วันเวลาปัจจุบัน 24 มี.ค. 2019, 07:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 มี.ค. 2019, 13:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 807


 ข้อมูลส่วนตัว


สามเณรอธิมุตตกะ
:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก


:b50: :b47: :b50:

วันนี้ขอเล่าเรื่องของสามเณรอธิมุตตกะ ชื่อนี้แปลตามศัพท์ว่า “ผู้พ้นโดยยิ่งแล้ว” หรือ “ผู้พ้นโดยสิ้นเชิง”

ถ้าท่านผู้อ่านติดตามเรื่อง สามเณร=เหล่ากอแห่งสมณะ มาตั้งแต่ต้น คงจำได้ว่าผมได้นำเรื่องของสามเณรสังกิจ มาเล่าให้ฟังแล้ว

สามเณรสังกิจ บวชเป็นพระจนมีอายุพรรษาเป็นพระเถระ ท่านนำหลานชายคนหนึ่งชื่อ อธิมุตตกะ มาบวชเป็นสามเณร

สามเณรอธิมุตตกะ ได้อยู่รับใช้หลวงลุง จนกระทั่งอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ สมควรบวชเป็นพระภิกษุแล้ว หลวงลุงจึงสั่งให้เดินทางกลับบ้านไปลาบิดามารดา เพราะผู้จะบวชเป็นพระจะต้องได้รับอนุญาตจากบิดามารดาก่อน

สามเณรอธิมุตตกะ เพื่อความแน่ใจว่าอายุตนเองครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์แน่หรือไม่ จึงแวะไปเยี่ยมน้องสาวซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ใกล้ดงแห่งหนึ่ง ถามอายุของตน น้องสาวบอกว่าไม่ทราบ ต้องไปถามพ่อแม่

สามเณรจึงเดินทางข้ามดงไปเพื่อจะไปถามวันเดือนปีเกิดของตน และขออนุญาตพ่อแม่บวชเป็นพระภิกษุ

บังเอิญ ไม่ทราบเคราะห์ดีหรือเคราะห์ร้าย สามเณรถูกโจรห้าร้อยจับไว้ (โจรจำนวนห้าร้อย ไม่ใช่ “โจรห้าร้อย”) ในจำนวนโจรห้าร้อยนั้นก็มีบางคนที่หยาบช้า “ห้าร้อย” จริงๆ บอกว่าจะต้องฆ่าสามเณรบูชายัญ แต่อีกบางคนมีจิตใจอ่อนโยนเห็นแก่ผ้าเหลืองค้านว่า อย่าฆ่าสามเณรเลย เอาคนอื่นบูชายัญแทนเถอะ

สามเณรคิดว่า เราน่าจะสั่งสอนพวกโจรเหล่านี้ให้รู้เรื่องบาปบุญคุณโทษได้บ้าง จึงพูดกับหัวหน้าโจรว่า ท่านหัวหน้า อาตมาจะเล่าเรื่องหนึ่งให้ฟัง ในอดีตกาลมีเสือตัวหนึ่งอยู่ในดง มันฆ่า “จัมปกะ” (ไม่ได้แปลว่าเป็นอะไร สงสัยจะเป็นเนื้อตัวหนึ่ง) เมื่อจัมปกะถูกเสือกัดกิน เรื่องรู้ไปถึงหมู่เนื้อตัวอื่นๆ จึงพากันหนีจากดงนั้น ไม่อยู่เป็นเหยื่อของเสือตัวนั้นอีกต่อไป

ฉันใดก็ฉันนั้นแหละท่านหัวหน้า ถ้าท่านฆ่าสามเณรชื่ออธิมุตตกะตาย ใครๆ ได้ทราบข่าวว่าสามเณรอธิมุตตกะเดินทางผ่านดงมา ถูกพวกโจรจับฆ่าเสีย คนอื่นๆ ก็จะไม่เดินทางผ่านมาทางนี้เลย พวกท่านก็จะหมดโอกาสได้ทรัพย์สินจากคนเดินทาง คิดดูให้ดี การฆ่าสามเณรรูปหนึ่ง คุ้มกับสิ่งที่ท่านควรจะได้ในอนาคตไหม

สามเณรท่านเล่น “ไซโค” กับพวกโจร หัวหน้าโจรเอามือลูบเคราคิดหนักเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าพวกผมปล่อยสามเณรไป สามเณรก็จะไปบอกคนอื่นว่าพวกโจรซุ่มอยู่ในดงนี้ พวกผมก็อดได้ปล้นทรัพย์คนเดินทางอยู่ดี”

“รับรอง อาตมาไม่บอกใคร สมณะเมื่อรับคำแล้วย่อมไม่คืนคำ” สามเณรกล่าวยืนยัน

หัวหน้าโจรจึงสั่งปล่อยสามเณร

สามเณรเดินข้ามดงไปพบบิดามารดาและญาติ ถามวันเดือนปีเกิดของตน และขออนุญาตบวชเป็นพระภิกษุแล้วก็เดินทางกลับ จากนั้นพ่อแม่และญาติๆ ของสามเณรเดินผ่านดงไป ถูกพวกโจรจับได้ จึงพากันร้องไห้คร่ำครวญด้วยความเสียใจ (เจ็บใจมากกว่า)

โดยเฉพาะโยมแม่ของสามเณรน้อยร้องเสียงดังกว่าเพื่อนว่า เณรน้อยลูกแม่ทำไมไม่บอกว่าที่ดงนี้มีพวกโจรอยู่ ปล่อยให้พ่อแม่และญาติๆ ถูกพวกมันจับฆ่าเสีย หรือว่าลูกเป็นพรรคพวกของพวกโจร

เมื่อพวกโจรถาม จึงบอกว่า สามเณรรูปที่เดินทางล่วงหน้าไปก่อนนั้นแหละคือลูกของตน ทำไมหนอลูกชายของตนจึงกลายเป็นพวกโจรไปได้ น่าเจ็บใจจริงๆ

หัวหน้าโจรรำพึงเบาๆ ว่า “สามเณรอธิมุตตกะรูปนี้ พูดจริงทำจริง เห็นพ่อแม่ญาติพี่น้องเดินทางมายังที่อยู่ของพวกโจรเช่นพวกเราก็มิได้บอกกล่าวแพร่งพรายให้ทราบถึงอันตราย น่านับถือจริงๆ”

เขาว่าสัจจะก็มีในหมู่โจร หัวหน้าโจรเห็นสามเณรยึดมั่นในสัจจะ ก็เลื่อมใสจึงสั่งปล่อยโยมพ่อแม่ รวมทั้งญาติๆ ของสามเณร ตนเองพร้อมบริวารรีบเดินทางตามสามเณรไปจนทัน แล้วขอบวชเป็นศิษย์สามเณร สามเณรอธิมุตตกะ จึงบวชให้โจรทั้งห้าร้อยเป็นสามเณรพาไปหาหลวงลุง อธิมุตตกะสามเณรได้อุปสมบทเป็นภิกษุ และสามเณรอดีตโจรเหล่านั้นก็ได้อุปสมบทในเวลาถัดมา และได้เป็นศิษย์อยู่ในโอวาทของพระอธิมุตตกะ ไม่ช้าไม่นานก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์กันทุกรูป

นับว่าสามเณรน้อยรูปนี้ สามารถนำมหาโจรมาบวชในพระพุทธศาสนาจำนวนมาก เป็นกำลังในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างแข็งขันทีเดียว

ตำราบอกว่า สามเณรได้บรรลุพระอรหัตตั้งแต่บวชใหม่ๆ ตอนที่เดินทางผ่านดงถูกพวกโจรจับนั้นไม่ใช่สามเณรปุถุชนธรรมดา หากเป็นสามเณรอรหันต์ทรงอภิญญา จึงไม่หวาดกลัวต่อความตาย ตรงข้ามกับ “ขึ้นธรรมาสน์ เทศน์สอน” พวกโจรอย่างไม่สะทกสะท้าน

เรื่องราวของสามเณรอธิมุตตกะนี้ มีบันทึกไว้ในสารัตถปกาสินีอรรถกถาแห่งพระสุตตันตปิฎกสังยุตตนิกาย ท่านเล่าเป็นเรื่องประกอบความเห็นของเทวดาที่ไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทำนองจะขอความเห็นว่า ภาษิตของใครจะลึกซึ้งกว่ากัน

หัวข้อที่ประกวดกันกล่าวก็คือ “คบสัตบุรุษดี” ดีเพราะอะไร ต่างคนต่างให้เหตุผล

เทวดาองค์หนึ่งกล่าวว่า “บุคคลควรนั่งใกล้สัตบุรุษ ควรสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะผู้ที่คบสัตบุรุษมีแต่ความประเสริฐ ไม่มีโทษเลย”

อีกองค์หนึ่งกล่าวว่า “บุคคลควรนั่งใกล้สัตบุรุษ ควรสนิทสนมกับสัตบุรุษ เพราะผู้ที่คบสัตบุรุษย่อมไพโรจน์ท่ามกลางหมู่ญาติ”

เมื่อถึงบทว่า “คนคบสัตบุรุษย่อมไพโรจน์ท่ามกลางหมู่ญาติ” ก็ยกเรื่องสามเณรอธิมุตตกะประกอบ ว่าสามเณรอธิมุตตกะนี้เป็นสัตบุรุษและคบสัตบุรุษ (คือพระสังกิจจะ) จึงไพโรจน์ คือสง่างามท่ามกลางหมู่ญาติทั้งหลายดังกล่าวมาข้างต้น

มีข้อน่าสังเกตนิดว่า ภาษิตของเทวดาสองสามองค์นั้น พระพุทธองค์ทรงรับว่าเป็นสุภาษิต (คือคำกล่าวดี พอใช้ได้) แต่ที่ถูกจริงๆ พระองค์ตรัสว่า “ผู้ที่คบสัตบุรุษย่อมพ้นทุกข์ทั้งปวง)

สัตบุรุษแท้จริงย่อมทำตนให้พ้นทุกข์ได้ และสามารถสอนคนอื่นให้พ้นทุกข์ได้ด้วยดังพระพุทธองค์ ทรงเป็นยอดสัตบุรุษ เพราะพระองค์

ทรงรู้ยิ่งแล้ว สอนเพื่อให้ผู้อื่นรู้ยิ่ง
ทรงดับเย็นแล้ว สอนให้ผู้อื่นดับเย็น
ทรงหลุดพ้นแล้ว สอนให้ผู้อื่นหลุดพ้น

เรื่องสามเณรอธิมุตตกะก็อวสานลงเพียงเท่านี้


:b8: :b8: :b8: คัดมาจาก...หนังสือ สามเณร เหล่ากอแห่งสมณะ
เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต


:b50: :b47: :b50:

:b45: สามเณร ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46459


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร