วันเวลาปัจจุบัน 19 มิ.ย. 2019, 18:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มี.ค. 2015, 17:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4841

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

พระอาจารย์วิริยังค์ สิรินฺธโร
วัดธรรมมงคล เถาบุญญนนท์วิหาร
แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ



ใจกับร่างกายจึงเป็นสิ่งที่ต้องประสานกัน
เพราะฉะนั้นเมื่อใจผ่องแผ้วมองดูแล้ว ดูคนแล้ว
ก็ดูรู้สึกมีความแช่มชื้น มีเลือดมีฝาด มองแล้วผ่องใส
เพราะฉะนั้นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์จึงมีรัศมี มีรัศมีออกจากพระกายของพระองค์นั้น

โดยปกติจะมีรัศมี ๑ วา ที่เราทำพระพุทธรูป
พระเศียรของพระพุทธรูปนั้นมีปลายแหลมอยู่ข้างบน
อย่าไปเข้าใจผิด..ที่ปลายแหลมนั้นเขาทำไว้ว่า
นั่นแหล่ะ คือ รัศมีของพระพุทธเจ้า

รัศมีอันนี้จะเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง สีชมพู
สีขาว สีน้ำเงิน รวมกันเป็น "ฉัพพรรณรังสี"
เรียกว่า สีหกประการ เหมือนกันกับสายรุ้ง
ขึ้นอยู่บนพระเศียรของพระพุทธเจ้า
เราจึงได้ทำเปลวเพลิงไว้อยู่บนพระเศียรเพื่อให้เป็นรัศมี

แท้ที่จริงแล้วรัศมีในร่างกายของพระพุทธองค์นั้น
ออกมา ๑ วานี้ก็คือ "พลังของจิต"
ของพระพุทธองค์นั้นสร้างพลังจิตมาถึง ๔ อสงไขยแสนกัป
เพราะฉะนั้นพลังจิตนั้นจึงทำให้พระองค์มีความผ่องใสอยู่ตลอดเวลา
ร่างกายของพระองค์นั้นจึงเป็นร่างกายที่มีความกระชุ่มกระชวย
ผ่องใส มีรัศมี เป็นต้น อันนี้พระสาวกต่างๆก็เป็นได้เช่นเดียวกัน
แต่ว่าจะเป็นถึงขั้นพระพุทธเจ้านั้นย่อมไม่ได้
เพราะพระพุทธเจ้าต้องบำเพ็ญบารมีถึง ๔ อสงไขยแสนกัป


พระสาวกต่างๆนั้นก็จะมีร่างกายผ่องใสเท่านั้นแหละ
เหมือนกันกับ "พระอัสสชิ" ท่านอัสสชินั้น
ท่านเดินไปพบกับท่าน พระอุปติส คือ "ท่านพระสารีบุตร"
พระสารีบุตรได้มองเห็นร่างกายของท่านพระอัสสชิ
ซึ่งครองจีวรแล้วถือบาตรเดินมา..ท่านมองไป
ท่านก็ออกอุทานในใจว่า

"พระภิกษุองค์นี้..ทำไมร่างกายถึงผ่องใสนัก
ชะรอยจะมีธรรมะ เรียกว่า วิมุตติธรรม อยู่ภายในเป็นแน่แท้"


พระสารีบุตรในตอนนั้นท่านยังไม่ได้บวช
ท่านจึงได้เข้าไปกราบท่านพระอัสสชิเพราะเห็นร่างกายผ่องใส

อันนี้แหละที่พวกเราท่านทั้งหลายจงพากันเข้าใจเถิดว่า
สมาธินั้นคุณประโยชน์มากมายเหลือเรียกว่า มหาศาลจริงๆ
จึงสมควรแก่การที่เราจะได้พากันฝึกฝนให้เกิดขึ้น
และเมื่อเกิดขึ้นมาในใจของเราแล้ว
เราก็จะรู้ คือรู้เองว่าเป็นอย่างไร มันสบายอย่างไร
มันดีอย่างไร มันวิเวกอย่างไร มันซาบซึ้งอย่างไร
มันละเอียดอ่อนอย่างไร มันผ่องใสอย่างไร
มันนุ่มนวลอย่างไร มันเบาอย่างไร
จะเกิดขึ้นแก่ผู้ที่มาฝึกสมาธิทุกคน



:b47: :b47:


ที่มา : ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนา
https://www.youtube.com/watch?v=khO7BrBfOKw



อ่านเรื่องราวของ “พระอัสสชิเถรเจ้า”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6770

:b44: รวมคำสอนและประวัติ “หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43841

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 มี.ค. 2015, 09:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 09:20
โพสต์: 350


 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาค่ะ :b8: ได้รับประโยชน์มากค่ะ :b45:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร