วันเวลาปัจจุบัน 16 ส.ค. 2022, 08:11  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ก.ค. 2022, 04:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออนไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7401


 ข้อมูลส่วนตัว




mobile-4370502_960_720.png
mobile-4370502_960_720.png [ 66.67 KiB | เปิดดู 615 ครั้ง ]
สัลเลข (เครื่องขัดเกลากิเลส) ๔๔ ประการ

๑.ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่นให้ลำบาก
๒.ไม่ฆ่าสัตว์
๓.ไม่ลักทรัพย์
๔.ไม่เสพเมถุน
๕.ไม่กล่าวเท็จ
๖.ไม่กล่าววาจาหยาบ
๗.ไม่กล่าวส่อเสียด
๘.ไม่กล่าววาจาโปรยประโยชน์
๙.ไม่เพ่งเอาทรัพย์ของผู้อื่นโดยทุจริต
๑๐.ไม่พยาบาทจองเวรผู้อื่น
๑๑.ไม่เห็นผิดจากคลองธรรม
๑๒.เห็นชอบ
๑๓.ดำริชอบ
๑๔.กล่าวชอบ
๑๕.เพียรชอบ
๑๖.เลี้ยงชีพชอบ
๑๗.การงานชอบ
๑๘.พยายามชอบ
๑๙.มีสติความระลึกชอบ
๒๐.มีสมาธิชอบ
๒๑.มีญาณปรีชาชอบ
๒๒.มีวิมุตติชอบ
๒๓.ไม่คร้านกาย และง่วงงุนแห่งจิต
๒๔.จิตไม่กำเริบฟุ้งซ่าน
๒๕.ไม่มีความสงสัยเคลือบแคลงอยู่ คือข้ามพ้นวิจิกิจฉาแล้ว
๒๖.ไม่ใช่ผู้มักโกรธ
๒๗.ไม่เข้าไปผูกรัดความโกรธไว้ (จองเวร)
๒๘.ไม่ลบหลู่คุณท่าน
๒๙.ไม่เป้อเย้อยกตน
๓๐.ไม่ริษยาลาภยศความดีของผู้อื่น
๓๑.ไม่ตระหนี่เหนียวแน่นในการบำเพ็ญทาน
๓๒.ไม่มักโอ้อวดแสดงความชอบอันมิได้มีในตน
๓๓.ไม่มายาหลอกลวง
๓๔.ไม่กระด้างดื้อดึง
๓๕.ไม่มีมานะถือตนยิ่งเกินกว่าคนอื่น
๓๖.เป็นคนสอนง่าย
๓๗.ไม่คบคนบาปมิตร คบแต่กัลยาณชน
๓๘.ไม่เป็นคนประมาท มัวเมา
๓๙.เป็นคนมีศรัทธาความเชื่อ ความเลื่อมใส
๔๐.มีความละอายอดสูในการกระทำบาป มีความสะดุ้งกลัวต่อบาป (คือกลัวผลแห่งความชั่ว)
๔๑.เป็นผู้สดับฟังมาก
๔๒.หมั่นปรารภความเพียรอยู่เนืองนิตย์
๔๓.มีสติเข้าไปดำรงอยู่เฉพาะหน้า
๔๔.เป็นคนสละความเห็นผิดของตนง่าย
สัลเลขสูตรนี้ พระพุทธเจ้าตรัสเทศนาแก่พระจุนทเถระ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ก.ค. 2022, 08:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออนไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7401


 ข้อมูลส่วนตัว




banner-02.jpg
banner-02.jpg [ 77 KiB | เปิดดู 412 ครั้ง ]
สัลเลขสูตรพระองค์ได้แสดงแก่ พระจุนทะเถระ น้องชายพระสารีบุตร
ประวัติ / พระจุนทะเถระ
ท่านพระจุนทะ เป็นบุตรของพราหมณ์นายบ้านชื่อว่า วังคันตะ และนางพราหมณีชื่อว่า สารี เกิดในหมู่บ้านชื่อนาลกะ หรือนาลันทะแคว้นมคธ กรุงราชคฤห์ เดิมท่านชื่อว่าจุนทะ

เมื่อท่านเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว ภิกษุทั้งหลาย มักจะเรียกท่านว่า มหาจุนทะ ถึงแม้เรื่องราวของท่านที่มีปรากฏในปกรณ์นั้น ๆ โดยมากใช้คำว่า อายสฺมา มหาจุนฺโท แปลว่า ท่านมหาจุนทะ แต่ที่เรียกว่า จุนทสมณุทเทศก็มี ท่านเป็นน้องชายของท่านพระสารีบุตร และท่านได้เคยเป็นพุทธอุปัฏฐากองค์หนึ่งเหมือนกัน

เมื่อครั้งพระบรมศาสดาเสด็จไปปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ท่านก็เป็นอุปัฏฐากติดตามเสด็จไปด้วย เรื่องราวของท่านมีปรากฏในปกรณ์หลายแห่ง เมื่อพิจารณาตามประวัติของท่านแล้ว สันนิษฐานได้ว่า คงเป็นพระธรรมกถึกองค์หนึ่ง เช่น สัลเลขสูตร ในมัชฌิมนิกาย หน้า ๖๖ มีความย่อว่า

เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ใกล้พระนครสาวัตถี ท่านเข้าไปกราบทูลถามถึงทิฏฐิที่ประกอบด้วยคำของตน เช่น เห็นรูป เป็นตน เป็นต้น และถ้อยคำของโลก เช่น เห็นตนและโลกเที่ยง เป็นต้นว่า ภิกษุจะพึงทำอย่างไรดี จึงจะละทิฏฐินั้นได้เด็ดขาด

พระบรมศาสดาทรงแสดงวิธีขัดเกลากิเลสให้ท่านฟังโดยสิ้นเชิง ท่านพระมหาจุนทะมีความปลาบปลื้มใจ อนุโมทนารับภาษิตของพระพุทธองค์ไปประพฤติปฏิบัติ

เรื่องที่ท่านให้โอวาทแก่ภิกษุโดยตรงก็มี เช่น ที่มาในฉักกนิบาต อังคุตตรนิกาย หน้า ๒๑ โดยความก็ คือ สั่งสอนไม่ให้ภิกษุถือพวกถือเหล่ากัน ยกภิกษุสองพวกนี้ขึ้นเป็นตัวอย่าง คือ พวกภิกษุผู้เรียนคันถธุระฝ่ายหนึ่ง พวกภิกษุผู้เรียนวิปัสสนาธุระฝ่ายหนึ่ง ตามปกติภิกษุย่อมจะสรรเสริญ แต่ฝ่ายของตน ติเตือนอีกฝ่ายหนึ่ง ท่านสอนไม่ให้ทำเช่นนั้น สอนให้สำเหนียกศึกษาว่า ตนจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม พึงทำความพอใจในอีกฝ่ายหนึ่ง สามารถสรรเสริญคุณความดีของกันและกัน ทั้งสองฝ่าย

ท่านพระมหาจุนทะนั้น เมื่อครั้งพระสารีบุตรเถระ ผู้พี่ชาย ไปนิพพานที่บ้านเดิมเพื่อโปรดมารดา ท่านได้ติดตามไปด้วย และได้รวบรวมบาตร และจีวรพร้อมทั้งอัฐิธาตุ ของท่านพระสารีบุตร นำมาถวายพระบรมศาสดาด้วย

เมื่อท่านดำรงชนมายุอยู่โดยกาลสมควรแล้ว ก็ดับขันธปรินิพพาน

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ลุงหมาน และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร