วันเวลาปัจจุบัน 20 ส.ค. 2019, 21:49  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2019, 19:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1695


 ข้อมูลส่วนตัว


แสดงการอำนาจ แห่งปกตูปนิสสยปัจจัยที่ช่วยอุปการะแก่อนาคตธรรม

พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ศรีอริยะเมตไตร แม้ผู้จะมีในอนาคต, พระธรรมของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า ศรีอริยเมตไตร นั้น และหมู่สงฆ์ของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าศรีอริยเมตไตรนั้น ย่อมช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสยปัจจัย เพื่อความเป็นไปแห่งบุญบารมี ของชนเป็นอันมากทั้งหลาย ในบัดนี้ และในภพปัจจุบันนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ความเป็นใหญ่ในคณะรัฐบาล ทรัพย์ ข้าวเปลือก ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ที่ตนจักได้เฉพาะในเวลาภายหลัง ย่อมช่วยอุปการด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสยปัจจัย เพื่อความเกิดขึ้นแห่งปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร อเนญชาภิสังขาร ต่างๆ ทั้งหลาย ของมหาชนทั้งหลาย ผู้ดำรงอยู่แล้วในกาลก่อน และ ภวสมบัติ โภคสมบัติ มรรคสมบัติ ผลสมบัติ นิพพานสมบัติ ที่จักได้ตามเสวยในอนาคตภาพ ย่อมช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสยปัจจัย เพื่อความเกิดขึ้นแห่งการทำบุญมีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น ของมหาชนทั้งหลาย ผู้ดำรงอยู่แล้วในปัจจุบันภพ ในกาลนี้.

เหมือนอย่างว่าในทางโลก ชนทั้งหลายใส่ใจอยู่ว่า เราทั้งหลายจักได้ข้าวเปลือกและผลไม้ทั้งหลาย ในหน้าหนาว จึงเริ่มทำการงานคือการไถและการหว่านในหน้าฝน ชนทั้งหลายใส่ใจอยู่ว่า เมื่อการงานสำเร็จแล้ว เราทั้งหลายจักได้ซึ่งทรัพย์นั้นๆ จึงเริ่มทำ วิริยะกรรมนั้นๆ หรือ ปัญญากรรมนั้นๆ ในส่วนเบื้องต้น ในข้ออุปมานั้น การได้เฉพาะซึ่งข้าวเปลือกและผลไม้ และการได้เฉพาะซึ่งทรัพย์นั้นๆ ย่อมได้รับการช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งอนาคตปกตูปนิสสยปัจจัยแก่การริเริ่มทำการงานนั้นๆ และการริเริ่มทำการงานนั้นๆ และการได้เฉพาะซึ่งข้าวเปลือกและผลไม้ ย่อมได้รับการช่วยอุปการะมาด้วยอำนาจแห่งอดีตปกตูปนิสสยปัจจัย เพื่อการได้เฉพาะซึ่งทรัพย์นั้นๆ ฉันนั้นเหมือนกัน มหาชนทั้งหลาย เมื่อเห็นอยู่ เมื่อปรารถนาอยู่ ซึ่งผลแห่งกรรมต่างๆ ทั้งหลาย ในอนาคต อันจะมีในภายภาคหน้า จึงริเริ่มทำบุญต่างๆ ทั้งหลาย ในปัจจุบัน อันมีในภายภาคนี้ ในถ้อยคำนั้น ผลแห่งบุญทั้งหลายย่อมได้รับการช่วยอุปการะด้วยอำนาจอนาคตปกตูปนิสสยปัจจัยในการทำบุญทั้งหลาย, การทำบุญทั้งหลายย่อมจะช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งอดีตปกตูปนิสสยปัจจัยแก่ผลบุญทั้งหลาย

เพราะฉะนั้น แม้อนาคตปกตูปนิสสยปัจจัย ก็เป็นเหมือนอดีตปกตูปนิสสยปัจจัย ย่อมเป็นปัจจัยที่กว้างขวางมาก



แสดงการช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสยโดยปัจจุบันธรรม

ปัจจัยธรรมทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น องค์ปัจจุบัน ชื่อว่า ย่อมช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งปัจจุบันปกตูปนิสสยปัจจัย แก่ มนุษย์ เทวดา และพรหมทั้งหลาย ในปัจจุบัน มารดาและบิดาทั้งหลายในปัจจุบัน ชื่อว่า ย่อมช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งปัจจุบันปกตูปนิสสยปัจจัยแก่ปิยชนทั้งหลายมีบุตร ธิดา เป็นต้น ในภพปัจจุบัน ปัจจุบันปกตูปนิสสยปัจจัยนี้ ปรากฏชัดเจดีแล้ว

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ส.ค. 2019, 00:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.พ. 2011, 19:56
โพสต์: 1695


 ข้อมูลส่วนตัว


แสดงการช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสยปัจจัย ด้วยอัชฌัตตะและพหิทธะ ธรรมทั้งหลาย

ธรรมดาว่า ปกตูปนิสสยปัจจัยธรรมทั้งหลาย ที่เป็นภายใน ที่เกิดขึ้นแล้วในความสืบต่อของผู้มีชีวิต มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น ย่อมเป็นปัจจัยธรรมทั้งหลาย ธรรมดาว่า ปกตูปนิสสยปัจจัยทั้งหลายที่เป็นภายนอก มีแผ่นดิน ภูเขา แม่น้ำ มหาสมุทร เป็นต้น ที่เป็นที่ตั้งอาศัยแห่งสัตว์ทั้งหลายมีอุปการะมาก แก่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นๆ ป่า ต้นไม้ในป่า หญ้า ปุพพัณณชาติและอปัณณชาติ เป็นต้น พระจันทร์ พระอาทิตย์ ดาว และนักขัตฤกษ์ เป็นต้น ฝน น้ำ ไฟ ลม ความเย็น ความร้อน เป็นต้น เหล่านั้นแม้ทั้งปวง ย่อมเป็นปกตูปนิสสยปัจจัยที่มีกำลัง เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกุศลธรรม หรือเพื่อความเกิดขึ้นแห่งอกุศลธรรม ทั้งเพื่อความเกิดขึ้นแห่งความสุข ทั้งเพื่อความเกิดขึ้นแห่งความทุกข์ของสัตว์ทั้งหลาย



แสดงการช่วยอุปการะด้วยอำนาจแห่งปกตูปนิสสปัจจัยโดยนิพพานธรรม

ชนทั้งหลาย ผู้เพียรพยายามอยู่เพื่อประโยชน์ มรรค ผล นิพพาน เหล่านี้ ใส่ใจอยู่ว่า เราทั้งหลายจักเข้านิพพานในภพปัจจุบันนั่นเทียว ย่อมเจริญโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ ชนทั้งหลาย ผู้เพียรพยายามอยู่เพื่อประโยชน์แก่ มรรค ผล นิพพาน เหล่านั้น ใส่ใจอยู่ว่า เราทั้งหลายจักนิพพาน ในกาลของพระพุทธเจ้าในอนาคต ย่อมบำเพ็ญบารมีธรรม ๓๐ ประการในถ้อยคำเหล่านั้น นิพพานธรรม ย่อมเป็นปกตูปนิสสยปัจจัยที่มีกำลัง แก่โพธิปักขิยธรรมและบารมีธรรมเหล่านั้น.



แสดงความไม่เป็นเหตุปัจจัย และเหตุปัจจยุบันแห่งนิพพานและบัญญัติธรรมทั้ง ๒

ในปกตูปนิสสยปัจจัย ข้าพเจ้าจะกล่าว ถ้อยคำบางอย่างที่ยังเหลือ จิต เจตสิก รูปธรรม ที่ชื่อว่าสังขตธรรม เพราะถูกปรุงแต่งโดย เหตุปัจจัยธรรมทั้งหลาย ครั้นเมื่อเหตุปัจจัยธรรมมีอยู่ ย่อมเกิดขึ้น, ครั้นเมื่อเหตุปัจจัยธรรมไม่มีอยู่ ย่อมไม่เกิดขึ้น, แม้เกิดขึ้นมาแล้ว ครั้นเมื่อเหตุปัจจัย เพื่อความตั้งอยู่ยังมีอยู่ ย่อมตั้งอยู่, ครั้นเมื่อเหตุปัจจัยเพื่อความตั้งอยู่ ไม่มีอยู่ ย่อมไม่ตั้งอยู่ เพราะฉะนั้น ชื่อว่า เหตุปัจจัยธรรม เพื่อความเกิดขึ้น หรือเพื่อความตั้งอยู่แห่งนิพพานและบัญญัติธรรมทั้งหลาย เหล่านั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ย่อมไม่มี ก็นิพพานและบัญญัติธรรม ย่อมเป็นอสังขตธรรม เป็นธรรมที่ไม่มีชาติ เป็นธรรมที่ไม่มีความเกิดขึ้น เป็นธรรมที่เที่ยง และเป็นธรรมที่ยั่งยืน เพราะฉะนั้น ชื่อว่าเหตุปัจจัย เพื่อความเกิดขึ้น หรือเพื่อความตั้งอยู่แห่งนิพพาน บัญญัติธรรมเหล่านั้นย่อมไม่มี

.....................................................
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพระปัญญาเหนือบุคคลใดใด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร