วันเวลาปัจจุบัน 24 มี.ค. 2019, 08:41  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


“อภิธรรม (สันสกฤต: abhidharma) หรืออภิธัมมะ (บาลี: abhidhamma) เป็นชื่อปิฎกศาสนาพุทธฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามฉบับที่รวมเรียก "พระไตรปิฎก" อภิธรรมแปลว่าธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก "พระอภิธรรมปิฎก" ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย”



กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 ก.พ. 2019, 04:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5593


 ข้อมูลส่วนตัว


มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยาจิต (หสิตุปปาทจิต)
จิตดวงนี้ในพระบาลีว่า มโนวิญญาณธาตุ อุปฺปนฺนา โหติ ฯลฯ โสมนสฺสสหคตา
(มโนวิญญาณเป็นกิริยา ไม่ใช่กุศล ไม่ใช่อกุศล และไม่ใช่ผลของกรรม ประกอบด้วยโสมนัส เกิดขึ้นแล้ว) เป็นจิตเฉพาะพระขีณาสพไม่ทั่วไปแก่บุคคลอื่น ย่อมมีได้ในทวารทั้ง ๖ กล่าวคือ

- ทางจักขุทวาร พระขีณาสพเห็นสถานที่อันสมควรแก่การเพียรปฏิบัติย่อมย่อมโสมนัสด้วยจิตนี้
- ทางโสตทวาร ท่านถึงสถานที่แจกภัณฑะมีความโสมนัสเกิดขึ้นด้วยจิตนี้ว่า
ตัณหาอันเป็นความโลภมากนี้เราถูกขจัดแล้ว ในเมื่อบุคคลละโมบจำนวนมากยังส่งเสริมอยู่
- ทางฆานะทวาร เมื่อท่านบูชาพระเจดีย์ด้วยของหอมหรือดอกไม้อยู่ก็เกิดการโสมนัสขึ้นด้วยจิตนี้
- ทางชิวหาทวาร ท่านได้รับบิณฑบาตที่ถึงพร้อมด้วยรสแล้วแบ่งปันฉันอยู่
ก็มีความโสมนัสเกิดขึ้นด้วยจิตนี้ว่า เราบำเพ็ญสารณียธรรม (ธรรมที่ควรระลึกถึง) แล้ว
- ทางกายทวาร ท่านบำเพ็ญอภิสมาจารอยู่ ก็มีความโสมนัสเกิดขึ้นด้วยจิตนี้ว่า
วัตรทางกายของเราครบถ้วนแล้ว

หสิตุปปาทจิตย่อมมีได้ทางปัญจทวารอย่างนี้ก่อน พระขีณาสพย่อมได้ทางปัญจทวารอย่างนี้ก่อน

-แต่ทางมโนทวาร หสิตุปปาทจิต(ของพระขีณาสพ)ย่อมเกิดขึ้นปรารภอดีตและอนาคต กล่าวคือ
พระตถาคตทรงระลึกถึงเหตุที่ได้กระทำไว้ในครั้งที่พระองค์เสวยพระชาติเป็นโชติปาละ ท้าวมฆเทวราช
และกัณหดาบสเป็นต้น จึงทรงกระทำการแย้มให้ปรากฏ อนึ่ง การระลึกนั้นเป็นน่าที่ของบุพเพนิวาสญาณ
และจิตดวงนี้ย่อมเกิดขึ้นร่าเริงในเวลาสิ้นสุดแห่งความเป็นไปของญาณทั้งสองเหล่านั้น

(คัมภีร์อนุฎีกา(เล่ม ๑ หน้า ๑๗๑-๗๒)อธิบายว่า พระขีณาสพเห็นสถานที่อันสมควรแก่การเพียรปฏิบัติ
ย่อมมีความโสมนัสเกิดขึ้นด้วยหสิตุปปาทจิต แต่ยังไม่ยิ้ม เพราะจิตที่เกิดทางมโนทวารก็ให้เกิดวิญญัติรูป
คือการยิ้มไม่ได้ ดังนั้น ในคัมภีร์อรรถกถาจารย์จึงกล่าวถึงการเกิดความโสมนัสของพระขีณาสพทางปัญจทวาร
เมื่อถึงมโนทวารจึงกล่าวได้ว่า ทรงระทำการแย้มให้ปรากฏ(สิตํ ปาตฺวากาสิ)ในเวลานั้นได้เกิดอตีตังสญาณ
หรืออนาคตังสญาณแล้วจึงเกิดหสิตุปปาทจิตที่ไม่ประกอบญาณ ดังนั้น จึงนับว่ากายกรรมเป็นต้นของ
พระองค์มีพระญาณเป็นเบื้องหน้าคล้อยตามพระญาณ)

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 1 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร