วันเวลาปัจจุบัน 24 ก.พ. 2019, 07:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=7



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 18:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2005, 10:46
โพสต์: 12075

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

แพข้ามฟาก (The Raft)

ปาฐกถาธรรมโดย : พระราชสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ)
วัดอมราวดี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
: 25 Feb, 1988

แปลและเรียบเรียงโดย : นายแพทย์วิเชียร สืบแสง

คัดลอกจาก... http://www.thaiweb.co.th/chiti/bud-9a.htm
ที่มา...ประตูสู่ธรรม dharma-gateway.com


พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นสิ่งทั้งหลายทั้งปวง
ตามที่เป็นจริงว่าอะไรเป็นอะไร เรียกว่า “ความเห็นแจ้ง”
การเห็นตามที่เป็นจริง จะทำให้เราหลุดพ้นจากอาณาจักรแห่งความมืดและความทุกข์ยาก
ทางออกจากอาณาจักรแห่งความทุกข์นี้มีอยู่เป็นทางเอก โล่งเตียนและเที่ยงตรง
พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่สร้างความงงงวยให้แก่ชาวตะวันตก
เพราะไม่มีการสอนอย่างอื่นนอกจากทุกข์และทางดับทุกข์เท่านั้น

จึงต้องรู้ความจริงเสียแต่บัดนี้
จะเข้าใจทางดับทุกข์ ก็ต้องรู้ว่าทุกข์คืออะไร ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวทุกข์
แต่อยู่ที่โมหะคือความหลงผิดกับอุปาทาน ความยึดมั่นหมายมั่น
เราต้องเข้าใจทุกข์ตามนัยแห่งอริยสัจสี่
ในชีวิตประจำวันของพวกเราที่วัดอมราวดีนี้
เมื่อเราทุกข์เราก็รู้ อาจจะโทษดิน ฟ้า อากาศ โทษผู้คน หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่นั่นไม่ใช่จุดสำคัญ เพราะแม้จะมีผู้มารังแกเรา
มันก็เป็นแต่เพียงวิถีทางแห่งโลกของเรานี่เอง
บางคนมาทำดี บางคนมาให้ร้าย เพราะโลกมันเป็นอย่างนี้
แต่ทุกข์คือสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง มาอยู่ในวัดนี้
เราจะประพฤติปฏิบัติในประการที่ไม่สร้างทุกข์ให้ผู้อื่นโดยเจตนา
เราอยู่ด้วยกันที่นี่ อยู่ด้วยคุณธรรม เกื้อกูลซึ่งกันและกัน
ร่วมมือร่วมใจกัน มีความเมตตากรุณา นี่คือความมุ่งหมายของเรา
บางทีเราเผลอ โมโหเข้าใส่กัน หรือทำไม่ดีไม่งาม
แต่นั่นไม่ใช่ความมุ่งหมายของเรา เป็นความประมาทชั่วขณะ
อาตมาประพฤติตนอยู่ในกรอบแห่งศีล มิใช่เพื่อประโยชน์ของอาตมามาเอง
แต่เป็นการแสดงความเคารพต่อท่าน ต่อคณะสงฆ์ และต่อสังคมที่อยู่รอบตัวเรา
ให้เห็นว่ามีคนที่สังวรระวังอยู่ในกรอบแห่งศีล


ดังนั้น เจตนารมณ์ของอาตมาจึงมุ่งไปสู่ท่าน
ไปสู่ความเมตตา ปิติโสมนัส ความสงบ ระงับ
อย่างน้อยที่สุด เป็นความมุ่งหมายที่จะให้พวกเราทุกคนละความชั่ว ทำแต่ความดี
ในสังคมที่มีความมุ่งหวังเช่นนี้ เราสามารถจะมองดูทุกข์ที่เราสร้างขึ้นได้อย่างจริงจัง
พวกท่านหลายคนพบความทุกข์ยากจริง ๆ


ที่นี่เราจึงต้องเข้าใจ อริยสัจข้อที่หนึ่ง คือ ทุกข์
เป็นทุกข์เพราะไม่ได้ตามที่เราปรารถนา
ทุกข์เพราะพลัดพรากจากคนที่เรารัก ทุกข์เพราะต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
ทุกข์เพราะต้องสังวรระวังในเมื่อเราอยากจะเป็นอิสระ

อาตมาคิดว่าไม่ยากที่จะสร้างภาพของพวกท่านขึ้นในจิตของอาตมาเอง
เช่นว่าพวกแม่ชีเป็นอย่างนี้ พ่อขาวเป็นอย่างนั้น พระภิกษุเป็นอย่างนี้ ต่าง ๆ นานา
และบุคคลอาจจะมีอคติเกี่ยวกับผู้หญิง ผู้ชาย
คนอเมริกัน คนอังกฤษว่าเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ แล้วก็เชื่อตามนั้นเสียด้วย
สิ่งทั้งหลายทั้งปวงล้วนเป็นสัญญา คือ ความจำได้หมายรู้ของจิต
ทัศนะต่างๆ เมื่อเกิดขึ้น มาแล้วย่อมดับไป
กระนั้นก็ดี เรายังสร้างทุกข์อย่างมหันต์จากสิ่งเหล่านี้
ถ้าเราไม่เข้าใจทุกข์ เสีย ณ ที่นี้ จะไปอยู่แห่งหนใด
จะเป็นกรุงลอนดอน กรุงเทพฯ กรุงวอชิงตัน หรือบนยอดเขา
จะอยู่กับคนดีหรือคนเลว ก็ยังไม่เข้าใจทุกข์อยู่ดี
จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องสังเกต และรู้จักทุกข์เสียแต่บัดนี้


อริยสัจข้อที่สอง คือ สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์
มาจากความยึดมั่นในความปรารถนา ทะยานอยาก ซึ่งต้องละเสีย หรือปล่อยวางไป
การเข้าถึงสัจธรรมทุกข้อต้องประกอบด้วยสามประการ คือ
ปฏิบัติ หมายถึง ที่เราทำอยู่ ปฏิปทาของเราเป็นอย่างไร
ปฏิเวธ หมายถึง ผลของการปฏิบัติ ได้แต่ปัญญาความรู้แจ้ง

คืนนี้เราจะนั่งสมาธิกันจนถึงเที่ยงคืน เป็นโอกาสให้เราได้หยั่งรู้อย่างเต็มที่
ว่าการนั่งนั้นเป็นอย่างไร เวลาจิตเต็มไปด้วยความนึกคิดนั้นเป็นอย่างไร
ถ้าไม่คิดเป็นอย่างไร หรือทุกข์เป็นอย่างไร ไม่ทุกข์เป็นอย่างไร
ถ้าท่านรู้สึกว่ากำลังทุกข์แล้วยึดติดอยู่กับความรู้สึกนั้นหรือไม่อย่างไร
ในอริยสัจข้อที่หนึ่งว่าด้วยทุกข์ คือทุกข์นั้นมีอยู่ จะต้องรู้ความจริงเรื่องทุกข์
เราจะเข้าถึงอริยสัจข้อนี้ได้ ก็โดยการยอมรับรู้จักและเข้าใจ
อริยสัจข้อที่สอง คือ สมุทัย เหตุแห่งทุกข์ได้แก่ตัณหา
ซึ่งจะต้องละเสียหรือปล่อยวางไป อย่าไปอยากได้อะไรจากการนั่งทั้งคืน
สิ่งเหล่านี้คือความจำได้หมายรู้ ต้องดับเสีย



อริยสัจข้อที่สาม ได้แก่ นิโรธ การดับทุกข์
คือ การดับทุกข์นั้นมีอยู่ เราจะต้องทำให้แจ้ง ถึงการดับทุกข์
การปฏิบัติของเรานี้ก็เพื่อการดับทุกข์ เพื่อสังเกตว่าเมื่อไรทุกข์ดับ
ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างอันตรธานหมด
แต่ความรู้สึกเป็นทุกข์ และ “ตัวฉันเอง” เป็นทุกข์นั้นดับไป
เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงความเชื่อแต่ต้องทำให้แจ้ง
การดับทุกข์นั้นสามารถจะเข้าถึงได้


แล้วเรามาถึง อริยสัจข้อที่สี่ คือมรรคมีองค์แปด ทางแห่งการดับทุกข์แปดประการ
การเข้าถึงอริยสัจทุกข้อนั้นจะเป็นการเชื่อมโยงต่อเนื่องและเกื้อกูลกันไปโดยตลอด
เมื่อเราเข้าใจถึงการปล่อยวาง และเห็นแจ้งในการดับ ก็จะเป็นสัมมาทิฐิ
และมรรคอีกเจ็ดประการก็ตามมา ในที่สุดก็เกิดเป็นปัญญา
อย่าไปมองว่าที่กล่าวมานี้เป็นเรื่องลึกซึ้งเสียเหลือเกินจนต้องทุ่มเทลงไปจนสุดกำลัง
หากแต่เพียงว่าให้มีสติอยู่กับการนั่ง ยืน เดิน นอน การหายใจเข้าออก
มีความรู้สึกเป็นปกติ ธรรมดา และดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบของศีลธรรม

เราไม่จำเป็นต้องลงนรกเพื่อจะดูว่าทุกข์เป็นอย่างไร ไม่ต้องถึงขนาดนั้น
เราจะสร้างนรกขึ้นในอมราวดีนี้ก็ได้ ไม่ใช่ว่าที่นี่เป็นนรก
แต่เป็นเพราะว่าเราสร้าง ความทุกข์ยากทั้งหลายทั้งปวงขึ้นในใจของเราเอง
และทุกข์นี้แหละที่เราต้องจัดการกับมัน เป็นทุกข์ของมนุษย์ปุถุชนทั่วไป
และ ณ ที่นี้แหละที่เราตั้งความมุ่งมั่นจะละความชั่ว
ทำแต่ความดี ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ มีความเมตตากรุณา
ที่นี่มีความทุกข์มากพอแล้ว สำหรับใช้พิจารณาเข้าถึงอริยสัจสี่



พระพุทธองค์ทรงชี้ว่า คำสอนของพระพุทธองค์เปรียบเหมือนแพข้ามฟาก
พวกท่านไม่จำเป็นต้องไปหาเรือเร็วพิเศษหรือเรือดำน้ำ หรือเรือเดินสมุทรหรูหรา
แพนี้ท่านสามารถ สร้างได้จากสิ่งใกล้ ๆ ตัวนี้เอง
ใช้ข้ามทะเลแห่งความโง่เขลา เพื่อไปถึงฝั่งข้างโน้น
เมื่อถึงแล้วก็ปล่อยแพไป ไม่ใช่ว่าจะต้องเผาแพทิ้งเสีย

เมื่อเราพิจารณาถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เราจะรู้สึกยินดีปรีดาที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์
รู้สึกเป็นพระคุณอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสอยู่กับพระบรมศาสดา อยู่กับพระธรรม
การปฏิบัติของเรา และอยู่ในคณะสงฆ์ ความมีสติสัมปชัญญะนั้น
เหมาะสมเสมอไปกับทุกเวลา ทุกสถานที่ และทุกสภาวะ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
ทุกข์ไม่ขึ้นอยู่กับว่าโลกนี้จะดีหรือเลว
หากอยู่ที่เราจะตั้งใจใช้ปัญญาของเรา อย่างไรในขณะนี้
ทางออกแห่งทุกข์มีอยู่แล้วที่นี่ โดยสามารถจะมองสิ่งทั้งปวงให้เห็นตามที่เป็นจริง



:b51: :b53: :b51: :b53:

ประวัติและปฏิปทา “พระราชสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=19591

รวมคำสอน “พระราชสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=44534

ประมวลภาพ “พระราชสุเมธาจารย์ (โรเบิร์ต สุเมโธ)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=27376


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 19:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 29 พ.ค. 2008, 14:14
โพสต์: 3836

อายุ: 12
ที่อยู่: กทม.

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 19:47 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 15:36
โพสต์: 435

ที่อยู่: malaysia

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุค่ะ คุณลูกโป่ง :b8: :b8: :b8:
:b48: ธรรมะสวัสดีค่ะ :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ต.ค. 2009, 21:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 20:49
โพสต์: 3958

แนวปฏิบัติ: พอง-ยุบ
งานอดิเรก: อ่านหนังสือ
ชื่อเล่น: นนท์
อายุ: 42
ที่อยู่: นครสวรรค์

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:

อนุโมทนาสาธุกับคุณลูกโป่งด้วยครับ

:b8: :b8: :b8:

.....................................................
แม้มิได้เป็นสุระแสงอันแรงกล้า ส่องนภาให้สกาวพราวสดใส
ขอเป็นเพียงแสงแห่งดวงไฟ ส่องทางให้มวลชนบนแผ่นดิน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.พ. 2019, 20:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1828


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 7 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร