วันเวลาปัจจุบัน 08 ธ.ค. 2019, 01:51  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 35 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 พ.ย. 2019, 15:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1733


 ข้อมูลส่วนตัว


๑๙. สัปยุตปัจจัย



แสดงปัจจยทุกะ ๓ หมวด

ปัจจยทุกะ ๓ หมวด เหล่านี้ คือ

สัมปยุตปัจจัย
วิปยุตปัจจัย

อัตถิปัจจัย
นัตถิปัจจัย

วิคตปัจจัย
อวิคตปัจจัย


ย่อมไม่มีความแตกต่างกันแห่งปัจจัย เป็นแผนกหนึ่งสำหรับปัจจยทุกะ ๓ หมวด เหล่านี้ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้เพื่อแสดงว่า บรรดาปัจจัยทั้งหลายที่มาแล้วในกาลก่อน ปัจจัยทั้งหลายบางพวก ย่อมเป็นสัมปยุต(ประกอบได้)กับปัจจยุบันธรรมทั้งหลายของตน ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย, ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นวิปยุต(ประกอบไม่ได้) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย, ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นอัตถิ(มีอยู่) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นนัตถิ(ไม่มีอยู่) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นวิคตะ(ไปปราศแล้ว) ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย ปัจจัยทั้งหลายบางพวกเป็นอวิคตะ(ยังไม่ปราศ)ย่อมเข้าถึงซึ่งความเป็นปัจจัย.


แสดงพระบาลีที่แสดงความแตกต่างกันของสัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิทั้งสอง แห่งอัตถิศัพท์และนัตถิศัพท์

จะกล่าวต่อไป ในอธิการนี้
อัตถิศัพท์ย่อมเป็นไปในสัสสตวาทะ, นัตถิศัพท์ ย่อมเป็นไปในอุจเฉทวาทะ ในฐานะทั้งหลายเห็นปานนี้ คือ

๑. ที่สุดข้างหนึ่งของอาจารย์บางพวกก็คือ อัตถิศัพท์
๒. ที่สุดข้างที่สองของอาจารย์บางพวกก็คือ นัตถิศัพท์

เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัส วิคตทุกะไว้อีก เพื่อจะห้ามเนื้อความทั้งหลายเห็นปานนี้.



แสดงสรุปปัจจัยธรรมกับปัจจยุบันธรรมของสัมปยุตปัจจัย

จิต เจตสิกธรรมทั้งหลายแม้ทั้งปวง ที่เกิดขึ้นร่วมกันย่อมเป็นทั้งปัจจัยธรรมและปัจจยุบันธรรมแก่กันและกัน



แสดงเนื้อความแห่งสัมปยุตศัพท์

ถามว่า ที่ชื่อว่า สัมปยุต เพราะมีความหมายอย่างไร?
ตอบว่า ที่่ชื่อว่า สัมปยุต เพราะมีความหมายว่า มาตามพร้อม ประกอบ เข้าถึง ความเป็นอย่างเดียวกันด้วยสัมปโยคะทั้ง ๔ ประการ เหล่านี้ คือ

๑. ความเกิดขึ้นร่วมกัน (เอกุปปาทตา)
๒. ความดับลงพร้อมกัน (เอกนิโรธตา)
๓. ความมีที่อาศัยคือวัตถุอย่างเดียวกัน (เอกวัตถุกถา)
๔. ความมีอารมณ์อย่างเดียวกัน (เอการัมมณตา)



แสดงอธิบายถ้อยคำที่ว่า เข้าถึงความเป็นอย่างเดียวกัน ดังนี้

ในถ้อยคำนั้น คำว่า เข้าถึงความเป็นอย่างเดียวกัน บัณฑิตพึงทราบเนื้อความ ดังต่อไปนี้
จักขุวิญญาณจิต ย่อมเข้าถึง ความร่วมกัน, เป็นอย่างเดียวกัน, เป็นขบวนการเดียวกัน, เป็นหมวดเดียวกัน กับเจตสิกธรรม ๗ ประการ มี ผัสสะ เป็นต้น, ย่อมเข้าถึงโวหารอย่างเดียวกันว่า เห็น ธรรมทั้ง ๘ ประการนี้ ย่อมไม่เข้าถึงโวหารอย่างอื่นๆ ย่อมไม่สามารถที่จะแยกออกแสดงให้รู้ได้, และในจิตตุบาททั้งปวงที่เหลือ บัณฑิตพึงทราบตามนัยนี้แล.



จบการแสดงสัมปยุตปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ย. 2019, 05:11 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1733


 ข้อมูลส่วนตัว


๒๐. วิปยุตปัจจัย


แสดงประเภทของวิปยุตปัจจัย

วิปยุตปัจจัยมี ๔ ปัจจัย คือ
๑. สหชาตวิปยุตปัจจัย
๒. วัตถุปุเรชาตวิปยุตปัจจัย
๓. วัตถารัมมณปุเรชาตวิปยุตปัจจัย
๔. ปัจฉาชาตปัจจัย


แสดงสภาวะแห่งปัจจัยธรรมกับปัจจยุบันธรรมของสหชาตวิปยุตปัจจัย

บรรดาปัจจัยทั้ง ๔ เหล่านั้น

ในนามธรรมและรูปธรรมทั้งหลาย ที่เป็นสหชาตปัจจัยกับสหชาตปัจจยุบันธรรมทั้ง ๒ ที่ชื่อว่า สหชาตวิปยุตปัจจัย ก็คือ นามธรรมเป็นวิปยุต ช่วยอุปการะแก่รูปธรรม หรือว่า รูปธรรมเป็นวิปยุตช่วยอุปการะแก่นามธรรมในสหชาตวิปยุตปัจจัยนั้น บทว่า นามธรรม หมายถึง นามขันธ์ ๔ อย่าง ที่เป็นไปในปวัตติกาล

บทว่า แก่รูปธรรม หมายถึง แก่จิตตชรูปปัจจยุบันธรรม
บทว่า รูปธรรม หมายถึง หทยวัตถุรูป ในปฏิสนธิกาล
บทว่า แก่นามธรรม หมายถึง แก่ปฏิสนธินามขันธ์ ๔ อย่าง

วิปยุตปัจจัยแม้ทั้ง ๓ ที่เหลือจาก สหชาตวิปยุตปัจจัย บัณฑิตพึงทราบ ตามที่ข้าพเจ้าได้จำแนกไว้แล้วในตอนต้อนนั่นเอง



จบการแสดงวิปยุตปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2019, 19:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1733


 ข้อมูลส่วนตัว


๒๑. อัตถิปัจจัย



แสดงประเภทของอัตถิปัจจัย
อัตถิปัจจัยมีอยู่ ๗ ปัจจัย คือ

๑. สหชาตัตถิปัจจัย
๒. วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย
๓. อารัมณปุเรชาตัตถิปัจจัย
๔. วัตถารัมณปุเรชาตัตถิปัจจัย
๕. ปัจฉาชาตปัจจัย
๖. รูปาหารัตถิปัจจัย
๗. รูปชีวิตินทริยัตถิปัจจัย


แสดงความเหมือนกันของอัตถิปัจจัย ๗ หมวด ตามนัยที่แสดงไว้แล้วในตอนต้น

บรรดาปัจจัยทั้ง ๗ เหล่านั้น สหชาตปัจจัยนั่นเอง ชื่อว่า สหชาตัตถิปัจจัย, ในอัตถิปัจจัยทั้ง ๖ ที่เหลือ บัณฑิตพึงทราบตามนัยนี้เถิด แม้การแสดงจำแนกปัจจัยธรรมและปัจจยุบันธรรม บัณฑิตพึงทราบตามนัยที่ข้าพเจ้าได้กล่าวเอาไว้แล้วในตอนต้น ในปัจจัยนั้นๆ เถิด


แสดงเนื้อความแห่งอัตถิศัพท์
ถามว่า ที่ชื่อว่า อัตถิปัจจัยเพราะหมายความอย่างๆร
ตอบว่า ที่ชื่อว่า อัตถิปัจจัย เพราะหมายความว่า ตนเองเป็นปัจจัยที่ช่วยอุปการะแก่ปัจจยุบันธรรมโดยสภาวะที่มีอยู่ กล่าวคือ ขณิกปัจจยุบัน



จบการแสดงอัตถิปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 พ.ย. 2019, 19:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1733


 ข้อมูลส่วนตัว


๒๒. นัตถิปัจจัย
๒๓. วิคตปัจจัย
๒๔. อวิคตปัจจัย


แสดงความเหมือนกันระหว่างปัจจัยทั้ง ๒ คือ

นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย กับอนันตรปัจจัย และความเหมือนกันระหว่างอัตถิปัจจัยกับอวิคตปัจจัย

อนันตรปัจจัยทั้งหมดชื่อว่า นัตถิปัจจัย และชื่อว่าวิคตปัจจัยเหมือนกัน แม้อวิคตปัจจัยก็เป็นเช่นเดียวกันทั้งหมดกับอัตถิปัจจัย ศัพท์ว่า อัตถิและศัพท์ว่า อวิคต ว่าโดยความหมายก็เป็นอย่างเดียวกันนั่นเอง ศัพท์ว่า นัตถิ และศัพท์ว่า วิคต ว่าโดยความหมายก็เป็นอย่างเดียวกันเหมือนกัน



จบการแสดงนัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย และอวิคตปัจจัย

จบการแสดงไขปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ย. 2019, 11:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1733


 ข้อมูลส่วนตัว


ปัจจยสภาคะ


แสดงการจำแนกปัจจัยออกเป็นหมวดๆ โดยชื่อว่ามหาสหชาตปัจจัย
มัชฌิมสหชาตปัจจัย และขุททกสหชาตปัจจัยในปัจจัยสภาคะ

ข้าพเจ้าจะกล่าวปัจจัยสภาคะที่เป็นนยะที่รวบรวมปัจจัยที่มีความเหมือนกันโดยสภาวะ
สหชาติกะปัจจัยมีอยู่ ๑๕ ปัจจัย คือ

มหาสหชาตปัจจัย ๔
มัชฌิมสหชาตปัจจัย ๔
ขุททกสหชาตปัจจัย ๗

บรรดาสหชาตปัจจัยทั้ง ๑๕ นั้น ธรรมดาว่า มหาสหชาตปัจจัยมี ๔ คือ

๑. สหชาตปัจจัย
๒. สหชาตนิสสยปัจจัย
๓. สหชาตัตถิปัจจัย
๔. สหชาตอวิคตปัจจัย

มัชฌิมสหชาตปัจจัยก็มี ๔ คือ

๑. อัญญมัญญปัจจัย
๒. วิปากปัจจัย
๓. สัมปยุตปัจจัย
๔. สหชาตวิปยุตปัจจัย

และขุททกสหชาตปัจจัยมี ๗ คือ

๑. เหตุปัจจัย
๒. สหชาตาธิปติปัจจัย
๓. สหชาตกัมมปัจจัย
๔. สหชาตอาหารปัจจัย
๕. สหชาตินทริยปัจจัย
๖. ฌานปัจจัย
๗. มัคคปัจจัย



แสดงรูปอาหารปัจจัย ๓ ปัจจัย
รูปอาหารปัจจัยมีอยู่ ๓ ปัจจัย คือ

๑. รูปอาหารปัจจัย
๒. รูปอาหารัตถิปัจจัย
๓. รูปอาหาราวิคตปัจจัย



แสดงรูปชีวิตินทริยปัจจัย ๓ อย่าง

๑. รูปชีวิตินทริยปัจจัย
๒. รูปชีวิตินทริยัตถิปัจจัย
๓. รูปชีวิตินทริยาวิคตปัจจัย

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 35 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร