วันเวลาปัจจุบัน 01 ธ.ค. 2020, 16:14  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ย. 2020, 05:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




1604443010160.jpg
1604443010160.jpg [ 148.12 KiB | เปิดดู 537 ครั้ง ]
คำถามเรื่องรูป

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ย. 2020, 05:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว


#คำถามปริจเฉทที่​ ๖_๑​

๑. รูปเป็นอเหตุกะ​หรือสเหตุกะ เป็นโสภณะ หรืออโสภณะ?
ตอบ:
รูปเป็นอเหตุกะ​(ไม่ประกอบด้วย​เหตุ​6 และวิปปยุตกับเหตุ6ที่เป็นนาม)​
รูปไม่จัดเป็นโสภณะหรืออโสภณะ(โสภณะ/อโสภณ​ะใช้กับจิตเท่านั้น)​

๒. รูปรู้อารมณ์ได้หรือไม่ เพราะเหตุไร รูปเป็นอารมณ์ได้หรือไม่?
ตอบ:
- รูปรู้อารมณ์ไม่ได้ เพราะรูปเป็นอนารัมมณะไม่สามารถรู้อารมณ์ได้
ที่รู้อารมณ์ได้คือจิตและเจตสิก ที่เป็นนามธรรมเท่านั้น รูปที่รู้อารมณ์ได้ไม่มี
-รูปเป็นอารมณ์ได้ ๖ ทวาร
รูปที่เกิดทางปัญจทวาร เป็นอารมณ์ทางปัญจทวาร มี ๗ รูป (วิสยรูป ๗ )
อารมณ์ที่รู้ได้เฉพาะทางใจ (ธรรมมารมณ์) แบ่งเป็น ๖ อย่าง คือ
นาม๒ (จิต๘๙,เจตสิก๕๒) ,
รูป ๒ (ปสาทรูป๕,สุขุมรูป๑๖)
นิพพาน บัญญัติ
- รูปที่รู้ได้เฉพาะทางใจ (ธรรมมารมณ์) มี ๒๑ รูป คือ (ปสาทรูป๕,สุขุมรูป๑๖)

๓. รูปเป็นสังขารธรรมหรือสังขตธรรม เป็นโลกียะ หรือโลกุตตระ?
ตอบ: รูปเป็นทั้งสังขารธรรมและสังขตธรรม รูปเป็นโลกียะ (โลกุตตร​ธรรม9 = มรรค4, ผล4, นิพพาน)​

- รูปเป็นสังขตธรรม รูปธรรมทั้งหมดเป็นสังขตธรรม คือธรรมที่ปรุงแต่งด้วยเหตุปัจจัย ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโดยเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป รูปธรรมทั้งหมดอยู่ใต้กฏแห่งการปรุงแต่งเหล่านั้น อันมี กรรม, จิต, อุตุและอาหาร เป็นตัวการปรุงแต่งนั่นเอง
ส่วนรูปที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งด้วยปัจจัยใดๆนั้นไม่มี
- รูปเป็นโลกียะ เพราะรูปธรรมทั้งหมด เป็นธรรมที่สงเคราะห์เข้าในสังขารโลก มีสภาพธรรมที่ต้องแตกดับอยู่เสมอ ส่วนรูปธรรมที่พ้นจากความแตกดับนั้นไม่มี

๔. สภาพธรรมที่เป็นสังขารธรรม และเป็นโลกุตรธรรมด้วยมีหรือไม่?
ตอบ:
- มี คือ โลกุตตรจิต ๘ (มัคคจิต4และผลจิต4)​
จิตเป็นสังขตธรรมหรือสังขารธรรม เพราะมีปัจจัยปรุงแต่ง มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป จึงเป็นสังขารธรรม
ส่วนโลกุตตรจิต ๘ เป็นโลกุตตรธรรม (รับนิพพานเป็นอารมณ์ ส่วนนิพพาน​เป็นอสังขารธรรมและโลกุตรธรรม​)

๕. รูปเป็นภูมิอะไร ภูมิอะไรมีแต่รูป ภูมิอะไรไม่มีรูป?
ตอบ:
ภูมิมี ๒ ความหมาย
๑. ฐานภูมิ คือ (ภูมิเป็นที่อาศัยเกิดของสัตว์) มี ๓๑ ภูมิ
- รูป เป็นกามภูมิก็ได้ ,รูปภูมิก็ได้
- ภูมิที่มีแต่รูป คือ อสัญญสัตตาภูมิ ๑
- ภูมิที่ไม่มีรูป คือ อรูปภูมิ ๔

๒. อวัฏฐาภูมิ คือ (ภูมิของจิต) คือ
กามภูมิ (กามาวจรจิต ๕๔ )
รูปภูมิ (รูปาวจรจิต ๑๕)
อรูปภูมิ (อรูปาวจรจิต ๑๒)
โลกุตตรภูมิ (โลกุตตรจิต๘ หรือ ๔๐)
(รูปไม่ได้เป็นภูมิอะไรเลย)

๖. รูปของรูปพระพรหม เป็นภูมิอะไร เพราะเหตุใร?
ตอบ: รูปของรูปพระพรหม เป็นกามภูมิ เพราะรูปเป็นกามธรรม​ เป็นอารมณ์ของกามาวจรจิต

๗. รูปเป็นชาติอะไร กุศลหรืออกุศล วิบากหรือกริยา?
ตอบ: รูปไม่เป็นทั้ง​ 4 ชาติ
(รูปเป็นผลของกรรม แต่ไม่ใช่วิบาก, ซึ่งใช้กับจิต)​
- รูปไม่เป็นชาติอะไรเลย เพราะการจำแนกชาติ จำแนกโดยจิตเท่านั้น
- รูปไม่เป็นกุศลและอกุศล เพราะรูปเป็น อัพยากตธรรม
อัพยากตธรรม คือ ( วิบากจิต ๓๖, กิริยาจิต ๒๐, รูป ๒๘, และนิพพาน)

๘. รูปธรรมเป็นธรรมที่ควรละ หรือควรกำหนดรู้​ หรือควรทำให้แจ้ง หรือควรเจริญ?
ตอบ: รูปธรรมเป็นทุกขสัจจะ​ จึงควรกำหนด​รู้
(รูปเป็น อัปปหาตัพพะ คือ รูปธรรมทั้งปวงมิใช่ธรรมที่พึงประหาร กิเลสตัณหาต่างหากที่ควรละ ควรประหาร ฉะนั้น รูปที่พึงประหาร คือปหาตัพพธรรม จึงไม่มี)​

๙. โคจรรูปต่างกับวิสยรูปอย่างไร ต่างกับอวินิพโภครูปอย่างไร?
ตอบ:
-โคจรรูปนับ ๔ คือ ๑.รูปารมณ์ ๒.สัททารมณ์ ๓.คันธารมณ์ ๔.รสารมณ์ นับ ๔ รูป
-วิสยรูป นับ ๗ คือ ๑.รูปารมณ์ ๒.สัททารมณ์ ๓.คันธารมณ์ ๔.รสารมณ์
๕.โผฏฐัพพารมณ์ (ทั้ง ๓ คือ ปถวี,เตโช,วาโย) นับ ๗ รูป
ต่างจาก อวินิพโภครูป คือ อวินิพโภครูป เป็นรูปที่แยกจากกันไม่ได้.

โคจรรูปมี​๔​ รูป​ แต่วิสยรูปมี​ ๗​ รูป​ มี​ ๓​ รูป​เพิ่มขึ้นมาคือ​ ปถวี เตโช​ วาโย

ต่างจากอวินิพโภครูป โดยความหมาย และ วิสยรูป​ ๗​ มี​ สัททรูป​ แต่อวินิพโภครูปไม่มี

ส่วน​ อวินิพโภครูปมีอาโปกับอาหารรูป​ แต่วิสยรูป​ ๗ ไม่มี

๑๐.​ ก้อนหิน ท่อนไม้​ มีรูปปรมัตถ์​กี่รูป เกิดจากสมุฏฐานใด?
ตอบ:
ก้อนหิน ท่อนไม้​ มีรูปปรมัตถ์​ ๑๓ หรือ ๑๔ รูป​คือ ​อวินิพโภครูป๘, ปริจเฉทรูป๑, ลักขณรูป๔​ (สัททรูป๑ ถ้ากระทบกันเกิดเสียง)​ เกิดจากอุตุสมุฏฐาน

๑๑.​ ต้นไม้ที่เติบโตได้ มีรูปปรมัตถ์​กี่รูป เกิดจากสมุฏฐานใด?
ตอบ:
ต้นไม้ที่เติบโตได้ มีรูปปรมัตถ์​ ๑๓ หรือ ๑๔​ รูป คือ ​อวินิพโภครูป๘, ปริจเฉทรูป๑, ลักขณรูป๔​ (สัททรูป๑ ถ้ากระทบกันเกิดเสียง)​ เกิดจากอุตุ เป็นสมุฏฐาน

๑๒.​ รูปของอสัญญสัตตาพรหม มีรูปปรมัตถ์​กี่รูป เกิดจากสมุฏฐานใด?
ตอบ:
รูปของอสัญญสัตตาพรหม มีรูปปรมัตถ์​ ๑๗​ รูป คือ​อวินิพโภครูป๘, ชีวิตรูป๑, ปริจเฉทรูป๑, วิการรูป๓, ลักขณรูป๔​ เกิดจากกรรมและอุตุเป็นสมุฏฐาน
เพราะอสัญญสัตตพรหม เป็นพรหมที่ไม่มีจิตเจตสิก ฉะนั้น รูปที่เกิดจากจิตเป็นสมุฏฐานจึงไม่มี และรูปที่เกิดจากอาหารเป็นสมุฏฐานนั้นก็ไม่มี

๑๓.​ รูปของรูปพรหมบุคคล มีรูปปรมัตถ์กี่รูป เกิดจากสมุฏฐานใด?
ตอบ:
รูปของรูปพรหมบุคคล มีรูปปรมัตถ์​ ๒๓​ รูป (เว้น ฆาน, ชิวหา, กาย, อิตถี, ปุริส) เกิดจากกรรม, จิต, อุตุ เป็นสมุฏฐาน (ยกเว้น อาหารสมุฏฐาน​)​

- รูปภูมิ ๑๕ (เว้น อสัญญสัตตภูมิ) มีรูปเกิดได้เพียง ๒๓ รูป
ในรูป ๒๘ นั้น รูปที่เกิดไม่ได้ในรูปภูมิ มี๕ รูป คือ
๑. ฆานปสาทรูป ๒.ชิวหาปสาทรูป ๓.กายปสาทรูป ๔.อิตถีภาวรูป ๕.ปุริสภาวรูป
รวม ๕ รูป เพราะเหตุที่รูปทั้ง ๕ นี้ เป็นรูปที่สนับสนุนกามคุณอารมณ์โดยส่วนเดียว
- เกิดได้ ๓ สมุฏฐาน (เว้นอาหารสมุฏฐาน)

๑๔.​ รูปปรมัตถ์​เท่าไหร่ ที่เป็นวินิพโภครูป?
ตอบ:
รูปปรมัตถ์​ที่เป็นวินิพโภครูป มี ๒๐ รูป (แยกจากกันได้ คือ เกิดร่วมกับอวินิพโภครูปก็ได้ หรือ ไม่มีปัจจัยก็ไม่เกิดร่วมได้)​

๑๕.​ สัตว์ที่มีชีวิต มีอวินิพโภครูปเท่าไหร่ สัตว์ที่ตายแล้วมีอวินิพโภครูปเท่าไหร่?
ตอบ:
มีอวินิพโภครูป ๘ เท่ากันทั้งสัตว์ที่มีชีวิตและที่ตายแล้ว

๑๖.​ สภาวรูปต่างจากสลักขณรูปอย่างไร รูปที่เป็นสภาวรูปมีกี่รูป?
ตอบ:
สภาวรูปมีลักษณะ​เฉพาะ​ตนก็คือรูปปรมัตถ์​แท้(นิปผันนรูป๑๘)​ ส่วนสลักขณรูปเป็นรูปที่มีสามัญ​ลักษณะ​เป็นไปตามไตรลักษณ์ รูปที่เป็นสภาวรูปมีก ๑๘ รูป

๑๗.​ อสภาวรูปคืออลักขณรูปใช่หรือไม่ รูปที่เป็นอสลักขณรูปมีกี่รูป?
ตอบ:
- ว่าโดยความหมายต่างกัน
อสภาวรูป คือ รูปที่ไม่มีสภาวลักษณะประจำตัวของตนโดยเฉพาะ
อสลักขณรูป คือ รูปที่ไม่มีสามาญลักษณะทั้ง ๓ (อนิจจะ,ทุกขะ,อนัตตะ)รับรอง
- ว่าโดยรูป อสภาวรูป และ อสลักขณรูป เป็นรูปปรมัตไม่แท้เหมือนกัน
- อสลักขณรูป มี ๑๐ รูป คือ (อนิปผันนรูป๑๐)

๑๘.​ อสภาวรูปหรืออสลักขณรูปเป็นปรมัตถ์​หรือบัญญัติ​ เพราะเหตุใร?
ตอบ:
อสภาวรูปหรืออสลักขณรูปเป็นปรมัตถ์​(ไม่แท้)​ เพราะรวมอยู่ในรูป๒๘ที่เป็นปรมัตถ์​

๑๙.​ รูปรูปหมายถึงรูปอะไร​ มีกี่รูป ต่างจากอรูปรูปอย่างไร?
ตอบ:
รูปรูป หมายถึง รูปที่มีความแตกดับเสื่อมสลายด้วยวิโรธิปัจจัย เช่น ความร้อนและเย็น เป็นต้น มี ๑๘ รูป(นิปผันนรูป)​
ส่วนอรูปรูปคือ รูปที่ไม่มีการแตกดับ แต่ดับไปตามนิปผันนรูป
จึงไม่ใช่รูปปรมัตถ์แท้

๒๐.​ นิพผันนรูปคืออะไร ต่างจากสัมมสนรูปอย่างไร?
ตอบ:
- นิปผันนรูป เป็น รูปปรมัตถ์​แท้ที่มีสภาวลักษณะ​ของตนโดยเฉพาะ​ โดยเกิดขึ้นจากสมุฏฐานทั้ง ๔ คือ กรรม, จิต, อุตุ, อาหาร
- สัมมสนรูป เป็นรูปที่ยกขึ้นสู่อารมณ์วิปัสสนา ใช้พิจารณาโดยความเป็นไตรลักษณ์​ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่เป็นรูปปรมัตถ์​แท้เหมือนกัน

๒๑.​ วิการรูป ๓ และวิญญัติรูป​ ๒ ทำไมบางครั้งเรียกว่าวิการรูป ๕?
ตอบ:
เพราะเป็นอาการพิเศษของนิปผันนรูป จึงรวมเรียกว่า วิการรูป๕

- ทั้ง ๕ รูป ล้วนเป็นอาการพิเศษของนิปผันรูป
แต่พิเศษคนละรูปแบบ คือ
วิญญัติพิเศษ ทำให้นิปผันรูปเคลื่อนไหวได้
ส่วนวิการรูป เป็นอาการ เบา อ่อน ควร ของนิปผันนรูป
จึงจัดรวมเป็นวิการรูป ๕

๒๒.​ สมุฏฐานที่เป็นเหตุเกิดของรูปมีเท่าไหร่ รูปอะไรบ้างที่ไม่เกิดจากสมุฏฐานใดๆ?
ตอบ:
- สมุฏฐานที่เป็นเหตุเกิดของรูปมี ๔ คือ กรรม, จิต, อุตุ, อาหาร
- รูปที่ไม่เกิดจากสมุฏฐานใดเลย คือ ลักขณรูป ๔ เรียกว่า นกุโตจิสมุฏฐานิกรูป
(นกุโตจิสมุฏฐานิกรูป) หมายถึง รูปที่มิได้เกิดจากสมุฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่งเลย
มี ๔ รูป ได้แก่ ลักขณรูป ๔ เพราะลักขณรูป ๔ นี้ เป็นอาการของรูปกลาปที่กำลังเกิดขึ้นเป็นต้น เท่านั้น จึงไม่มีสมุฏฐานโดยเฉพาะ

๒๓.​ รูปอะไรบ้างที่เกิดจากกรรมอย่างเดียว รูปอะไรบ้างที่เกิดจากจิตอย่างเดียว?

ตอบ:
รูปที่เกิดจากกรรมอย่างเดียว คือ ปสาทรูป๕, ภาวรูป๒, หทยรูป๑, ชีวิตรูป๑
รูปที่เกิดจากจิตอย่างเดียว คือ วิญญัติรูป​๒

๒๔.​ รูปอะไรบ้างที่เกิดจากอุตุอย่างเดียว รูปอะไรบ้างที่เกิดจากอาหารอย่างเดียว?
ตอบ:
- รูปที่เกิดจากอุตุอย่างเดียว ไม่มี
- รูปที่เกิดจากอาหารอย่างเดียว ไม่มี

๒๕.​ รูปใดบ้างที่เกิดได้จากสมุฏฐาน​๒ รูปอะไรบ้างที่เกิดได้จากสมุฏฐาน​ ๓?
ตอบ:
- รูปที่เกิดได้จากสมุฏฐาน ๒ คือ สัททรูป มีจิตและอุตุ เป็นสมุฏฐาน
- รูปที่เกิดได้จากสมุฏฐาน ๓ คือ วการรูป ๓ มีจิต, อุตุ, อาหาร เป็นสมุฏฐาน

***************************************

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ย. 2020, 06:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




1604445816560.jpg
1604445816560.jpg [ 157.81 KiB | เปิดดู 531 ครั้ง ]
.......

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ย. 2020, 06:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว


#คำถามปริจเฉทที่​ ๖_๒
#รูปปรมัตถ์

๒๖. รูปอะไรบ้าง ที่เกิดได้จากสมุฏฐานทั้ง ๔?
ตอบ:
อวินิพโภครูป ๘ กับ ปริจเฉทรูป ๑

๒๗. อัชฌัตติกรูปคือรูปภายในตน พาหิรรูปคือรูปภายนอกร่างกายตนใช่หรือไม่?
ตอบ:
อัชฌัตติกรูป คือรูปภายใน ที่เรียกใช้บ่อย ได้แก่ ปสาทรูป๕
พาหิรรูป คือรูปภายนอก หมายถึงรูปที่นอกจากปสาทรูป๕ ได้แก่ รูปที่เหลือ ๒๓ รูป

- อัชฌัตติกรูปมิได้มุ่งหมายเอารูปที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของสัตว์ทั้งหลาย
แต่หมายถึงรูปที่มีประโยชน์ช่วยเหลือให้จิตรับอารมณ์และทำกิจการงานของสัตว์
ทั้งหลายได้มาก เหมือนคนในบ้าน ย่อมใช้สอยให้ช่วยทำกิจการต่างๆ ได้มากกว่าคนภายนอกที่ไม่คุ้นเคยกัน ฉะนั้น ปสาทรูป ๕ จึงชื่อว่า เป็นรูปภายใน คืออัชฌัตติกรูป
- พาหิรรูปมิได้มุ่งหมายเอารูปภายนอกร่างกายของสัตว์ทั้งหลาย แต่มุ่งหมายเอารูป ๒๓ ที่เหลือ เป็นรูปภายนอก ชื่อว่า พาหิรรูป เพราะไม่ได้ช่วยในกิจการงานของร่างกายมากมายเท่าปสาทรูป ซึ่งเปรียบเหมือนคนนอกบ้าน พอช่วยเหลือกิจการงานบางอย่างได้บ้างเท่านั้น จึงมีความสำคัญแก่ร่างกายไม่ได้มากเหมือนปสาทรูป ซึ่งเป็นคนภายในบ้านนั่นเอง.

๒๘. รูปอะไรบ้างที่เป็นวัตถุรูป เพราะเหตุใดจึงชื่อว่าวัตถุรูป?
ตอบ:
- วัตถุรูป คือรูปเป็นที่อาศัยเกิดของจิต และเจตสิก มี๖ รูป ได้แก่ ปสาทรูป ๕ , หทยรูป ๑
-​ปสาทรูป ๕ เป็นที่อาศัยเกิดของทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ กับเจตสิกที่ประกอบ ๗
-​หทัยรูป ๑ เป็นที่อาศัยเกิดของจิต ๗๕ ดวง (เว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ ,อรูปวิบากจิต๔)
กับเจตสิก ๕๒
รูปทั้ง ๖ นี้ จึงชื่อว่า วัตถุรูป

๒๙. รูปอะไรบ้างที่เป็นทวารรูป เพราะเหตุใดจึงชื่อว่าทวารรูป?
ตอบ:
- รูปที่เป็นทวารรูป มี ๗ รูป คือ ปสาทรูป ๕ , วิญญัติรูป ๒
- ที่ชื่อว่าทวารรูป เพราะเป็นช่องทางการเกิดขึ้นของปัญจทวารวิถี การเกิดขึ้นของปัญจทวารวิถีนั้น ต้องมีปสาทรูป๕ เป็นที่เกิด ปสาทรูป ๕ นี้ จึงได้ชื่อว่า อุปัตติทวาร
- การกระทำทางกาย วาจา ไม่ว่าสุจริตกรรม หรือทุจริตกรรม ก็ตาม ถ้าไม่มีกายวิญญัติรูป และวจีวิญญัติรูป เสียแล้ว ก็เกิดขึ้นไม่ได้
ฉะนั้น วิญญัติรูป ๒ จึงได้ชื่อว่า กัมมทวาร
หมายถึง รูปที่เป็นเหตุให้เกิดกายกรรม และวจีกรรม นั่นเอง.

๓๐. เมื่อวัตถุรูปและทวารรูปไม่ทำหน้าที่ของตน ขณะได้ชื่อว่า อวัตถุรูป อทวารรูป?
ตอบ:
- เมื่อวัตถุรูปไม่ทําหน้าที่ของตน ไม่ชื่อว่า อวัตถุรูป
เพราะ ว่าเขาก็สามารถเป็นวัตถุได้ แต่ยังไม่มีปัจจัย ไม่มีจิตมาเกิด
ยังไม่เรียกอวัตถุรูป ก็เรียกชื่อตามองค์ธรรมปกติ เรียกว่า ปสาทรูป หทยรูป
ไม่ชื่อว่าอวัตถุ เพราะว่า อวัตถุรูป แปลว่า เป็นรูปที่จิตและเจตสิกอาศัยเกิดไม่ได้
- เมื่อทวารรูปไม่ทําหน้าที่ของตน ไม่ชื่อว่า อทวารรูป เพราะว่า ตอนที่รูปไม่ได้ทำหน้าที่ทวาร เขาก็ไม่ได้เป็น อทวาร เพราะ อทวารแปลว่ารูปที่ไม่ใช่ทวาร ตอนเขายังไม่ได้ทำหน้าที่เขาก็ยังเป็นทวาร ได้อยู่ ก็เรียกชื่อตามองค์ธรรมปกติว่า วิญญัตติ​รูป

๓๑. รูปที่เป็นอินทรีย์ต่างกับนามที่เป็นอินทรีย์​อย่างไร อินทรียรูป​ได้แก่รูปอะไรบ้าง?
ตอบ:
รูปชีวิตินทรีย์เป็นใหญ่เป็นผู้ปกครองในหน้าที่ของรูปธรรมนั้นๆ
นามชีวิตินทรีย์เป็นใหญ่เป็นผู้ปกครองในหน้าที่ของนามธรรมนั้นๆ

รูปที่เป็นอินทรีย์ เป็นรูปธรรม มี ๘ รูปได้แก่ ปสาทรูป๕, ภาวรูป๒, ชีวิตรูป๑
นามที่เป็นอินทรีย์ เป็นนามธรรม มี ๘ รูปได้แก่ ชีวิตินทรีย์​เจตสิก​, มนินทรีย์(จิต๘๙), เวทนาเจตสิก, วิริยเจตสิก, เอกัคคตาเจตสิก, สัทธาเจตสิก, สติเจตสิก, ปัญญา​เจตสิก​

๓๒. รูปอะไรที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ รูปอะไรที่เห็นได้และกระทบได้?
ตอบ: รูปที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ คือ ปสาทรูป๕, สัททรูป, คันธรูป, รสรูป, ปถวี, เตโช, วาโย,
รูปที่เห็นได้และกระทบได้ คือ วัณณรูป

๓๓. รูปอะไรที่เห็นได้แต่กระทบไม่ได้ รูปอะไรที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้?
ตอบ: รูปที่เห็นได้แต่กระทบไม่ได้ -​ไม่มี
รูปที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ ได้แก่ อัปปฏิฆรูป ๑๖, ทูเรรูป หรือ สุขุมรูป๑๖ ได้แก่ อาโป๑, ภาวรูป๒, หทยรูป๑, ชีวิตรูป๑, อาหารรูป๑, ปริจเฉทรูป๑, วิญญัติรูป๒, วิการรูป๓, ลักขณรูป๔

๓๔. ทูเรรูป (รูปที่ไกล)​ คือรูปที่อยู่​ในที่ไกล สันติเกรูป(รูปใกล้)​ คือรูปที่อยู่ในที่ใกล้?
ตอบ: ทูเรรูป (รูปที่ไกล)​ คือรูปที่รู้ได้ยาก
สันติเกรูป(รูปใกล้)​ คือรูปที่รู้ได้ง่าย

๓๕. โอฬาริกรูป(รูป​หยาบ)​ มีกี่รูป ปรากฏทางทวารใดได้บ้าง?
ตอบ: โอฬาริกรูป(รูป​หยาบ)​ มี ๑๒ รูป ปรากฏได้ ๖ ทวาร คือ ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย, ใจ(ปสาทรูป๕ เป็นธัมมารมณ์)​

๓๖. สุขุมรูป(รูป​ละเอียด)​ มีกี่รูป ปรากฏทางทวารใดได้บ้าง?
ตอบ: สุขุมรูป(รูป​ละเอียด)​ มี ๑๖ รูป (อาโป, ภาวรูป๒, หทยรูป, ชีวิตรูป, อาหารรูป, ปริจเฉทรูป, วิญญัติรูป๒, วิการรูป๓, ลักขณรูป๔
ปรากฏทางมโนทวารอย่างเดียว

๓๗. อุปาทินนรูปหมายถึง​รูป​อะไร​ เป็น​รูป​ปรมัตถ์​กี่รูป?
ตอบ: อุปาทินนรูปหมายถึง​รูป​ที่เกิดจากกรรม ๒๕ หรือเรียกว่า เจตนากรรม ๒๕
-​ เจตนากรรม ๒๕
อกุศล​จิต ๑๒
มหากุศลจิต ๘
รูปากุศล​จิต ๕
เป็น​รูป​ปรมัตถ์​ ๑๘ รูป(กัมมชรูป ๑๘ ได้แก่ อวินิพโภครูป​๘, ปริจ​เฉ​ท​รูป, ปสาท​รูป​๕, ภา​ว​รูป​๒, หทย​รูป๑, ชี​วิ​ตรูป๑)

๓๘. อนุปาทินนรูปหมายถึง​รูป​อะไร​ เป็น​รูป​ปรมัตถ์​กี่รูป?
ตอบ: อนุปาทินนรูปหมายถึง​รูป​ที่ไม่เกิดจากกรรม ๒๕ ได้แก่ รูปที่เกิดจากจิต, อุตุ, อาหาร เป็น​รูป​ปรมัตถ์​ ๑๐ รูป(สัททรูป๑, วิญญัติรูป๒, วิการรูป๓, ลักขณ​รูป​๔)

๓๙. อสัญญสัตตาพรหมมีอุปาทินนรูปหรือไม่ มีอนุปาทินนรูปหรือไม่​ กี่รูป?
ตอบ: อสัญญสัตตาพรหมมีอุปาทินนรูป มีอนุปาทินนรูป ๑๐ รูป (อวินิพโภครูป๘, ปริจเฉทรูป๑, ชีวิตรูป๑)​
อสัญญสัตตาพรหมมีอนุปาทินนรูป ๗ รูป (วิการรูป๓, ลักขณ​รูป​๔)​

๔๐. โคจรัคคาหกรูปคืออะไ​ร​ มีกี่รูป? อโคจรัคคาหกรูปคืออะไ​ร​ มีกี่รูป?
ตอบ: โคจรัคคาหกรูปคือ รูปที่รับปัญจารมย์​ได้ มี ๕ รูป(ปสาทรูป๕)​
อโคจรัคคาหกรูปคือ รูปที่รับปัญจารมย์​ไม่ได้ มี ๒๓ รูปที่เหลือ

๔๑. สัมปัตตโคจรัคคาหกรูปได้แก่รูปอะไ​ร​ อสัมปัตตโคจรัคคาหกรูปได้แก่รูปอะไ​ร​?
ตอบ: สัมปัตตโคจรัคคาหกรูป (รูปที่สามารถ​รับอารมณ์​ที่มาถึงตน)​ได้แก่ ฆานปสาทรูป, ชิวปสาทรูป, กายปสาทรูป
อสัมปัตตโคจรัคคาหกรูป (รูปที่สามารถ​รับอารมณ์​ที่ยังมาไม่ถึงตน)​ได้แก่ จักขุปสาทรูป, โสตปสาทรูป

๔๒. อุปาทินนรูปใช่อุปาทายรูป​หรือไม่​ ต่างกันอย่างไร
ตอบ: อุปาทินนรูปไม่ใช่อุปาทายรูป​​ ทั้งหมด คือบางส่วนใช่ บางส่วนไม่ใช่.. มหาภูตรูปในอุปาทินนรูปไม่ใช่อุปาทายรูป​​
ส่วนอุปาทายรูป​​ที่ไม่เป็นอุปาทินนรูป คือ สัททรูป, วิญญัติ​รูป​๒, วิ​การ​รูป๓, ลักขณ​รูป​๔​
ต่างกันคือ อุปาทินนรูปเป็น​รูปที่เกิดกรรมมี ๑๘ รูป ส่วนอุปาทายรูป​​เป็นรูปที่อาศัย​มหาภู​ตรูปเกิด มี ๒๔ รูป(เว้น มหาภูตรูป๔)​

๔๓. อุปาทินนรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปมีหรือไม่ อะไรบ้าง?
ตอบ: อุปาทินนรูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูปมี ๔ รูป คือ มหาภูตรูป​๔​

๔๔. อุปาทายรูปที่ไม่เป็น​อุปาทินนรูปมีหรือไม่ อะไรบ้าง?
ตอบ: อุปาทายรูปที่ไม่เป็น​อุปาทินนรูป มี ได้แก่ สัททรูป๑, วิญญัติรูป๒, วิการรูป๓, ลักขณรูป๔

๔๕. กุศลกรรม​และอกุศลกรรม​ที่เกิดกับจิตกี่ดวง เป็นปัจจัย​ให้เกิดกัมมชรูป?
ตอบ: กุศลกรรม​และอกุศลกรรม​ที่เกิดกับจิต ๒๕ ดวง เป็นปัจจัย​ให้เกิดกัมมชรูป

๔๖. กุศลกรรม​และอกุศลกรรม​ที่เกิดกับจิตกี่ดวง เป็นปัจจัย​ให้เกิดจิตตรูป?
ตอบ: กุศลกรรม​และอกุศลกรรม​ที่เกิดกับจิต (อกุศล​จิต๑๒+กุศลจิต๒๑=เจตนากรรม ๓๓) ๓๓ ดวง เป็นปัจจัย​ให้เกิดจิตตรูป

๔๗. จิตกี่ดวงที่เกิดพร้อมกับ​กัมมชรูปในปฏิสนธิกาล กี่ดวงที่เกิดพร้อมในปวัตติกาล?
ตอบ: ปฏิสนธิจิต ๑๕ ดวง(เว้นอรูปวิบากจิต ๔) ที่เกิดพร้อมกับ​กัมมชรูปในปฏิสนธิกาล
จิต ๘๕ ดวง (เว้นอรูปวิบากจิต ๔)ที่เกิดพร้อมในปวัตติกาล

๔๘. จิตที่เป็นปัจจัย​ให้เกิดรูปได้มีกี่ดวง ที่ไม่เป็นปัจจัย​ให้เกิดรูปได้มีกี่ดวง?
ตอบ: จิตที่เป็นปัจจัย​ให้เกิดรูปได้มี ๗๕ ดวง ที่ไม่เป็นปัจจัย​ให้เกิดรูปได้มี ๑๔ ดวง (ทวิ๑๐, อรูปวิบาก๔)​

๔๙. จิตเกิดขึ้นโดยปราศจากกัมมชรูปได้หรือไม่ ในขณะใด?
ตอบ: อรูปวิบากจิต ๔, มรรคเบื้องบน๓ ในอรูปภูมิ , ผลจิต ๔ในอรูปภูมิ

๕๐. ในภูมิที่มีขันธ์​๕​ จิตเกิด​โดยไม่มีจิตตช... อุตุช... อาหารชรูปได้หรือไม่​ ในขณะใด?
ตอบ: ปฏิสนธิจิต ๑๕ ดวง(เว้นอรูปวิบาก ๔)ไม่มีจิตตชรูป เพราะจิตตชรูปจะเกิดครั้งแรกที่อุปาทะขณะของปฐมภวังค์​หลังปฏิสนธิ​จิต​
อุตุชรูปเกิดครั้งแรกที่ฐีติขณะของปฏิสนธิจิต จึงไม่มีอุตุชรูปขณะอุปาทขณะของปฏิสนธิจิต
อาหารชรูปในปัญจโวการภูมิ ตั้งแต่ปฏิสนธิจิต​จนสิ้นสุดภวังค์​ดวงที่๑๖ ไม่มีอาหารชรูป อาหารชรูปจะเกิดครั้งแรกที่อุปาทขณะของมโนทวาราวัชชนจิตในมโนทวารวิถีแรกหลังปฏิสนธิ

***************************************

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ย. 2020, 06:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว




1604448070969.jpg
1604448070969.jpg [ 160.74 KiB | เปิดดู 525 ครั้ง ]
........

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 04 พ.ย. 2020, 06:49 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 6007


 ข้อมูลส่วนตัว


#คำถามปริจเฉทที่​ ๖_๓
#รูปปรมัตถ์

๕๑. กัมมชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตได้หรือไม่ ในขณะใด?
ตอบ: กัมมชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตได้ คือ เกิดกับอสัญญสัตตาพรหม ที่มีแต่รูปไม่มีจิต หรือขณะที่ผู้นั้นเข้านิโรธสมาบัติ

๕๒. จิตตชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตใจได้หรือไม่ ในขณะใด?
ตอบ: จิตตชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตใจไม่ได้ เพราะจิตตชรูปเกิดจากจิต

๕๓. อุตุชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตได้หรือไม่ ในขณะใด?
ตอบ: อุตุชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตได้ 4 ประการนี้
๑) อุตุชรูปที่เกิดกับอสัญญสัตตาพรหม เพราะท่านไม่มีจิต
๒) อุตุชรูปขณะที่ผู้นั้นเข้านิโรธสมาบัติ​ เพราะขณะนั้นจิตท่านดับ
๓) อุตุชรูปในสัตว์​ที่ตายแล้ว ในซากศพ เพราะอุตุชรูปยังคงอยู่ตลอดไปจนกว่าโลกจะแตกสลาย
๔) อุตุชรูปของสิ่งต่างๆภายนอก ได้แก่ ต้นไม้ หิน อุตุชรูปเกิดได้ตลอดไม่ต้องอาศัยจิต

๕๔. อาหารชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตได้หรือไม่ ในขณะใด?
ตอบ: อาหารชรูปเกิดขึ้นโดยปราศจากจิตได้ ในขณะที่​ พระอนาคามี/พระอรหันต์เข้านิโรธสมาบัติ จิตจะดับแต่ อาหารชรูปเกิดได้ตลอด

๕๕. กัมมชรูปเกิดขึ้นครั้งแรกในขณะใด เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายในขณะใด
ตอบ: กัมมชรูปเกิดครั้งแรกที่ อุปาทขณะของปฏิสนธิจิต และ เกิดครั้งสุดท้าย ที่อุปาทักขณะของจิตดวงที่ ๑๗ ที่นับถอยหลังจากจุติจิตขึ้นไปและจะดับพร้อมกับจุติจิตพอดี

๕๖. จิตตชรูปเกิดครั้งแรกในขณะใด เกิดเป็นครั้งสุดท้ายในขณะใด?
ตอบ: จิตตชรูปเกิดครั้งแรกที่ อุปาทขณะของปฐมภวังค์​ และเกิดครั้งสุดท้าย ที่อุปาทักขณะของจุติจิตยกเว้นของพระอรหันต์​จะเกิดครั้งสุดท้าย​ที่อุปาทขณะก่อนจุติจิต ๑ ดวง

๕๗. อุตุรูป เกิดขึ้นครั้งแรกในขณะใด เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายในขณะใด?
ตอบ: อุตุชรูปเกิดครั้งแรกที่ ฐีติขณะของปฏิสนธิจิต และ เกิดครั้งสุดท้าย ไม่มี เพราะแม้อุตุที่เกิดจาก กรรม จิต และอาหาร จะดับหมดแล้ว ก็ยังมี อุตุของซากศพติดตามไปจนโลกแตกสลาย(พหิธอุตุชรูป)​

๕๘. อาหารชรูป เกิดครั้งแรกในขณะใด เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายในขณะใด?
ตอบ: อาหารช​รูป​: รูปที่เกิดจากอาหารเป็นสมุฏฐาน
- เกิดครั้งแรก
@ คัพภเสยยกกำเนิด
เกิดครั้งแรกที่ สัปดาห์ที่ ๒-๓ นับแต่ปฏิสนธิกาล กล่่าวคือ หลังจากมารดากินอาหารแล้วส่งต่อมาให้ทารกในครรภ์​ โอชาก็จะซึมซาบเข้า ร่างกายของทารก ทำให้อาหารโชรูปเกิดขึ้นแก่ทารกนั้นได้
@ สังเสทชะ/โอปปาติกกำเนิดในกามภูมิ​
เกิดครั้งแรกเมื่อสัตว์เกิดขึ้นแล้วกลืนน้ำลายลงลำคอ อาหารชรูปก็จะเกิดขึ้น ซึมซาบเลี้ยงร่างกายทันที
หรือ เกิดครั้งแรกที่มโนทวาราวัชชนจิตของมโนทวารวิถีแรกของภพใหม่
- เกิดครั้งสุดท้าย ที่ภังคขณะของจุติจิต

๕๙. วิการรูป ๓ เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐานได้หรือไม่ เพราะเหตุใด?
ตอบ: วิการรูป ๓ เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐานไม่ได้ เพราะวิการรูปเป็นรูปที่แสดงอาการเบา, อ่อน, ควรแก่งาน เกิดจากกัมมชรูปไม่ได้

๖๐. เสียงในกระเพาะอาหารที่ดังขึ้น เกิดจากอาหารเป็นสมุฏฐานใช่หรือไม่?
ตอบ: เสียงในกระเพาะอาหารที่ดังขึ้น ไม่ได้เกิดจากอาหารเป็นสมุฏฐาน แต่เกิดจากอุตุชรูป

๖๑. ชลาพุชะ และอัณฑะกำเนิด เพราะเหตุใดจึงเรียกว่าคัพภเสยยกสัตว์?
ตอบ: เพราะเกิดในครรภ์

๖๒. ชลาพุชะ และอัณฑะกำเนิด ในปฏิสนธิกาลมีกลุ่มของรูปเกิดได้มากที่สุดกี่กลาป?
ตอบ: กลุ่มของรูปเกิดได้มากที่สุด 3 กลาป (กายทสก, ภาวทสก, วัตถุทสก)​

๖๓. สังเสทชะและโอปปาติกะกําเนิด ในปฏิสนธิกาลมีกลุ่มของรูปเกิดได้มากที่สุดกี่กลาป?
ตอบ: กลุ่มของรูปเกิดได้มากที่สุด 7 กลาป (จักขุทสก, โสตทสก, ฆานทสก, ชิวหาทสก, กายทสก, ภาวทสก, วัตถุทสก)​

๖๔. พรหมบุคคล เทวดา สัตว์นรก มีอาหารชรูปหรือไม่ เพราะเหตุใร?
ตอบ: พรหมบุคคลไม่มีอาหารชรูป(อิ่มด้วยปิติ)​, เทวดามีอาหารชรูป(อาหารทิพย์)​, สัตว์นรกไม่มีอาหารชรูป(อำนาจกรรมหล่อเลี้ยง)​

๖๕. อาหารมื้อหนึ่งของมนุษย์สามารถใช้ดำรงชีวิตอยู่ได้กี่วัน สันนิษฐานได้จากอะไร?
ตอบ: อาหารมื้อหนึ่งของมนุษย์สามารถใช้ดำรงชีวิตอยู่ได้ 7 วัน สันนิษฐานได้จากขณะที่ผู้นั้นเข้านิโรธสมาบัติ สามารถเข้า​ได้ 7 วันโดยไม่ต้องทานอาหาร

๖๖. รูปของผู้ที่เข้าฌานสมาบัติ กับรูปของผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติต่างกันอย่างไร ​?
ตอบ: ผู้ที่เข้าฌานสมาบัติยังมีจิตตชรูป แต่ผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติ จิตและเจตสิกดับจึงไม่มีจิตตชรูป

๖๗. บุคคลใดที่มีรูป แต่ไม่มีกัมมชรูป ไม่มีจิตตชรูป ไม่มีอุตุชรูป ไม่มีอาหารรูป?
ตอบ: ไม่มีบุคคลใดเลยที่มีรูปแล้ว ไม่มีกัมมชรูป ไม่มีจิตตชรูป ไม่มีอุตุชรูป ไม่มีอาหารรูป

๖๘. บุคคลใดบ้างที่มีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากรูปทั้ง 4 สมุฏฐาน?
ตอบ: อรูปพรหมบุคคลมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากรูปทั้ง 4 สมุฏฐาน เพราะไม่มีรูป

๖๙. พรหมบุคคล ปฏิสนธิด้วยกัมมชกลาปกี่กลุ่ม อะไรบ้าง?
ตอบ: พรหมบุคคลในรูปภูมิ 15 ปฏิสนธิด้วยกัมมชกลาป 4 กลาป (จักขุทสก, โสตทสก, วัตถุทสก, ชีวิตนวกกลาป)​

๗๐. อสัญญสัตตาพรหมบุคคลปฏิสนธิด้วยกัมมชกลาปกี่กลุ่ม อะไรบ้าง?
ตอบ: 1 กลุ่ม คือ ชีวิตนวกกลาป

๗๑. ในปวัตติกาล อสัญญสัตตาพรหมมีวิการรูป 3 หรือไม่ เกิดจากสมุฏฐานใด?
ตอบ: ได้ คือ เกิดจากอุตุสมุฏฐาน มีวิการรูปที่ทำให้กายละเอียดเบา, อ่อนนิ่ม ตั้งอยู่ได้ 500 กัปป์

๗๒. รูปารมณ์ กับ สี (วัณโณ)​ มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร?
ตอบ: ต่างกัน คือ วัณรูป คือ สีต่างๆ แต่เมื่อเป็นอารมณ์​ของจิตจะเรียกว่ารูปารมณ์

๗๓. วิญญาณธาตุเท่าไหร่ ที่สามารถรู้รูปารมณ์ได้ เท่าไหร่ที่ไม่สามารถรู้รูปารมณ์ได้?
ตอบ: วิญญาณธาตุ 3 (จักขุวิญญาณธาตุ, มโนธาตุ, มโนวิญญาณ​ธาตุ)​ที่สามารถรู้รูปารมณ์ได้
4 ธาตุที่เหลือ ไม่สามารถรู้รูปารมณ์ได้ อันได้แก่ โสตวิญญาณ​ธาตุ, ฆานวิญญาณ​ธาตุ, ชิวหาวิญญาณ​ธาตุ, กายวิญญาณ​ธาตุ

๗๔. วิญญาณธาตุเท่าไหร่ ที่สามารถรู้ธัมมารมณ์ได้ เท่าไหร่ที่ไม่สามารถรู้ธัมมารมณ์ได้?
ตอบ: มีวิญญาณธาตุ 1 ได้แก่ มโนวิญญาณ​ธาตุ ที่สามารถรู้ธัมมารมณ์ได้
อีก 6 ธาตุที่เหลือ สามารถรู้ปัญจารมย์​ได้ ได้แก่ จักขุวิญญาณธาตุ, โสตวิญญาณ​ธาตุ, ฆานวิญญาณ​ธาตุ, ชิวหาวิญญาณ​ธาตุ, กายวิญญาณ​ธาตุ, มโนธาตุ,

๗๕. ในบรรดารูป ๒๘ รูปเท่าไหร่ที่เป็นโคจรรูป เพราะเหตุใดจึงชื่อว่าโคจรรูป?
ตอบ: โคจรรูป 4 เพราะเป็น​ที่โคจรไปหาอารมณ์​ของจิตและเจตสิกทาง ตา, หู, จมูก, ลิ้น, กาย

***************************************

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร