วันเวลาปัจจุบัน 03 ต.ค. 2022, 11:55  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง





กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2022, 05:59 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




1382675387-125-o.gif
1382675387-125-o.gif [ 265.81 KiB | เปิดดู 852 ครั้ง ]
ตำนานธรรมจักร
ในวันเพ็ญเดือน ๘ ก่อนพุทธศักราช ๒๕๐๐ ณ ป่าอิสิปตนมฤตทายวัน
พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้แก่นักบวชปัญจวัคคีย์ ท่านอัญญาโกณฑัญญะ
สดับพระธรรมเทศนานี้แล้วบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน พรหม ๑๘ โกฏิกับเทวดา
จำนวนมากก็บรรลุธรรมด้วยพระสูตรนี้

พระพุทธองค์ทรงคัดค้านการปฏิบัติที่ทรมานตนให้ลำบาก (อัตตกิลมถา
โยค) และการเสพถามสุข (กามสุขัลลิกานฺโยค) ทรงชี้แนะทางสายกลางคือ
อริยมรรดมืองค์ ๘ และทรงจำแนกอริยสัจ ๔ ไว้โตยละเอียดในพระสูตรนี้

อัตตกิลมถานุโยดเป็นคำสอนของนิครนถ์นาฏบุตรผู้ก่อตั้งศาสนาเชนใน
ปัจจุบัน โดยศาสนานั้นเชื่อว่า การบำเพ็ญตบะทรมานตนเป็นวิธีปลดเปลื้อง
วิญญาณจากกรรมเก่า คือ เมื่อกรรมเก่าถูกปลดเปลื้องด้วยการบำเพ็ญตบะแล้ว
ก็จะหมดสิ้นไป ไม่ส่งผลให้เวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ส่วนกามสุขัลลิกานโยดเป็น
ความเห็นของคนที่เชื่อว่านิพพานคือกามสุขในปัจจุบัน เมื่อสัตว์ตายแล้วก็ดับสูญ
ความเห็นนี้นับเนื่องในมิจฉาทิฏฐิ ๖๒ ประเภท เรียกว่า ทิฏฐธัมมนิพพาน
นิพพานในปัจจุบันชาติ) กล่าวอีกนัยหนึ่งคือลัทธิจารวากนั่นเอง ผู้ที่มีความเห็น
เช่นนี้มักต้องการเสพกามสุขทางประสาทสัมผัสอย่างเดียว ไม่สนใจการอบรมจิต
เจริญปัญญาเพื่อความพันทุกข์จากการเวียนตายเวียนเกิด

เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาเพราะประสงค์จะทดลองแนวทาง
นี้ว่เป็นทางตรัสรู้หรือไม่ มิไช่ทรงปฏิบัติเพื่อปลดเปลื้องกรรมเก่าตามคำสอน
ของนิครนก็นาฏบุตร และเมื่อพระองค์ทรงพบว่ามิใช่ทางตรัสรู้ จึงระลึกถึงการ
เจริญอานาปานกรรมฐานใต้ดันหว้าในพิธีแรกนาขวัญ ครั้นทรงเจริญกรรมฐานนั้น
จนบรรลุฌาน ๔ แล้ว ทรงอาศัยฌานเป็นบาทเจริญวิปัสสนา จึงตรัสรู้อนุตรสัมมา-
สัมโพธิญาณด้วยมัชฌิมาปฏิปทาคืออริยมรรคมีองค์ ๘ นี้

คำว่า ธรรมจักร มีความหมายว่า กงล้อคือพระธรรม ในพระสูตรนี้
พระพุทธองค์ทรงประกาศศาสนาพุทธว่าเป็นอเทวนิยมที่ไม่เชื่อการเนรมิตของ
พระเจ้าด้วยการตรัสเหตุแห่งทุกข์ว่าคือตัณหา ทั้งปฏิเสธอาตมันหรือ
ด้วยการตรัสทุกขสัจว่าคืออุปาทานขันธ์ ๕ ทรงแสดงแนวทางแห่งความพ้นทุกข์
คืออริยมรรคมีองค์ ๘ และตรัสผลของการปฏิบัติว่าคือความดับตัณหา*"

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2022, 07:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




ปัญจวัคคีย์ lp021_e589afe69cac1.jpg
ปัญจวัคคีย์ lp021_e589afe69cac1.jpg [ 164.06 KiB | เปิดดู 805 ครั้ง ]
บทขัดธรรมจักร

๑. อะนุตตะรัง อะภิสัมโพธิง ส้มพุชฌิตฺวา ตะถาคะโต
ปะฐะมัง ยัง อะเทเสสิ ธัมมะจักกัง อะนุตตะรัง.
๒. สัมมะเทวะ ปะวัตเตนโต โลเก อัปปะฏิวัตติยัง
ยัตถากขาตา อุโภ อันตา ปะฏิปัตติ จะ มัชฌิมา.
๓. จะดูสวะริยะสัจเจสุ วิสุทธัง ญาณะทัสสะนัง
เทสิตัง ธัมมะราเชนะ สัมมาสัมโพธิกิตตะนัง.
๔. นาเมนะ วิสสุตัง สุดตังธัมมะจักกัปปะวัดตะนัง
เวยยากะระณะปาเฐนะ สังคีตัง ตัง ภะณามะ เส.


พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว เมื่อจะ
ทรงประกาศธรรมที่ยังไม่มีใครแสดงโดยชอบในโลก ได้ทรงแสดง
ธรรมจักรซึ่งกล่าวถึงส่วนที่สุดสองประเภทและทางสายกลาง เป็น
ปัญญารู้แจ้งหมดจดอริยสัจสี่ ขอเราทั้งหลายจงสวดธรรมจักรนั้นที่
พระธรรมราชาทรงแสดง ปรากฎสมญานามว่าธัมมจักกัปปวัตนสูตร
เป็นสูตรประกาศพระสัมมาสัมโพธิญาณ และพระสังคีติกาจารย์ได้
ร้อยกรองไว้โดยความเป็นพระบาลีประเภทร้อยแก้วเทอญ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2022, 10:57 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




FB_IMG_1662586376317.jpg
FB_IMG_1662586376317.jpg [ 55.42 KiB | เปิดดู 645 ครั้ง ]
ธรรมจักร

เอวัง เม สุตัง.
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

เอกัง สะมะยัง ภะคะวา พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิ -
ปะตะเ มิคะทาเย

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปาอิสิปตนมฤค-
ทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี

ส่วนที่สุด ๒ ประเภท

ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขุ อามันเตสิ.
ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสกับพระปัญจวัคดีย์ว่า

เทฺวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรพชิตไม่ควรประพฤติสวนที่สุด
๒ อย่างนี้

กะตะเม เทว. โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานฺโยโค
หึโน คัมโม โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต, โย จายัง
อัตตะกิละมะถานุโยโค ทุกโข อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต.


ส่วนที่สุด ๒ อย่าง คือ การเสวยกามสุขในกามคุณ
อารมณ์ที่ทราม เป็นข้อประพฤติของชาวบ้าน เป็นข้อปฏิบัติของคน
มีกิเลสหนา ไม่ประเสริฐ หาประโยชน์มิได้ และการเบียดเบี
.ให้ลำบาก เป็นทุกข์ ไม่ประเสริฐ หาประโยชน์มิได้

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2022, 12:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




5f09fe0496a1e80cc9ae2992_800x0xcover_3iV_iLvG.jpg
5f09fe0496a1e80cc9ae2992_800x0xcover_3iV_iLvG.jpg [ 106.19 KiB | เปิดดู 732 ครั้ง ]
ทางสายกลาง

เอเต โข ภิกขะเว อุโภ อันเต อะนุปะคัมมะ มัชฌิมา ปะฏิ.
ปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี
อุปะสะมายะ อะภิญญายะ ส้มโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ.


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตได้ตรัสรู้ทางสายกลางที่ไม่
เข้าถึงส่วนที่สุด ๒ อย่างนั้น ก่อให้เกิดดวงตาเห็นธรรม ก่อให้เกิด
ปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบกิเลส เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความ
รู้แจ้ง และเพื่อดับทุกข์

กะตะมา จะ สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเดนะ
อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญ
ญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ.


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางสายกลางที่ตถาคตได้ตรัสรู้
ก่อให้เกิดดวงตาเห็นธรรม ก่อให้เกิดปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบ
กิเลส เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้แจ้ง และเพื่อดับทุกข์นั้นเป็นไฉน

อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโด. เสยยะถิทัง. สัมมา
ทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป ส้มมาวาจา สัมมากัมมันโต ส้มมาอาชีโว
สัมมาวายาโม ส้มมาสะติ สัมมาสะมาธิ.


ทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้นั่นเอง ได้แก่
ความเห็นชอบ ความดำริชอบ การกล่าวชอบ การกระทำชอบ การ
เลี้ยงชีพชอบ ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ และความตั้งมั่นชอบ

อะยัง โข สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาจะเตนะ
สัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญ
ญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะตื


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยมรรคมีองค์แปดนี้ เป็นทาง
สายกลางนั้นที่ตถาคตได้ตรัสรู้ ก่อให้เกิดดวงตาเห็นธรรม ก่อให้เกิด
ปัญญา ย่อมเป็นไปเพื่อความสงบกิเลส เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความ
รู้แจ้ง และเพื่อดับทุกข์

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2022, 15:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




อริยสัจสี่มีอะไรบ้าง.jpg
อริยสัจสี่มีอะไรบ้าง.jpg [ 49.17 KiB | เปิดดู 693 ครั้ง ]
ทุกข์

อิทัง โข ภิกขะเว ทุกขัง อะริยะสัจจัง ชาติปิ ทุกขา
ชราปี ทุกขา. มะระณัมปิ ทุกขัง. โสกะปะริเทวะทุกขะโทมนัสสุ
ปายาสาปี ทุกขา. อัปปิเยพิ ส้มปะโยโค ทุกโข. ปิเยหิ วิปปะโยโค
ทุกโข. ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ, ต้มบิ ทุกขัง. สังขิตเตนะ ปัญจุ-
ปาทานักขันธา ทุกขา.


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจคือทุกข์ ได้แก่ ความเกิด
เป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความเศร้าโศก
ความร่ำไร ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ และความดับแค้นใจ
เป็นทุกข์ การพบกับอารมณ์ที่ไม่ชอบเป็นทุกข์ การพลัดพรากจาก
อารมณ์ที่ชอบเป็นทุกข์ และการไม่ได้รับอาร์มณ์ที่ปรารถนาเป็นทุกข์
โดยสังเขปอุปาทานขันธ์ห้าเป็นทุกข์

ทุกขสมุทัย

อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง.
ยายัง ตัณหา โปโพกะวิกา" นันทีราคะสะหะคะตา ตัตฺระตัตฺรา
ภินันหินี เสยยะถีทัง กามะตัณหา ภะวะตัณหา วิภะวะตัณหา


ก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจคือทุกชสมุทัย ได้แก่ ความ
ผูกพันที่ก่อให้เกิดภพใหม่ ประกอบด้วยความยินดีพอใจ เพลิดเพลิน
ภพและอารมณ์นั้นๆ กล่าวคือ ความผูกพันในกามคุณอารมณ์
ความผูกพันที่มีความเห็นผิดว่าภพเที่ยง และความผูกพันที่มีความ
เห็นผิดว่าภพขาดสูญ

ทุกชนิโรธ

อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง," โย
ตัสสาเยวะ ตัณหายะ อะเสสะวิราคะนิโรโธ จาโค ปะฏินิสสัคโค
มุตติ อะนาละโย.


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจคือทุกขนิโรธ ได้แก่ ความ
ดับสนิทตัณหานั้นทั้งหมด ความสละตัณหานั้น ความปล่อยตัณหา
นั้น ความวางตัณหานั้น และความไม่พัวพันตัณหานั้น

มรรค

อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกชะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา
อะริยะสัจจัง. อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัดโด. เสยยะถิทัง.
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมา
อาชีโว ส้มมาวายาโม ส้มมาสะติ สัมมาสะมาธิ.

.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจคือมรรคอันเป็นทางดับทุกข์
ได้แก่ อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้นั่นเอง กล่าวคือ ความเห็นชอบ
ความดำริชอบ การกล่าวชอบ การกระทำชอบ การเลี้ยงชีพชอบ
ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ และความดั้งมั่นชอบ

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.ย. 2022, 18:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




fantasy-2337179__480.jpg
fantasy-2337179__480.jpg [ 96.36 KiB | เปิดดู 651 ครั้ง ]
นี้คือทุกข์

อิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุส-
เตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ
วิซชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ควงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า อุปาทานขันธ์ห้านี้

ควรกำหนดรู้ทุกข์

ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญเญยยันติ เม
ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง
อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า อริยสัจคือทุกข์นั้
เป็นธรรมที่ควรกำหนดรู้

ทรงกำหนดรู้ทุกข์แล้ว

ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญญาตันเม เม
ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง
อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้วแก่ตถาคตในธรรมไม่คยสดับมาก่อนว่า เราได้กำหนดรู้อริย
สัจคือทุกข์นั้นแล้ว

นี้คือทุกขสมุทัย

อิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ
อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุงง อุทะปาทิ, ญาณัง อุทะปาทิ, ปัญญา
อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า ตัณหานี้คืออริยสัจ
ที่เป็นทุกขสมุทัย (เหตุแห่งทุกข์)

ควรละทุกขสมุทัย

ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหาตัพพันติ
เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง
อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ.

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2022, 05:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




istockphoto-532273886-612x612.jpg
istockphoto-532273886-612x612.jpg [ 63.3 KiB | เปิดดู 645 ครั้ง ]
ดูก่อยเภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิเดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ววิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้วแก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า อริยสัจคือทุกซสมทัย
นั้นเป็นธรรมที่ควรละ

ทรงละทุกรสมุทัยแล้ว

ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหีนันติ เม
ภิกชะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาติ, ญาณัง
อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิซชา อุทะปาทิ, อาไลโก อุทะปาทิ,


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า เราได้ละอริยสัจคือ
ทุกขสมุทัยนั้นแล้ว

นี้คือทุกขนิโรธ

อิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ
อะนะนุสสุเดสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง อุทะปาทิ, ปัญญา
อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ.


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า นิพพานนี้คืออริย-
สัจที่เป็นความดับทุกข์

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2022, 06:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




40-stunning-photos-of-beautiful-clouds_18.jpg
40-stunning-photos-of-beautiful-clouds_18.jpg [ 40.45 KiB | เปิดดู 505 ครั้ง ]
ควรรู้แจ้งทุกขนีโรธ


ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโข อะริยะสัจจัง สัจฉิกาตัพพันติ
เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง
อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า อริยสัจคือทุกข
นิโรธนั้นเป็นธรรมที่ควรรู้แจ้ง

ทรงรู้แจ้งทุกชนิโรธแล้ว

ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง สัจฉิกะตันดิ เม
ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง
อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาทิ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้วแสงสว่างได้เกิด
เล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า เราได้รู้แจ้งอริยสัจ
อทุกขนิโรธนั้นแล้ว

นี้คือมรรค

อิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจันดิ เม
ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ, ญาณัง
อุหะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ, อาโลโก อุทะปาหิ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า (อริยมรรคนี้คืออริย-
สัจที่เป็นทางดับทุกข์

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2022, 09:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




istockphoto-652584098-612x612.jpg
istockphoto-652584098-612x612.jpg [ 92.98 KiB | เปิดดู 590 ครั้ง ]
ควรอบรมมรรค

โข ปะนิทัง ทุกชะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัง
ภาเวต้พพันติ เม ภิกพะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง
อุทะปาทิ, ญาณัง อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิซซา อุทะปาทื
อาโลโก อุทะปาทิ.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดแล้ว ญาณ
ได้เกิดแล้ว ปัญญาได้เกิดแล้ว วิชชาได้เกิดแล้ว แสงสว่างได้เกิด
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า อริยสัจคือมรรคนั้น
เป็นธรรมที่ควรอบรม

ทรงอบรมมรรคแล้ว

ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง
ภาวิตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะ-
ปาทิ, ญาณัง อุทะปาทิ, ปัญญา อุทะปาทิ, วิชชา อุทะปาทิ,
อาโลโก อุทะปาทิ.


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ดวงตาเห็นธรรมได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณ
ได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว วิชชาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้น
แล้ว แก่ตถาคตในธรรมที่ไม่เคยสดับมาก่อนว่า เราได้อบรมอริยสัจ
คือมรรคนั้นแล้ว

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2022, 11:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




20180913_115527.jpg
20180913_115527.jpg [ 95.75 KiB | เปิดดู 448 ครั้ง ]
ไม่ทรงปฏิญาณว่าเป็นพุทธะก่อน

ยาวะกีวัญจะ เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ เอวัง
ติปะริวัฏกุ้ง ทวาทะสาการัง ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง นะ สุวิ
สุทธัง อะโหสิ. เนวะ ตาวาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก
สะพุรัหฺมะเก สัสสะมะณะพฺราหฺมะนิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ
อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธติ ปัจจัญญาสิง.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตราบที่ปัญญารู้เห็นตามความ
เป็นจริงที่มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ในอริยสัจสี่ ยังไม่หมดจด
แก่ตถาคต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาดตยังไม่ปฏิญาณว่าเป็นผู้ตรัสรู้
อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลก ที่มีเทวดา มาร และ
พรหม ในเหล่าสัตว์มีสมณะ พราหมณ์ พร้อมด้วยเทวดาและมนุษย์
ได้ทรงปฏิญาณว่าเป็นพุทธะ

ได้ทรงปฏิญาณตนว่าเป็นพุทธะ

ยะโต จะ โข เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ เอวัง
ติปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง สุวิสุทธัง
อะโหสิ. อะถาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพฺร้หฺมะเก
สัสสะมะณะพฺราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ อะนุตตะรัง
สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธติ ปัจจัญญาสิง.


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตราบที่ปัญญารู้เห็นตามความ
เป็นจริงที่มีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ในอรียสัจสี่ ได้หมดจดแก่
ตถาคต ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตได้ปฏิญาณว่าเป็นผู้ตรัสรู้อนุตร
สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยมในโลก ที่มีเทวดา มาร และพรหม
ในเหล่าสัตว์มีสมณะ พราหมณ์ พร้อมด้วยเทวดาและมนุษย์

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2022, 17:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




istockphoto-1138659641-612x612.jpg
istockphoto-1138659641-612x612.jpg [ 43.15 KiB | เปิดดู 531 ครั้ง ]
ปัจเวกขณญาณ

ญาณัญจะ ปะนะ เม ทัสสะนัง อุทะปาทิ. อะกุปปา เม
วิมุดติ. อะยะมันติมา ชาติ. นัตถิทานิ ปุนั่พกะโวติ.


ปัญญารู้เห็นได้เกิดแก่ตถาคดว่า ความหลุดพันของเรา
ไม่พินาศแล้ว ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ไม่มีภพใหม่อีกในกาลนี้

พระปัญจวัดดีย์ปลาบปลื้มภาษิต

อิทะมะโวจะ ภะคะวา. อัดตะมะนา ปัญจะวัคคิยา ภิกขุ
ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุนติ.


พระผู้มีพระภาคตรัสธรรมจักรนี้แล้ว พระปัญจวัคคีย์
ปลาบปลื้มภาษิตของพระองค์ ดังนี้แล

ท่านโกณฑัญญะเป็นพระโสดาบัน

อิมัสฺมิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัสฺมิง ภัญญะมาเน
อายัสมะโต โกณฑัญฺญัสสะ วิระชัง วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง อุทะ-
ปาทิ "ยัง กิญจิ สะมุทะยะธัมมัง, สัพพัง ตัง นิโรธะธัมมัน'ติ.


เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสพระธรรมเทศนานี้อยู่ ดวงตา
เห็นธรรมอันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้ยังเกิดแก่ท่าน
โกณฑัญญะว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีสภาพเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งปวง
นั้นมีสภาพดับไปเป็นธรรมดา

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2022, 19:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




1662634271729.jpg
1662634271729.jpg [ 175.33 KiB | เปิดดู 519 ครั้ง ]
ทวยเทพป่าวประกาศ

ปะวัดติเต จะ ปะนะ ภะคะวะตา ธัมมะจักเก กุมมา เทวา
สัททะมะนุสสาเวสุง "เอตัง ภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน
มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปฏิวัตติยัง
สะมะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมิน"ติ.


เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมจักรแล้ว ภุม-
เทวดา ได้ป่าวประกาศว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงธรรมจักรอัน
ยอดเยี่ยม ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี เป็นธรรม
ที่สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก จะคัดค้าน
ไม่ได้

ภูมมานัง เทวานัง สัททัง สุตวา จาตุมะหาราชิกา เทวา
สัททะมะนุสสาเวสุง "เอตัง ภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน
มิคะทาเย อะนุดตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปฏิวัตติยัง
สะมะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมิน"ติ.

เทวดาชั้นจาตุมหาราชได้ยินเสียงของกุมเทาดาแล้ว ใช้
ป่าวกาศว่า พระผู้มีพระภาดได้ทรงแสดงธรรมจักรอันยอดเยี่ยม
ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ไกล้เมืองพาราณสี เป็นธรรมที่สมณะ
พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก จะคัดค้านไม่ได้

จาตุมะหาราชิกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ตาวะติงสา
เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง "เอต้ง ภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิ
ปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปฏิ
ติยัง สะมะเณนะ วา พฺราหฺมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พรัหฺมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมิน"ติ.

เทวดาชั้นดาวดึงส์ได้ยินเสียงของเทวดาชั้นจาตุมหาราช
แล้ว ได้ป่าวประกาศว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงธรรมจักรอัน
ยอดเยี่ยม ณ ป๋าอิสิปตนมฤคท้ายวัน ใกล้เมืองพาราณสี เป็นธรรม
ที่สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก
จะคัดค้านไม่ได้

ตาวะดิงสานัง เทวานัง สัททัง สุดวา ยามา เทวา สัททะ-
มะนุสสาเวสุง "เอต้ง ภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน
มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปฏิวัตติยัง
สะมะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสุมิน"ติ.


เทวดาชั้นยามาได้ยินเสียงของเทวดาชั้นดาวดึงส์แล้ว ได้
ป่าวประกาศว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงธรรมจักรอันยอดเยี่ยม
ป๋าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี เป็นธรรมที่สมณะ
พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก จะคัดด้านไม่ได้

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2022, 04:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




Grass-PNG-Photos.png
Grass-PNG-Photos.png [ 174 KiB | เปิดดู 505 ครั้ง ]
ยามาน้ง เทวานัง สัททัง สุตฺวา ตุสิตา เทวา สิททะ
มะนุสสาเวสุง "เอต้ง กะคะวะตา พาราณะสิย้ง อิสิปะตะเน
มิคะทาเย อะนุตะรัง ธ้มมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปฏิวัตติยัง
สะมะเณนะ วา พฺราหฺมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พฺรัหฺมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสฺมิน"ติ.


เทวดาชั้นตุสิตได้ยินเสียงของเทาดาชั้นยามาแล้ว ได้
ปาวประก าศว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงธรรมจักรอันยอดเยี่ยม
ณ ป๋าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี เป็นธรรมที่สมณะ
พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก จะคัดค้านไม่ได้

ตุสิตานัง เทวานัง สัททัง สุตวา นิมมานะระตี เทวา
สัททะมะนุสสาเวสุง "เอตัง ภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน
มิคะทาเย อะนุตตะวัง ธัมมะจักกังปะวัตติตังอัปปฏิวัตติยัง
สะมะเณนะ ว่า พฺราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พฺร้หมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสฺมิน"ติ.


เทวดาชั้นนิมมานรดีได้ยินเสียงของเทวดาชั้นตุสิตแล้ว
ได้ป่าวประกาศว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงธรรมจักรอันยอดเยี่ยม
ณ ป๋าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี เป็นธรรมที่สมณะ
พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก จะคัดค้านไม่ได้

นิมมานะระตีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา ปะระนิมมิตะวะสะ-
วัตตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง "เอตัง ภะคะวะตา พาราณะสิยัง
อิสิปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะวัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปฏิ-

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2022, 06:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




hanuman-png-5.png
hanuman-png-5.png [ 773.31 KiB | เปิดดู 504 ครั้ง ]
วัตติยัง สะมะเณนะ วา พฺราหฺมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พฺร้หฺมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสฺมิน"ติ.


เทวดาชั้นปรนิมมิตวสวดีได้ยินเสียงของเทวดาชั้น
นิมมานรดีแล้ว ใด้ป่าวประกาศว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดง
ธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ณ ป่าอิสิปตนมฤดทายวันใกล้เมืองพาราณสี
เป็นธรรมที่สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือไครๆ ในโลก
จะคัดค้านไม่ได้

ปะระนิมมิตะวะสะวัตตีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา พฺรัหฺมะ-
กายิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง "เอตัง ภะคะวะตา พาราณะสิยัง
อิสิปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปฏิ-
วัตติยัง สะมะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา
พุรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสฺมิน"ติ.


เทพที่นับเนื่องในหมู่พรหมได้ยินเสียงของเทวดาชั้น
ปรนิมมิตวสวดีแล้ว ได้ป่าวประกาศว่า พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดง
ธรรมจักรอันยอดเยี่ยม ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ไกล้เมืองพาราณสี
เป็นธรรมที่สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใดรๆ ในโลก
จะคัดค้านไม่ได้

อิติหะ เตนะ ขะเณนะ เตนะ ละเยนะ เตนะ มุหุดเตนะ
ยาวะ พุรัหฺมะโลกา สัทโท อัพภูคคัจฉิ.

เสียงป่าวประกาศในโลกนี้ได้แพร่สะพัดถึงพรหมโลก โดย
ชั่วขณะนั้น ด้วยประการฉะนี้

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2022, 06:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 7530


 ข้อมูลส่วนตัว




Gautama-Buddha-Transparent-Image.png
Gautama-Buddha-Transparent-Image.png [ 130.41 KiB | เปิดดู 505 ครั้ง ]
เกิดแผ่นดินไหวและโอภาส

อะยัญจะ ทะสะสะหัสสิโลกะธาตุ สังกัมปี สัมปะกัมปิ
ส้มปะเวธิ. อัปปะมาโณ จะ อุฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุระโหสิ
อะติกกัมมะ เทวานัง เทวานุภาวัง.

ก็หมื่นโลกธาตุนี้ได้สั่นสะเทือนหวั่นไหว และเกิดโอภาส
อันใหญ่หลวงหาประมาณมิได้ในโลก ยิ่งกว่าเทวานุภาพของเทวดา
ทั้งหลาย

ทรงเปล่งอุทาน

อะถะ โข ภะคะวา อิมัง อุทานัง อุทาเนสิ อัญญาสิ
วะตะ โภ โกณฑัญญ, อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญติ. อิติ
หิทัง อายัสฺมะโต โกณฑัญสสะ อัญญาโกณฑัญโญเตฺววะ นามัง
อะโหสิ.


ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งอุทานว่า ท่าน
ทั้งหลาย โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ ท่านทั้งหลาย โกณฑัญญะรู้แล้ว
หนอ ฉะนั้น ท่านโกณฑัญญะจึงปรากฏสมญานามนี้ว่า พระอัญญา-
โกณฑัญญะ' (พระโกณฑัญญะผู้รู้แล้ว)

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร