วันเวลาปัจจุบัน 20 ต.ค. 2019, 07:23  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 89 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๑๖
เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จประพาสอุทยานหลวง
ทอดพระเนตรนิมิต ๔ ประการ คือ
คนแก่ คนเจ็บป่วย คนตาย และบรรพชิต



ในภาพ...แสดงการได้พบเห็นนิมิต ๔ ประการ
ในการเสด็จประพาสอุทยานหลวงของพระโพธิสัตว์
โดยเทพยดานิรมิตขึ้นเพื่อให้ทรงเกิดปัญญาเห็นอย่างลึกซึ้ง
รูปบรรพชิตเป็นรูปสุดท้ายที่ทรงยึดถือเอาว่า
เป็นรูปนิมิตที่น้อมอารมณ์ไปสู่ความสงบสุข
เป็นหนทางหนึ่งของการค้นหาความจริง
ในทุกข์ที่มนุษย์ได้เผชิญอยู่


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๑๗
เจ้าชายสิทธัตถะทรงสดับคำนิมิต “นิพพาน”
จากพระนางกีสาโคตมี



ในภาพ...พระโพธิสัตว์เสด็จพระราชดำเนิน
ไปพระราชนิเวศน์พร้อมหมู่อำมาตย์
ส่วนขัตติยนารีที่ประทับอยู่ช่องพระบัญชร
คือ พระนางกีสาโคตมี
ผู้กล่าวคำอุทานชมพระสิริโฉมของพระโพธิสัตว์
กระทั่งพระโพธิสัตว์ได้คำนิมิต “นิพพาน”


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๑๘
เจ้าชายสิทธัตถะทรงเบื่อหน่ายกามคุณ ๕
ทรงเห็นพระสนมมีอาการน่ารังเกียจ



ในภาพ...พระโพธิสัตว์ประทับอยู่บนบัลลังก์
เมื่อตื่นแล้่วทรงเห็นนางสนมมีอาการน่ารังเกียจ
ความสลดสังเวชเบื่อหน่ายกามคุณ ๕ ก็เกิดขึ้น
ทำให้การปลุกเร้าเกิดพุทธภาวะมากขึ้น
และทรงคิดหาหนทางพ้นทุกข์

ภาพนางสนม ๕ คน
มีความหมายว่าเป็นกามคุณ ๕ อันเป็นกามฉันทะ
ส่วนม้ากัณฐกะที่ยืนตื่นตัวอยู่นั้นเป็นนิมิตว่า
จะทรงได้คิดในการเสด็จลอบออกจากพระราชวังไปผนวช


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๑๙
พระโพธิสัตว์ทรงตัดสินพระทัยจะเสด็จออกผนวช
ขณะที่มีพระชนม์ ๒๙ พรรษา
วันเดียวกับที่พระราชโอรสราหุลประสูติ



ในภาพ...พระโพธิสัตว์เสด็จยืนอยู่หน้าธรณีพระทวาร
ประตูห้องพระบรรทมพระนางยโสธราพิมพา
ทรงทัศนาพระราชโอรสอย่างเพ่งพินิศ
แล้วได้ทรงตัดสินพระทัยจะเสด็จออกผนวช
โดยเวลานั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนของวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘
ขณะที่มีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๐
พระโพธิสัตว์ทรงเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์
(การเสด็จออกผนวชเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่)
โดยประทับบนหลังม้ากัณฐกะ พร้อมกับนายฉันนะ
และมีเหล่าทวยเทพเทวดาตามเสด็จจำนวนมาก



ในภาพ...เป็นขบวนออกผนวชของพระโพธิสัตว์สิทธัตถะ
พระองค์เสด็จประทับบนหลังม้ากัณฐกะ พร้อมกับนายฉันนะ
เหาะไปทางอากาศเป็นอภินิหาร
ซึ่งมีความหมายว่าทรงข้ามโอฆสงสาร หรือการข้ามสังสารวัฎ
ประมุขเหล่าทวยเทพเทวดาอันมี “พระอินทร์” ถวายการถือฉัตรกั้น
และท้าวมหาพรหมชื่อ “ฆฎิการพรหม”
ถวายการถือเครื่องอัฐบริขาร เหาะเสด็จไปเบื้องหน้า

โดยที่มุมบนด้านขวาของภาพ มีพระยามารชื่อ “วัสสวดีมาร”
คอยติดตามไปขัดขวางการเสด็จออกผนวชด้วย


**************************************************

:b47: :b44: :b47:

ฉันนะ..... พระดื้อ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=21738

ลงพรหมทัณฑ์!!!..นายฉันนะ.. (ผู้ว่ายาก..สอนยาก..)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=1&t=36235

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๑
พระโพธิสัตว์ตัดพระเมาลีอธิษฐานเพศเป็นนักบวช
พระอินทร์และพระพรหมเสด็จมารับมวยพระเกศาและผ้าทรง
เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ เทวโลก



ในภาพ...พระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงกระโดดขึ้นประทับบนเนินทราย
อธิษฐานเพศเป็นนักบวชโดยตัดพระเมาลี
และตรัสสั่งให้นายฉันนะนำเครื่องทรงบางส่วน
พร้อมม้ากัณฐกะ กลับไปยังพระนคร (กรุงกบิลพัสดุ์)
พระอินทร์และพระพรหมเสด็จมารับมวยพระเกศาและผ้าทรง
เพื่อนำไปประดิษฐานยังเทวโลก


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๒
พระโพธิสัตว์ทรงบิณฑบาต
และฉันอาหารในบาตรเป็นครั้งแรก



ในภาพ...แสดงถึงการฉันอาหารในบาตรเป็นครั้งแรก
ของพระโพธิสัตว์สิทธัตถะ
ในอาหารปนเปคลุกเคล้ากันเป็นอาหารชาวบ้าน
ซึ่งทรงเตือนสติตนเองว่า
การที่ภิกษุบิณฑบาตได้อาหารก็เพื่อให้มีชีวิตอยู่
การค้นพบคือ “การตรัสรู้” ยิ่งในความจริงนั้นสำคัญยิ่งกว่า
จึงควรรักษาชีวิตไว้ และยินดีในการที่จะฉันอาหารนั้น


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๓
พระโพธิสัตว์ทรงศึกษา
ในสำนักอาฬารดาบส และอุทกดาบส
อาจารย์ผู้สอนสมาบัติ ณ กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ



ในภาพ...พระโพธิสัตว์ทรงเลือกเข้าศึกษา
ในสำนักครูที่มีชื่อเสียงในกรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ
เพื่อศึกษาธรรมลัทธิสำหรับเป็นอุบายธรรม
ทรงเข้าศึกษาในสำนักอาฬารดาบส กาลามโคตร เป็นสำนักแรก
ซึ่งเน้นการปฏิบัติทางบำเพ็ญจิตโดยเจริญสมาธิเกิดฌานสมาบัติ ๗
แล้วทรงศึกษาต่อในสำนักอุทกดาบส รามบุตร สำเร็จฌานสมาบัติ ๘
ทรงศึกษาปฏิบัติได้เทียบเท่าครู
แต่ทรงเห็นว่าน่าจะมีหนทางในวิธีปฏิบัติให้บรรลุได้ยิ่งกว่า
จึงเสด็จไปบำเพ็ญตบะด้วยตนเองตามลำพัง


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๔
พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา
ด้วยวิธีการต่างๆ อย่างอุกฤษฎ์เป็นเวลาถึง ๖ ปี
โดยมีหมู่ปัญจวัคคีย์คอยเฝ้าปรนนิบัติ



ในภาพ...พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาด้วยวิธีการต่างๆ
กระทำความเพียรอย่างอุกฤษฎ์
จนพระวรกายเหี่ยวแห้ง มีหนังติดกระดูก
ลักษณะมหาปุริสลักษณะหายไป
หมู่ปัญจวัคคีย์ที่คอยเฝ้าปรนนิบัติอยู่เชื่อว่าพระองค์จะทรงบรรลุ
ในที่สุดทรงค้นพบว่าวิธีปฏิบัตินี้เป็นทางสุดโต่ง
ทำให้ตนเองลำบาก ไม่ใช่หนทางพ้นทุกข์
ทรงพบว่าควรปฏิบัติทางสายกลาง คือไม่ตกไปทางใดทางหนึ่ง


**************************************************

:b47: :b44: :b47:

มัชฌิมาปฏิปทา : สายกลางสองมิติ (เสฐียรพงษ์ วรรณปก)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=36871

ดงคสิริ สถานที่บำเพ็ญทุกรกิริยาของเจ้าชายสิทธัตถะ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=44820

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๕
นิมิตทางสายกลาง


ในภาพ...พระโพธิสัตว์ทรงบรรทมสีหไสยาสน์เป็นนิมิตว่า
หากจะทรงปฏิบัติเคร่งอย่างอุกฤษฎ์ก็จะทรงสิ้นชีวิตไปอย่างสูญเปล่่า
ทรงได้ปัญญาจากนิมิตทางสายกลาง
โดยพระโพธิสัตว์ทรงสดับพิณ ๓ สายที่พระอินทร์หรือท้าวสักกะดีดถวาย
แล้วทรงวินิจฉัยว่า สายที่ ๑ ตึงเกินไป ดีดไม่นานก็ขาด,
สายที่ ๒ หย่อนเกินไป ดีดไม่มีเสียง, สายที่ ๓ ขึงได้พอดี ดีดได้ไพเราะ
ทรงระลึกถึงความพอดีอันเป็นทางสายกลางว่าอาจนำไปสู่การปฏิบัติ
เพื่อความหลุดพ้นได้ กล่าวคือ ความไม่หย่อน ความไม่ตึงในการปฏิบัติ
โดยอบรมกายอินทรีย์และการบำเพ็ญจิตนั้นต้องสมดุลกัน
และเมื่ออินทรีย์แก่กล้าแล้วเจริญวิปัสสนาจึงจะนำไปสู่การตรัสรู้


**************************************************

:b47: :b44: :b47:

มัชฌิมาปฏิปทา : สายกลางสองมิติ (เสฐียรพงษ์ วรรณปก)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=36871

นอนอย่างไรจึงเรียก “สีหไสยาสน์” (มหานาลันทา)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=28581

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๖
ปัญจมหาสุบินนิมิต ๕ ประการ


ในภาพ...เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงเลิกการบำเพ็ญทุกรกิริยา
ก็เริ่มทำความเพียรทางจิตต่อไป จนถึงราตรีขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา
คืนก่อนจะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงพระสุบินนิมิต ๕ ประการ เรียกว่า “ปัญจมหาสุบินนิมิต” มีความว่า

๑. ทรงบรรทมหงายอยู่เหนือพื้นแผ่นดินนี้
ใช้พื้นพสุธาเป็นพระแท่นบรรทม (เตียงนอน)
เอาเทือกเขาหิมาลัยเป็นพระเขนย (หมอนหนุน)
พระหัตถ์ซ้ายพาดไปทางมหาสมุทรด้านตะวันออก
พระหัตถ์ขวาพาดไปทางมหาสมุทรด้านตะวันตก
พระบาททั้งสองพาดยาวไปทางมหาสมุทรด้านใต้

๒. มีต้นหญ้าแพรกเกิดขึ้นที่พระนาภี (สะดือ) สูงใหญ่ทะลุเมฆ

๓. มีหนอนสีขาวจำนวนมากไต่ตามพระบาทจนท่วมพระชานุ (เข่า)

๔. มีฝูงนก ๔ จำพวก มีสีต่างๆ กัน คือ สีเหลือง เขียง แดง ดำ
บินมาจากทิศทั้ง ๔ มาเกาะที่พระบาท น้อมคำนับแล้วกลายเป็นสีขาวหมด

๕. ทรงดำเนินจงกรมบนยอดภูเขาอันเต็มไปด้วยกองอุจจาระ
แต่พระบาททั้งสองไม่ได้แปดเปื้อนด้วยกองคูถเลย

พระสุบินนิมิตทั้ง ๕ ประการนี้ เป็นนิมิตให้รู้ว่า
พระองค์จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแน่แท้
และคำสอนของพระองค์จะโด่งดังทะลุฟ้า
คนทุกชาติชั้นวรรณะจะหันมานับถือพระพุทธศาสนา
ผู้ใดปฎิบัติธรรม ผู้นั้นจะมีจิตใจขาวสะอาดเหมือนกันหมด
จะมีคนมากมายเคารพนับถือและมอบลาภสักการะให้
แต่ก็มิอาจทำให้พระองค์หลงใหลมัวเมาในลาภสักการะ


**************************************************

:b47: :b44: :b47:

มหาสุบินนิมิต ในคืนก่อนจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=48479

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๗
พระโพธิสัตว์ทรงรับการถวายข้าวมธุปายาส
จากนางสุชาดา เสนิยธิดา
โดยนางได้หุงข้าวด้วยความปราณีตพิถีพิถัน
ด้วยนมวัวอย่างดีที่เตรียมจากแม่วัวนม ๑,๐๐๐ ตัว



ในภาพ...พระโพธิสัตว์ประทับใต้โคนไม้ไทร
ทรงรับการถวายข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา
ซึ่งนางได้ถวายไปพร้อมถาดทอง
ส่วนสาวใช้ชื่อ ปุณณา ซึ่งนั่งอยู่ข้างหลัง
เมื่อนางสุชาดาได้ทำพลีกรรมเสร็จแล้ว
นางได้ยกย่องแต่งตั้งสาวใช้นั้นให้เป็นน้องสาว


**************************************************

:b47: :b44: :b47:

ประวัติ “นางสุชาดา (มารดาพระยสมหาสาวก)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=50297

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๘
พระโพธิสัตว์ทรงลอยถาดทอง
อธิษฐานเสี่ยงทายการตรัสรู้



ในภาพ...พระโพธิสัตว์เสด็จไปยังริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา
เพื่ออธิษฐานเสี่ยงทายการตรัสรู้
หากพระองค์จะได้สำเร็จในสิ่งที่ตั้งปณิธานไว้มายาวนาน
คือได้สำเร็จสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
ก็ขอให้เกิดนิมิตให้เห็น โดยขอให้ถาดทอง
(ที่ทรงรับจากนางสุชาดาพร้อมกับข้าวมธุปายาส)
นั้นลอยทวนกระแสน้ำ ว่าแล้วก็ทรงลอยถาดทองลงในแม่น้ำ
ทันใดนั้นถาดทองก็ลอยทวนกระแสน้ำเป็นที่อัศจรรย์
เป็นนิมิตความหมายว่า “ได้ตรัสรู้”
เพื่อนำไปแก้ปัญหาความพ้นทุกข์
คือการข้ามพ้นไปจากการเวียนเกิดเวียนตาย (นิพพาน)


**************************************************

:b47: :b44: :b47:

แม่น้ำเนรัญชรา แม่น้ำสำคัญในพุทธประวัติ
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=44903

พระโพธิสัตว์ทรงลอยถาดทอง อธิษฐานเสี่ยงทายการตรัสรู้
เรื่องราวดังว่ามานี้ไม่มีในพระไตรปิฎกแต่อย่างใด

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=50297

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๒๙
พระโพธิสัตว์ทรงรับหญ้ากุศะหรือหญ้าคา
๘ กำมือ (ฟ่อน) จากโสตถิยพราหมณ์



ในภาพ...ในเวลาเย็นของวันเพ็ญเดือนหก
วันที่พระจันทร์เสวยฤกษ์วิสาขะ
พระโพธิสัตว์ทรงรับการถวายหญ้ากุศะหรือหญ้าคา
๘ กำมือ (ฟ่อน) จากโสตถิยพราหมณ์
แล้วทรงอธิษฐานให้เป็นรัตนบัลลังก์แก้ว
ผินพระพักตร์ไปยังทิศตะวันออกของโคนไม้มหาโพธิพฤกษ์

ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้าไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ
ที่พึงบรรลุได้ด้วยเรี่ยวแรงแห่งบุรุษ ด้วยความบากบั่นแห่งบุรุษ
จะไม่ยอมลุกขึ้นจากรัตนบัลลังก์แก้วนี้เป็นอันขาด
แม้ว่าเลือดและเนื้อจะแห้งเหือดไป เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ตามที

ทรงเข้าฌาน ๔ ทำฌานนั้นให้เป็นบาทฐานแห่งวิปัสสนา
ล่วงปฐมยามก็ทรงบรรลุปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
(ระลึกชาติแต่หนหลังได้)
ล่วงมัชฌิมยามก็ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ
(ตาทิพย์ การเกิดตายของสรรพสัตว์ตามกรรมที่ทำไว้)
พอล่วงถึงปัจฉิมยามก็ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ
(ตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔ สิ้นกิเลสอาสวะทั้งมวล
เป็นพระสัมมาสัมพุทธะ พระผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง)


**************************************************

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2011, 12:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 7094

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

**************************************************

ภาพที่ ๓๐
พระโพธิสัตว์ทรงผจญพญามาร
ทรงชนะหมู่มารด้วยทศบารมี
ที่ทรงบำเพ็ญมานับประมาณไม่ได้



ในภาพ...พระโพธิสัตว์ประทับ ณ รัตนบัลลังก์ ใต้ร่มมหาโพธิพฤกษ์
พระองค์ทรงผจญพญามารและพิชิตหมู่มาร
โดยทรงอ้างถึงทศบารมีที่ทรงบำเพ็ญมานับประมาณไม่ได้
พระแม่ธรณีสุนทรีย์ทรงบีบมวยผม
ปรากฏน้ำไหลออกมาท่วมหมู่มารให้พ่ายแพ้
ส่วนพญามารมีจิตโกรธเป็นสีแดง
แต่ด้วยพระโพธิสัตว์ทรงพระปัญญาและทศบารมี
จึงทำให้หมู่มารนั้นแพ้พ่ายไปในที่สุด


**************************************************

:b47: :b44: :b47:

พุทธวิธีชนะมารจากบทสวดพุทธชัยมงคลคาถา (พาหุงฯ)
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=45321

ประวัติ “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ณ พุทธคยา แดนตรัสรู้
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=39333

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 89 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร