วันเวลาปัจจุบัน 10 ธ.ค. 2018, 15:48  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ย. 2018, 08:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออนไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4797

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ
วัดอรัญญบรรพต
อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย



ถ้าบุคคลใดได้ทำตนเป็นนักเลงดังกล่าวมาแล้วนั้น..ไม่มีทางหรอกมันจะได้มาบำเพ็ญมาบุญกุศล จะได้มาปฏิบัติตามพุทธโอวาทศาสนานี้ได้..ไม่มี ผู้ที่มาปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้นั้นล้วนแต่เป็นผู้เว้นจากความเป็นนักเลงสี่ประเภทนั้นแหละ (นักเลงผู้หญิง นักเลงสุรา นักเลงการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร) ผู้ใดเว้นจากความเป็นนักเลงดังกล่าวมานั้นแสดงว่าเป็นคนดี จิตใจก็ดี เป็นคนรักชีวิตของตัวเอง ปรารถนาอยากจะให้ตัวเองนั้นถึงซึ่งความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป เพราะฉะนั้นจึงได้เว้นจากความชั่วอันหยาบคายต่างๆเหล่านั้น

ดังผู้ที่หันหน้าเข้ามาทนุบำรุงวัดวาศาสนาอยู่ ถึงกับได้มาปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านี้ ล้วนแต่เป็นผู้รักตนทั้งนั้นแหละ เป็นผู้ที่ปรารถนาจะยกตนให้พ้นภัยในวัฎสงสาร ให้ได้บรรลุถึงซึ่งความสุขอันเป็นแก่นสาร ผู้ที่ไม่ติดไม่ข้องอยู่ในความสุขชั่วคราว ความสุขในการกินความสุขในการนอน ความสุขในการเพลิดเพลินในมหรสพคบงันต่างๆ ความสุขในการมีเงินมีทองมากๆแล้วสนุกใช้สนุกจ่าย หมู่นี้นักปราชญ์ท่านกล่าวว่าเป็นความสุขชั่วคราว เป็นความสุขเล็กน้อย ไม่ใช่เป็นความสุขอันเป็นแก่นสาร

อันผู้ที่แสวงหาความสุขอันเป็นแก่นสารนั้นมันก็จะต้องสละความสุขพอประมาณนี้ออกไปจากจิตใจ หมายความว่า ไม่ติดไม่ข้องในความสุขพอประมาณแม้ว่าจะได้รับความสุขพอประมาณนั้นก็เลือกยินดีกับความสุขพอประมาณ เช่น อย่างว่า สุขในการกินอย่างนี้นะ เราก็กินพอประมาณแล้วก็ไม่ติดรสชาติของอาหารเหล่านั้น แม้สุขในการนอน การนอนนี่มันก็มีความสุขเหมือนกันแหละ แต่ผู้ไม่ติดในการนอนนั้นหมายความว่า ฝึกหัดนอนเอาพอประมาณ ที่มาทำความเพียรละอาสวกิเลสออกไปจากจิตใจ กลางวันก็นอน เอ้า กลางคืนก็นอนเข้าไปอีกอย่างนี้ เอาเวลานอนมากกว่าเวลาทำการงานอย่างนี้ มันก็ไม่มีทางที่จะได้ทำกุศลคุณงามความดีเจริญงอกงามในจิตใจของตนได้ อย่าว่าแต่มรรคผลธรรมวิเศษเลย แม้แต่จะบำเพ็ญกุศลอันเป็นส่วนโลกีย์นี่ก็บำเพ็ญให้เจริญขึ้นไม่ได้เลย



:b47: :b47:


ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“พึงสำรวมใจให้ต่อเนื่องกัน”



◇◆ ประวัติ ปฏิปทาและคำสอน “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ” ◆◇
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43689

:b44: ชวนอ่านพระธรรมเทศนาเต็มกัณฑ์เทศน์
ของ “หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ”

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=75&t=53080

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร