วันเวลาปัจจุบัน 17 ต.ค. 2019, 04:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2010, 23:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

หิ ริ โ อ ตั ป ป ะ - ธรรมโลกปาล
โดย พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)
วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร


หากมีผู้กล่าวว่า “ธรรมโลกบาล”
ธรรมะเครื่องคุ้มครองโลก คือ หิริโอตัปปะ
ไม่จำเป็นสำหรับในโลกปัจจุบัน
เพราะทุกประเทศที่กฏหมายไว้คุ้มครองแล้ว
จะควรแก้คำกล่าวนั้นอย่างไร


อันที่จริงการแก้คำกล่าวหานั้น
หากจำตามแก้กันจริงๆ จะไม่ต้องมาหากินอะไรกัน
เพราะคนกล่าวหาชาติศาสนานั้นมีมาก
และมีทุกยุคทุกสมัยเสียด้วย

ในที่นี้จึงต้องการที่เพียงแสดงเหตุผล
ที่ควรเป็นไปตามความเป็นจริง

หิริ ความละอายแก่ใจในการทำบาป
โอตัปปะ ความสะดุ้งกลัวต่อผลแห่งบาป

ธรรมทั้งสองประการนี้
ทรงแสดงว่า เป็นโลกปาลธรรม
คือธรรมที่รักษาคุ้มครองโลก
คือหมู่สัตว์ให้อยู่ร่วมต่อกันอย่างปกติสุขตามสมควร

นอกจากจะเรียกว่าเป็นโลกปาลธรรมแล้ว
ยังถือว่าเป็น เทวธรรม
คือธรรมที่จะสร้างคนให้เป็นเทพบุตรเทพธิดา
ด้วยร่างกายที่เป็นมนุษย์นี่เอง


หากเราสังเกตให้ดีจะพบว่า
หิริโอตัปปะ เป็นธรรมที่เกิดขึ้นภายในใจของคนทุกคน
ในลักษณะที่ค่อยเกิดขึ้นมาตามลำดับ
ท่านจึงเรียกธรรมสองประการนี้ว่า มโนธรรม
คือธรรมที่เกิดมีอยู่ภายในจิต


หิริโอตัปปะ เป็นมโนธรรมนี้เอง
ที่แยกให้แตกต่างจากสัตว์
ในด้านพฤติกรรมที่ปรากฏออกมาด้านกาย วาจา
เพราะใจประกอบด้วยความสำนึก
อันมีหิริโอตัปปะเป็นหลักยึดเหนี่ยว


พฤติกรรมต่างๆ ของบุคคลในสังคม
จะยึดหลักการไม่เบียดเบียนตนเอง คนอื่นให้เดือดร้อน
เพราะพฤติกรรมต่างๆ จะอยู่ภายใต้การควบคุมของหิริโอตัปปะ

ให้สังเกตว่า หิริโอตัปปะเป็นความสำนึก
ที่เกิดขึ้นจากการยอมรับ ความสำคัญของตนเอง
สังคม เงื่อนไขทางสังคม และศาสนาเป็นต้น เช่น


“การพิจารณาถึงชาติตระกูล อายุ จิตใจที่เข้มแข็ง
การศึกษา เสียงครหาจากคนอื่น
ความรู้สึกตำหนิตนเอง โทษทางบ้านเมือง
การตกนรกหลังจากตาย เป็นต้น”


ความรู้สึกสำนึกเหล่านี้จะค่อยๆ เกิดขึ้น
เมื่อคนสำนึกเห็นถึงคุณค่า ความงดงาม
อันเกิดขึ้นจากการมีความละอายแก่ใจ
และความสะดุ้งกลัวต่อบาป และผลบาป


(มีต่อ)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 เม.ย. 2010, 23:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 เม.ย. 2007, 17:21
โพสต์: 4149

อายุ: 0
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว www


ฝ่ายกฏหมายนั้น บัญญัติขึ้น
เพื่อควบคุมความประพฤติผิด ทางกาย กับวาจาเท่านั้น
หาได้ไปควบคุมถึงใจ ซึ่งเป็นตัวควบคุมกายกับวาจาไม่


อีกประการหนึ่งความผิดทางกฏหมาย
จะเกิดขึ้นตามเงื่อนไขของกฏหมายได้
ก็ต่อเมื่อการกระทำผิดเช่นนั้น
จะต้องฟังๆ ได้ว่าเป็นความผิดตามกฏหมาย
มีประจักษ์พยานหลักฐานมากพอ
ที่จะถือว่าเป็นความผิดได้
จึงตัดสินได้ว่าเป็นความผิด

หากว่าความสำนึกผิดว่าอะไรผิดอะไรถูก
เกิดจากหิริโอตัปปะแล้ว
ไม่จำเป็นจะต้องมีคนเห็นหรือไม่เห็น
ใครจะโจทท้วงหรือไม่ก็ตาม


คนที่มีหิริโอตัปปะ จะสำนึกได้ด้วยตัวเองว่า
อะไรควรเว้นอะไรควรกระทำ


ในด้านสร้างความดีก็เช่นกัน
คนที่มีหริโอตัปปะ พร้อมที่จะทำความดี
โดยไม่จำเป็นว่าใครจะเห็นหรือไม่ก็ตาม

เมื่อเป็นความดี ก็พร้อมที่จะกระทำ อย่างที่พูดกันว่า

“ปิดทองหลังองค์พระปฏิมา”

ความปั่นป่วนสับสนในปัจจุบัน
จนส่วนย่อยถึงสังคมโลก จะพบว่า

การกระทำในลักษณะที่ขาดความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม
ได้เกิดจำนวนขึ้นมาก
จนสร้างความหวั่นไหว ได้เกิดขึ้นแก่คนทั่วไป
ทั้งสถานการณ์ของสังคม ประเทศ และโลก

โลกปาลธรรม ทั้งสองประการยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น
ที่คนจะต้องสร้างให้บังเกิดขึ้นจิตใจ


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
คนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอำนาจ เงิน สังคม ราชการ
ยิ่งขาดหิริโอตัปปะไม่ได้ทีเดียว
หากต้องการความเจริญในชีวิต
ที่มีความเจริญทางด้านวัตถุ และจิตใจสัมพันธ์กัน


ข้อที่อ้างว่า “เพราะทุกประเทศมีกฏหมายคุ้มครองแล้ว”
หากจะพูดกันในทำนองนั้น ทำไมไม่พูดในลักษณะตรงกันข้ามว่า


“หากคนในสังคมมีหิริโอตัปปะเป็นหลักใจแล้ว
กฏหมายต่างๆ ไม่มีความเป็นอะไรเลย
เพราะการละเมิดสิ่งที่กฏหมายกำหนดว่า
ผิดกฏหมายจะไม่เกิดขึ้น
โดยเขาไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ว่า
กฏหมายห้ามไว้อย่างไร หรือไม่ก็ตาม”


อย่าลืมว่า ความจริงที่ปรากฏในสังคมนั้น
มีคนรู้กฏหมายไม่กี่คนหรอก
แต่ที่เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
โดยไม่กระทำผิดกฏหมายนั้น
ใช่ของอิทธิพลของมโนธรรม ภายในใจของคนในสังคมหรือ?

แต่เพราะมาตรฐานทางมโนธรรมของคนไม่เสมอกัน
โลกจึงจำเป็นต้องมีกฏหมาย และหิริโอตัปปะ
ควบคู่กันไป เพื่อได้สนับสนุนกัน
หากขาดทั้งสองอย่าง หรือขาดหิริโอตัปปะแล้ว
อย่าหวังว่าจะอยู่กันด้วยความสุขได้เลย


:b8: :b8: :b8:

หมายเหตุ : ธรรมบรรยายบทนี้ประพันธ์ไว้เมื่อครั้งที่ พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)
ยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระโสภณคณาภรณ์


:b8: :b8: :b8:

(ที่มา : ตอบปัญหาทางพระพุทธศาสนา ๒ โดย พระโสภณคณาภรณ์ วัดบวรนิเวศวิหาร,
พิมพ์แผยแพร่เพื่อเป็นพุทธศาสนบูชา และธรรมบรรณาการ พุทธศักราช ๒๕๒๒, หน้า ๑๖๖-๑๗๑)


:b47: รวมคำสอน “พระธรรมเมธาภรณ์ (ระแบบ ฐิตญาโณ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=47886


แก้ไขล่าสุดโดย กุหลาบสีชา เมื่อ 01 พ.ค. 2010, 00:18, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2010, 02:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4467

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มี.ค. 2019, 19:44 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 1056


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ส.ค. 2019, 12:44 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1816

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร