วันเวลาปัจจุบัน 08 ธ.ค. 2019, 17:40  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 81 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2013, 23:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

เลือกได้

คนเราพอเริ่มต้น ก็จะมองเห็นช่องทาง ว่าควรจะไปอย่างไร
ถึงอาจจะไม่สว่างไม่โปร่ง แต่มันก็ได้เริ่มก้าวแรก
ผมชอบสุภาษิตฝรั่งบทหนึ่งกล่าวว่า
"ก้าวแล้วล้มไปข้างหน้า ยังดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่"
คือ ไม่มีประสบการณ์แม้กระทั่งการล้ม
ขอให้ได้ลองก็แล้วกัน
โลกธรรม มันย่อมมีทั้งสองฝ่ายคือ ฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดี
ดังนั้นเวลาเรามีความทุกข์อย่าลืมว่า เราก็มีความสุขได้
เรามีความผิดหวัง อย่าลืมว่า สักวันเราก็ต้องสมหวังได้
อย่าไปจมแช่ว่า เราจะต้องทุกข์หรือสุขไปตลอดชีวิต
มันไม่มีหรอก ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย
คนทุกคนนี่เป็นกลางๆ
กลางระหว่างคนที่ดีกว่าเรา เก่งกว่าเรา
กับคนที่แย่กว่าเรา โชคร้ายกว่าเรา
เราคือคนกลางๆ
เราไม่ใช่คนที่ทุกข์ที่สุดในโลก
เวลาเราเป็นทุกข์อย่าลืมว่า
ไอ้ที่แย่กว่าเราก็มี ทุกข์กว่าเราก็มี ดีกว่าเราก็มี
ดังนั้นเราอย่าไปสวิงซ้ายสวิงขวา
เราไปกลางๆ เลือกเอาว่าเราอยากจะดำเนินชีวิตแบบไหน
อยากจะไปสุขก็ปฏิบัติธรรม อยากจะไปทุกข์ก็ หลงไปเรื่อยๆ
มันเลือกได้ ใหม่ๆ ก็ต้องยอมรับ อดทน ฝึกฝน
มองในแง่ดี มันก็ออกจากปัญหาที่เกิดขึ้นได้

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2013, 23:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ทุกข์...ไม่เลือกก็ได้

ขอให้ทำตัวเป็น "ถังขยะที่ก้นรั่ว"
ให้ทุกอย่างผ่านไป ไม่มีวันเต็ม
การทำหน้าที่-เป็นเรื่อง-ของเรา
แต่ไม่ใช่เรื่องของเราที่จะต้องเป็นทุกข์หรือแบกภาระนั้นเอาไว้
ถ้าเราเจอปัญหา ขอให้ฝึกจิตใจให้กล้าหาญ
ฝึกที่จะมองข้ามอุปสรรค ไม่ติดอยู่แค่อุปสรรคหรือปัญหา
มีความกระตือรือร้นที่จะทำหน้าที่
ทุกคนย่อมเจอปัญหา อย่างน้อยก็ "ความคิด"
ขอให้ตั้งใจว่า อย่างน้อยเราจะ "ฝึกแก้ปัญหา"
ลองฝึกที่จะกล้าหาญ ท้าทายใจว่า "เราจะแก้ปัญหาให้ได้"
เวลาเจออุปสรรคให้คิดว่า "เอาล่ะ ! เราจะฝ่าฟันอุปสรรคดูซิ"
ปัญหาไม่ใช่ความทุกข์นะ
ปัญหาคือปัญหา ความทุกข์คือความทุกข์
ความทุกข์ คือ สิ่งที่เราวางใจไว้ผิดเท่านั้นเอง
ปัญหาเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องแก้ไข
ทุกข์หรือไม่อยู่ที่ใจเราต่างหาก
เราต้องแยกและวางใจให้ถูกต้อง
อุปสรรค เป็นเพียงสิ่งที่ขวางกั้นความสำเร็จเท่านั้นเอง
เรามีหน้าที่ ข้ามหรือฝ่าฟันให้พ้นอุปสรรค
แก้ปัญหาด้วยใจไม่ทุกข์นี่ มันเด็ดขาดนะ

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2013, 23:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


การงานคือการปฏิบัติธรรม

การทำงานนี่ ไม่ใช่ว่าทำงานเพื่อเลี้ยงชีพเพียงอย่างเดียว
ถ้าเราทำงานโดยอาศัย "กรรมฐาน" คือ
"มีสติ-รู้ทันจิต-ในขณะ-ปัจจุบัน"
เราก็จะรู้ว่า มันสามารถพัฒนาจิตใจเราได้
การงานมันพัฒนาจิตใจเราได้โดย "มีสติ-เฝ้าดู-มันอยูุ่"
จากจิตที่ไม่เสียสละ มาเสียสละ
จากจิตที่ไม่รัก มาเกิดความรัก เกิดความเมตตา
มัน "ละ" มัน "เอาชนะ" ตัวตนของเราได้โดยการไม่ทำตามมัน
เราก็จะมีความสุขได้ในขณะทำงาน ขณะใช้ชีวิตของเรา
การงานคือการปฏิบัติธรรม มันเป็นเรื่องเดียวกัน

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มี.ค. 2013, 23:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ปัจจุบัน...ที่กายใจ

การปฏิบัติธรรม
เราไม่จำเป็นจะต้องยึดติดยึดมั่นว่า
จะต้องไปที่โน่น ที่นี่เท่านั้น จึงจะทำได้
อยากให้ญาติธรรม
มาปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันของเรา
เป็นปกติให้เกิดความเคยชิน
อย่างน้อยขอให้เรามีสติไปกับการใช้ชีวิตของเรา
ในการทำงาน ในการทำหน้าที่
ใช้ชีวิตเป็นปกติธรรมดาไปกับการมีสติ
มีความรู้สึกตัว อยู่กับปัจจุบัน
แค่นี้เราก็ปฏิบัติได้แล้ว
เพียงแต่ว่าขอให้เรามีศรัทธา
มีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อตัวเอง
มีความขยัน มีความอดทน ช่วยตัวเองให้มากๆ
เราจะได้ที่พึ่ง คือ พึ่งตัวเราเอง พึ่งใจเราเอง
ไม่ต้องไปที่ไหน ผมเองก็ไม่ได้ไปปฏิบัติที่ไหน
เริ่มต้นทำจากที่บ้าน ผมก็ยังทำได้
ถ้าท่านยังแสวงหาความสุขที่แท้จริง
เราลองมาดำเนินชีวิตด้วยการมีสติอยู่เสมอๆ
ในการทำ การพูด การคิด
ให้ใช้ชีวิตอยู่กับการกระทำของเราเป็นปัจจุบัน
ลดละ ความดิ้นรนทะยานอยากภายในจิตใจลงซะบ้าง
รู้จักพอใจในสิ่งที่ตนกำลังมีกำลังเป็นอยู่
ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ดูกาย..เห็นจิต

ถ้าเราเจริญสติ ทำความรู้สึกตัวในชีวิตประจำวัน
เราจะรู้จัก "นิสัย" เรายิ่งขึ้น ว่าเรามี "ตัวตน" มากน้อยแค่ไหน ?
"ติดดี" แค่ไหน ? เรานิ่งเฉยกับอารมณ์ที่มากระทบไหม ?
จะเห็นนิสัยของเราจากการ "ดูกาย" จะเห็น "จิตที่คิดปรุงแต่ง"
เห็น "จิตที่ชอบไปแทรกแซง" ไม่ชัดก็ "อยากจะให้ชัดๆ"
เมื่อคิด ก็ "อยากให้หายไป" ยิ่งเรา "รู้สึกตัว" มากๆ ด้วยการ "ดูกาย" มากๆ
ยิ่ง "เห็นจิต" ได้มากขึ้น เพราะอะไร ?
ก็ใครเล่า เป็นผู้ดูกาย ? ถ้าไม่ใช่จิต เมื่อกายมันแสดงอาการออกมา
เดี๋ยวจิตมันก็แสดง ไม่มีที่ใดก็ที่หนึ่ง ต้องแสดงออกมา
ยิ่งเวลาเกิดทุกขเวทนามากๆ
จิตยิ่งแสดงอาการ "ทุรุนทุราย" มากขึ้นๆ ยิ่งเห็นได้ง่ายขึ้น

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ร้อยรู้หมื่นรู้ ไม่สู้หนึ่งทำ

เป็นคำเปรียบที่ท้าทายให้เราอยากจะทำ
การงานใดๆก็ตามถ้าเราต้องการ
จะให้งานนั้นประสบผลสำเร็จ
ต้องมีการกระทำขึ้นมา เป็นการสร้างเหตุ
คิดรู้สักเท่าไร ถ้าไม่ลงมือกระทำ
งานนั้นก็ไม่มีวันประสบผลสำเร็จไปได้

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ทำดีแล้ววางใจให้เป็น

ทำดีแล้วต้องได้ดี ต้องมีคนชมว่าเราดี
ต้องได้เงินดี ได้ลาภดี ได้ยศที่ดี ต้องมีตัวตนที่ดี
แล้วถ้าไม่ดีขึ้นมา ใจก็เป็นทุกข์
เพราะยังติดดีอยู่ ยังเป็นตัวตนที่ดีอยู่
ต้องไปเหนือดีให้ได้ เก่งแล้วดียังไม่พอ
มันต้องมีสติปัญญาด้วย จะได้อยู่เหนือดี จะได้ไม่ทุกข์

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ครู..สอน..ธรรม

จงมองอุปสรรคต่างๆ เป็น "ครู" สอนธรรมะที่ดี
อุปสรรค คือ ครูสอนธรรม
อย่าไปรังเกียจ อย่าไปต่อต้าน
ถ้าเราไปรังเกียจ ไปต่อต้าน ไปทำลายอุปสรรคนี่
เท่ากับว่าเรา "อกตัญญู" นะ
ทำลายครูสอนธรรมะเข้าแล้ว
อุปสรรคต่างๆ ให้เรามา "เรียนรู้"
ไม่ใช่มา "เลียนแบบ"
เรียนรู้ทุกข์ คือ การเป็นผู้ดูทุกข์ จะเข้าใจทุกข์
ถ้าเลียนแบบ คือ เข้าไปเป็นทุกข์
ครูจึงมักสอนว่า
"เธอจงทำตามที่เราสอน...แต่เธออย่าเลียนแบบตามที่ครูทำ"
เพราะบางทีครูสอนถูกต้อง
แต่ครูเองยังทำไม่ถูกต้องก็มี เราต้องรู้จักแยกแยะ
การสอนที่ดีนั้น แม้ว่าเราจะ "พูดดี" สักหลายร้อยพันคำ
ก็สู้ "ทำดี" ให้ดูเพียงครั้งเดียวไม่ได้
ดังนั้น หลักในการสอน คือ อยากให้เขาดี ก็จงทำดีให้เขาดู

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


หมดแสวงหา..พาสงบ

เราอย่าไปหวังผลอะไรจากการปฏิบัติ
นักปฏิบัติบางคนพอเริ่มลงมือปฏิบัติ
ใจก็แสวงหา "ความสงบ" เสียแล้ว
นี่คือใจที่ตั้งต้นไว้ "ผิด" ตั้งแต่แรก
เรามาสร้างเหตุ คือ "สติ" เสียก่อน เท่านี้เอง
การปฏิบัตินี่ ไม่มีดี-ไม่ดีหรอกครับ
บางครั้งมันเกิดความสงบ บางครั้งมันไม่สงบ
เราก็ "รู้" ไว้ เป็นเรื่องธรรมดา
ทั้งสุข-สงบ ทั้งทุกข์-ไม่สงบ
เราเอามาเป็น "ฐานของสติ" ได้ทั้งนั้น
เราเป็นเพียงผู้สังเกตุการณ์เท่านั้น
ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปปรุงแต่งให้มันสงบหรือไม่สงบ
"สงบ" ก็ถูกต้อง เราก็ "รู้ไว้" แล้วก็ปล่อยวางไป
"ไม่สงบ" ก็ถูกต้อง เราก็ "รู้ไว้" แล้วก็ปล่อยวางไป
เราเป็นเพียงแค่ "ผู้รับรู้ไว้" เฉยๆ
เราจะได้มีจิตใจที่อยู่เหนือความสุข เหนือความไม่สงบ
ความสุข ความทุกข์ เป็นเพียงสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตจิตใจเรา
เรื่องของนักปฏิบัติคือ รับรู้รับทราบไว้เฉยๆ
ถ้าเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความสุข-ความทุกข์
ก็ขอให้เราเกี่ยวข้องด้วยการ "มีสติรู้" อยู่เสมอๆ
ในความสุข-ความทุกข์เหล่านั้น
อันนี้แหละที่จะทำให้ใจเราจะ "สงบยิ่ง" เป็นธรรมะ

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


อยู่ที่เนื้อที่ตัว

กายของเราคือก้อนทุกข์นี่เอง
ทุกข์บางอย่างที่เกิดขึ้นที่กาย
เช่น ความเปลี่ยนแปลงทางกาย
ความไม่เที่ยงของร่างกาย
ความพิการ หรือความแก่ชรา
อันนี้เป็นทุกข์ที่เราแค่ "มีสติ-กำหนดรู้-ไว้เฉยๆ"
"ไม่" สามารถจะแก้ไขได้
ทุกข์บางอย่างเราสามารถเข้าไปเกี่ยวข้อง
เยียวยาให้กลับสู่สภาพปกติได้
เช่น ความหิว ความกระหาย ความเมื่อยล้า อ่อนแรง
เราสามารถกำหนด "รู้" และ "แก้ไข-ได้-ด้วยสติ"
แต่ทุกข์บางอย่างที่เกิดขึ้น เราต้องทำหน้าที่ "ละ" ทันทีเลย
คือ ทุกข์ ที่เกิดขึ้นในจิตใจที่เกิดจากกิเลสเข้าครอบงำ
เช่น ความรัก ความโลภ ความเกลียด ความโกรธ
ความกลัว อิจฉาริษยา วิตกกังวล
เราก็ต้องทำหน้าที่ "มีสติรู้" แล้ว "ละ" ไป
เราไม่ต้องไปหาที่ไหน
อยู่ที่กายที่ใจของเรา สติสัมปชัญญะรู้ได้เห็นได้
การกำหนดรู้ทุกข์ในตัวเรานั้น
ไม่ต้องไปกำหนดที่วัด ไม่ต้องไปกำหนดที่ไหน
ทกุข์เกิดขึ้นตรงไหน เราก็ระลึกรู้ลงตรงนั้น
อยู่ในชีวิตประจำวันของเรานี่เอง

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ทำได้..ก็หวังได้

เราจะ "รู้สึกตัว" กันไปจนถึงไหน ?
ก็ต้องรู้ไปจนกระทั่ง "หมดลม" เลย
ตอนหมดลมนี่สำคัญมาก
ถ้าหมดลมโดยไม่รู้ตัวน่ะ ลง "อบาย" นะ
ถ้าหมดลมแบบรู้ตัวนี่ "สุคติ" เป็นอันที่ "หวัง" ได้
ดังพุทธวจนะที่ว่า
"ชนเหล่าใด มี "สติ" ในกายเป็นนิตย์
ไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
ทำเฉพาะในสิ่งที่ควรทำเสมอ
ชนผู้มีสติสัมปชัญญะพร้อมมูลเหล่านั้น
อาสวะ หรือความชั่วร้าย ย่อมมีแต่จะเสื่อมไป

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


เปลี่ยนกันที่ใจ

ความสุข เหมือนคนที่เรารัก
ความทุกข์เหมือนคนที่รักเรา
คนส่วนใหญ่จึงรู้สึกว่าความสุขหายาก ความทุกข์หาง่าย
คนเราจึงแสวงหาความสุข แล้วก็วิ่งหนีความทุกข์กัน
แต่ถ้าเราปฏิบัติจนเข้าใจแล้ว
เราจะรู้วิธีคิดให้มันมีความสุข
เริ่มด้วยการ มองโลกและชีวิตในแง่ดี แง่บวก แง่ถูกต้อง
สุข-ทุกข์ จึงแก้กันที่ใจ

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:24 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


แค่-รู้-ว่า-สงสัย

อย่ามีนิสัยที่จะหาคำตอบ
สงสัยเมื่อไร มัวคิดหาคำตอบ
เลยต้องหาคำตอบเรื่อยไป
เราหาคำตอบด้วย "การรู้สึกตัว" นี่แหละ
อ๋อ ! นี่มันสงสัยแล้ว
เอาความรู้สึกเป็นคำตอบสุดท้ายซะ
ต่อไปจะได้ไม่ต้องหาคำตอบ
เมื่อสงสัยแล้ว "รู้สึกตัว" ก็จบแค่นั้น
ต้องหาคำตอบให้เหนื่อยทำไม ?

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


สติ..นำโชค

ขอให้เราเจริญสติอยู่เรื่อยๆ ทำที่ไหนก็ได้
เรามี "สติ" อยู่ที่ไหน "ธรรมะ" เกิดขึ้นที่นั่น
มีสติอยู่ที่บ้าน ธรรมะก็เกิดขึ้นที่บ้าน
มีสติอยู่ในรถยนต์ ธรรมะก็เกิดขึ้นในรถยนต์
มีสติอยู่ในห้องทำงาน หรืออยู่ในห้องคาราโอเกะ
ธรรมะก็เกิดขึ้นที่นั่นได้
เพราะฉะนั้น จะไปที่ไหนๆ ก็ตาม
อย่าลืม ! พกเอา "สติ" ติดตัวไปด้วย
เราจะโชคดี สมดังพุทธภาษิตกล่าวไว้ว่า
คนมีสติ เท่ากับมีสิ่งนำโชคอยู่ตลอดเวลา
แต่จะนำโชคอย่างไร ขนาดไหนนั้น
ลอง ! ฝึกสัมผัสเอาดู


ถาม : การเจริญสติมีประโยชน์อย่างไร ?

อ.กำพล ทองบุญนุ่ม ตอบ :

การเจริญสติช่วยให้จิตเป็นกุศล ไม่หลงลืมตัว ชีวิตมีปัจจุบัน
รู้ทันจิตใจตนและเอาชนะใจตนเองได้ เข้าใจตนเองและผู้อื่น
ก่อให้เกิดปัญญารู้แจ้งโลกและชีวิตตามความเป็นจริง
สามารถดับทุกข์ทางใจได้ ทำให้ชีวิตมีความสุข

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 มี.ค. 2013, 08:26 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2004, 19:46
โพสต์: 2306

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


ดวงตาเห็นธรรม

คำว่า "เห็นธรรม" ต้องเป็นการ "เห็น" ไม่ใช่ไป "เอา"
คนที่มีดวงตาเห็นธรรม เขาไม่ได้เห็นอะไร
เป็นการเห็นกายเห็นใจตนเองตามที่เป็นจริง
การเห็นสิ่งอื่น ไม่ว่าจะเป็น การเห็นแสงสี เห็นตัวเลข เห็นเบอร์
เห็นเทวดา นรก สวรรค์ นั้นไม่ใช่เห็นธรรมะหรอก
เป็นความหลงทั้งหมด
ของจริงมันต้องเห็นทั้งลืมตาหลับตา
เพราะการเห็นธรรม มันเห็นด้วย "ตาปัญญา"
จึงเห็นได้ทั้งในที่มืดที่สว่าง

.....................................................
ศรัทธาในพระพุทธศาสนายิ่ง...ปรารถนาจะช่วยสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 81 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร