วันเวลาปัจจุบัน 17 พ.ย. 2019, 20:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 1521 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 ... 102  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1 นั่งภาวนาสักพักรู้สึกโล่งที่ศีรษะ แล้วจะไล่ลงไปที่ขาแบบวูบๆเหมือนจะร่วงหล่น แต่เป็น2-3วินาทีก็หาย ไม่เป็นทุกครั้งที่นั่ง อาการแบบนี้คืออะไรคะ

คำตอบ
• คือปีติ


2 ตอนนั่งภาวนาถ้าหลังไม่พิงพนักจะไม่สบายตัว ตัวจะสั่น ถ้าพิงพนักจะผิดไหม

คำตอบ
• ไม่ผิด


3 เวลานั่งวันละ3ครั้ง ต้องตั้งจิตอธิษฐานทุกครั้งไหมคะ

คำตอบ
• ไม่จำเป็นต้องอธิฐานทุกครั้ง

4 เคยเจอเรื่องแปลกคือนั่งภาวนาแล้วตัวแข็งจากนั้นบังคับไม่ได้เดินไปที่กระจก แล้วมีเสียงได้ยินในใจว่าเขาเป็นเทวดามาคุยด้วย และทายอนาคตให้รวมทั้งทายให้ญาติด้วย จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวทำอะไรโดยที่ไม่รู้ตัว จำอะไรไม่ค่อยได้ มีแต่สารพัดเสียงที่ได้ยินทั้งหญิงชาย มาคุยมากมายหลายเรื่อง ชวนหัวเราะก็มี ไม่ได้นอนเลย 2-3วัน และกินน้อยมาก ผอมลง บังคับตนเองไม่ได้ บางทีได้ยินเสียงสวดมนต์ทั้งคืน จากนั้นก็หายเป็นปกติ สงสัยว่าเกิดจากอะไรกันแน่ ไปถามพระบอกว่ามีครูบาอาจารย์ ถามเจ้าเข้าทรงบอกว่ามีเจ้ากรรมนายเวรมารบกวน
เรียนถามท่านดร. ว่าเกิดจากอะไรคะ ...
ขอบคุณมากค่ะ .....

คำตอบ
• มีพลังจิตอื่นมาใช้ร่างกายของเราเพื่องานของเขา

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การคุมกำเนิด โดยกินยา ถือเป็นบาปไหมค่ะ ถ้าบาปจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร เมื่อเราไม่พร้อม
ขอบพระคุณค่ะ

คำตอบ
เป็นบาปคือป้องกันหรือขัดขวางไม่ให้ปฏิสนธิวิญญาณมา เกิดเป็นการสร้างศัตรูถือว่าเป็นบาป แก้ไขโดยทำความดีสร้างบุญ สร้างบารมีให้ยิ่งใหญ่กว่าบาป

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1 ถ้าชาติก่อนไม่มีบารมีทางภาวนา ชาตินี้สามารถภาวนาจนจิตสงบได้ไหม

คำตอบ
• สัตว์ที่กลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์แล้ว คำว่าไม่มีบารมี เป็นไปไม่ได้ เพราะจะเกิดเป็นมนุษย์ได้อย่างน้อยต้องมี ศีลบารมี
• ส่วนบารมีทางภาวนาถ้าไม่มีมาก่อน ชาตินี้ภาวนาให้จิตสงบได้ยาก

2 อดีตทำกรรมมาบ้าง แต่ปัจจุบันทำแต่กรรมดี ไม่ทำบาปเลย และนั่งภาวนา สวดมนต์ จะช่วยลบล้างกรรมในอดีตได้ไหมคะ

คำตอบ
• ลบล้างกรรมในอดีตไม่ได้ ดูตัวอย่างพระพุทธเจ้ายังมีกรรมเก่าที่ไม่ดีกลับมาให้ได้รับอกุศลวิบากใน ชาติสุดท้าย ที่ถูกพระเทวทัตกลิ้งก้อนหินจากยอดเขาลงมาเพื่อทำร้ายพระพุทธองค์

3 มีวิธีไหนที่จะทำให้จิตรวม สงบได้เร็ว

คำตอบ
• ถ้าอยากให้จิตรวมสงบได้เร็ว ต้องมีศีลควบคุมใจ ต้องมีกัลยาณมิตรคอยชี้นำต้องปฏิบัติให้ถูกกับจริตของตน ต้องเร่งความเพียร ฯลฯ


4 ถ้าอยากเกิดเป็นคนดี ทุกๆชาติ จะต้องอธิษฐานอย่างไรคะ

คำตอบ
• ต้องมีศีลควบคุมใจ ต้องมีสัจจะ ต้องสร้างมหาทาน(เลี้ยงพระ 7 วัน , สร้างศาลาถวายสงฆ์ , สร้างโรงทาน , สร้างถนนให้คนสัญจร ฯลฯ) แล้วจึงอธิษฐานว่า หากจำเป็นต้องเกิดเป็นคนแล้ว ขอให้คนดีทุกชาติ จนกว่าจะเข้านิพพาน


5 คำว่าปรินิพพานกับนิพพานต่างกันอย่างไรคะ

คำตอบ
• เป็นคำที่ต่างกัน แต่มีความหมาย เหมือนกัน คือมีจิตเป็นอิสระ หมดสิ้นอาสวะกิเลส


6 เมื่อพระอรหันต์ละสังขาร จิตของท่านจะไปไหน และเป็นอย่างไรคะ

คำตอบ
• ตอบไม่ได้ ไม่มีความรู้


7 เพศหญิงและฆราวาส สามารถนิพพานได้ไหม

คำตอบ
• เพศหญิงเข้านิพพานได้ ตัวอย่าง อัมพปาลีเป็นโสเภณี ยังพัฒนาจิตตนเองจนเป็นพระอรหันต์ได้ ฆราวาสก็เข้านิพพานได้ เช่น พระนางเขมา ซึ่งเป็นมเหสีรองของพระเจ้าพิมพิสาร สำเร็จเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่เป็นฆราวาส


8 วิปัสสนา กรรมฐานและภาวนาต่างหรือเหมือนกันอย่างไร

คำตอบ
• คำว่าวิปัสสนากรรมฐาน เป็นการพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง ส่วนคำว่าภาวนาแปลว่าพัฒนา จิตภาวนา หมายถึงการพัฒนาจิตให้นิ่งเป็นสมาธิ (สมถะกรรมฐาน) และพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง (วิปัสสนากรรมฐาน)


9 เทวดาสามารถปฏิบัติธรรมจนนิพพานได้ไหม โดยไม่ต้องเกิดเป็นคน
ขอบพระคุณมากค่ะ ...

คำตอบ • เทวดาสามารถพัฒนาจิตตนเองให้มีดวงตาเห็นธรรมได้ จึงบรรลุเป็นอริยเทวดาชั้นต้น(โสดาบัน)ได้ ตัวอย่างตอนที่พระพุทธเจ้าขึ้นไปเทศนาโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ ได้ดวงตาเห็นธรรม เปลี่ยนสภาพจากปุถุเทวดาไปเป็นอริยเทวดา(สิริมหามายาเทพบุตรโสดาบัน) หากเทวดาตนนั้นมีความสามารถพัฒนาจิตตนเอง จนเข้าสู่ความเป็นอริยเทวดาขั้น 3 (เทวดาอนาคามี) แล้วจุติ (ตาย) ไปเกิดเป็นรูปพรหมในชั้นสุทธาวาสได้ สามารถบรรลุสู่แดนพระนิพพานได้โดยไม่ต้องกลับมาเกิดเป็นคนอีกเลย

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1.เรื่องการฝึกกรรรมฐาน ควรเริ่มต้นอย่างไรค่ะ เท่าที่ทราบมาคือควรมีผู้ชี้แนะเพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง สถานที่หรือวัดใดที่หนูควรไปขอรับคำแนะนำค่ะ(เวลาหนูนั่งฝึกจิตให้ป็นสมาธิ กลับรู้สึกจิตเหมือนลูกลิงกระโดดไปมา ไม่อยู่นิ่ง แต่บางทีเวลาทำงานกลับเหมือนจิตนิ่งกว่าเวลาหลับตาค่ะ)

คำตอบ
การฝึกกรรมฐานถ้าจะให้ได้ผลดี ต้องหาครูที่เป็นกัลยาณมิตรในทางธรรม ขอรับกรรมฐาน ทำใจให้มีศีล ปฏิบัติตามคำสอนของครู ทำตัวเหมือนคนโง่ ไม่ต้องสงสัยแต่ต้องทำตามที่ครูบอกให้ได้ ส่วนจะบอกว่าปฏิบัติสำนักไหน
คงบอกยาก เพราะขึ้นอยู่กับจริตของแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับบุญกุศลของผู้เข้าปฏิบัติ ฯลฯ อิริยาบถใดที่ทำให้จิตนิ่งได้ ใช้อิริยาบถนั้นเป็นองค์ภาวนา


2.บวชชีพรามณ์ถือเป็นมหากุศลด้วยหรือเปล่าคะ และต้องบวชอย่างน้อย9วันด้วยหรือเปล่าคะ(เมื่อ10ปีก่อนหนูเคยไปบวชชีพราหมณ์ ได้5วัน พอเข้าวันที่6อยู่ดีๆเกิดรู้สึกกลัวขึ้นมาจนต้องให้ที่บ้านมารับกลับค่ะ)

คำตอบ
บวชชีพราหมณ์ ถือเป็นมหากุศลได้ เพราะถ้าทำได้ถึง ขั้นสามารถทำให้มีดวงตาเห็นธรรมได้ บวชมากวันหรือน้อยวันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย แต่ถ้าบวชแล้วจิตสงบเป็นสมาธิได้ จิตเกิดปัญญาเห็นแจ้งได้ การบวชในครั้งนั้นจัดได้ว่าเป็นมหากุศล



3.ในส่วนการเลี้ยงพระสุปฏิปัณโณ หรือพระที่ออกจากนิโรธิสมาบัติ เราจะทราบได้อย่างไรค่ะว่าพระองค์ใดเป็นพระสุปฏิปัณโณ หรือบำเพ็ญนิโรธิสมาบัติ และหากหนูจะขอสอบถามท่านอ.ดร.สนอง เป็นการส่วนตัวว่ามีพระสงฆ์รูปใดบ้างคะไม่ทราบจะเป็นการละลาบละล้วงและทำให้ ท่านลำบากใจมากไปหรือเปล่าคะ ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างยิ่งที่จักช่วยแนะทางสว่างให้หนูค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง ... ปารมิตา

คำตอบ
พระสุปฏิปันโน คือพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติธรรมแล้วมีจิตสงบ มีกิเลศลด มักน้อย สันโดษ ไม่ติดกลุ่ม เลี้ยงดูง่าย ฯลฯ
ส่วนพระที่บำเพ็ญนิโรธสมบัติ ผู้ที่จะทำได้ต้องเป็นพระอริยบุคคลขั้นอนาคามีขึ้นไป พระที่เข้านิโรธสมาบัติทุกปี(เดือนกุมภาพันธ์)อยู่วัดศรีดอนมูล อ.สารภี เชียงใหม่ องค์อื่นไม่เปิดเผยต้องสืบหาเองยังมีอยู่หลายองค์

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ผมอยากทราบวิธีปฏิบัติเพื่อให้บรรลุธรรมชั้นพระโสดาบันครับ และอยากทราบว่าถ้าผู้หนึ่งผู้ใดบรรลุธรรมชั้นนี้แล้วจะสามารถรู้ได้ตัวเอง ว่าบรรลุธรรมชั้นนี้แล้วหรือไม่
ขอแสดงความเคารพอย่างสูงครับ


คำตอบ
ต้องมีศีลคลุมใจ(อย่างน้อยศีล 5) ให้ได้แล้วเจริญสติจนเกิดเป็นสมาธิขั้นอุปจารสมาธิ และพิจารณาสติปัฎฐาน 4 (กาย เวทนา จิต ธรรม)ให้เห็นเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง-ทุขขัง-อนัตตา)
ถ้าเมื่อใดเห็นกายเป็นอนัตตาได้ คือดับไปไม่มีร่างกาย แล้วจิตไม่ยึดถือว่าเป็นร่างกายของเราความเห็นว่าเป็นตัวเราเป็นของเราไม่มี นั่นคือละสักกายทิฏฐิได้

มีตัวอย่างในครั้งพุทธกาล อุปติสสะ(พระสารีบุตร)ได้ฟังพระอัสชิพูดถึงสิ่งที่ศาสดาตรัสไว้ว่า "ธรรมใดเกิดย่อมเกิดแต่เหตุ และตรัสเหตุแห่งความดับไว้ด้วย พระศาสดามีปรกติตรัสอย่างนี้"
หลังจากฟังพระอัสชิ แล้วอุปติสสะ ได้พิจารณาโดยแยมคาย(โยนิโสมนสิการ) แล้วเห็นว่าสิ่งใดเกิดขึ้นสิ่งนั้นดับไปเป็นธรรมดา จึงได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน

ผู้ที่เป็นพระโสดาบันละสักกายะทิฏฐิได้ ไม่สงสัยในพระรัตนตรัยและมีศีลคลุมใจตลอด (คือศีลไม่พร่อง ศีลไม่ด่าง ไม่สักแต่ว่าถือศีลด้วยปาก)

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. ดิฉันอยากทราบเรื่องการบริจาคร่างกาย
เป็นบุญกุศลหรือไม่ และถ้าเราตายไปแล้วไม่อยากให้มีพิธีกรรมทางศาสนาเพราะสิ้นเปลืองเงินทองของ ผู้ อยู่ภายหลัง และจะให้ญาตินำร่างกายเราไปบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้กับนักศึกษาได้เรียนรู้ร่างกายมนุษย์ จะเป็น บาปหรือไม่ ถ้าเราจะไม่ให้ญาติเราจัดงานศพ สวดศพ อยากได้รับคำแนะนำด้วยคะ

คำตอบ
การบริจาคร่างกาย ถ้าไม่เป็นบุญกุศล อาจารย์คงไม่บริจาคให้คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลสวนดอกหรอก (บริจาคไปนานมากแล้ว ยังไม่ตายสักที) เมื่อตายไปแล้วไม่อยากให้มีพิธีกรรมทางศาสนา เพราะสิ้นเปลืองของผู้อยู่ภายหลัง ถ้าจะให้ญาตินำร่างกาย (ศพ) ไปบริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ภายหลัง อาจเป็นบาปกับคนที่อยู่ได้ เพราะญาติยังยึดติดว่าเราเป็นสมมุติของเขา ถ้าไม่ได้ทำศพตามพิธีกรรมทางศาสนา ญาติไม่สบายใจจิตเป็นบาปของผู้อยู่ ส่วนผู้ตายมีจิตประสงค์บริจาคร่างให้คนอื่นนำไปใช้ประโยชน์ บุญก็เกิดกับผู้มีจิตบริจาค


2. เรื่องการใช้แผ่น VCD ที่เรา copy มาเปิดดู เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (แต่เราไม่ได้ไปจำหน่ายเพื่อผล กำไร) ผิดศีลหรือไม่


คำตอบ
การ Copy แผ่น VCD ถ้าไม่ขออนุญาตเจ้าของถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และผิดศีลด้วย ถึงแม้ว่าจะมิได้นำไปจำหน่ายก็ตาม

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. การอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ใด จำเป็นต้องเอ่ยชื่อคนนั้นหรือไม่ ผมเพียงแต่นึกถึงเขาๆจะได้รับส่วนบุญหรือไม่

คำตอบ
• การอุทิศส่วนกุศลจะเอ่ยชื่อผู้รับหรือไม่เอ่ยชื่อก็ได้ ถ้าสภาวะของผู้ล่วงลับอยู่ในฐานะที่รับได้ เพียงแต่นึกอุทิศกุศลให้ก็ถึงผู้รับได้

2. กรณีของไข้หวัดนก ที่ต้องฆ่าไก่ ฆ่าเป็ดจำนวนเป็นแสน เป็นล้านตัว เห็นแล้วสงสารมาก ถ้าเป็นอาจารย์ จะแน่นำในเรื่องนี้อย่างไร

คำตอบ
• แนะนำว่า “ วางเฉย ” เพราะเป็นเรื่องการผูกเวรระหว่างคนกับเป็ด - ไก่ ซึ่งเป็นเรื่องของเขา เราเป็นเพียงผู้ดู แล้วอุทิศบุญกุศลของเราให้เป็ดไก่ เป็นวิธีที่ดีที่สุด

3. สวรรค์และนรก เป็นสากลหรือไม่ หมายความว่าทุกศาสนาจะร่วมใช้ด้วยกันหรือไม่ อยากให้อาจารย์ช่วยอธิบาย

คำตอบ
• สวรรค์และนรกเป็นสากล แต่รูปลักษณ์อาจไม่เหมือนกันก็ได้ เพราะยังเป็นสมมุติของสังสารวัฏ ตัวอย่าง เช่น คุกไทยกับคุกฝรั่งไม่เหมือนกัน , โบสถ์ไทย โบสถ์ฝรั่ง โบสถ์แขก ยังไม่เหมือนกัน แต่มีสาระซึ่งเป็นสากลเหมือนกัน จะร่วมใช้ด้วยกันหรือไม่ร่วมใช้ก็ได้ เช่นฝรั่งมาติดคุกเมืองไทยหรือนักโทษติดคุกไทยไม่ไปติดคุกฝรั่ง

4. กรณีที่บ้านขึ้นปลวกและมีแมลงสาบ มากๆจนทำลาย ข้าวของ อยากให้ช่วยแนะนำว่าควรทำอย่างไร หากไม่ทำลายเขา

คำตอบ
• เรื่องปลวกทำลายบ้าน ถ้าไปฆ่าเขาบาปแน่นอน วิธีดีที่สุดคือป้องกันไว้ก่อนที่ปลวกจะขึ้นบ้าน เช่น ใช้น้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วเทไว้รอบโคนเสาบ้าน ส่วนแมลงอาศัยอยู่ในบ้าน คนโบราณเขาใช้พิมเสนผสมการบูรใส่ถุงไว้ตามลิ้นชัก หรือในตู้เก็บจาน ชาม , เก็บเสื้อผ้า เพื่อป้องกันไม่ไห้แมลงสาปมาอยู่อาศัย

5. จากการฟังบรรยายธรรมของอาจารย์หลายครั้งในเรื่องจิต เชื่อว่าจิตพัฒนาได้ถูกต้องใช่ไหมครับ แต่อยากทราบว่าจิตแก่ตามวัยหรือไม่ ( ที่ถามเพราะว่า จากข่าว พวกเฒ่าหัวงู อายุ 60-70 ปี ยังมีความอยากในเรื่องกาม )

คำตอบ
• จิตพัฒนาให้กิเลศลดลงหรือทำให้หมดกิเลสได้ จิตไม่มีแก่ ไม่มีหนุ่ม เพราะเป็นพลังงาน ส่วนเรื่องเฒ่าหัวงูยังมีความอยากในเรื่องกามเพราะจิตของเขามีกำลังสติน้อย ไม่อาจต้านทานพลังจากร่างกายได้ จิตจึงตกเป็นทาสของกามตัณหา

6. การที่จิตหลุดออกจากร่างแล้วเห็นตัวเองแสดงว่า การดูไม่ต้องใช้ตา แต่ใช้จิตในการมองใช่หรือไม่ ที่ถามเพราะคนที่อุทิศดวงตาหรือผู้ที่กำลังจะอุทิศจะได้สบายใจ

คำตอบ
• จิตที่หลุดออกจากร่างแล้วเห็นตัวเอง ก็เหมือนกับคลื่นเรดาร์ ไปเห็นเครื่องบิน ไม่จำเป็นต้องมีตา ก็รู้ว่าเป็นเครื่องบิน จิตเป็นพลังงานอมตะที่มีธาตุรู้ ส่วนคนที่อุทิศดวงตาไปแล้ว ถ้ายังไม่ตายก็ต้องตาบอดมองไม่เห็น ถ้าตายไปแล้วตาดีกว่าเดิม เพราะการเห็นใช้พลังงานจิตเห็น ไม่ได้ใช้ตาเนื้อตาหนังเห็น การอุทิศดวงตาเป็นทานอุปบารมี ทำแล้วมีอานิสงส์มาก

7. คนที่ไม่มีสติหรือเอาสติไปจับที่นั่นที่นี่ ทำให้สูญเสียพลังโดยใช่เหตุ ใช่หรือไม่

คำตอบ
• คนที่ส่งจิตออกไปรับสิ่งกระทบภายนอกร่างกายมาปรุงเป็นอารมณ์ เป็นการสูญพลังงานโดยไม่จำเป็น ไม่เกิดประโยชน์กับชีวิตมากนัก คนที่ฉลาดใช้สติคุมจิตไม่ไห้ออกไปนอกตัว พวกนี้จิตสงบมีพลังเก็บไว้ในตัวมาก

8. การที่บอกว่าเกิดในเมืองมนุษย์นั้น หมายถึงโลกใบนี้ใช่หรือไม่ หรือมีมนุษย์โลกอื่น เป็นไปได้หรือไม่ เพราะบางครั้งมองดูโลกเล็กไปหากเทียบกับจักรวาล

คำตอบ
• มนุษย์ในโลกอื่นก็มี ไม่จำเป็นว่าต้องมาเกิดในโลกที่เราอยู่อาศัยนี้

9. อยากให้เด็กประถม เด็กมัธยมในโรงเรียนได้ฟังธรรมที่อาจารย์บรรยายจัง เพราะวัยนี้กำลังถูกครอบงำโดยอบายมุขแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตั้งแต่เกิดจนโต น่าเสียดายพลังของชาติ ผู้ใหญ่ในสังคมเองที่เป็นตัวอย่างที่ดีก็น้อยลงเรื่อยๆ ขอความเห็นในเรื่องนี้จากอาจารย์ครับ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
ธนู เศวตศรีถวัลย์ ... 2 มิถุนายน 2548

คำตอบ
• ความคิดที่อยากให้เด็กประถม เด็กมัธยมในโรงเรียนได้ฟังธรรม เป็นความคิดที่ดี ขณะนี้อาจารย์กำลังทำอยู่

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เราจะเอาธรรมะมาแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างไร หรือปัญหาต่างๆที่เราแก้ไม่ตก กว่าเราจะนั่งจนได้สติเราก็ตายก่อนแน่เลยเวลา Bank โทรมาทวงเรามากๆ
ถ้าปฏิบัติจะนานไหมค่ะ


คำตอบ
เรื่องหนี้สินเมื่อสร้างขึ้นแล้วแก้ไขไม่ได้ ต้องใช้หนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด ซึ่งเป็นไปตามกฎแห่งกรรม แม้แต่พระพุทธเข้ายังต้องใช้หนี้ให้พระเทวทัต อยู่หลายชาติ คนที่ไม่ประมาท เขาป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นหนี้ด้วยการดำเนินชีวิตแบบ มักน้อย สันโดษ และมีสาระ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1.การปฎิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน กิจวัตรประจำวันของอาจารย์อาจารย์ทำอย่างไรให้ตัวเรามีสติอยู่ตลอดเวลา เช่นอาจารย์ตื่นเวลาอะไร ตื่นแล้วอย่างแรกคิดอะไรหรือทำอย่างไรพิจารณาอย่างไร ในระหว่างวันตั้งแต่ตื่นจนเข้านอนอาจารย์มีสติโดยการภาวนาหรือพิจารณาอย่าง ไร

คำตอบ
อาจารย์กำหนดจิตให้ระลึกอยู่กับอิริยาบถที่เป็น ปัจจุบันในทุกครั้งที่นึกได้ทุกครั้งที่ทำงาน ตื่นแล้วไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่ถ้ามีสิ่งกระทบจากข้างนอก (อายตนะภายนอก) เข้ากระทบ หู , ตา , จมูก , ลิ้น ฯลฯ (อายตนะภายใน) จิตระลึกได้ทันสิ่งที่เข้ากระทบ และใช้ปัญญาที่เกิดจากจิตนิ่ง ตามดูว่าสิ่งกระทบทุกอย่างดับไป ตามกฎไตรลักษณ์


2.ปัญญาตัวที่สามที่อาจารย์บรรยายในธรรมะเราต้องพิจารณาอย่างไร หรือว่าเมื่อจิตนิ่งแล้วจะเกิดขึ้นเองไม่ต้องนำหัวข้อธรรมใดๆมาพิจารณาครับ

คำตอบ
ปัญญาตัวที่ 3 จะเกิดขึ้นได้ต้องฝึกจิตให้มีสติ เมื่อใดที่จิตมีสติแล้ว สมาธิเกิดเป็นอัตโนมัติ ใช้พลังของสมาธิระดับอุปจารสมาธิ พิจารณา กาย เวทนา จิต ธรรม เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ ปัญญาตัวที่ 3 จะเกิดได้ต่อเมื่อเห็นสรรพสิ่งเกิดแล้วดับไป


3.สำหรับคนที่ปฎิบัติธรรมนั้น แต่ละคนมีอาจารย์ที่สามารถฝึกฝนตนอยู่แล้วหรือไม่ครับ เราจะทราบได้อย่างไรว่าท่านใดเป็นอาจารย์เราที่จะสงเคราะห์เราให้เข้าเส้น ทางธรรมที่เป็นสัมมาสมาธิ หรือเราต้องเสาะแสวงหาเองครับ ฝึกตนเองไปเรื่อยๆและรอจนพบเอง.... กราบขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูง
พรชัย ม้าวิไล ... 22 พฤษภาคม 2548

คำตอบ
คนที่ปฏิบัติธรรม มีตัวเองเป็นอาจารย์สอนตัวเอง ถ้าเรานิ่งได้แล้ว จิตใจที่นิ่งตามดูสิ่งดีและไม่ดีที่เกิดกับใจตัว แล้วเห็นมันดับไป ไม่ยึดติดทั้งดีและทั้งไม่ดี จะเกิดเป็นปัญญารู้ทัน จิตจะเป็นอิสระ ปล่อยวาง นี่คือปัญญาที่เห็นถูกตรงตามความเป็นจริง

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. มีอาชีพใดๆบ้างที่เป็นสัมมาอาชีวะ(ยกเว้น 5 อาชีพที่พระพุทธองค์ทรงห้ามไว้)แล้วไม่ผิดกฎของกรรม(ไม่มีการสร้างกรรมดำต่อ ภพต่อชาติอีก เช่น อาชีพ เสริมสวย ไม่ผิดกฎหมายแต่ผิดกฎของกรรม)
คำตอบ
• อาชีพหมอดู ไม่ผิดกฎหมายเป็นสัมมาอาชีวะทางโลก แต่เป็นมิจฉาอาชีวะทางธรรม เพราะเป็นอาชีพสร้างเหตุ ให้ต้องเวียนตาย - เวียนเกิด ในวัฏฏะสงสาร
• อาชีพครูสอนหนังสือไม่ผิด ก.ม. เป็นสัมมาอาชีวะในทางโลก แต่เป็นมิจฉาอาชีวะในทางธรรม เพราะสอนคนให้ติดโลก เป็นทาสของโลกธรรมและวัตถุ
• อาชีพครูสอนสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ผิด ก.ม. และ เป็นสัมมาอาชีวะในทางธรรม เพราะสอนคนให้พ้นจากวัฏฏะสงสาร
ฯลฯ


2.การเจริญสติ มักทำได้ไม่เท่าทันรับกับปัจจุบัน ควรแก้ไขอย่างไรครับ
คำตอบ
เร่งความเพียร เจริญสติทั้งอิริยาบถใหญ่ และที่สำคัญต้องเจริญสติในอิริยาบถย่อย ในทุกครั้งที่นึกได้ และในทุกครั้งที่ว่างจากการทำงาน


3.การเดินจงกรมและนั่งสมาธิ ควรจะใช้เวลาเท่าไรจึงจะเหมาะสมในแต่ละวัน
คำตอบ
การเดินจงกรมและนั่งสมาธิในแต่ละคนใช้เวลาไม่เท่ากัน แต่ต้องมีสติตามดูว่า เมื่อสมาธิ ถดถอย (จิตเริ่มไม่นิ่ง) ให้รีบเปลี่ยนอิริยาบถ จากนั่งเป็นเดินจงกรม หรือจากเดินจงกรม เป็นนั่ง


4.มีดัชนีใดเป็นตัวบอกว่าการปฏิบัติธรรมของตนมีความก้าวหน้า(ป้องกันการหลง ตนเอง)
คำตอบ
ดัชนีบ่งชี้ความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรม มีหลายตัวเช่น
• ความรวดเร็วในการเข้าสมาธิ
• จิตเป็นอิสระจากสิ่งเศร้าหมอง (ดูกิเลส ทั้ง 16 ตัว)
• ทุกครั้งที่สิ่งกระทบเข้าสัมผัสจิต แล้วเห็นการดับไปของผัสสะ จิตปล่อยวางเป็นอุเบกขา พร้อมกับการเกิดของปัญญารู้เท่าทัน


5.ธรรมหมวดใดของพระพุทธองค์ที่สร้างเสริม สนับสนุนการปฎิบัติธรรมเพื่อลดภพชาติของเราให้สั้นเข้า นอกจากสติปัฎฐาน ๔
ขอบพระคุณครับ
คำตอบ
กำหนัดลด , ไม่ติดในภพ , กิเลสลด , มักน้อย , สันโดษ , ขยัน , ไม่คลุกคลีหมู่คณะ , เลี้ยงดูง่าย เหล่านี้เป็นข้อสรุปทั้ง 8 ที่ควรจะทำให้เกิดกับจิตใจของเราจนกระทั่งทำได้ 100% เป็นดีที่สุด

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 20:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. ที่ว่าการที่จะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้นั้นต้องมีศีล 5 ครบนั้นผมเชื่อ แต่ว่าการเกิดเป็นคนนั้นก็ต้องมีการผิดศีลบ้าง คงไม่มีใครมีศีลครบตั้งแต่เกิดจนตาย
อย่างสมัยเด็กๆเคยฆ่าสัตว์โดยที่ไม่รู้ว่าผิด เช่น ยิงนก ตกปลา เอาปลามากัดกัด แข่งนกบ้าง เป็นต้น สิ่งต่างเหล่านี้ไม่ได้ถูกสอนว่าผิดจึงทำ อันนี้ชาติหน้าคงได้ลงนรกหรือเปล่ารับ ปัจจุบันก็พยายามรักษาศีลมาโดยตลอด
คำตอบ
เกิดเป็นคนแล้วผิดศีล ถ้ารู้ว่าผิดควรต้องระมัดระวัง อย่าให้ผิดไปเรื่อยๆ เพราะถ้าก่อนตายจิตดวงสุดท้ายมีศีลไม่ครบ 5 มีโอกาสลงไปเกิดในอบายภูมิได้ง่าย ยิงนก ตกปลา เอาปลามากัดกัน ล้วนเป็นอกุศลกรรม ทั้งนั้น ถ้ากรรมตามทันต้องไดรับอกุศลวิบาก (บาป)


2. ไม่อยากเกิดอีกเพราะการเกิดเป็นทุกข์ ผมอยากปฏิบัติให้หลุดพ้น แต่ไม่ทราบวิธีที่ถูกต้องหรือมีใครคอยแนะนำ พระสงฆ์ในปัจจุบัน จำนวนมากที่บวชก็ไม่ได้มุ่งเพื่อความหลุดพ้นเหมือนในอดีต แต่มุ่งแสวงหา ไม่ผิดกับคนธรรมดา จึงไม่ทราบว่าจะไปปรึกษาหรือเรียนการปฏิบัติที่ใด ขอคำแนะนำด้วย

คำตอบ
ถ้าต้องการหลุดพันไม่อยากกลับมาเกิดอีก ทำได้ 2 วิธี คือ แสวงหากัลยาณมิตรในทางธรรมให้ได้ และปฏิบัติธรรมจนได้ปัญญาเห็นแจ้ง แล้วใช้ปัญญาเห็นแจ้ง นำทางให้กับชีวิต โอกาสไม่ต้องกลับมาเกิดอีก มีได้เป็นได้

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. คนที่ไปทำแท้งมาบาปมากไหมค่ะ เราควรจะแก้ไขอย่างไรที่จะลบร้างบาปนี้ได้ ชีวิตจะเจริญขึ้นได้ไหมค่ะ
คำตอบ
ไปทำแท้งมาบาปแน่นอน ต้องทำบุญใหญ่ (มหากุศล เช่น ฝึกกรรมฐาน , บวชพระ , มหาทาน เช่น เลี้ยง พระสุปฏิปันโน 7 วัน ฯลฯ) แล้วอุทิศกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร หากเขาอโหสิก็หมดเวร

2. คนที่มีหนี้สินมากๆ ควรจะทำอย่างไร โดนทวงตามทุกวันค่ะ
คำตอบ
คนที่เป็นหนี้ หนีหนี้ไม่พ้น ต้องยอมใช้ไปจนกว่าจะหมดหนี้ หรือหากจะพ้นหนี้ ต้องพัฒนาจิตให้เป็นอิสระ ต่อโลกธรรมและวัตถุ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


การเปิดร้านขายอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบด้วยนั้น เป็นการผิดศีลข้อ 1 หรือเปล่าคะ



คำตอบ
เปิดร้านขายอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ ไม่ผิดศีลข้อ 1 ถ้าไม่เอาสัตว์มีชีวิตมาฆ่าด้วยตนเอง ไม่รู้ ไม่เห็น เขาฆ่าสัตว์เพื่อเรา และสุดท้าย ต้องไม่สั่งให้เขาฆ่าเพื่อเอาเนื้อมาประกอบอาหาร

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1. เวลามีสมาธิ และเกิดมีนิมิต ทีไร มักจะ เกิดการปรุงแต่งของจิต เป็นพระอริยสงฆ์ ทุกครั้ง เห็นในนิมิต ก็จะรู้สึกที่ร่างกายเป็น ลักษณะอริยาบท หรือเอกลักษณ์เฉพาะของท่าน เช่นบางครั้งรูปสึกเหมือนหลวงปู่แหวน (2ครั้ง) ( เพราะพอมีสมาธินิ่ง รู้สึกตัวเอง นั่งในลักษณะ คอเอียงๆ ทั้งๆที่รู้ตัว ทั่วพร้อม ว่าเกิดสภาวะอะไรบ้าง ในขณะมีสมาธิ) บางครั้ง ไม่ได้ อยู่ ในสมาธิรู้สึกตรึงเครียด บริเวณระหว่างคิ้ว พอหลับตาแป๊ปเดียว ก็จะเห็นพระอริยสงฆ์รูปอื่นอีก ..... ที่บริเวณ หน้าผาก บางครั้งก็ฝันเป็นเรื่องเป็นราว แบบไม่เคยฝันมาก่อน ในลักษณะที่เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาก่อน และพอไม่กี่วัน ก็เกิดเหตุการณ์ในลักษณะที่คล้ายๆกับที่ฝัน
ลักษณะนี้ ....... เป็นสัญญาเดิม ที่เราเอาจเคยเป็นลูกศิษย์ท่านมาก่อน หรือเปล่าค่ะ ทีแรกกลัวมากๆ ทำให้เกิด อกุศลจิตทีคิดไม่ดี กลัวว่ามีมารมาหลอกล่อให้หลง แต่ก็พิจาราณาดูที่จิตตนเอง ก็มีความคิดที่ดี อยากทำบุญ อยากไปฟังเทศณ์ฟังธรรม อยากไปปฏิบัติธรรม .... อยากทำแต่ความดี

คำตอบ
การนิมิตเห็นพระอริยสงฆ์เป็นเรื่องดี แต่ถ้าเอาจิตไปผูกติดกับนิมิตนั้นไม่ดี
อยากทำบุญ อยากฟังธรรม อยากปฏิบัติธรรม เพียงแค่อยากอย่างเดียวเป็นเรื่องไม่ดี ถ้าอยากแล้วตามด้วยลงมือทำบุญด้วยตัวเอง ฟังธรรมด้วยตนเอง ปฏิบัติธรรมด้วยตนเองเป็นเรื่องดี และถ้าเข้าถึงธรรมได้เป็นดีที่สุด


2. อาจารย์ค่ะการที่เราปฏิบัติสมาธิ บางวัน เป็นแบบสมถะ บริกรรมพุทโธ ดูลมหายใจเรื่อยๆ จนสมาธิดิ่ง จิตนิ่ง เกิดนิมิต ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง แล้วน้อมพิจาราณาในนิมิตนั้นๆ (รู้เท่าทันมั่ง ไม่ทันมั่ง ตกใจกลัวมั่ง) บางวัน ก็แบบดูสภาวะสิ่งที่มากระทบทั้งภายใน + ภายนอก ไม่เพ่งในอารมณ์ ใดอารมณ์หนึ่ง ตามรู้ตามดูสภาวะแบบรู้ตัว ทั่วพร้อม ดูความเกิด..ดับ...เกิด...ดับ ของจิตที่รู้ ที่สัมผัสในสภาวะนั้นๆ ลักษณะนี้หนูสังเกตุดูมันไม่เกิดนิมิตใดๆค่ะ มีแต่สภาวะเกิดการรู้ที่จิต การปฏิบัติ ในลักษณะ บางวันแบบนี้ บางวันอีกแบบหนึ่ง ) ทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้า ใช่ไหมค่ะ ควรยึดแบบใดแบบหนึ่ง ไปเลยใช่ไหมค่ะ ตอนนี้หนูรู้สึกว่าเกิดอาการ รักพี่แต่เสียดายน้องค่ะ เป็นแบบนี้จริงๆ ค่ะ อย่างวันไหนเกิดอาการกลัว (ผี ) ก็จะแบบดูจิต วันไหนอยากรู้ อยากเห็นว่าวันนี้มันจะ มีนิมิติอะไร หรือรู้สึกว่าตัวเองกล้า (ไม่กลัวมาก) ก็จะแบบสมถะดูลมหายใจเรื่อยๆ จนสมาธิดิ่ง จิตนิ่ง (อาจเป็นเพราะหนูหลงนิมิติโดยไม่รู้ตัว ) หนูเป็นแบบนี้จริงๆค่ะ อาจารย์ ขอความเมตตา และขอความเห็นจากอาจารย์ด้วยค่ะ

คำตอบ
การดูลมหายใจจนเกิดสมาธิ เห็นนิมิต รู้ทันมั่ง ไม่รู้ทันมั่ง ตกใจกลัวมั่ง .... เป็นการปฏิบัติผิดทาง
การตามรู้ ตามดู สิ่งกระทบทั้งภายนอก-ภายใน ดูความเกิด ความดับ ของผัสสะที่เกิดขึ้น แล้วไม่เกิดนิมิตไดๆ ... เป็นการปฏิบัติถูกทาง คนฉลาดเขาเลือกทำแบบหลังนี้เท่านั้น เจริญพละธรรม 5 ประการ อยู่เสมอๆ จนกล้าแข็ง จิตจะทิ้งการปฏิบัติผิดทางแบบแรกได้เอง


3. การเกิดอภิญา ต่างๆ เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ นั้น เกิดจากการสะสมมาแต่ชาติก่อนหรือเปล่าค่ะอาจารย์ และเป็นไปได้ไหมค่ะ กับ การเห็นอะไรแปลกๆ ขณะไม่ได้อยู่ในสมาธิ อย่างเช่นแสงสว่าง ที่เป็นดวงๆ ขนาดเท่าเหรียญ 1 บาทบ้าง 5บาทบ้าง 10บาทบ้าง รายล้อมรอบตัวเรา เยอะมากซึ่ง สว่างกว่าแสง แดดอีก สว่างกว่าเสื้อขาว ที่เราใส่ บางขณะก็รู้สึกสัมผัสแปลกๆ ที่องค์พระที่บ้าน เห็นแสงสว่างแวบเดียว แล้วก็หายไป คร้งล่าสุด จะเห็นตอนกลับจากปฏิบัติถือศีล 8 แล้วสวดมนต์ รู้สึกมีสมาธิมาก ลักษณะทั้งหมดนี้ เท่าที่สังเกตุตัวเองนะค่ะ จะเกิดตอนขณะจะไปปฏิบัติถือศีล 8 หรือถือศีล 8 อยู่ หรือไม่ก็ตอนทำมหาทาน (ทำหนังสือ , CDเป็นธรรมทาน ) ค่ะ ลักษณะนี้เรียก เป็นอภิญญาที่ติดตัวมา หรือเปล่าค่ะ หนู ก็พิจาราณาดู รู้สึกเฉยๆ

***** ถ้าใช่ หนูกลัวตัวเองจะหลงเหมือนกัน เลยมาศึกษาการปฏิบัติแบบดูจิต ดูสภาวะธรรม ที่เกิดขึ้นค่ะ ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านพระอาจารย์เกษมธรรมทัต (วัดมเหยงค์) ค่ะ เคยปฏิบัติตอนท่านนำปฏิบัติ ที่หอประชุมศิลปากร ที่กลุ่มกัลยาณธรรมจัด นะค่ะ ก็มีสภาวะธรรมเกิดขึ้นหลายอย่าง แบบรู้ตัวทั่วพร้อม ตอนนี้ก็อาศัยCDธรรมนำปฏิบัติของ พระอาจารย์ท่าน อยู่ค่ะ ก็เลยได้สภาวะธรรมเหมือนมี เข็มทิ่มแทงทั่วร่างกาย ที่ได้กราบเรียน ถามอาจารย์ไปแล้วนะค่ะ หนูว่าหนูเป็นคนแปลกมากๆ นะค่ะอาจารย์ ...เหมือนใกล้เกลือกินด่าง ยังไงไม่รู้ ทั้งที่รู้ๆ แบบนี้มันก็ยังมิวาย

ขอความเมตตาอาจารย์ค่ะ หนูไม่รู้จะปรึกษาธรรมกับใครค่ะ ขอรบกวนอาจารย์ชี้แนะทางสว่างด้วยค่ะ

คำตอบ
การเกิดอภิญญา เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ เกิดจากการฝึกแต่จิตนิ่งอย่างเดียว (สมถะภาวนา) มายาวนาน สะสมมาแต่ชาติก่อน
การเห็นแสงสว่างขนาดเหรียญบาท เหรียญห้าบาท เหรียญสิบบาท ล้อมรอบตัวนั้น เห็นจริง แต่สิ่งที่ถูกเห็นนั้นไม่จริง ถ้าไปหลงยินดีกับสิ่งที่เห็นนั้น เป็นการกระทำที่สวนทางกับพระพุทธะ ถ้าอยากจะพ้นทุกข์ ต้องทำจิตเป็นอิสระไม่ติดในอภิญญา ต้องพิจารณา สิ่งที่ถูกเห็นนั้นให้ดับไปตามกฎไตรลักษณ์

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 พ.ค. 2010, 21:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


62.
ขอกราบเรียนค่ะ
1. ขณะนั่งสมาธิพอจิตเริ่มนิ่ง รู้สึกเหมือนหูอื้อ แต่ก็พิจาราณาดูลมหายใจก็รู้สึกว่ามีลมหายใจ เข้า-ออก ตามคำภาวนา พุทโธ เมื่อมียินเสียงกระทบจากภายนอก ก็รู้ว่าได้ยิน แต่ก็ตามดูลมหายใจ+ ภาวนา แต่หูก็ยังอื้ออยู่ ( เหมือนอยู่ในถ้ำ ) แต่ก้พิจาราณาว่ารู้ที่จิต การปฏิบัติลักษณะแบบนี้ ถูกต้องหรือไม่ค่ะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

คำตอบ
ถ้าปฏิบัติถูกทางแล้วอาการหูอื้อต้องไม่มี วิธีแก้คือใช้จิตตามดูอาการหูอื้อ จนกระทั่งอาการ หูอื้อดับไป ตามกฎไตรลักษณ์และอาการนี่ไม่เกิดขึ้นอีก


2. หนูนั่งสมาธิที่บ้าน ตื่นตอนตีห้า นั่งสมาธิอย่างเดียว แต่ไม่ได้เดินจงกรม ได้ไหมค่ะ และการสวดมนต์บนที่นอนก่อนนอน ได้ไหมค่ะ (ไม่ได้เข้าไปสวดมนต์ในห้องพระค่ะ )

คำตอบ
สวดมนต์บนที่นอนสามารถทำได้ แต่ถ้าสวดที่ห้องพระจะดีกว่า และการเจริญสติด้วยการนั่งอย่างเดียว สามารถทำได้ แต่ถ้าเจริญสติในทุกอริยาบถ (ยืน เดิน นั่ง นอน ดู กินดื่ม ฟัง ฯลฯ) จะดีกว่า

3. หนูเคยอธิฐานจิตค่ะ ตอนร่วมทำบุญสร้างพระประธาน หนูอธิฐานว่า " เกิดชาติหน้าภพใดขอให้ได้พบหระพุทธศานา ได้ปฎิบัติธรรมตามคำสั่งสอน มีสัมมาทิฐิ มีดวงตาเห็นธรรม จนหลุดพ้นจากวัฎฎะสงสาร พบพระนิพาน " ขณะอธิฐาน รู้สึกขนลุกทั่วร่างกาย รู้สึกปิติมากๆ จนจุกที่ลิ้ปี่ ( เหมือนโดนต่อย ) มีแสงสว่างสีเหลืองทองรอบตัว การเกิดสภาวะเช่นนี้ แสดงว่าคำอธิฐานสำริผลใช่หรือไม่ค่ะ และต้องปฎิบัติอย่างไรต่อค่ะ

คำตอบ
สัมฤทธิ์ผลได้ ต่อไป ขอให้ รักษาศีลและสัจจะตลอดชีวิต แล้ว-ปฏิบัติธรรมอยู่เสมอความเป็นจริงของคำอธิษฐานจะเกิดขึ้นในวันหน้า

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1521 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 ... 102  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร