวทัต พวกลูกศิษย์เถรเทวทัตที่ตามมา...มาด่าเรา
ไม่อยากร่วมงานกับเรา เราก็ไม่ว่าอะไร แค่ยืนตั้งสติได้ไหม?
ตั้งแต่ศีรษะลงไปที่ปลายเท้า ปลายเท้าขึ้นหาศีรษะ
ให้รู้จักภาวะขึ้นมาชัดท่านทำได้หรือไม่?


สำหรับท่านผู้ใหม่ต่อการปฏิบัติ จงหลับตาแล้วดูมโนภาพ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
แล้วลืมตาขึ้นดูที่ปลายเท้า ขวาย่างหนอ ซ้ายย่างหนอ
การเกินจงกรมให้เดินช้าที่สุด เดินช้าที่สุดเท่าที่จะได้
มีเวทนายืนหยุด กำหนดเวทนาให้ได้
ไม่สบายใจก็กำหนด ไม่สบายใจที่ลิ้นปี่ ให้ได้เสียงกำหนดที่หู
ตา...เห็นอะไรก็กำหนดที่หน้าผาก มันจะได้ผลดีขึ้นโดยวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง
แล้วท่านจะเอาอะไรอีก ที่ว่าไม่บอก...ท่านว่าไม่มีครูสอน
ก็อาตมาสอนทุกวันพระ...ไม่ฟังนะ ไม่มีใครยอมฟัง ก็เลิกกันเท่านั้น


ญาติธรรมทั้งหลายน่าเสียดาย...เราพยายามเหนื่อยยากสอนทุกวิถีทาง
เพื่อจะให้ท่านเข้าใจ ท่านก็กลับไม่เอาและไม่เข้าใจ ไปกันไม่รอดญาติธรรม
ไม่มีแล้วจะเกิดผลได้อย่างไร? กำหนดเสียใจ กำหนดโกรธ
ท่านก็ไม่กำหนดไม่เอา จะไปเอาอะไรก็ไม่ทราบอย่างนี้
เป็นต้นก็หาว่าทำไม่ได้ หรือทำได้ญาณโน้น ได้ญาณนี้ ไปว่าคนโน้น นินทาคนนี้
คนดีมีปัญญาเขาไม่ว่าอะไรกัน มีแต่แผ่เมตตาปรารถนาสิ่งที่มีประโยชน์ต่อกัน
เขาไม่ไปว่าคนนี้ ใส่ร้ายคนนี้ ยังมีอยู่ในที่นี้อีกมากพวกกิเลสนานาประการ


มีกิเลสจะสร้างความดี ชีวิตแจ่มใสเห็นจะยากมาก
การสร้างสรรค์สิ่งที่ตัวจำเป็นต้องมี...ที่ตัวจำเป็นต้องมีคือ กรรมฐาน
หรือสิ่งที่ตัวควรจะมี แต่ยังไม่มีก็ทำให้มีขึ้น
ให้มีสติอยู่ในตัวเองก็ยังทำไม่ได้ แล้วท่านเอาชีวิตให้มีค่าได้อย่างไร?
ชีวิตท่านก็จะไม่มีค่าอีกต่อไปแล้ว ประโยชน์ต่อการงานในหน้าที่ไม่มีอีกแล้ว
ขอเจริญพร เราก็ไม่ว่ากัน สอนทุกวันพระหาว่าเราไม่สอน มาพูดได้อย่างไร
เขียนหนังสือมาก็ยาวเหยียด...หาว่าอาตมาไม่สอนไม่ได้เอาใจใส่เลย
เราเหนื่อยยากอย่างไรก็ดูแลอาหารการบริโภคทุกประการ
ไม่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ก็เห็นใจที่ท่านพูดอย่างนั้น
พูดไม่มีเหตุผล พูดไม่น่าฟัง ท่านไร้คุณธรรมจริง ๆ
ท่านปรับปรุงสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้วทั้งโดยการกระทำ โดยธรรมชาติ คือ การเจริญกรรมฐาน
แต่มันไม่เหมาะสมด้วยสภาพปัจจุบัน มันไม่มีความเหมาะสมเลย
สภาพปัจจุบันไม่มีความเหมาะสมแก่ตัวท่านเอง
คือ การมีสติสัมปชัญญะประจำจิตประจำใจของเรานั่นเอง
การเดินจงกรมพยายามเดินให้ช้า อย่าดูอื่นไกล
อย่าเหลียวลอกแลก ๆ เพ่งดูที่ปลายเท้า เดินช้า ๆ ... อย่างนี้หาว่าไม่มีครูสอน
ไม่มีประโยชน์ในการมาของท่าน

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 15:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b48: เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน

เดินจงกรมมีลักษณะ ๕ ประการ นั้น มีเวทนาก็กำหนด
กำหนดตรงเวทนานั้นให้มันหายไป อย่างต่ำก็เกิดขึ้นตามดู
เรียบร้อย ถอยหลังแล้วก็ดับไป ไม่มีอะไรที่เหลืออยู่เลย
คือ รูป นาม ขันธ์ ๕ เป็นอารมณ์จะแจ่มชัดขึ้นมาทุกระยะ
และเหตุผลออกมาอย่างนี้


การแก้ไขสิ่งที่ตัวทำผิดพลาด ถ้าเรามีสติดี เรานั่งเจริญกรรมฐาน
หายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องยุบ พองหนอ...ยุบหนอ
หายใจยาว ๆ อย่าหายใจสั้น ให้มันได้จังหวะ
การแก้ไขสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาด มันขาดสติที่ตรงไหน มันไม่ถูกต้องตรงไหน
ไม่มีความถูกต้องตามสภาพที่พึงประสงค์ตรงไหนบ้าง นี่มันจะบอกได้
หายใจพองหนอ ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ ให้มันได้จังหวะ
สภาพความเป็นจริงของชีวิตเป็นอย่างนั้น เราจะไม่ผิดพลาด
เราจะไม่ประมาทอีกต่อไป นี้คือกรรมฐาน


เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน...ปวดเมื่อยตรงไหนก็หยุด พอง...ยุบ
ขณะที่เดินก็หยุดเดิน ขณะนั่งก็หยุด พอง...ยุบ
เราก็กำหนดเวทนาที่หัวเข่าหรือที่ปลายเท้าหรือที่ตรงไหน
เมื่อยต้นคอตรงไหน ก็กำหนดตรงนั้น เกิดขึ้น...ตั้งอยู่....เดี๋ยวก็...ดับไป
จะเกิดผลคือปัญญาก็จะแก้ไขปัญหาได้

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 15:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b48: จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน

การพัฒนาตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องทำด้วยตัวเอง ก็คือ กรรมฐาน
ถ้าท่านทั้งหลายไม่ได้เจริญกรรมฐาน ไม่ปฏิบัติด้วยตนเองแล้ว
ท่านจะไม่รู้ความจริงของชีวิตแน่นอน และไม่รู้เหตุการณ์ของชีวิตอีกประการหนึ่ง


ออกมาอย่างนี้ชัดเจนแล้วท่านจะเอาอะไรอีก
ถ้าไม่เอาประโยชน์ในเรื่องกรรมฐานนั้นจะเอาอะไรอีก?... คงไม่ได้แล้ว
อาตมาก็สอน มีอะไรก็กำหนด จิตออกก็กำหนด...จิตหนอ
กำหนดที่ลิ้นปี่ คิดหนอ...คิดหนอ เดี๋ยวจิตก็เข้าที่นั่นแหละ แก้ไขปัญหาชีวิตได้
แต่เราก็ไม่กำหนด เสียใจเราก็ไม่กำหนด ท่านจะได้อะไรอีกในโอกาสนั้น...เวทนา


จิต...จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน มันคิดโน้นคิดนี้หลายอย่าง
คิดหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน จิตก็สับสนไม่เป็นสมาธิ
เราจะต้องรู้วิธีแก้กำหนดว่า...คิดหนอที่ลิ้นปี่
หายใจยาว ๆ ด้วยจมูก ลงไปที่สะดือ
หายใจยาว ๆ กำหนด คิดหนอ...คิดหนอ ให้ลึก ๆ เดี๋ยวมันก็หาย
ปัญญาก็เกิดมาแก้ปัญหาของท่าน นี่ตรงนี้วิธีปฏิบัติ
อย่าไปทำอย่างอื่นหมด ไม่เคยทำตามที่เราสอน
ก็ขอฝากท่านไว้ด้วย ไม่เคยเอาที่เราสอนเลย
ในเมื่อท่านไม่เอาแล้วมาด่าเราอีกด้วย...ด่าอีก
แต่เอาเถอะ รับรองท่านจะไม่ได้ผลแน่นอน
มาด่าครูบาอาจารย์นั้นไม่ได้ผลอย่างแน่นอน
ก็น่าจะบอกเราให้ทราบว่าควรอย่างไร ไม่ควรอย่างไร
เพราะฉะนั้น การเจริญพระกรรมฐานนี้ มันสำคัญอยู่ที่จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
จิตคิดอ่านอารมณ์รับรู้อารมณ์ไว้ได้ พิจารณาเทปบันทึกเสียงก็ต้องกำหนด
จิตจะออกไปไหนมันก็ไม่เป็นไร
มันไม่มีตัวตนที่คลำได้นี่...จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 15:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

การกำหนดธรรมก็ต้องกำหนดจิตนั่นเอง...ไม่ยาก
แต่ขอให้ทำตามเพราะว่าละเอียดนัก
ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ข้อที่ ๔ ธรรมเป็นกุศลและอกุศล
กุศลกรรมและอกุศลกรรมมันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง
มันจะถูกหรือผิดประการใดเราไม่ทราบ จึงต้องกำหนด...รู้หนอ...รู้หนอ
นี่ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ว่าที่เราทำไปน่ะมันถูกหรือผิด
ที่เราคิดนั้นถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง อ๋อ!...มันเป็นอกุศล ใช้ไม่ได้
เรารู้เข้าใจ แล้วก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
ความคิดนั้นก็มาใหม่ ออกมาคิดถูกต้องแน่นอนที่สุด
เรียกว่าธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
ธรรมเป็นกุศล ธรรมเป็นอกุศล มันจะเกิดข้อที่ ๔ ตายตัว...ของตายตัว
จึงจะแก้ไขปัญหาชีวิตได้ ว่าตอนนั้นเราทำไม่ถูก

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 15:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b48: การพัฒนาชีวิตต้องกระทำด้วยตนเอง

การพัฒนาตัวเองนั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำด้วยตนเอง
คือ การเจริญพระกรรมฐาน เพราะไม่มีใครจะทำให้ใครได้
เหมือนกับการรับประทานอาหาร...คนที่ต้องการอาหาร
ก็จะต้องรับประทานอาหารด้วยตนเอง ไม่มีทางที่ให้ใครรับประทานแทนได้
การรับประทาน การรักษาพยาบาลเมื่อเวลาเจ็บไข้
คนป่วยต้องการได้รับการรักษาเอง
คนป่วยต้องรับประทานเอง รับการฉีดยาเอง
แม้มีความจำเป็นต้องผ่าตัดเอง จะลำบากหรือเจ็บป่วยประการใดก็จำต้องทนรับ
จะให้ใครรับแทนไม่ได้ เพราะคนอื่นไม่ได้ป่วยด้วย
เหมือนการเจริญกรรมฐานก็เช่นกัน ไม่มีใครรับรองหรือรับให้ได้
นอกจากการพัฒนาตัวเอง


:b48: ชีวิตนี้อยู่ได้เพราะความเปลี่ยนแปลง

การเจริญกรรมฐานเป็นงานที่ต้องทำตลอดชีวิต ไม่มีใครทำแล้ว
ไม่มีใครทำเสร็จ...จะหยุดพักก็ไม่ได้จะต้องทำเรื่อย ๆ ไป
คือ จิตนี่เอง...มันเหลวแหลกแตกกลาง
เพราะชีวิตเราอยู่กับความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ความเป็นอยู่เมื่อวานนี้ มีหลายสิ่งที่ไม่เหมือนความเป็นอยู่ในวันนี้เลย
ในเดือนนี้ ปีนี้ ก็มีหลายอย่างที่ไม่เหมือนกับเดือนที่แล้ว
ปีที่แล้ว ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่ทำให้คนเราและสิ่งทั้งหลายอยู่ได้
ถ้าหยุดเปลี่ยนแปลงเมื่อใด จะไม่มีใครหรือมีสิ่งใดอยู่ได้
ทั้งหมดจะต้องสิ้นสุดยุติ ชีวิตนี้อยู่ได้ด้วยความเปลี่ยนแปลง


การรู้จักควบคุมการเปลี่ยนแปลง ก็คือ ตั้งสติไว้ จิตมันเปลี่ยนแปลงภาวะอยู่เสมอ
ให้อยู่ในภาวะที่พึงปรารถนา เป็นลักษณะของการพัฒนาตัวเอง
คือ ช่วยตัวเอง พึ่งตัวเอง มีความหมายอย่างนั้น การพัฒนาจึงแปลว่า ความเจริญ
การเจริญกรรมฐานต้องการให้คนมีความเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพรอย่างนี้ต่างหาก
ไม่ใช่ให้ท่านมาทำความเสื่อม มานั่งนินทากัน มาว่ากัน...ไม่ใช่
ความเจริญทุกอย่างเดินไปข้างหน้า ไม่อยากถอยหลังลงคลอง
คือ สนองความปรารถนาที่พึงประสงค์

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 15:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b48: ส่วนประกอบอันนำไปสู่ชีวิตคน
ตามวิถีทางของความเป็นคน


การพัฒนาตัวเอง คือ การเจริญสติปัฏฐาน ๔
หมายถึง การปฏิบัติเพื่อให้เกิดส่วนประกอบที่สำคัญของคน ๔ ประการ คือ

๑.ธรรมะหรือคุณธรรม

๒.อาชีพ

๓.หน้าที่

๔.สังคม

ออกมานี้ชัดมากแล้วท่านจะเอาอะไรอีก? ท่านมีสติบ้างไหม?
คนเป็นคนตามความหมายเท่านั้น เพราะส่วนประกอบ ๔ ประการนี้
นำไปสู่ชีวิตคนตามวิถีทางของความเป็นคน
ส่วนประกอบของคนที่ได้พึ่งอาศัยก็มีอยู่ ๓ คือ อาชีพ หน้าที่ สังคม
ธรรมะหรือคุณธรรมนั้น คนไม่ได้อาศัยโดยตรง
คือ ไม่ได้กิน ไม่ใช้ธรรมะหรือคุณธรรมเลย
แต่ธรรมะหรือคุณธรรมก็เป็นหลักสำคัญ หรือส่วนสำคัญที่สุดของคน ซึ่งจะขาดไม่ได้
จะบกพร่องไม่ได้ เพราะคนที่มีธรรมะเท่านั้น
จะสามารถประกอบอาชีพได้สำเร็จ มีความเจริญมั่นคง
สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อย สามารถเข้าสังคมได้
สร้างและบริหารสังคมได้ราบรื่น คนขาดธรรมะ...เป็นคนไร้โอกาส
ขาดสติสัมปชัญญะ ไร้ความสามารถ เรื่องของคนจึงขาดคุณธรรมไม่ได้



:b48: สติสัมปชัญญะอุปการะชีวิต

การเจริญสติปัฏฐาน ๔ นั้นสรุปเหลือสอง...สติสัมปชัญญะ
ตัวกำหนดเป็นคุณธรรมสำคัญ ปัญหาเรื่องคน เรื่องสังคม ที่สำคัญอยู่ตรงนี้
คือ การเจริญสติปัฏฐาน ๔ การพัฒนาตัวเอง
การมีสติสัมปชัญญะ เป็นการพัฒนาตัวเอง
ให้มีความเจริญก้าวหน้าพอจะเป็นที่พึ่งของตนได้
เราต้องเริ่มปลูกฝังธรรมะ คือ คุณธรรม ศีลธรรม ภูมิธรรม จริยธรรม
ตลอดถึงวินัยให้มีขึ้นในตน พอที่จะกำกับอาชีพหน้าที่และสังคมได้
ถ้าไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางพัฒนาตัวเองสำเร็จได้เช่นเดียวกัน
ขอให้ทุกคนได้โปรดยอมรับสัจจธรรมอันนี้
การเจริญกรรมฐานอยู่ตรงนี้ชัดมาก การมีสติปัญญา การมีศีลธรรม
จึงจะพบความสำเร็จแห่งความหวังได้



ผู้ที่พัฒนาตัวเองได้ ตามแบบตามแนวสติปัฏฐาน ๔ นี้
ย่อมได้รับผลดีตามที่ปรารถนา คือ มีทรัพย์สมบัติสมควรแก่ฐานะ
เพื่อความสะดวกในการเป็นอยู่ และมีเกียรติ
ขอจบรายการในการชี้แจงแสดงพระกรรมฐานแค่นี้ เพราะพอสมควรแก่เวลา
สุดท้ายนี้ขอความเจริญรุ่งเรืองจงมีแก่ท่านผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย
ขอให้ท่านงอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ขอให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ
นึกคิดสิ่งหนึ่งประการใด ขอให้สมความมุ่งมาดปรารถนา
ด้วยกันทุกรูปทุกนาม ณ โอกาสนี้เทอญ

:b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 15:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


“เราก็แผ่เมตตาทุกวัน เจ้ากรรมนายเวรเอ๋ย
ถ้าผิดตามกรรมมา เราสร้างกรรมไว้ในวัฏจักร
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ขออโหสิกรรม...ข้าพเจ้ายอมรับเวรกรรม
เท่านี้เองเป็นการหมดเวรหมดกรรม
เวรกรรมจะชะงักได้โดยระงับเวร ระงับกรรมที่เราทำ จะไม่ต่อเวรต่อกรรม”

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 15:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


เงินไม่สำคัญเสมอไป

เงิน...ซื้อเตียงนอนได้แต่ซื้อ “การนอนหลับที่เป็นสุข” ไม่ได้

เงิน...ซื้อกระดาษปากกาได้แต่ซื้อ “ความเป็นกวี” ไม่ได้

เงิน...ซื้อหาอาหารดี ๆ ได้แต่ซื้อ “ความอยากรับทาน” ไม่ได้

เงิน...ซื้อความประจบสอพลอได้แต่ซื้อ “ความจริงใจ” ไม่ได้

เงิน...ซื้อการตามใจได้แต่ซื้อ “ความจงรักภักดี” ไม่ได้

เงิน...ซื้อเพชรนิลจินดาได้แต่ซื้อ “ความสวยงาม” ไม่ได้

เงิน...ซื้อความสนุกชั่วครู่ได้แต่ซื้อ “ความสุข” ไม่ได้

เงิน...ซื้อเพื่อนร่วมทางได้แต่ซื้อ “เพื่อนแท้” ไม่ได้

เงิน...ซื้ออำนาจราชศักดิ์ได้แต่ซื้อ “ปัญญา” ไม่ได้

เงิน...ซื้ออาวุธยุทธภัณฑ์ได้แต่ซื้อ “สันติสุข” ไม่ได้

เงิน...ซื้อเมียที่สวยได้แต่ซื้อ “แม่ที่ดีให้ลูก” ไม่ได้

“เงิน” จะสำคัญเมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น



พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)


ที่มา...โพสท์ในลานธรรมเสวนา หมวด ชีวิตกับธรรมะ
กระทู้ 14328 โดย: milkyway 04 มี.ค. 48

คัดลอกจาก...
http://www.dharma-gateway.com

:b8: :b8: :b8:

:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=44758


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ค. 2009, 08:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 15:36
โพสต์: 435

ที่อยู่: malaysia

 ข้อมูลส่วนตัว


อนุโมทนาสาธุค่ะ คุณลูกโป่ง :b8:
เตือนสติได้ดีจริงๆค่ะ บังเอิญเผลอทำจิตตกไปหน่อย กำลังอยู่ในช่วงใช้เวรใช้กรรมพอดี
ขอขอบพระคุณมากๆค่ะ
ด้วยความเคารพ :b51: :b52: :b53:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ธ.ค. 2010, 10:32 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ธ.ค. 2010, 10:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ธ.ค. 2010, 10:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร