วันเวลาปัจจุบัน 24 เม.ย. 2014, 12:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ม.ค. 2010, 10:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ม.ค. 2010, 02:43
โพสต์: 4473

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


1307.
กราบสวัสดี อาจารย์ดร.สนอง วรอุไร ขอความกรุณาช่วยตอบคำถามด้วยครับ

1. อยากทราบว่าเราควรทำสมาธินานเพียงใดที่เพียงพอที่จะแผ่ส่วนกุศลได้และ
รบกวนท่านอาจารย์ช่วยแนะนำการแผ่ส่วนกุศล หลังทำสมาธิด้วยครับ ซึ่งก็ได้เพิ่มข้อสงสัยไปถึงการทำมหาทานว่าหากว่าทำสมาธินานๆ จะเป็นการทำมหาทานหรือไม่ และอยากขอคำชี้แนะอธิบายถึงการทำมหาทานด้วยครับ

2. หากในการเจริญสติเพื่อให้เกิดสมาธิ ถ้าไม่มีพื้นที่หรือไม่สะดวกจะนั่งเพียงอย่างเดียวโดยไม่ยืนจงกรม ได้หรือไม่ ทราบมาว่าหรืออาจจะได้ยินมาผิด ว่าห้ามนั่งเกิน หนึ่ง ชม ต้องมีการเดินจงกรรมด้วย จึงมีข้อสงสัยเพิ่มเติมอีกว่าการเข้านิโรธซึ่งใช้เวลานานกว่าจึงทำได้ทั้งที่ไม่ได้เดินจงกรม

3. กระผมเคยฟังมาว่า การทำสมถะคือการยึดติดคำภาวนา โดยไม่สนใจอารมณ์ที่มากระทบ ส่วนวิปัสนาจะกำหนดจากอารมณ์ที่มากระทบ หากกระผมเข้าใจผิดอย่างไร ช่วยชี้แนะข้อแตกต่างระหว่างสมถะ กับวิปัสนากรรมฐานด้วยด้วย

สุดท้ายนี้ขอพระคุณท่านอาจารย์มาก จากที่เดิมทีมีข้อสงสัยมาก พอได้เข้ามาอ่านประกอบกับการฟังธรรมจากคลิป และเอ็มพี3ของท่านอาจารย์ทำให้ปัญหาบางข้อคลี่คลายไปมาก ขอขอบคุณอีกครั้งครับ

คำตอบ
(๑). ผู้ใดพัฒนาจิตจนเข้าถึงความตั้งมั่นเป็นสมาธิ เพียงชั่วช้างกระดิกหูหรืองูแลบลิ้น บุญใหญ่ได้เกิดขึ้นและสั่งสมอยู่ในจิตแล้ว ผู้นั้นสามารถอุทิศบุญกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร หรือสรรพสัตว์ที่อยู่ในวิสัยที่จะมารับบุญที่เกิดจากการอุทิศได้
ด้วยการกล่าววาจาของผู้อุทิศบุญว่า “ ด้วยบุญที่ข้าพเจ้ามีอยู่ ข้าพเจ้าอุทิศบุญให้กับเจ้ากรรมนาย เวร อุทิศบุญให้กับ ... (ระบุชื่อ) หรือสรรพสัตว์ที่อยู่ในวิสัยมารับบุญได้ จงเป็นสุขอย่าได้มีเวรต่อกัน จงมีบุญรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด ”

อนึ่งคำว่า มหาทาน หมายถึงการบริจาคทานอันยิ่งใหญ่ อาทิ ทานที่ถวายแก่พระที่ออกจากนิโรธสมาบัติ ทานที่ถวายแก่ผู้ทรงคุณธรรมสูง ทานที่ถวายแก่หมู่สงฆ์ยาวนาน เช่น เจ็ดวัน ทานที่ให้แก่คนหมู่มาก ฯลฯ ส่วนการปฏิบัติธรรม (ทำสมาธิ) ยาวนาน เรียกว่า เป็นบุญที่เกิดจากการพัฒนาจิต ไม่เรียกว่าการบำเพ็ญทาน

(๒). การพัฒนาจิตให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิ บุคคลสามารถใช้กรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่งในกรรมฐาน ๔๐ มาเป็นองค์บริกรรมได้ในทุกอิริยาบถที่เป็นปัจจุบันขณะ เช่น อิริยาบถยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม พูด ฟัง ฯลฯ สามารถทำให้จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิได้

(๓). สมถภาวนา เป็นการเอาจิตจดจ่ออยู่กับองค์บริกรรมที่เป็นปัจจุบันขณะ หากทำได้เช่นนี้ สิ่งกระทบที่เป็นเรื่องในอดีตหรือในอนาคต ไม่สามารถกวนใจให้เกิดเป็นอารมณ์ได้ จิตที่มีสภาวะเช่นนี้ เรียกว่าจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ และหากเข้าถึงสภาวะที่จิตตั้งมั่นแน่วแน่โดยสิ่งกระทบภายนอกใดๆ ไม่สามารถกวนใจให้เกิดเป็นอารมณ์ได้ เรียกสภาวะเช่นนี้ว่า จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิระดับฌาน ซึ่งมีอารมณ์ฌานเท่านั้นที่ปรากฏขึ้นกับจิต

ส่วนวิปัสสนากรรมฐาน เป็นอุบายพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง คือ เกิดปัญญาเห็นถูกตามความเป็นจริงแท้ที่ไม่เนื่องด้วยกาลเวลา ผู้ใดใช้จิตที่ตั้งมั่นจวนแน่วแน่ (อุปจารสมาธิ) ไปพิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม ว่าดำเนินไปตากฎไตรลักษณ์ เมื่อใดผัสสะดับไป (อนัตตา) ปัญญาเห็นแจ้งในผัสสะย่อมเกิดขึ้น


1306.
สวัสดีค่ะหนูมีคำถามอยากจะเรียนถามค่ะ

หนูเป็นสาวประเภทสองที่ผ่าตัดแปลงเพศเรียบร้อยแล้ว ได้รู้จักและคบกับชายคนหนึ่ง ในฐานะแฟนหรือคนรักมาประมาณหนึ่งปีแล้ว ก่อนหน้านี้ที่คบกันเค้าไม่ได้บอกพ่อเค้า จนกระทั่งวันหนึ่งพ่อของเค้ารู้ก็สั่งให้เลิกคบกันตัดขาดกันเลย โดยให้เหตุผลว่าการคบกันแบบนี้ถือว่าเป็นดวงจิตชายสองดวงคบกัน ถือว่าผิดศีล แต่ว่าเค้าก็ยังเชื่อมั่นในตัวของเค้าเองว่าหนูเป็นหญิงจริงๆ จนเวลาผ่านไปประมาณอีกห้าหกเดือนพ่อเค้าก็จับได้ว่ายังคบกันอีก และใช้เงื่อนไขในเรื่องของการผิดศีลมากล่าวอ้างเช่นเดิม แต่แฟนหนูเค้าบอกกับหนูว่าเค้าไม่เชื่อพ่อของเค้า เพราะว่าพ่อเค้ายังไม่ได้จบกิจ(หนูก็สงสัยในคำนี้เหมือนกัน) แล้วเค้าก็มีโอกาสได้ไปปรึกษาพระรูปหนึ่งจากวัดทางเหนือ จ.ลำพูน ซึ่งเป็นพระที่ทางบ้านเค้านับถือเป็นอย่างมาก เห็นเค้าเคยพูดให้หนูฟังประมาณว่าพระรูปนี้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว และคำตอบที่ได้รับจากพระรูปนี้ก็คือ ผิดศีล คนที่คบกันแบบนี้จะต้องตกนรก เห็นเค้าพูดประมาณว่าหนูมีสัมมาทิษฐิ ให้คบกันแบบเพื่อน

หนูยังมีเรื่องสงสัยอีกค่ะ เค้าเคยพูดให้หนูฟังประมาณว่า การที่ชายซื้อบริการหญิงบริการทางเพศนั้นไม่ผิด การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองและการดูหนังลามกก็ไม่เป็นการผิดศีลแต่อย่างใด และหากจะให้หนูไม่ผิดศีลก็คือ หนูต้องเสพกามกับผู้หญิงเท่านั้นจึงจะไม่ผิดศีล หรือหากหนูอยากจะถึงซึ่งนิพพานก็ต้องครองตัวเป็นโสดและถือศีลอย่างเคร่งครัด หนูลืมบอกไปค่ะว่าเค้ามุ่งมั่นที่จะถึงซึ่งนิพพานเป็นอย่างมาก หลังจากที่เมื่อสามปีที่แล้วแม่ของเค้าจากไปอย่างกระทันหันจากโรคมะเร็ง เค้าจึงหาที่พึ่งด้วยเรื่องนี้ หนูฟ้งมาดังนั้นก็เชื่อในสิ่งที่เค้าพูด แต่หนูต้องการความกระจ่างจากอาจารย์อีกทีนึงค่ะ

หนูขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ล่วงหน้านะคะอาจารย์

คำตอบ
ฆราวาสปุถุชน ควรมีศีล ๕ เป็นธรรมคุ้มครองใจ แล้วจะส่งผลให้สังคมสงบสุข การคบหาสมาคมมิได้ผิดศีลข้อไหน แต่หากคบกับคนไม่ดี จะทำให้ชีวิตวิบัติได้ ผู้ใดคบกันฉันท์เพื่อน แล้วประพฤติเสพเมถุนกันและกัน โดยผู้เป็นพ่อแม่หรือคู่สมรสมิได้ยินยอมให้ประพฤติเช่นนั้น จึงจะถือว่าผิดศีลข้อกาเมสุมิจฉาจาร อันเป็นเหตุนำพาจิตวิญญาณไปเกิดเป็นสัตว์อยู่ในสิมพลีนรก

หญิงที่ขายบริการทางเพศ หากได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ให้ทำได้ และผู้ซื้อบริการหากได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ หรือภรรยา/สามีของตนแล้ว ไม่ถือว่าผิดศีลแต่ผิดธรรม การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง การดูหนังลามกไม่ถือว่าผิดศีล แต่เป็นการประพฤติที่ผิดธรรม ประพฤติแล้วทำให้มีกิเลสเพิ่มขึ้นในจิตวิญญาณ เช่นเดียวกันหากสาวประเภทสองประพฤติเสพกามกับผู้หญิง ที่ยังมิได้รับอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของ ถือว่าผิดศีลได้เช่นเดียวกัน

ผู้ใดปรารถนานำพาชีวิตเข้าถึงสภาวะนิพพาน ต้องกำจัดกิเลสที่ผูกมัดใจ ให้ต้องเวียนตาย-เกิดในวัฏสงสารให้หมดไป ในพุทธศาสนาเรียกกิเลสเช่นนี้ว่า สังโยชน์ ๑๐ หนึ่งในนั้นคือกิเลสตัวที่เป็นความกำหนัดในกาม (กามราคะ) ต้องไม่มีอยู่กับใจ และจิตต้องปลอดจากความไม่รู้จริง (อวิชชา) แล้วสภาวะนิพพานจึงจะเกิดขึ้นได้

หากผู้ถามปัญหาประพฤติทาน ศีล ภาวนา อยู่เสมอ ความสมปรารถนาในกาลข้างหน้าย่อมเป็นไปได้


1305.
สวัสดิ์ดีครับ .... ขอกราบเรียนถามท่านอ.ดร.สนอง ดังนี้ครับ

1.อยากทราบว่า จะเข้าญาณได้เนี่ย ต้องเข้า อุปจารสมาธิให้ได้เท่านั้นใช่หรือไม่ อย่างไรครับ ?

2.เหตุทำให้เข้าอุปจารสมาธิ มีอะไรบ้างครับ ?

3.รากเหตุที่ทำให้ไม่สามารถทำให้เข้าอุปจารสมาธิมีอะไรบ้างครับ ? (ถ้าเป็นไปได้ขอละเอียดๆยิ่งดี ขอความกรุณามาๆ ครับ)


* ขอขอบพระคุณท่าน อ.ดร.สนอง วรอุไล และทางทีมงานกัลยาณธรรม มากๆ ครับที่สละเวลามาตอบปัญหา ขอบคุณมากๆ ครับ ขอความกรุณาด้วยนะครับ ! ขอให้ดร.สนอง และทางทีมงาน สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และสมปรารถณาในธรรม .

คำตอบ
(๑). ตอบว่า ไม่ใช่ พัฒนาจิตให้เข้าถึงความทรงฌานได้ ต้องปฏิบัติสมถกรรมฐาน จนกระทั่งจิตเข้าถึงสภาวะตั้งมั่นแนวแน่ (อัปปนาสมาธิ) จึงจะเรียกได้ว่าจิตทรงฌาน

(๒). เหตุที่นำพาจิตให้เข้าถึงอุปจารสมาธิได้ อย่างน้อยต้องปฏิบัติให้เป็นลำดับขั้นตอนดังนี้

๑. มีศีล ๕ บริสุทธิ์คุมใจอยู่ทุกขณะตื่น

๒. มีสัจจะคุมใจ

๓. มีความเพียร ปฏิบัติสมถภาวนาในทุกอิริยาบถ อย่างต่อเนื่องและยาวนาน

๔. ประพฤติมักน้อยในการบริโภค

๕. ประพฤติมักน้อยในการพูดจา , การฟัง , การดู

ฯลฯ

(๓). ผู้ใดประพฤติตรงข้ามกับ (๒) ย่อมเป็นเหตุทำให้การพัฒนาจิต เข้าไม่ถึงความตั้งมั่นเป็นอุปจารสมาธิ



1304.
ขอความกรุณาอาจารย์สนองช่วยตอบคำถามดังนี้ค่ะ

1. เวลาสวดมนต์ต้องสวดแบบที่พระสวดไหมค่ะ ปกติจะสวดแบบอ่านหรือท่อง ไม่เป็นทำนองอย่างพระสวด

2. เวลาอุทิศบุญกุศลควรจะเจาะจงชื่อไหม เคยอ่านเจอว่าควรเจาะจงให้ชัดว่าให้ใคร แล้วถ้าอุทิศแบบบทสวด
อิทัง เม... บุญเราจะเหลือพอให้คนที่เราเจาะจงอยากให้ไหมค่ะ เพราะบุญเราอาจมีแค่น้อยนิด แล้วก็อุทิศทุกวัน

3. อาชีพขายเครื่องบำรุงผิว เครื่องสำอางค์เป็นอาชีพไม่ดีหรือเปล่าค่ะเพราะทำให้คนหลงในรูปกายภายนอก แต่คิดว่าคนทางโลกยังต้องให้รูปเป็นตัวช่วยในการหาเลี้ยงชีพอยู่

ขอบพระคุณอาจารย์อย่างสูงค่ะ

คำตอบ
(๑). การสวดมนต์ที่มีระเบียบสูงต่ำ มีจังหวะสั้นยาว (ทำนอง) หรือการอ่านบทมนต์แบบออกเสียง หากสวดหรืออ่านบทมนต์ แล้วเข้าใจความหมายที่กล่าวไว้ในบทมนต์ ย่อมเข้าถึงอานิสงค์เหมือนกัน คือ เป็นบ่อเกิดแห่งบุญ ด้วยทำให้มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิ และทำให้เกิดความเห็นถูกตรงได้

(๒). หากผู้มีบุญได้อุทิศบุญเจาะจงให้กับผู้หนึ่งผู้ใดที่อยู่ในวิสัยสื่อถึงกันได้ และผู้นั้นมาอนุโมทนาบุญ ความสำเร็จของการอุทิศบุญย่อมเกิดขึ้น ส่วนผู้ที่มิได้ถูกระบุชื่อจึงไม่มีสิทธิ์มารับบุญที่มีผู้อุทิศ

อนึ่ง ตามกฎแห่งกรรม ผู้อุทิศสิ่งใดให้กับผู้อื่น ผู้อุทิศย่อมมีมากในสิ่งนั้น ดังนั้นผู้มีปัญญาเห็นถูก จึงอุทิศบุญได้ทุกวัน

(๓). อาชีพขายเครื่องบำรุงผิว เครื่องสำอาง ในสังคมโลกถือว่าเป็นอาชีพที่ดี เพราะประพฤติแล้วไม่ผิดกฎหมาย ประพฤติแล้วทำให้ได้ปัจจัยมาบำรุงเลี้ยงชีวิตให้มีความสะดวกสบาย และมีความสุขในเบื้องต้นได้



1303.
กราบสวัสดี อาจารย์ดร.สนอง วรอุไร

ผมได้ฟังการบรรยายธรรมจากทางเว็ปไซด์ มีความเลื่อมใสในความรู้และการประพฤติตัวเป็นอริยะบุคคลของอาจารย์ ผมขอกราบเรียนถามขอความกรุณาอาจารย์ด้วยครับ

1. ผมทำงานหลักเป็นนักออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ใช้คอมพิวเตอร์ ต้องโปรแกรมหลายโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ทราบว่ามันบาปกรรมมากไหมครับ ผลกรรมมันจะเป็นอย่างไรครับ ตอนนี้ผมก็สวดมัน สวดมนต์ อาราธนาศีล 5 ก่อนนอน นั่งสมาธิ แผ่เมตตา อษิฐานจิตก่อนนอนทุกคืน ไม่ทราบว่ามันขัดกันไหมครับ

2. ผมอยากทำงานประสบความสำเร็จทางโลกให้สูงที่สุดและนำปัญญาที่ได้ไปศึกษาเรื่องทีต้องใช้ปัญญาขั้นสูง เช่น เรื่องมนุษย์ต่างดาว ฯ โดยใช้หลักการปฏิบัติธรรมเป็นหลัก อยากฝึกจริง ๆ จัง ๆ เท่าที่ฟังจากท่านอาจารย์ ผมสนใจเรื่องปัญญาจากฌาน และเรื่องอภิญญา โดยผมฝึกแบบเป็นฆราวาส ไม่ทราบท่านอาจารย์บอกแนะแนวหรือแนะสถานที่ฝึกได้ไหมครับ

3. อยากถามท่านอาจารย์ครับ เนื่องจากผมปัญญายังน้อยเลยอยากถามท่านอาจารย์ว่า หลังจากนิพพานแล้วเราอยากทำสิ่งใดในสิ่งที่เราอยากรู้ได้ไหมครับ เรามีหน้าที่ที่ต้องทำอะไรอีกไหม สภาวะจิตมันเป็นอย่างไร อยากให้ขยายความหน่อยครับ

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่กรุณาตอบคำถาม
ขอให้ท่านอาจารย์ประสพแต่ความสุขตลอดไปครับ

คำตอบ
(๑) การกระทำที่บอกเล่าไปถือว่าเป็นบาป ผู้ใดยังประพฤติอยู่ ผู้นั้นยังสามารถปฏิบัติธรรม คือ สวดมนต์ได้ นั่งสมาธิได้ อธิษฐานได้ ฯลฯ แต่เข้าไม่ถึงธรรมที่ปฏิบัติ และหากถึงเวลาที่จิตทิ้งขันธ์ลาโลกแล้ว พลังบาปยังมีโอกาสผลักดันจิตให้ลงไปเกิดเป็นสัตว์อยู่ในอบายภูมิได้ ด้วยสาเหตุที่ประพฤติธรรมไม่สมควรแก่ธรรมนั่นเอง

(๒) ผู้ใดประสงค์ความสำเร็จในทางโลก ต้องประพฤติเหตุให้ถูกตรงดังนี้ คือ
๑. เลือกทำแต่งานดี (ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีล ไม่ผิดธรรม)
๒. มีทัศนคติในการทำงานถูกต้อง อาทิ ทำงานเพื่อเรียนรู้ตน เรียนรู้งาน ทำงานเพื่อให้สิ่งดีงามแก่สังคม ทำงานให้สำเร็จ ทำงานแล้วเสร็จทันเวลา ผลงานเข้าตา ทำงานเพื่องาน ฯลฯ
๓. พัฒนาตัวเองให้เป็นคนเก่งและดี คนเก่งคือคนที่มีความรู้มีความสามารถ คนดีคือคนที่มีคุณธรรม จะมีคุณธรรมได้ ต้องประพฤติจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับตน เช่น ประพฤติตนเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นพนักงานที่ดี เป็นพลเมืองดี ฯลฯ
๔. คบคนดีเป็นมิตร
ฯลฯ

ผู้ใดปรารถนาพัฒนาจิตให้เข้าถึงอภิญญา ๕ (อิทธิวิธี ทิพพโสต ปุพเพนิวาสานุสติญาณ เจโตปริยญาณ ทิพพจักขุ) ต้องปฏิบัติสมถภาวานาจนจิตเข้าถึงความตั้งมั่นแน่วแน่ (จิตทรงฌาน) ได้เมื่อใดแล้ว นำจิตออกจากความทรงฌาน อภิญญา ๕ จึงจะเกิดขึ้นได้ ผู้ตอบปัญหาไม่แนะนำให้มุ่งพัฒนาจิตไปในแนวทางนั้น เพราะไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ ตรงกันข้ามแนะนำผู้ถามปัญหาให้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดมเหยงค์ จังหวัดอยุธยา เพื่อพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาเห็นแจ้ง ซึ่งสามารถใช้เป็นศัสตรากำจัดกิเลสที่มีอำนาจเหนือใจให้หมดไป แล้วการพ้นไปจากทุกข์ทั้งปวง จึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้

(๓) ผู้ตอบปัญหาไม่มีประสบการณ์ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่พระสารีบุตรได้ตอบปัญหาในลักษณะนี้ให้กับ ชัมพุขาทกะ ปริพาชกนอกพุทธศาสนาว่า

ชัมพุขาทกะ : นิพพานเป็นอย่างไร

พระสารีบุตร : ความสิ้นราคะ สิ้นโทสะ สิ้นโมหะ สภาวะของจิตเช่นนี้แหละ เรียกว่า นิพพาน

อนึ่ง เคยมีผู้ถามปัญหานี้กับหลวงพ่อประสิทธิ์ (มรณภาพแล้ว) แห่งถ้ำยายปริก เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรีว่า

ผู้ถาม : บางคนบอกว่าพระอรหันต์ มาเยี่ยมผู้ปฏิบัติธรรมแสดงว่า รูปนามนั้นยังไม่ดับสิครับ

ลพ. ประสิทธิ์ : รูปนามดับ ความรู้สึกนึกคิดปรุงแต่งดับ อาการทางจิต (เจตสิก) เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง เมตตา สติ ปัญญา ฯลฯ ดับ แต่ใจไม่ดับ เข้าใจไหม

ผู้ถาม : พระพุทธองค์เคยตรัสว่า หลังจากพระองค์นิพพานแล้ว จะไม่มีใครได้เห็นพระองค์อีก ไม่ว่าจะเป็นเทวดาหรือมนุษย์ แต่ปัจจุบันยังมีผู้ปฏิบัติธรรมบอกว่า พระอรหันต์ที่นิพพานไปแล้วมาสั่งสอนธรรม

ลพ. ประสิทธิ์ : จะจริงก็ต่อเมื่อผู้นั้นได้เห็นพระขีณาสพ (พระอรหันต์) เพราะเจตสิกและความนึกคิดปรุงแต่งของท่านไม่มี นอกนั้นล้วนเป็นสภาวธรรมที่มากระทบทั้งสิ้น


1302.
กราบเรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ

คือผมกำลังจะสอบเป็นผู้พิพากษา จึงอยากจะถามอาจารย์สนอง ว่าผมจะดำเนินชีวิตเป็นผู้พิพากษาอย่างไร ที่จะไม่ตกนรกและดวงตาเห็นธรรม โดยปฏิบัติอย่างไรครับต้องฝีก ให้ได้ถึงระดับใด ซึ่งผมพยามหาเสียง ที่อาจารย์ไปบรรยายให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาฟังเมือวันที่ ๑๑ พฤษาคม ๒๕๕๑ แต่หาฟังไม่ได้ ในหัวข้อการเป็นข้าราชการ

คำตอบ
การประกอบอาชีพตุลาการที่ปลอดภัย ต้องพัฒนาจิตตนเองให้มีเทวดาคุ้มรักษา ด้วยประพฤติตนอย่างน้อยให้มีเบญจศีล และเบญจธรรมคุ้มรักษาใจอยู่ทุกขณะตื่น หรืออย่างมากต้องปฏิบัติธรรม จนสามารถปิดอบายภูมิ (โสดาบัน) ได้แล้ว อาชีพตุลาการที่เสี่ยงต่อการไปเกิดอยู่ในอบายภูมิย่อมหมดไป

เบญจศีล ได้แก่ เว้นจากการทำลายชีวิต เว้นจากการถือเอาของที่เขามิได้ให้ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม เว้นจากการพูดไม่ตรงความจริง และเว้นจากการเสพของมึนเมาอันเป็นเหตุให้ขาดสติ

เบญจธรรม ได้แก่ เมตตากรุณา สัมมาอาชีวะ กามสังวร สัจจะ และสติสัมปชัญญะ (คุณธรรมทั้งห้านี้ต้องประพฤติให้เกิดมีขึ้นกับตนเอง)

อนึ่ง คำบรรยายเรื่อง “ ธรรมะกับการปฏิบัติงานของผู้พิพากษา ” ที่แสดงให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาฟัง เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น ผู้บรรยายขอสงวนสิทธิ์มิให้นำออกเผยแพร่ ณ เวลานี้


1301.
กราบเรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ

รบกวนขอถามว่า นรกหรือสวรรค์ของฝรั่ง,อิสลาม จะเป็นอย่างไร ในเมื่อฝรั่งหรือชาวคริสต์ เค้าไม่ได้สอนเรื่องการห้ามดื่มสุรา นรกสวรรค์ของเค้ากับเราชาวพุทธต่างหรือเหมือนกันอย่างไรครับ

คำตอบ
นรกหรือสวรรค์ของฝรั่ง ของอิสลาม เป็นอย่างไร ผู้ตอบปัญหามิทราบ เพราะไม่มีประสบการณ์ แต่มีประสบการณ์ตรงที่ว่า คนที่นับถือศาสนาอื่น ที่มารับโทษอยู่ในเรือนจำของประเทศไทย มีจิตหมดอิสรภาพเหมือนกัน ต้องมารับสมมุติแบบไทย คือนักโทษกินข้าว และต้องสื่อสารกันด้วยภาษาไทย เมื่อถูกทำโทษถึงขั้นประหารชีวิต มีสภาวะของจิตหลุดออกจากร่างกายเหมือนกัน ฯลฯ

.....................................................
แบ่งปันกันกิน,รักษาศีล คือ กาย วาจา
เจริญสมาธิภาวนา, กาย- วาจา-ใจอ่อนน้อม
ยอมตนรับใช้, แบ่งให้ความดี
มีใจอนุโมทนา, ใฝ่หาฟังธรรม
นำแสดงออกไม่ได้เว้น, ทำความเห็นให้ถูกต้อง


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 00:08 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ต.ค. 2010, 22:08
โพสต์: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


สวัสดีคะอาจารย์สนอง วรอุไรดิฉันมีคำถามอยากเรียนถาม
1 จิตรวมคืออะไร
2 ฝึกสมาธิบ่อยๆ มีประโยชน์ต่อจิตหรือไม่อย่างไร
3 ภวังค์จิตหมายถึงอะไร


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 01:25 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 02:41
โพสต์: 5644

แนวปฏิบัติ: พอง ยุบ
ชื่อเล่น: เจ
อายุ: 0
ที่อยู่: USA

 ข้อมูลส่วนตัว www


อนุโมทนาค่ะท่านธรรมบุตร :b8:

.....................................................
"มิควรหวังร่มเงาจากก้อนเมฆ"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ต.ค. 2010, 01:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 เม.ย. 2010, 08:10
โพสต์: 1535

แนวปฏิบัติ: ขันธ์5ด้วยการสังเกตุ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ และอินทรีย์22
สิ่งที่ชื่นชอบ: พระสุตตันตปิฎก
อายุ: 0
ที่อยู่: ระยอง อุบลราชธานี

 ข้อมูลส่วนตัว


อ้างคำพูด:
ผมทำงานหลักเป็นนักออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ใช้คอมพิวเตอร์ ต้องโปรแกรมหลายโปรแกรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ทราบว่ามันบาปกรรมมากไหมครับ


ดึงมาตอบเพิ่มว่า หากละเมิดสิทธิทางปัญญาของผู้อื่นแล้วยิ่งเอามาหากินทำเงินเลี้ยงตัวเองนั้นพระพุทธเจ้าท่านเคยพูดเรื่องชาวลัทธิเดียร์ถีย์เข้ามาบวชมีจุดประสงฆ์เพื่อขโมยธรรมะที่พระพุทธเจ้าแสดงแล้วเอาไปใช้โกหกคนอื่นให้หลงเชื่อเข้ามานับถือตัวเองถือเป็น..กรรมหนัก..มาก

.....................................................
อย่าท้อถอยต่อการปฏิบัติ อย่าปล่อยให้ความขุ่นเคืองเข้าแทรก สร้างพลังด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า รำลึกและตอบแทนพระคุณมารดา และบิดา มองโลกด้วยใจเป็นกลาง ระลึกเสมอว่าเรายังด้อยปัญญาหากยังไม่ได้ปัญญา


แก้ไขล่าสุดโดย student เมื่อ 13 ต.ค. 2010, 01:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร

ฟังธรรม.คอม ธรรมะดิลิเวอรี่ บุดเพจ backlink