วันเวลาปัจจุบัน 06 เม.ย. 2020, 10:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1521 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ... 102  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:31 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1.ดิฉันมีญาติที่ยังไม่สนใจศึกษาปฏิบัติธรรม ได้แนะนำให้เขาสนใจปฏิบัติธรรมเหมือนดิฉัน โดยแนะนำให้เขาเริ่มต้นด้วยการถีอศีล 5 แต่เขายังติดเล่นการพนันอยู่ ดิฉันจึงบอกเขาให้เลิกเล่นการพนัน เขาและเพื่อนๆอีก4-5คน ต่างรุมย้อนดิฉันว่า เล่นการพนันไม่ผิดศีล5นะ ทำไมต้องห้าม ไม่เห็นมีข้อไหนบัญญัติไว้เลยว่าห้ามเล่นการพนัน ดิฉันเจอถูกรุมสวนอย่างนี้ก็อธิบายไม่ถูก กราบเรียนท่านอาจารย์ช่วยสอนวิชาปราบเซียนพวกนี้ด้วยค่ะ

คำตอบ
จะให้ญาติมาสนใจศึกษาปฏิบัติธรรม ผู้ชักชวนต้องพัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนสะอาด(มีศีล) และเป็นคนดี(มีธรรม) ได้ก่อน ผู้ถูกชักชวนจึงจะเกิดศรัทธา การเล่นการพนันไม่ผิดศีล แต่ผิดธรรม เป็นวิถีแห่งความเสื่อมของชีวิต ผู้ใดตกเป็นทาสการพนัน ชีวิตตกต่ำ ตายแล้วมีโอกาสไปเกิดในอบายภูมิได้


2.ศีลข้อ 5 ห้ามดื่มสุราเมรัย เขาสงสัยว่าทำไมจึงห้าม ดิฉันตอบว่าเพราะทำให้ขาดสติซึ่งเกิดผลเสียร้ายแรงตามมา เขาย้อนว่าเขาดื่มอย่างมีสติ ดื่มแล้วไม่ขาดสติ และการดื่มไวน์เป็นต้นในปริมาณเหมาะสมก็เป็นยาบำรุงได้ ดิฉันจะตอบอย่างไรดี

คำตอบ
ที่ตอบเขาว่าดื่มแล้วทำให้ขาดสตินั้นถูกต้องแล้ว ปกติในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่เป็นคนมีสตินิดเดียว ขาดสติมากกว่ามาก เขาขาดสติจนเป็นความเคยชิน จึงนึกว่ามีสติ คำพูดที่ว่าดื่มอย่างมีสตินั้นคือคนที่ขาดสติ สุราเมรัยเป็นพิษต่อร่างกาย เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติดูดน้ำมาเก็บไว้ในโมเลกุล
ทำให้เนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นอวัยวะมีน้ำพร่อง ธาตุ 4 ไม่สมดุล สุขภาพเสื่อม สมองเสื่อม แย่ที่สุด

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:33 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. ดิฉันเป็นภรรยาของตำรวจชั้นผู้น้อยซึ่งโดยตำแหน่งหน้าที่ บางครั้งต้องกักขักำจัดเสรีภาพผู้อื่น และกระทำการผิดศีลธรรมบางอย่าง ดิฉันจะแนะนำสามีให้ประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะมีความก้าวหน้าในอาชีพ ตำรวจ โดยไม่ผิดกฏศีลธรรมด้วยค่ะ

คำตอบ
เรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้ต้องหา…….เรื่องทำนองนี้หลวง ปู่ธรรมชัย วัดทุ่งหลวง เคยเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งได้ออกธุดงค์ในป่า ไปเจอช้างตกมัน มาเฝ้ารออยู่ 15 วัน ท่านออกจากวงล้อมของสายสิญจน์ไม่ได้ ช้างจ้องทำร้ายอยู่ ต้องอดข้าวอดน้ำนาน 15 วัน ท่านบอกว่าอดีตช้างนี้เคยเกิดเป็นคน ท่านจับล่ามโซ่ไว้ 15 วัน ชาตินี้จึงต้องใช้หนี้เวรกรรมให้เขาฉะนั้นการกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้ต้องหา ถ้าเขาจองเวร ในวันข้างหน้าเราต้องใช้หนี้เวร หนี้กรรมให้เขาในรูปของการสูญเสียอิสรภาพ ถ้าไม่อยากให้หนี้กรรมตามทัน ต้องทำความดีที่เป็นบุญกุศลให้มากและทำตามอย่างต่อเนื่องทำไม่หยุด พร้อมกับอุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร เรื่อยๆ ไปจนเขาหยุดจองเวร เราก็ปลอดภัย


2. เคยคิดฆ่าตัวตาย เพราะทนไม่ได้ที่เห็นคนที่เรารักและเคยรักเรามีความสุขกับคนอื่น พอทำใจได้บ้างเมื่อเวลาผ่านไป แต่พอเห็น พอได้ยิน ก็ร้องไห้ ทุกข์มากทุกครั้ง เพราะทำงานอยู่ที่เดียวกัน ทำอย่างไรจะทำให้ใจเข้มแข็ง ผ่านความทุกข์ครั้งนี้ไปได้ ..... จากคนคิดสั้น

คำตอบ
ขณะจิตเศร้าหมองแล้วฆ่าตัวตาย ต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรกยาวนานแน่นอน คนที่ตายไปแล้วถูกยมฑูตนำไปเมืองนรก แล้วมีโอกาสฟื้นขึ้นมาในร่างเดิม กลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทุกรายที่ผ่านประสบการณ์เมืองนรกมาแล้ว เข็ดกลัวทุกคน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาสร้างบุญกุศลอย่างไม่เลิกรา และไม่มีใครขอร้องให้ทำ ฉนั้นขอแนะนำว่าอย่าพึ่งคิดตายดีกว่า เอาร่างกายนี้ไว้ให้จิตใช้สร้างบุญกุศลดีกว่า

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:35 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การทำความดี การเป็นคนดีเป็นการทวนกระแส บ้างครั้งทำให้เราดูแปลกประหลาดจากสังคม ทำอย่างไรจะรักษาความดีและพัฒนาความดีไว้ได้ตลอดไป

คำตอบ
- เกิดมาเป็นคนดี คบเพื่อนไม่ดี(บาปมิตร) ทำให้เปลี่ยนไปเป็นคนไม่ดี

ตายแล้วไปเกิดใหม่ไม่ดี เกิดในอบายภูมิ(สว่างมา-มืดไป)
- เกิดมาเป็นคนดี คบเพื่อนดี(กัลยาณมิตร) ยังคงสภาพเป็นคนดี

ตายแล้วไปเกิดใหม่ดี เกิดในสุคติภูมิ(สว่างมา-สว่างไป)
- เกิดมาเป็นคนไม่ดี คบเพื่อนไม่ดี ยังคงเป็นคนไม่ดี ตายแล้วไปเกิดใหม่ไม่ดี

เกิดในอบายภูมิ (มืดมา-มืดไป)
- เกิดมาเป็นคนไม่ดี คบเพื่อนดี ทำให้เปลี่ยนไปเป็นคนดี ตายแล้วไปเกิดใหม่ดี

เกิดในสุคติภูมิ (มืดมา-สว่างไป)

ตัวเองเป็นเจ้าของชีวิต เลือกลิขิตได้ตามอัธยาศัย


หมายเหตุ - คนดีเป็นคนมีศีล มีธรรม
- คนไม่ดี เป็นคนทุศีล ไร้ธรรม

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. การปฏิบัติกรรมฐานแบบถือศีล 5 กับถือศีล 8 ให้บุญกุศลต่างกันอย่างไร เพราะดิฉันมีโรคประจำตัว
คือโรคกระเพาะซึ่งถ้าไม่ได้ทานอาหารตามเวลาหรืองดมื้อ หนึ่งมื้อใด หรือทานมากหรือน้อยไปในแต่ละมื้อจะมีอาการจุกเสียดท้องซึ่งเกรงว่าจะเป็น อุปสรรคในการปฏิบัติธรรม

ตอบ
การปฏิบัติธรรมเป็นการฝึกจิตให้นิ่ง และให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง ส่วนโรคกระเพาะมีสาเหตุจากจิตไม่นิ่ง(เครียดและกังวล) เริ่มต้นฝึกให้ถือศีล 8 ได้ทันที เพราะจะเกิดมรรคผลเร็วกว่า ขณะฝึกถ้ามีกรดหลั่งเข้าสู่กระเพาะมาก สามารถแก้ปัญหาได้ ด้วยการดื่มนมถั่วเหลืองได้ ไม่ผิดศีล

2. ก่อนอบรมปฏิบัติกรรมฐานตัองเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างไรบ้างคะ

ตอบ
ก่อนอบรมกรรมฐาน ต้องเตรียมของใช้ส่วนตัวเท่าที่จำเป็น สำคัญที่สุดคือเตรียมใจให้พร้อมรับคำสอน และนำไปปฏิบัติให้ตรงคำสอน ต้องไม่สงสัยในคำสอน ครูบอกอย่างไรต้องทำให้ได้ตามที่ครูบอก (ไม่ทำตัวเป็นน้ำชาล้นถ้วย)


3. หากมีโอกาสบวชเนกขัมมะก่อนอบรมกรรมฐานจะมีประโยชน์ประการใด


ตอบ
การบวชเนกขัมมะก่อนปฏิบัติกรรมฐาน เป็นการซ้อมใหญ่ เป็นการนำตัวเองออกจากกาม เป็นการฝึกจิตใจให้ห่างไกลจากสิ่งเร้าเย้ายวน ถ้าใจคุ้นเคยกับเนกขัมมะแล้ว การปฏิบัติกรรมฐานจะทำได้ง่ายมากขึ้น

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เมื่อตอนเช้าได้สวดมนต์ และแผ่เมตตาก่อนนั่งสมาธิ ตั้งใจว่าจะทำให้ได้สักหนึ่งชั่วโมงแต่ก็ทำไม่ถึงค่ะ เรียนถามปัญหาอาจารย์ดังนี้ค่ะ

๑.ขณะนั่งลมหายใจที่กำหนดก็ละอียดมากขึ้น สักพักก็เริ่มตัวโยกไปด้านหน้าและหลัง ก็กำหนดรู้และตามดูว่าจะเป็นอย่างไร ก็โยกแรงขึ้น แต่ไม่กลัว ก็หันกลับมาดูลมหายใจใหม่ ภาวะนีก็หายไป ไม่ทราบว่าที่ปฏิบัติมานี้ถูกผิดอย่างไรคะ

ตอบ
ขณะนั่งมีตัวโยก เมื่อตามดูจะโยกแรงขึ้น แนะนำว่าให้ใช้จิตที่สงบตามดูอาการตัวโยกไปให้ถึงที่สุด มันจะโยกแรงขึ้นจนถึงจุดสูงสุด แล้วจะโยกน้อยลงเรื่อยๆ จนหยุด ซึ่งเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง – ทุกขัง - อนัตตา) อาการตัวโยกอาจเกิดขึ้นอีก ให้ใช้จิตตามดูจนเห็นมันหยุดอีก ดูไปเรื่อยๆ จนอาการตัวโยกไม่กลับมาเกิดอีก นั่นแสดงว่าสรรพสิ่งมีเกิด – และดับ ตามกฎธรรมชาติ เราเป็นเพียงผู้ดู และไม่รับเอามาเป็นของเรา ตัวจะไม่โยกอีกต่อไป


๒. หลังจากนั้นก็นั่งต่อไปอีกสักพักก็รู้สึกว่าปวดที่ขา ก็ตามรู้ว่าปวด โดยพิจารณาดูว่าปวดตรงไหนบ้าง ต่างกันมากน้อยอย่างไร ก็พบว่าปวดที่ขาขวาตั้งแต่ก้นไปถึงปลายเท้า ส่วนขาซ้ายไม่เหมือนกัน คือรู้สึกเหมือนมีลมเย็นที่ต้นขาซ้ายและชาที่ปลายเท้าซ้ายเล็กน้อย ก็ดูต่อไปสลับกับดูลมหายใจเป็นระยะๆ แต่ก็ตั้งใจว่าจะนั่งต่อไป หลังจากนั้นก็อาการก็เหมือนเดิม ยกเว้นว่ารู้สึกว่าเย็นที่ต้นแขนซ้าย ก็กำหนดรู้ว่าเย็นต่อ โดยตามดูเป็นระยะๆ สักพักอาการปวดที่ขาก็หายไป คงไว้แต่อาการเย็นและก็สบาย ก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป จึงนั่งดูลมหายใจต่อไปอีกระยะ แล้วแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรและผู้มีพระคุณ และออกจากสมาธิ

หนูควรจะปฏิบัติอย่างไรให้ก้าวหน้าคะ แล้วถ้าหนูจะเดินจงกรมด้วยแต่ไม่ชอบแบบที่เคยปฏิบัติมา จะมีวิธีใดที่เดินได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมคะ

ตอบ
อาการปวดที่ขาข้างขวา ปวดที่ก้น (ทุกข์เวทนา) และอาการเย็นสบาย(สุขเวทนา) ให้ปฏิบัติเหมือนข้อ 1 แล้วจะเห็นว่าเวทนาทั้ง 2 แบบเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ จิตเห็นแจ้งในเวทนา ไม่ยึดเอามาเป็นของเรา จิตเป็นอิสระเบาสบาย[color]



๓. หนูเคยปฏิบัติโดยกำหนดในขณะรับประทานอาหาร ก็กำหนดไปเท่าที่จะทำได้ ละเอียดบ้าง หยาบบ้าง ตอนนั้นเวลาที่กลืนอาหารก็จะรู้สึกได้เวลาอาหารผ่านทางเดินอาหาร ไม่ถึงกับเจ็บ แต่รู้สึกว่าติดขัดเป็นบางครั้ง เหมือนว่าอาหารผ่านไม่สะดวก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ก็กำหนดรู้ ปัจจุบันยังไม่ได้เริ่มมากำหนดในส่วนนี้ค่ะ แต่กลับมาป่วยด้วยหลอดอาหารอักเสบ อาการเจ็บมากจนต้องไปหาแพทย์ ได้ยามารับประทานอาการดีขึ้น แต่ตัวเองก็ยังรับรู้บางครั้งว่ายังมีอาการติดขัดในช่องอก คิดว่าโรคคงยังไม่หายไป ซึ่งคุณหมอก็ได้นัดให้ไปทำการตรวจส่องกล้องในสัปดาห์หน้าค่ะ หนูในอดีตเป็นคนเกลียดแมลงสาบ เห็นเมื่อไรต้องเหยียบให้ตาย ภายหลังไปปฏิบัติธรรม หนูก็แผ่เมตตาให้เขา เป็นที่หน้าแปลกว่าแมลงสาบก็มาให้หนูเห็นน้อยลงโดยที่ไม่ได้ใช้ยาอะไร หนูก็เลิกฆ่าเขาค่ะ ไม่ทราบว่าที่หนูมีอาการเจ็บในอกนี้จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไร แล้วหนูจะต้องทำอย่างไรให้หมดกรรมนี้ไปได้คะ


[color=#FF0000]ตอบ
เรื่องติดขัดเวลากลืนอาหาร ให้ปรึกษาแพทย์ผู้มีความรู้และมีประสบการณ์ ทางด้านลำคอ นะครับ

เรื่องการแผ่เมตตา เราต้องมีเมตตาอยู่ในใจให้ได้ก่อน จึงแผ่ให้คนอื่นได้ ให้สัตว์อื่นได้ คนที่ให้อภัยผู้อื่นได้ ให้อภัยสัตว์อื่นได้ เป็นคนไม่โกรธ ไม่ผูกพยาบาท อาฆาต จองเวร เป็นคนเย็น เป็นคนมีเมตตา หากยังเกลียดแมลงสาป ยังฆ่าแมลงสาป ยังไม่เรียกว่ามีเมตตา แผ่เมตตาอย่างไรก็ไม่สำเร็จ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 22:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. คนที่เกิดมาในพุทธศาสนา แสดงว่าเคยเกิดในพระพุทธศาสนามาก่อนใช่ไม่คะ และผู้ที่เกิดในศาสนาอื่น เมื่อตายแล้วก็จะเกิดอยู่ในศาสนาของเขาหรือไม่คนที่เกิดเป็นชาวต่างประเทศ มีโอกาสมาเกิดเป็นคนไทยหรือไม่คะ

คำตอบ
ส่วนใหญ่ใช่ ส่วนน้อยไม่ใช่ คนที่เกิดในศาสนาอื่นหรือคนที่เกิดเป็นชาวต่างประเทศ มีโอกาสมาเกิดเป็นคนไทยได้ ถ้าเขาตั้งปรารถนาไว้ก่อนตายว่าจะมาเกิดเป็นคนไทย และต้องสร้างเหตุปัจจัยให้ลงตัว เช่น ต้องมีศีล 5 เป็นปรกติอยู่ในใจและจิตดวงสุดท้ายก่อนออกจากร่าง ระลึกถึงกรรมที่ทำไว้ใกล้ตาย เช่นระลึกถึงลอยกระทง การเล่นสงกรานต์ หรือข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่าง เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง และต้องไม่มีกรรมที่ทำบ่อยๆหรือกรรมหนักๆมาชิงตัดหน้า ถ้าอย่างนี้ พอมีโอกาสมาเกิดเป็นคนไทยได้

2. วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันอาสาฬบูชา เข้าพรรษา ควรพาคุณพ่อคุณแม่ ไปทำบุญอย่างไรถึงจะได้บุญมาก และถูกต้อง

คำตอบ
วันสำคัญทางพุทธศาสนา ควรพาพ่อแม่ไปทำทาน ใส่บาตร รักษาศีลและเจริญภาวนาอยู่เสมอ

3. ลูกจะใส่บาตร แทนคุณพ่อคุณแม่ได้หรือไม่คะ ควรทำอย่างไรที่ต้องการให้ท่านได้รับบุญนี้ หรือ ใส่ซองปัจจัย ร่วมบริจาคบุญต่างๆ ที่ทำ เพราะ ท่านไม่สะดวกที่จะทำด้วยตนเองในบางเวลาคะ

คำตอบ
ลูกใส่บาตรแทนพ่อแม่ได้ เมื่อทำทานแล้วต้องบอกให้พ่อแม่ทราบ เพื่อให้ท่านอนุโมทนา ท่านก็ได้รับผลบุญนั้น

4. คุณพ่อคุณแม่ เป็นครอบครัวคนจีน อายุ 70 กว่า และลูก อยากให้ท่านได้ ฝึกสติ ขอความเมตตาท่านอาจารย์ ช่วยชี้แนะวิธีการที่จะให้คุณพ่อคุณแม่ของลูกได้ปฏิบัติ คะ

กราบขอบพระคุณ ในความเมตตา มา ณ โอกาสนี้คะ



คำตอบ
อายุกว่า 70 ปีแล้ว ชราแล้ว ยังฝึกจิตให้มีสติได้ ทำง่ายๆคือ เมื่อหายใจเข้า หายใจออก แต่ละครั้งให้ดึงลูกประคำหนึ่งลูก ทำอย่างนี้เรื่อยๆ ทำบ่อยๆ ทำทุกครั้งที่ว่างจากการงาน หรือว่างจากการพูดคุย

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 22:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมเป็นคนมักโกรธ โมโหคนง่ายมากๆ อยากให้ อ.ช่วยแนะนำวิธีลด ละ เลิก
นิสัยเหล่านี้ด้วยครับ ผมรู้ว่ามันไม่ดีเลย แต่บางทีเราสั่งจิตใจเราไม่ได้ครับ
ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ


คำตอบ
ความโกรธสาเหตุเกิดจากมีสิ่งขัดใจเข้ากระทบจิต แล้วจิตรับมาปรุงเป็นอารมณ์โกรธ วิธีแก้คือต้องเจริญเมตตาอยู่เสมอ ด้วยการให้อภัยหรือขณะที่อารมณ์โกรธ ให้พูดซ้ำ ๆ ว่า “ ช่างมันเถอะ ” จนกว่าจะหายโกรธ ทำบ่อย ๆ ทำเรื่อย ๆ ให้เป็นความเคยชิน แล้วความโกรธจะหายไปเอง

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แก้ไขล่าสุดโดย ธรรมบุตร เมื่อ 15 พ.ค. 2010, 04:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระภิกษุมาจ้างเหมาร้านก๊วยเตี๋ยว ให้เข้าในทำในวัด เนื่องในงานอบรมพระภิกษุ แล้วร้านก๊วยเตี๋ยวก็เข้าไปทำก๊วยเตี๋ยว ถวายพระในวัดนั้นอยากทราบว่าพระผิดวินัยหรือไม่

คำตอบ
ผิด เพราะเป็นการสั่งให้เขาทำให้ ถ้าเจ้าของร้านก๋วยเตี่ยวไม่ได้ปวารณาไว้ว่าจะมาทำถวายพระ แต่พระมาว่าจ้างเอง ถือว่าผิด

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. ผู้ที่เริ่มฝึกวิปัสสนา เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนด พองยุบ (ขั้นอนุบาล ) จิตยังไม่นิ่ง กำหนดไม่ละเอียด แต่พยายามปฏิบัติทุกวันให้ได้คะ ยังไม่เกิดสภาวะธรรม จะได้รับบุญกุศล หรือไม่คะ

เนื่องจากดิฉันจะแผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศล หลังการทุกครั้ง ค่ะ

คำตอบ
ทุกครั้งที่ปฏิบัติกรรมฐาน แม้เป็นเพียงจิตสงบเล็กน้อย หรือสงบเพียงระยะเวลาสั้น ๆ บุญเกิดทุกครั้งเป็นบุญเล็ก ๆ แต่หากทำบ่อย ๆ บุญก็ใหญ่ขึ้น ๆ สะสมอยู่ในจิตของผู้ปฏิบัติเอง หลังจากปฏิบัติสามารถอุทิศบุญกุศลให้กับผู้ที่ต้องการให้ได้

2. การแผ่เมตตา ต่าง จาก การอุทิศส่วนกุศลอย่างไร คะ บุญแตกต่างหรือไม่คะ

คำตอบ
เมตตาคือความรัก และปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์และมีความสุข เมตตาจะเกิดได้ต้องให้อภัยผู้อื่นเป็น คนมีเมตตาเป็นคนไม่โกรธ เป็นคนเย็นถ้าทำได้อย่างนี้แสดงว่ามีเมตตาอยู่ในจิตใจ เมื่อมีแล้วจะแผ่เมตตาให้ใครก็สามารถทำได้

ส่วนบุญกุศลนั้น เกิดจากการปฏิบัติบุญ กิริยาวัตถุ ๑๐ เมื่อทำแล้วบุญกุศลก็เกิดขึ้นในใจ จะอุทิศให้ใครย่อมทำได้

3. ท้ายบทสวดมนต์ เมื่อสวดมนต์เสร็จแล้ว จะมีการเรียงลำดับดังนี้ 1. แผ่เมตตาให้ตนเอง 2. คำอธิษฐานฮโหสิกรรม 3. แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ 4. บทแผ่ส่วนกุศล 7 ข้อ อิทังเม มาตาปิตุนัง ฯ ถึง อิทังสัพพะสัตตานัง ฯ

แล้วต่อด้วย 5. บทสวดพระคาถาชินบัญชร และบท กะระณียะเมตตะสุตัง ฯ อื่นๆ คะ การเรียงลำดับจาก 1 -5 ถูกต้องหรือไม่อย่างไรคะ ควรเป็นอย่างไร

คำตอบ
สวดมนต์ได้ทุกบทที่ต้องการสวด สวดด้วยใจที่มีสติกำกับ หากรู้ความหมายของบทสวดมนต์ได้ยิ่งดี หลังสวดควรแผ่บุญกุศลให้แก่สรรพสัตว์ทั่วจักรวาลหรือจะให้เฉพาะเจาะจงก็ทำ ได้ ขึ้นอยู่กับว่ามีจิตใจคับแคบหรือมีจิตใจกว้างขวาง

ส่วนเรื่องการแผ่เมตตาให้กับตนเองนั้น ถ้าเรามีเมตตาแล้วไม่จำเป็นต้องทำ (ดูข้อ ๒)

4. ควรสวดมนต์ทุกครั้งก่อนทำสมาธิ หรือไม่ ควรสวดบทใดอย่างไรคะ

คำตอบ
การสวดมนต์ต้องรู้ความหมายของบทสวด ว่าสวดเพื่ออะไร เช่นสวดเพื่อบูชาคุณของพระรัตนตรัย สวดเพื่อแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ สวดเพื่อป้องกันภัยพิบัติ ฯลฯ จะได้เลือกบทสวดได้ถูก การสวดมนต์เป็นการเจริญสติ สวดบ่อย ๆ ทำให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ สวดมนต์ก่อนปฏิบัติธรรมได้ก็ยิ่งดี

5. การเดินจงกรม และ นั่งสมาธิ จำเป็นต้องทำ 2 อย่างทุกครั้งเสมอหรือไม่ หากบางวันมีเวลาจำกัด ควรเลือกปฏิบัติ เดินจงกรม หรือ นั่ง สมาธิ คะ

คำตอบ
คนเราขณะมีชีวิตอยู่ต้องผ่านอิริยาบถ ยืน เดิน นั่งนอน กิน ดื่ม พูด ฟัง ฯลฯ การปฏิบัติธรรมทำได้ทุกอิริยาบถ เลือกปฏิบัติตามความเหมาะสม

6. การทำกรรมฐาน หมายถึง การทำวิปัสสนา ความหมายเดียวกันใช่ไหมคะ ควรต้องทำ ณ เวลาเดิม ๆ ทุกวัน หรือไม่ เช่นทุกวัน เวลา 22.00 -24.00 และ 04.00 -06.00 น.

คำตอบ
การทำกรรมฐาน หมายถึงการทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิ (สมถกรรมฐาน) แล้วทำจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง (วิปัสสนากรรมฐาน) ปฏิบัติได้ในทุกเวลาที่สะดวก ทุกเวลาที่ว่างจากการทำงานประจำ

7. การอุทิศส่วนกุศล หากจำชื่อไม่ได้ แต่นึกเห็นภาพ หน้าตาผู้นั้นได้ เขาก็จะได้รับหรือไม่คะ และถ้าเราไม่รู้จักเขา แต่มีจิตเมตตาอยากให้เขาพ้นทุกได้รับส่วนบุญกุศล เอ่ยชื่อ นามสกุล เขาจะได้รับเช่นกันใช่หรือไม่คะ

เนื่องจากพี่สาวของน้องที่ทำงานดิฉัน เสียชีวิต ซึ่งคาดว่า อาจจะเป็นการฆ่าตัวตาย หากแม่ หรือน้องสาวของผู้ตายเขาปฏิบัติจะได้ผลบุญกว่า หรือไม่ ทั้ง2 เสียใจและทุกข์ใจอย่างมากคะ ควรแนะนำเขาอย่างไรคะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์ ขอให้ท่านมีสุขภาพ แข็งแรง คะ


คำตอบ
จำชื่อไม่ได้แต่นึกเห็นภาพ ก็อุทิศส่วนบุญกุศลให้ได้ แต่เขาจะได้รับบุญกุศลนั้นได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าปัจจัย ๓ พร้อมคือ มีผู้อุทิศ มีบุญกุศลและผู้รับมาอนุโมทนา เขาต้องได้รับ ถ้าเหตุปัจจัยทั้งสามไม่พร้อมก็ไม่ได้รับ

ควรแนะนำน้องสาวและแม่ของผู้ตายว่า ทุกคนต้องตายเหมือนกันทุกคนคนต้องพลัดพรากเหมือนกัน นี่แหละทุกข์ เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตพูดให้เขาเข้าใจความจริงของชีวิต อยู่กับความจริง ยอมรับความจริง ความจริงเป็นเพียงสภาวะ ควรปล่อยวางความจริงนั้นเสีย แล้วเราจะไม่ต้องทุกข์

คนที่ไม่ยอมรับความจริง คนที่วิ่งหนีความจริง คนที่ไม่อยู่กับความจริงเป็นทุกข์ตลอดกาล ต้องการอย่างนั้นหรือ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. หากเกิดความเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของคนในโลก ดิฉันอยากจะหนีไปหาทีสงบ ๆ ที่ใดสักแห่งอยู่ เปลี่ยนงาน เปลี่ยนที่อยู่ หรือควรจะปฏิบัติจิตของตนอย่างไรให้หลุดพ้นสภาวะเช่นนี้ได้?

คำตอบ
หากเกิดความเบื่อหน่าย.......แสดงว่าขณะนี้ยังไม่ เบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของคนในโลก ควรรักษาอารมณ์ของใจไห้เป็นอย่างนี้เรื่อยไปเป็นเรื่องดี มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่ร่วมกับคน จะหนีให้พ้นไปจากคนถ้ายังมีชีวิตอยู๋เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ถ้าวันใดเกิดเบื่อหน่ายพฤติกรรม ของคน วันนั้นสภาพจิตใจของคุณได้ตกต่ำไปแล้ว เพราะต้องการให้คนอื่นเป็นอย่างที่คุณคิดนั้น เป็นความเห็นผิด(มิจฉาทิฏฐิ) ผู้ที่เห็นผิดชีวิตมีอุปสรรค มีปัญหา เป็นทุกข์ วิธีแก้ไขทำได้ถ้าคุณเชื่อผู้รู้มาบอกให้เปลื่ยนความเห็นให้เป็นสัมมาทิฏฐิ ด้วยการฝึกจิตให้มีสติระลึกทันสิ่งกระทบ และฝึกปัญญารู้ทันสิ่งกระทบตามความเป็นจริงแล้วใช้สติและปัญญารู้ทัน นำทางให้กับชีวิต ปัญหาเบื่อหน่ายต่อพฤติกรรมของคนอื่นจะหมดไป ถ้าคุณไม่เชื่อและไม่พัฒนาจิตใจตนเองเสียใหม่ แม้แต่พระพุทธเจ้าก็ช่วยคุณ ไม่ได้

2. เมื่อพบเจอบุคคลที่ไม่ดี เช่น ความเห็นแก่ตัวของเพื่อน, เจ้านาย เราควรจะทำจิตอย่างไรให้เป็นกุศลจิตที่ดีในการคิดดีพูดี ทำดีกับพวกเค้า เพราะมันยากมากกับคนที่ปฏิบัติไม่ดีกับเรา และควรหรือที่เราจะต้องปฏิบัติดี จงใจรักภักดีกับเจ้านายของเราในพฤติกรรมเช่นนี้ ใน เมื่อมงคล 38 ข้อแรกบอกว่าไม่ให้คบคน พาล ดิฉันจะต้องทำอย่างไรบ้าง?

รบกวนอาจารย์ช่วยตอบดิฉันให้ด้วยนะคะ เพราะไม่ใช่ดิฉันเท่านั้นที่สงสัย มีอีกหลายคนค่ะ และดิฉันจะนำหลักธรรมไปเผยแพร่เป็นธรรมะทานให้กับบุคคลผู้ยังไม่เห็นแสง สว่างในธรรมะเช่นเดียวกับดิฉัน



คำตอบ
คนอื่นไม่ดีเป็นเรื่องของเขา เป็นความไม่ดีของเขา เมื่อใดที่คุณพัฒนาจิตใจตนเอง จนสามาระกำจัดขยะในใจตัวเอง กำจัดสิ่งเศร้าหมอง(กิเลส)ให้หมดไปจากใจตัวเองได้ คุณจะมองคนอื่นเป็นคนที่น่าสงสาร คนไม่ดีจะไม่เกิดขึ้นในจิตใจคุณอีกต่อไป นี่คือสัจธรรมลองพิสูจน์ดูสิครับ ว่าสิ่งที่พูดนี้เป็นจริงหรือไม่
ส่วนเรื่องมงคล 38 ข้อที่ว่าไม่ให้คบคนพาล คนพาลเป็นคนทุศิล ไร้ธรรม ถ้าคุณคบหาสมาคม คลุกคลี ใกล้ชิด เพื่อนประเภทนี้เป็นคนที่มีความเห็นผิดจะทำให้คุณเอง คิด พูด ทำแต่สิ่งผิด ปัญหาอุปสรรคจะเกิดตามมา ทำให้เป็นทุกข์ ฉนั้นควรเลี่ยงให้ห่าง แล้วนำตัวเข้าใกล้บัญฑิตในทางธรรม(กัลยาณมิตร) เพื่อนประเภทนี้จะคอยขัดขวางท้วงติงหากคุณคิด พูด ทำไม่ดี และเขาจะคอยชักชวนคุณให้คิด พูด ทำแต่สิ่งดีๆ ชีวิตจะได้ไม่มีปํญหา มีแต่ความเจริญ และสงบสุข.

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณแม่ของเพื่อน เคยปฏิบัติธรรม อยู่เสมอ แต่ต่อมาป่วยเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นความจำเลอะเลือน สับสน อยากทราบว่า เหตุการณ์เช่นนี้ จะทำให้หมดโอกาส ปฏิบัติธรรมในขั้นสูงขึ้นไปอีกหรือไม่คะ
เคารพ


คำตอบ
สมองไม่รับรู้ เลอะเลือนแล้ว แสดงว่าสมองซึ่งเป็นเครื่องมือให้จิตอาศัย หมดสภาพที่จะใช้การได้แล้ว ให้ช่วยด้วยการเปิดเพลงสวดมนต์ให้ฟัง เปิดเทปให้ฟังเพื่อให้จิตสงบ เพราะจิตยังรับรู้ได้แม้จะแสดงออกให้เรารู้ไม่ได้ ยังรับรู้เมื่อลูกหลานทำอะไรให้ ด้วยความรักด้วยความเมตตา ท่านยังรับรู้ความรู้สึกได้ แต่โอกาสที่จะปฏิบัติธรรมชั้นสูงขึ้นไป อย่าเพิ่งพูดถึงเลยครับ คนมือดีเท้าดีสภาพร่างกายดีทุกอย่าง บางคนบอกว่าปฏิบัติธรรมมาเป็น 10 ปี ก็ยังไม่เห็นมีการพัฒนาก็มีเยอะ เพราะยังโกรธ ยังอิจฉา ยังถือเขาถือเรา ด้วยความที่ไม่รู้จักกำจัดขยะในใจออก สิ่งดีๆจึงเข้าไม่ได้ เพราะไม่มีที่ว่างให้เข้า

การที่คุณแม่เพื่อนเป็นเช่นนี้ เราดูแลท่านตามสภาพด้วยความเอาใจใส่ ด้วยความเมตตาเป็นการยกจิตท่านให้เป็นกุศล ให้เป็นบวกได้ เมื่อถึงจิตดวงสุดท้าย นับว่ามีผลหนุนส่งท่านได้มากเชียว ขอเอาใจช่วยนะครับ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ หากที่ใดมีความรัก มีความศรัทธาอย่างเปี่ยมล้น ปาฏิหารย์เกิดได้เสมอครับ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมยังเป็นผู้เริ่มต้นในการนั่งภาวนาอยู่แต่ก็มีความสนใจมากครับ
อยากถามอ.สนองว่าการที่นั่งสมาธิแล้วแต่จิตใจยังไม่สงบยังซัดส่ายวอกแวกอยาก ทราบว่าเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าเป็นเพราะศีลเรายังไม่บริสุทธิหรือเพราะ เพิ่งเริ่มหัดใหม่ครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับ


คำตอบ
การปฏิบัติภาวนา หากมีศีลคุมใจ จิตจะสงบได้ง่าย อยากรู้ว่ามีศีลคุมใจหรือไม่ให้ดูที่ความคิด พูด และทำ คิดอยากได้ของคนอื่น คิดเบียดเบียน คิดลวนลาม พูดเท็จ หยาบ ส่อเสียด เพ้อเจ้อ หยิบฉวยของผู้อื่นมาใช้โดยพละการ พรากชีวิตสัตว์ เช่น ยุง มด เหล่านี้ต้องไม่มีอยู่ในใจของนักปฏิบัติธรรม

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. สัตว์ที่เกิดในชาตินี้มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หากได้ เพราะอะไร -ที่ถามเพราะการเกิดเป็นมนุษย์ต้องมีศีล 5 ครบ แต่สัตว์จะมีศีล 5 ครบได้อย่างไร

คำตอบ
สัตว์เดรัจฉานตายแล้วมาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นไปได้แต่มีจำนวนน้อย สัตว์เดรัจฉานบางตัวที่กินพืช ไม่มีโอกาสสร้างบาปอกุศล ขณะใกล้จิตจะออกจากร่างไม่มีทุกขเวทนากุศลกรรมเก่าส่งผล จิตระลึกถึงเพื่อนต่างภพที่เป็นมนุษย์ แล้วจิตหลุดออกจากร่างทันทีโอกาสที่จิตมาปฏิสนธิเป็นมนุษย์มีได้

2. การที่เกิดเป็นมนุษย์ได้ ต้องมีศีล 5 ครบ แล้วทำไมจึงมีคนประเภทโหดเหี้ยม ทารุณ เช่นพวกฆาตกร เป็นต้น

คำตอบ
ขณะปฏิสนธิมีศีลครบ แต่อกุศลกรรมนำไปปฏิสนธิในสิ่งแวดล้อมไม่ดี เช่นไปเกิดในครอบครัวมิจฉาทิฏฐิ มีจิตเป็นบาปอกุศล ไม่พบกัลยาณมิตรในทางธรรม จิตขาดสติ โปรกรมจิตที่เป็นอกุศลยังมีอยู่ เมื่อเหตุปัจจัยลงตัว โอกาสทำชั่วจึงเกิดขึ้นได้

3. เมื่อก่อนชอบสะสมพระเครื่อง พอมาได้ฟังธรรมจากอาจารย์และพระอริยสงฆ์ แล้วตอนนี้พยายามจะเลิกเพราะเป็นความหลง จึงอยากจะนำพระที่เคยเช่ามาให้คน อื่นเช่าต่อ เพื่อนำเงินไปทำบุญ หรือสร้างกุศลจะได้ไหมครับ

คำตอบ
วัตถุใดที่เราเป็นเจ้าของโดยชอบธรรม สามารถนำไปจำหน่ายเพื่อนำทรัพย์ไปใช้ประโยชน์ในทางอื่นได้ ไม่ผิดธรรม

4. ขณะที่จิตใกล้ดับหรือตายควรทำอย่างไร ระลึกถึงพระพุทธ หรือให้มีสติรู้ตลอดเวลา หรือสวดมนต์ เพราะตอนนี้ชักสับสน เนื่องจากอาจารย์สอนให้พยายามมีสติระลึกรู้อยู่ตลอด เวลา

คำตอบ
ควรฝึกจิตให้มีสติระลึกรู้แต่สิ่งที่เป็นกุศลอยู่เสมอ เช่น สวดมนต์เป็นประจำ รักษาศีลเป็นประจำ ให้ทานเป็นประจำ ฯลฯ จนเกิดเป็นความเคยชิน ขณะจิตหลุดออกจากร่างด้วยการมีสติกำกับ มีได้เป็นได้

5. การอ่านหนังสือ ดูทีวี เป็นการส่งจิตออกนอกหรือไม่ครับ




คำตอบ
การอ่านหนังสือเป็นการส่งจิตออกนอกตัว แต่ไม่ออกนอกห้อง การดูทีวี เป็นการส่งจิตออกนอกตัวและออกนอกห้อง ขณะปฏิบัติธรรมไม่ควรทำทั้ง ๒ อย่าง แต่ควรน้อมจิตมาอยู่ในตัวเอง เพื่อให้เกิดความสงบ เพราะทั้งการอ่านหนังสือหรือดูทีวี ล้วนเป็นเหตุให้เกิดสังขารคือการปรุงแต่งหากอินทรีย์ยังอ่อน จึงยากที่จะรวมจิตให้นิ่งได้

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. ดวงจิตของผู้ที่เป็นเจ้าหญิงหรือเจ้าชายนิทรา จะเป็นอย่างไรค่ะ

คำตอบ
จิตยังอยู่กับร่างกาย เป็นพลังงานที่ยังทำงานได้ เขาสามารถรับรู้สิ่งที่ญาติสื่อไปถึงเขาได้ แต่เขาไม่สามารถใช้อวัยวะของร่างกาย สื่อกลับมาถึงญาติได้ ด้วยสาเหตุที่วงจรสื่อกลับ (รับสั่งงาน) ของสมองชำรุด

2. เมื่อนั่งสมาธิแบบพองหนอ ยุบหนอ แล้วสงบบ้างไม่สงบบ้าง ความรู้สึกของจิตอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหนต่อ แบบนี้ถูกแล้วยังคะ

คำตอบ
ตอนที่จิตสงบแสดงว่ามีสติเกิด ตอนที่จิตไม่สงบแสดงว่าขาดสติจิตไปรับสิ่งกระทบอื่นมาปรุงอารมณ์ ต้องแก้ไขด้วยการภาวนาว่า รู้หนอ รู้หนอ รู้หนอ เรื่อยไปจนกว่าความไม่สงบ (อารมณ์) จะหายไป แล้วจึงกลับมาภาวนา พองหนอ-ยุบหนอใหม่ ทุกครั้งที่มีอารมณ์มาแทรก ต้องกำหนดอย่างนี้แล้วจิตจะมีสติมากขึ้น สงบเป็นสมาธิมากขึ้น

3. เคยไปอบรมวิปัสสนา แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในความมืด ความว่าง (นั่นเป็นแค่อุปกิเลสอย่างหนึ่งใช่ไหมคะ) ตอนนั้นรู้สึกกลัว จึงยั้งจิตไม่ให้เข้าไป

คำตอบ
ความรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในความมืด ความว่าง ขณะนั่งภาวนานั่นแสดงว่า สติเคลื่อนออกไปจากองค์ภาวนา ต้องกำหนดเหมือนข้อ (๒) จนกว่าสติจะถูกดึงกลับมาอยู่กับพองหนอ-ยุบหนอดังเดิม ที่บอกว่าจิตรู้สึกกลัวแสดงว่า จิตไม่รู้จริงเรื่องความมืด ความว่าง ถ้าจะให้ความกลัวหมดไปต้องใช้พลังของสมาธิมาพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง แล้วจะไม่กลัวความมืดความว่างอีกต่อไป

4. การถวายข้าวให้พระพุทธรูปเป็นสิ่งจำเป็นไหม และทำได้ในช่วงเวลาใดบ้างคะ เช่นต้องก่อน 11 โมงเช้า หรือไม่คะ


คำตอบ
พระพุทธเจ้านิพพานไปแล้ว ทิ้งร่างกาย (รูป) ไปแล้ว จิต (นาม) พ้นไปจากสมมุติแล้ว ความดี-ความชั่ว บุญ-บาป ความหิว-ความอิ่ม ฯลฯ เหล่านี้เป็น สมมติ จิตที่พ้นสมมติไปแล้ว เรียกว่า วิมุตติ พระพุทธเจ้ายังต้องอาศัยสิ่งที่เป็นสมมติอยู่อีกหรือ เช่นเดียวกันพระพุทธรูป เป็นรูปสมมติที่สร้างขึ้นแทนองค์พระพุทธะ เอาข้าวไปถวายแล้วรูปสมมติ (พระพุทธรูป) ฉันข้าวได้หรือ ในครั้งกาล พระพุทธโคดม สอนเวไนยสัตว์ให้เชื่อโดยมีเหตุผลรองรับให้เชื่อ โดยใช้ปัญญาพิจารณา อย่าปลงใจเชื่อด้วยการฟังตามกันมาก ด้วยการลือสืบ ๆ กันมา ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ ฯลฯ ผู้ตอบคำถามเชื่อพระพุทธโคดม จึงสรุปว่า ไม่จำเป็นต้องถวายข้าวพระพุทธรูป แต่ควรบูชาพระคุณของพระพุทธเจ้า ด้วย อามิสบูชา (ดอกไม้ ธูป เทียน ฯลฯ) และจะเป็นการบูชาที่ดีที่สุด ต้องบูชาด้วยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานหรือที่เรียกว่า ปฏิบัติบูชา

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ค. 2010, 04:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วันที่ถือศีล8 ( 1 วันต่อ 1 สัปดาห์) คำสอนของอาจารย์
ได้ฉุดช่วยให้ เกิดกำลังใจที่จะพยามฝึกฝนปฏิบัติ
เนื่องจากห่างบ้านมาไกลเพื่อศึกษาต่อ จึงคิดได้แต่เพียงว่า
หากทำบุญด้วยการบำเพ็ญ คงจะพอทดแทนบุญคุณบิดามารดาได้บ้างในตอนนี้
อยากรบกวนปรึกษาอาจารย์ว่า

1. ต้องบอกให้ผู้มีพระคุณทราบหรือไม่ เขาถึงจะอนุโมทนาในสิ่งที่เราพยามให้ในตอนนี้

คำตอบ
อนุโมทนาบุญ เป็นหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ 10 เมื่อเห็นผู้อื่นทำการอันเป็นกุศล เช่น กำลังเอาอาหารใส่บาตรพระถ้าผู้ที่เห็นกล่าวคำอนุโมทนา

หรือคำว่าสาธุ บุญย่อมเกิดขึ้นแล้วกับผู้กล่าว ที่ถามมา ต้องบอกให้ผู้มีพระคุณทราบด้วยเขาจะได้กล่าวคำอนุโมทนา แล้วบุญจะเกิดกับเขา


2. หวาดกลัวในการนั่งสมาธิลึกๆ รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย เหมือนนั่งที่มีอาจารย์คุม พอลมหายใจเริ่มละเอียด กลัวได้ยิน หรือเจอวิญญาณต่างๆ
(เคยสัมผัสมาบ้างนิดหน่อยจิตปรุงใหญ่เลย)อยากสู้กับความกลัวเหล่านั้น
มีวิธีแก้ไขได้อย่างไรบ้างคะ

คำตอบ
สู้กับความกลัว เป็นตัณหาของผู้มีอัตตา หรือผู้มีความเห็นผิด ความกลัวเกิดจากการรู้ไม่จริงในเรื่องที่กลัว ถ้าพัฒนาจิต จนมีสติและเข้าถึงปัญญาเห็นแจ้งได้แล้ว ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจจะหายไปตามกฎไตรลักษณ์
3. บางครั้งนั่งแล้วไปแน่นไปติดอยู่ตรงหน้าผาก หว่างคิ้ว กลายเป็นบางครั้งมึนศีรษะไป

ขอกราบขอบพระคุณในความกรุณาของอาจารย์ ที่เมตตาให้ธรรมะเป็นทาน
ที่อาจารย์ได้ชี้ทางสว่าง กรรมดีอันใดที่ลูกเคยกระทำ ขอน้อมบูชาอาจารย์
ด้วยความเคารพค่ะ

คำตอบ
บางครั้งนั่งปฏิบัติกรรมฐานแล้ว เกิดอาการแน่นตึงที่หน้าผากระหว่างคิ้ว วิธีหนีปัญหานี้ทำได้ด้วยการเปลี่ยนอิริยาบท วิธีแก้ปัญหาที่ทำได้ดีกว่าคือ ขณะเกิดอาการแน่นตึงระหว่างคิ้วให้กำหนดว่า รู้หนอ รู้หนอ รู้หนอ เรื่อยไปจนกว่าอาการดังกล่าวจะหายไป และวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือใช่จิตที่นิ่งเป็นสมาธิตามดูอาการที่เกิดขึ้นระหว่างคิ้ว ว่าเป็นไปตามกฏไตรลักษณ์ เมื่อใดที่จิตเห็นอาการที่เกิดขึ้นระหว่างคิ้วดับไปปัญหาจะหมดไปในที่สุด

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1521 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ... 102  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร