วันเวลาปัจจุบัน 23 มี.ค. 2019, 03:54  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 มิ.ย. 2015, 11:13 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1650

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระสิคาลกมาตาเถรี
มารดาของมาณพต้นตำรับทิศหก

:: ศ.(พิเศษ) เสฐียรพงษ์ วรรณปก

=========================

ทิศ ตามศัพท์แปลว่า “ทางซึ่งถือดวงอาทิตย์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตกเป็นเกณฑ์” พจนานุกรมให้คำจำกัดความว่าอย่างนั้น

แต่ทิศในทางพระพุทธศาสนา หมายความว่า เอาแนวทางปฏิบัติต่อบุคคลที่เราเกี่ยวข้องให้ถูกต้องเหมาะสม เป็นหลักคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสอน เพื่อให้ผู้ครองเรือนได้นำไปปฏิบัติเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข

ผู้ที่ได้รับคำสอนนี้เป็นคนแรกชื่อ สิคาลกมาณพ (อ่าน สิ-คา-ละ-กะ) เป็นเด็กหนุ่มที่กตัญญูต่อบิดามาก เมื่อบิดาจะสิ้นชีวิตได้สั่งเสียลูกชายว่า “พ่อตายไปแล้วลูกจงไหว้ทิศทั้ง ๖ เป็นประจำทุกวัน

เรื่องการไหว้ทิศนั้นมิใช่ของแปลก เพราะโยคีอินเดียตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไหว้ทิศกันอยู่ ไปอินเดียก็จะเห็นทุกๆ เช้า ที่ท่าน้ำเมืองพาราณสี เป็นต้น โยคีจะมายืนไหว้พระอาทิตย์ ปากก็พร่ำบ่นมนต์พึมพำๆ มีท่าโยคะท่าหนึ่ง เรียกว่า “สุรยมนัสการ” (ท่าไหว้พระอาทิตย์) แสดงการไหว้ทิศมิใช่เรื่องประหลาด แต่ถ้าใครมายกมือไหว้ทิศปลกๆ ทุกเช้าที่เมืองไทย คนอาจหาว่าสติสตังไม่ดีก็ได้

วันหนึ่ง พระพุทธองค์เสด็จออกบิณฑบาต (ราชาศัพท์ว่า “ทรงบาตร”) ผ่านมายังสถานที่ที่เด็กหนุ่มหน้ามนคนนี้ไหว้พระอาทิตย์อยู่ จึงตรัสถามว่า “พ่อหนุ่มเธอกำลังทำอะไร” เด็กหนุ่มรู้ว่าผู้ถามคือพระพุทธเจ้าของชาวพุทธ (ตอนนั้นแกยังไม่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา) จึงกราบทูลว่า “ไหว้ทิศ พระเจ้าข้า” “ไหว้ทำไม” รับสั่งถามอีก “บิดาสั่งให้ไหว้ทุกวัน พระเจ้าข้า” เขาตอบอย่างนอบน้อม “ดีแล้ว เธอทำตามคำสั่งสอนของพ่อ นับว่าเป็นบุตรกตัญญู แต่พ่อเจ้าคงมิได้หมายความว่าให้เจ้าไหว้ทิศภายนอกดอกกระมัง”...รับสั่งชวนให้คิด

เมื่อเห็นว่าเขาทำท่างง พระองค์จึงตรัสอธิบายว่า พ่อเจ้าต้องการให้เธอไหว้ทิศภายใน คือปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามหน้าที่ที่มีอยู่ในสังคม ว่าแล้วก็ทรงแสดง “ทิศหก” ดังนี้

ทิศตะวันออก คือ บิดามารดา
ทิศตะวันตก คือ สามีภรรยา
ทิศเหนือ คือ มิตรสหาย
ทิศใต้ คือ ครูบาอาจารย์
ทิศเบื้องบน คือ สมณชีพราหมณ์
ทิศเบื้องล่าง คือ คนใช้และคนงาน


การที่เราอยู่ในโลกนี้ ก็คืออยู่ในสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะเพื่อนมนุษย์ที่อยู่รอบตัวเรา มนุษย์ที่อยู่รอบตัวเราย่อมมีฐานะต่างๆ กัน เปรียบคนทั้งหลายที่อยู่ในฐานะต่างๆ ก็เหมือนกับทิศน้อยทิศใหญ่ที่เราจะต้องปฏิบัติต่อบุคคลต่างๆ ให้ถูกต้อง จึงจะมีชีวิตอยู่ด้วยดี มีความสุข ความเจริญ การไหว้ทิศ ก็คือปฏิบัติต่อบุคคลต่างๆ ให้ถูกต้องนั่นเอง

เมื่อพระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงทิศหกในแนวใหม่ให้ฟัง เด็กหนุ่มก็เลื่อมใส น้อมรับเอามาเป็นหลักปฏิบัติ หลังจากได้กล่าวปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ นับถือพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต

มารดาของสิคาลกมาณพ ซึ่งชื่อเรียงเสียงใดไม่ระบุ ใครๆ ก็เรียกเธอว่า “สิคาลกมาตา” (มารดาของสิคาลกะ) เป็นบุตรีเศรษฐี เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ แต่งงานแล้วมีบุตรชายคนเดียว ชื่อ สิคาลกะ (ดังกล่าวข้างต้น)

วันหนึ่ง นางได้มีโอกาสฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า และมีความเลื่อมใสในพระพุทธองค์มาก นางเห็นว่าพระพุทธเจ้าเป็นบุรุษที่มีรูปร่างสวยงาม น่าเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง นับว่าสิคาลกมาตาเป็นบุคคลประเภท “รูปัปปมาณิกา” (ถือรูปร่างเป็นสำคัญ หรือแปลง่ายๆ ก็คือชอบคนรูปหล่อ)

คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา (คนไทยเรียกกันสั้นๆ ว่า อรรกถาธรรมบท) กล่าวว่า คนจะเลื่อมใสในพระศาสนามีอยู่ ๔ ประเภท คือ

๑. รูปัปปมาณิกา ถือรูปเป็นประมาณ เห็นใครๆ รูปร่างสวยงาม แต่งตัวดี บุคลิกดี ก็เลื่อมใสคนประเภทนี้ มีศรัทธาแก่กล้า ดังวักกลิ มานพน้อยคนหนึ่ง ทันทีที่เห็นพระพุทธองค์ก็ติดใจในความหล่อของพระพุทธองค์ ตามไปเฝ้าดูไม่ยอมห่าง เพื่อให้ได้ดูตลอดเวลา จึงตามไปบวชอยู่ด้วย ในที่สุดพระพุทธองค์ก็ทรงใช้วิธี “หนามยอกเอาหนามบ่ง” วักกลิก็ได้บรรลุ สิคาลกมาตาก็เป็นประเภทเดียวกันกับวักกลิ

๒. โฆสัปปมาณิกา ถือเสียงเป็นประมาณ บางคนก็เลื่อมใสเพราะได้ยินเสียงเทศน์เสียงเจรจาอันไพเราะของพระภิกษุบางรูป ว่ากันว่าพระโสณะกุฏิกัณณะสวดธรรมไพเราะนุ่มนวลชวนฟัง มีผู้ชื่นชอบฟังท่านแสดงธรรมมาก

๓. ลูขัปปมาณิกา ถือข้อปฏิบัติเคร่งครัดเศร้าหมองเป็นประมาณ เช่น ชอบคนที่ถือธุดงค์อยู่อย่างขัดเกลา เห็นพระห่มจีวรสีคล้ำๆ ปักกลดอยู่ริมทางก็เลื่อมใสว่าเป็นพระอรหันต์แล้ว บางทีไม่ทันพิจารณาเสียด้วยซ้ำว่า ธุดงค์แท้ หรือธุดงค์ปลอม กว่าจะรู้ก็โดนอาจารย์เลขเด็ดหลอกไปหลายเงิน อย่างนี้ก็มี

๔. ธัมมัปปมาณิกา ถือธรรมเป็นประมาณ คือ ไม่คำนึงว่าท่านจะเทศน์เสียงไพเราะหรือไม่ ถือธุดงค์เคร่งครัดขนาดไหน บุคลิกหล่อเหลาขนาดไหน แต่จะดูว่าสิ่งที่ท่านพูดท่านแสดงนั้นมีสาระหรือไม่ สามารถนำไปปฏิบัติเป็นแนวทางดำเนินชีวิตได้จริงหรือไม่ คนพวกนี้ก็มีเป็นจำนวนมากในโลก


พระสิคาลกมาตา เป็นประเภทรูปปัปปมาณิกา ถือบุคลิกองอาจสวยงามเป็นสำคัญ ที่ไปฟังธรรมบ่อยๆ ก็เพราะ “ประทับใจ” ในจุดนี้ ที่ออกบวชเป็นภิกษุณีก็เพราะเรื่องนี้ แรกๆ ก็มิได้ใส่ใจเนื้อหาสาระที่ทรงแสดงเท่าไร พระพุทธองค์ก็ทรงปล่อยให้เวลาผ่านไประยะหนึ่ง รอให้ “อินทรีย์แก่กล้า” (ให้มีความพร้อม) แล้วพระองค์จึงทรงแสดงธรรมให้ฟัง ไม่บอกว่าพระองค์ทรงแสดงพระสูตรอะไรให้นางฟัง แต่เข้าใจว่าทรงใช้ศรัทธานั้นแหละเป็นแนวทาง

คนที่มีศรัทธาเลื่อมใสในบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากๆ มักจะ “ติดครูอาจารย์” จนแกะไม่ออก สิคาลกมาตาก็คงประเภทเดียวกัน พระพุทธเจ้าไปแสดงธรรมที่ไหนก็ตามไปฟัง แต่มิได้ใส่ใจในเนื้อหาธรรมที่ทรงแสดงเท่าไร หากจ้องมองพระพุทธองค์ด้วยความชื่นชมมากกว่า

พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เธอเห็นความเป็นปฏิกูลเน่าเหม็นของร่างกาย จนนางรู้เห็นตามสภาพเป็นจริง คลายความกำหนัดยินดีในร่างกายอันเปื่อยเน่าผุพังเป็นธรรมดาได้...ในที่สุดได้บรรลุพระอรหัต หมดสิ้นกิเลสอาสวะทั้งหลาย

ผู้ที่จะบรรลุธรรมระดับสูงนั้น ท่านว่ามีบารมีอันสั่งสมมาแล้วมากในอดีตชาติ พระคัมภีร์กล่าวว่า นางเคยเกิดเป็นบุตรีของเสนาบดีในสมัยพระพุทธเจ้า พระนามว่า ปทุมมุตตระ ตามบิดาไปเฝ้าพระพุทธเจ้าได้ยินคนเขาสรรเสริญถึงภิกษุณีรูปหนึ่งว่าเป็นอรหันต์ในทาง “สัทธาธิมุต” (มีศรัทธามาก และบรรลุธรรมเพราะศรัทธา) จึงตั้งความปรารถนาอยากเป็นเช่นนั้นบ้าง จึงพยายามทำความดีตลอดมา

ด้วยปณิธานและความดีงามที่สั่งมาตลอดเวลายาวนานจนนับไม่ถ้วน ในชาตินี้นางจึงได้มาเลื่อมใสในพระพุทธองค์ และได้บรรลุธรรมขั้นสูงในที่สุด

พระพุทธองค์ทรงยกย่อง พระสิคาลกมาตา ว่าเป็นเอตทัคคะ (ผู้ที่เลิศกว่าผู้อื่น) ในด้านหลุดพ้น เพราะมีศรัทธาแก่กล้า (สัทธาธิมุต)

พระสิคาลกมาตาเป็นพระเถรีเป็นกำลังสำคัญรูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา ดำรงอยู่ตราบอายุขัยก็นิพพาน



:b8: คัดบางตอนมาจาก...หนังสือ พุทธสาวก พุทธสาวิกา
ประมวลประวัติพระเถระพระเถรี อุบาสกอุบาสิกาสมัยพุทธกาล
เรียบเรียงโดยศาสตราจารย์พิเศษ เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต


=========================

:b45: พระสิงคาลมาตาเถรี (พระสิคาลกมาตาเถรี)
เอตทัคคะในทางผู้พ้นกิเลสด้วยศรัทธา

http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6719

:b45: ภิกษุณี ในสมัยพุทธกาล
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=71&t=46460


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ม.ค. 2019, 09:34 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 808


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร