วันเวลาปัจจุบัน 20 ก.ค. 2018, 13:50  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง





กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2016, 09:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

วรลาโภ
ผู้ให้ธรรมเป็นพรอันประเสริฐ


อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ
พระสุธรรมคณาจารย์
(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)

วันจันทร์ที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๒


รูปภาพ

รูปภาพ

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ก.พ. 2016, 09:55 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


คำอาลัย
(หมายเหตุ : คัดลอกเพียงบางส่วน)

รูปภาพ

รูปภาพ

พระวรธรรมานุสรณ์

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ประณีตลึกซึ้ง เป็นศาสนาของความยิ่งด้วยปัญญา เห็นได้จากพระธรรมคำสอนที่สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง จะทรงวางฐานที่มั่นคง สามารถสูงขึ้นเป็นลำดับ จนถึงสูงสุดได้ ดังที่ทรงแสดงถึงศีล สมาธิ ปัญญา ศีล คือ ฐานที่มั่นคง สามารถก่อให้เกิดสมาธิ จนสูงถึงปัญญาได้ ปัญญาจะไม่เกิดในจิตใจที่ปราศจากสมาธิ และสมาธิก็จะไม่เกิดในจิตใจที่ปราศจากศีล แม้ไม่เคยพิจารณาถึงความจริงนี้มาก่อน ก็น่าจะยกขึ้นพิจารณาเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่แก่จิตใจ อันหาประโยชน์ใดยากจะเปรียบเสมอได้ ซึ่งเป็นการพัฒนาตนเองทั้งทางด้าน กาย วาจาและจิตใจ

การพัฒนาในความหมายทางพระพุทธศาสนานั้น มีความหมายถึงการเสริมสร้างปรับปรุงให้ดีเจริญขึ้น เป็นกิจที่ควรทำ เพราะบ้านเมืองจะเกิดความเจริญก็ด้วยการพัฒนาในส่วนต่างๆที่ยังด้อยความเจริญอยู่ แต่ก็ต้องพัฒนาคนด้วย ในการพัฒนาคนก็จำต้องพัฒนาให้ถึงจิตใจ ถ้าคนมีจิตใจไม่เจริญ ก็ยากที่จะพัฒนาส่วนอื่นๆให้เกิดผลสำเร็จได้

พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ) อดีตเจ้าอาวาสวัดอรัญญบรรพต ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เป็นพระเถระผู้มั่นคงในพระรัตนตรัย ดำรงอยู่ในสมณเพศ เป็นพระนักปฏิบัติภาวนาและนักพัฒนารูปหนึ่ง ท่านได้บำเพ็ญตนอุทิศให้กับพระพุทธศาสนาและสังคมไทยมาตลอดชีวิต ท่านจึงได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าใจเรื่องชีวิต ได้อบรมสั่งสอนพุทธบริษัทอย่างสม่ำเสมอตลอดมา

ขออำนาจกุศลที่พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ) ได้กระทำบำเพ็ญมาแล้วทั้งปวง ตลอดกุศลทักษิณานุประทานที่บรรดาญาติมิตรและศิษยานุศิษย์ได้ตั้งใจกระทำอุทิศมาแต่ต้น จงสัมฤทธิ์ สุขวิบากวิบุลมนุญผลแก่ พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ) โดยควรแก่ฐานนิยม


สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

วัดบวรนิเวศวิหาร

รูปภาพ

รูปภาพ

ระลึกถึง

พระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ) ซึ่งเป็นเพื่อนสหธรรมิกกันมาเป็นเวลานาน ในกาลที่ท่านได้จากไป “ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น” บรรดามนุษและสัตเดรฉานในโลกนี้ ย่อมตกอยู่ในไตรลักษ์ คือ “อนิจตา ทุกขตา อนัตตา” มีความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงไปตามกาล และความทุกข์ตามสังขารและไม่มีตัวตนเราเขา คนทุกคนจำต้องตกอยู่ในความเกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นที่สุด ส่วนเจ้าคุณสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ) เมื่อท่านมาญัติกับหลวงปู่พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) ณ วัดโพธิสมภรณ์ ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานีแล้ว ได้ออกปฏิบัติธุดงควัตรไปอยู่กับหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต

ได้ศึกษาสมถ-วิปัสสนาธุระได้ความรู้ความเข้าใจในการรักษาจิตอย่างมั่นคงในการภาวนา มีสติสัมปชัญญะในการรักษาจิตอย่างมั่นคงทุกขณะจิต ทุกอิริยาบถในการทำเพียรอย่างยิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง มีความโลภ ความโกรธ ความหลง เข้ามาสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ท่านขจัดมันออกไปจากจิตด้วยสติสัมปชัญญะอยู่ทุกขณะจิตจนเกิดปัญญาความรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า พระนิพพานเป็นที่สุดของผู้ปฏิบัติอย่างจริงจัง เอาชีวิตเป็นที่ตั้ง

ท่านเจ้าคุณพระสุธรรมคณาจารย์ (เหรียญ วรลาโภ) ท่านละสังขารไปแล้ว ไปไม่เกิดอีก เพราะจิตของท่านละอวิชชาได้เด็ดขาดแล้ว จึงเป็นเหตุให้ศิษยานุศิษย์มีความเศร้าโศรกเสียใจอาลัยซึ่งเป็นธรรมดาของมนุษย์โดยทั่วไป แม้ท่านจะล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว ส่วนคุณงามความดีที่กระทำไว้ยังปรากฏอยู่ในดวงใจของศิษยานุศิษย์และผู้ที่เคารพนับถือยังบำเพ็ญกุศลถวายท่านอยู่ตลอดไปฯ


พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป)
กรรมการคณะธรรมยุต
ที่ปรึกษากรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)
ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๙ (ธ)
เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี
๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ก.พ. 2016, 20:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

ธรรมรำลึก

พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน)
แสดงพระธรรมเทศนา
เนื่องในงานมรณภาพครบ ๕๐ วันของหลวงปู่เหรียญ
วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

วันนี้เป็นวันครบรอบ ๕๐ วันของท่านอาจารย์เหรียญ ท่านมรณะครบ ๕๐ วัน พวกเราทั้งหลายมาทำบุญให้ทานอุทิศส่วนกุศลถึงท่าน แล้วกุศลทั้งหลายก็ย้อนเข้ามาสู่ตน ทุกๆ ท่านที่มานี้เรียกว่า มาปลงธรรมสังเวชกับหลวงปู่เหรียญ พวกเราทั้งหลายที่อยู่บนภูเขาลูกนี้จะเป็นเช่นเดียวกับท่าน ต่างกันแต่เพียงว่า ช้าหรือเร็ว เท่านั้นเอง จงขอให้พากันนำมรณสติ คือ ความตายนี้ไว้ประจำตน

การประพฤติทุกสิ่งทุกอย่างถ้าเป็นเครื่องลำบากใจแล้ว มันเหมือนกับเรามีเบรกห้ามล้อคอยกระตุกอยู่เสมอ ในกิริยาการแสดงออกแห่งความไม่ดีของตน แล้วเราก็จะค่อยราบรื่นไปเรื่อยด้วยการปฏิบัติตนให้ไปสู่ความดีงามตลอดไป โลกนี้มี โลกหน้ามี มีมาตั้งแต่กี่กัปกี่กัลป์ อย่าพากันอุตริว่า โลกหน้าไม่มี บุญไม่มี บาปไม่มี สวรรค์ไม่มี นรกไม่มี นิพพานไม่มี จะเป็นกรรมอันหนักหนาต่อเราที่จะสร้างความชั่วโดยฝ่ายเดียวเท่านั้น

เราทั้งหลายที่นับถือพระพุทธศาสนาว่า พุทธัง ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นสรณะอันเอก เป็นที่พึ่งพาของเราตั้งแต่บัดนั้นมา เมื่อเรายึดถือท่านเป็นหลักเองแล้ว ก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน อย่าดื้อด้านหาญทำในสิ่งที่ท่านห้ามปรามสั่งสอนไว้แล้ว ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม แล้วจะเป็นมงคลแก่พวกเราทั้งหลาย ซึ่งเป็นลูกชาวพุทธนั้นแล..

วันนี้ท่านมรณภาพครบ ๕๐ วัน เราทั้งหลายได้มาทำบุญอุทิศถึงท่าน บุญกุศลก็เป็นส่วนของเรา แล้วได้นำนิมิตอันดีงามที่จะเป็นสิริมงคลแก่เรา คือ “มรณสติ” ว่าเรานี้จะต้องตาย เราจะไม่กระโดดโลดเต้นเกินเหตุเกินผล ออกนอกลู่นอกทางของอรรถของธรรม สร้างแต่คุณงามความดีสำหรับตนอยู่สม่ำเสมอ ตายแล้วไม่ต้องบอก บุญกุศลนี้จะพาไปด้วยกันทั้งชั่วทั้งดี ถ้าทางชั่วก็ไปเลย ยมบาลในแดนนรกคืออะไร ยมบาลก็คือ กรรมของเรามาแสดงตัวเป็นยมบาล มาบังคับตัวของเราเองให้รับความทุกข์ความทรมานไป สวรรค์ก็ความดีงามพาให้เราไป พากันพิจารณาให้ดี เราเกิดเป็นชาวพุทธโดยแท้ อย่าให้เสียชาติที่เกิดเป็นมนุษย์ ให้พากันอุตส่าห์พยายาม

การฝึกฝนดำรงตนนี้ย่อมมีความยากลำบากเป็นธรรมดา เราอยู่เป็นฆราวาสก็ให้ฝึกฝนตามฐานะแห่งเพศภูมิของเรา ควรจะรักษาศีลข้อใดๆ ธรรมข้อใด ควรจะทำบุญให้ทานด้วยวัตถุสิ่งของอันใดบ้าง เราก็เลือกเฟ้นหามาทำมาไถ่ เพื่อหัวใจของเรานี้จะได้รับสิ่งสนับสนุนคือ บุญ ให้เข้าสู่สุคติโลกสวรรค์ไปได้ นี่คือ ผลแห่งการให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา เหล่านี้คือ ความดีงาม หรือเป็นธรรมอันเลิศเลอที่หนึ่งของเรา ผู้ที่สร้างได้มากน้อยก็จะไปตามขั้นตามภูมิของตนโดยไม่ต้องสงสัย

วันหนึ่งคืนหนึ่งเวลาจะหลับจะนอนขอให้ท่านทั้งหลายได้เจริญภาวนาไหว้พระซะก่อนนะ ไหว้พระ พุทโธ ธัมโม สังโฆ ซะก่อน แล้วให้พากันนั่งภาวนา ไม่เอามากนะการฝึกฝนดำรงตนเบื้องต้น ให้ภาวนาเพียงห้านาที เอาแค่นี้สำหรับฆราวาสเรานะ

พุทโธๆ อยู่กับใจ มีสติติดแนบอยู่ในเวลาห้านาที ห้ามไม่ให้คิดไปไหนเลย ให้สติติดแนบเป็นเวลาห้านาทีจะได้ไหม เอาสติติดไว้กับคำบริกรรม คำบริกรรมติดกับใจ ไม่ให้คิดไปไหนเลย

สติ คือ ความจดจ่อรู้อยู่โดยลำดับ เรียกว่า สติ คือ ความระลึกได้ เอามาระลึกรู้กับคำบริกรรมภาวนาของเรา ให้รู้อยู่ตรงนี้ เอาห้านาที นี่เป็นการเริ่มฝึกใหม่

จิตเมื่อได้รับการบำรุงรักษาอยู่อย่างนี้แล้วด้วยคำบริกรรม ด้วยคำภาวนาดีแล้วจะสงบ เย็นเข้ามาๆ จิตของเราจะสงบเย็น เย็นนะ เราบังคับบัญชาไว้เพียงห้านาที บางรายจะปรากฎความแปลกประหลาดขึ้นมาในใจนะ ทีนี้พอผลได้ปรากฎขึ้นมาแล้วเริ่มลืมเวล่ำเวลาเพลินกับอรรถกับธรรมไป กลายเป็นนั่งเป็นชั่วโมง สองชั่วโมง สามชั่วโมง ไม่ได้สนใจกับห้านาทีๆ เหมือนกับเริ่มฝึกหัดนะ นี่ขอให้พากันไปทำบ้างนะบรรดาพี่น้องทั้งหลาย

เราทำไงใจเราถึงอัศจรรย์ โลกนี้มีพระพุทธเจ้าประกาศสอนโลกเป็นงานมาตลอด นี่คือเป็นผู้พบของมหัศจรรย์ พระพุทธเจ้า พระสาวกอรหันต์ ท่านเกิดพบของอัศจรรย์อยู่ที่ใจ ใจที่อัศจรรย์นั้นประกาศธรรมสอนโลก นี้คือผลแห่งการภาวนา จะปรากฎตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงขั้นอัศจรรย์สุดยอด ออกจากงานภาวนานี้ทั้งนั้น ขอให้พากันตั้งอกตั้งใจเรื่องงานภาวนา สำคัญมาก อย่าให้กิเลสเหยียบย่ำทำลาย

วันนี้เราได้มาพบหน้าพบตากัน ถือเอา “ท่านอาจารย์เหรียญ” เป็นจุดศูนย์กลางแล้วนำความล้มความตายของท่านไปเป็นจริตของตัวเอง อย่าลืมเนื้อลืมตัว ให้สร้างบุญสร้างกุศล ผลงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาจะเป็นสง่าราศีต่อจิตใจของเรา เราจะได้มีความสุขความเจริญ

วันหนึ่งคืนหนึ่งให้บังคับตัวเองให้ได้วันละห้านาที พอผลเกิดแล้วไม่ต้องพูดเรื่องห้านาที สิบนาที เป็นชั่วโมงๆ ไม่สนใจ เพราะติดอยู่ในธรรมอยู่ในใจ ใจเพลินไปเลย ผลเกิดขึ้นแล้วมีแต่จิตใจที่ดูดดื่มโดยฝ่ายเดียวเท่านั้น

การเทศนาวันนี้ก็เห็นสมควรแก่ธาตุแก่ขันธ์แก่กาลเวลา ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ


(ลงชื่อ) พระมหาบัว ญาณฺสมฺปนฺโน
พระธรรมวิสุทธิมงคล
(บัว ญาณสมฺปนฺโน)

วัดป่าบ้านตาด
อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มี.ค. 2016, 05:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
(พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ กับ พระอาจารย์หลอด ปโมทิโต)


สหธรรมิกาลัย

อาลัย...ท่านหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

โลก คือ ชรานำไป นำไป
ไม่มีอะไรเป็นของของตน
ไม่มีอะไรเป็นสิ่งต่อต้าน
บกพร่องอยู่เป็นนิจ

ข้าพเจ้ากับหลวงปู่เหรียญได้ร่วมปฏิบัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจมาก็หลายปี ผจญมารผจญมรสุมมาด้วยกันก็มากมายหลายหน บัดนี้ท่านได้เป็นไปตามกฎธรรมะข้างต้นจนถึงมรณภาพไป ท่านอุทิศชีวิตให้กับพระพุทธศาสนากระทำคุณงามความดีมาโดยตลอดอายุขัยของท่าน

ดังนั้นลูกศิษย์ลูกหาและผู้ที่เคารพนับถือ จึงควรมาบูชาคุณธรรมของท่านด้วยการประพฤติปฏิบัติตามธรรมะที่ท่านได้อบรมสั่งสอนมาโดยตลอด ซึ่งเป็นการบูชาอย่างสูงสุดแก่ท่านผู้ควรแก่การบูชานี้

การที่ท่านจากไปนั้นอย่าเสียใจ เพราะว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรใหญ่กว่าอนิจจัง

ขอท่านหลวงปู่เหรียญจงสำราญในภพที่สมควรแก่ภูมิธรรมของท่านเทอญ


(ลงชื่อ) ปโมทิโต
(หลวงปู่หลอด ปโมทิโต)

๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘
วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคม)
กรุงเทพมหานคร

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 มี.ค. 2016, 05:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
(พระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ กับ พระอาจารย์จันทร์โสม กิตฺติกาโร)


วรลาภานุสรณ์

อาตมาได้รู้จักหลวงปู่เหรียญ เมื่อครั้งลงไปอยู่ภูเก็ตกับหลวงปู่เทสก์ ได้สนิทสนมกัน ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดตั้งแต่อยู่ทางใต้ ได้มาอยู่ด้วยกันก็ที่บ้านนวธานีหลังจากหลวงปู่เหรียญท่านออกมาจากสวนจิตรลดา ไปกิจนิมนต์ที่ไหนๆ ก็ไปกับท่านตลอด

ความประทับใจที่อาตมามีต่อหลวงปู่เหรียญ ก็คือ ความเป็นนักเทศน์ของท่าน เรื่องเทศน์นี้ละอันดับหนึ่ง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันกับท่าน มีแต่ความยิ้มแย้มแจ่มใส จนชาวบ้านทางใต้เรียกท่านว่า “พระอาจารย์ดี”

เดี๋ยวนี้หลวงปู่เหรียญท่านก็ได้จากโลกนี้ไปแล้วด้วยกฎของธรรมชาติ ความตายก็เป็นธรรมะ สิ่งที่จะระลึกถึงท่านก็คือ ท่านจะเทศน์โปรดญาติโยมตลอด แม้แต่ ๒ คน ๓ คน ท่านก็จะเทศน์ธรรมะให้เขาฟัง ท่านมีนิสัยเป็นนักเทศน์มาตั้งแต่บวชใหม่ๆ

ท่านเห็นประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ต้องยกให้ท่าน และจะได้เป็นเครื่องระลึกถึงท่านตลอดไป


(ลงชื่อ) หลวงปู่จันทร์โสม กิตฺติกาโร
(หลวงปู่จันทร์โสม กิตฺติกาโร)

๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙
วัดป่านาสีดา
อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มี.ค. 2016, 05:56 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
(หลวงปู่จันทร์โสม กิตฺติกาโร กับ หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ)


น้อมรำลึกถึงหลวงปู่

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เป็นครูบาอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพบูชาของลูกศิษย์อีกรูปหนึ่ง อาตมาก็เคารพบูชาท่านเช่นกัน ได้พบได้รู้จักกับท่านที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ เมื่อครั้งที่หลวงปู่ไปเผยแผ่ธรรมทางภาคใต้

หลวงปู่เป็นพระใจดี มีคุณธรรมสูงส่ง มีเมตตามาก เมตตาของหลวงปู่นั้นไม่เลือกชั้นวรรณะ เสมอกันหมด ท่านได้นำธรรมะไปบุกเบิกทางใต้ร่วมกับหลวงปู่เทสก์ เทสรํสี หลายปี ยังให้เกิดศรัทธาแก่ชาวใต้ จนกระทั่งได้สร้างวัดประชาสันติที่พังงาขึ้นมา เพื่อให้เป็นที่พึ่งพิงทางใจแก่ญาติโยมทั้งหลาย

หลังจากกลับขึ้นมาจากทางใต้ อาตมาก็ยังได้มาร่วมกันโปรดญาติโยมในภาคกลางอีก หลวงปู่เป็นผู้เปี่ยมด้วยเมตตา มีความตั้งใจที่จะอบรมลูกศิษย์ลูกหา ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสามเณรหรือญาติโยมฆราวาส ให้เกิดปัญญาให้พ้นจากความทุกข์ โดยไม่ย่อท้อไม่เบื่อหน่าย

เมื่อหลวงปู่ท่านมาจากไป ลูกศิษย์ก็รู้สึกว้าเหว่ใจ ขาดหลักใหญ่ที่เป็นที่พึ่งของใจ รู้สึกเหมือนกับขาดพ่อขาดแม่ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนอยู่บนความไม่เที่ยง พบกันแล้วต่างก็จากกันไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี เพื่อให้ลูกหลาน ญาติโยม ได้ประพฤติปฏิบัติตาม สร้างบารมีเพื่อความพ้นทุกข์ ได้พบกับสวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ตามสมควรแก่การประพฤติปฏิบัติ ขอเหล่าลูกศิษย์ลูกหาจงปฏิบัติบูชา เพื่อแสดงความรำลึกถึงหลวงปู่เถิด อาตมาขออนุโมทนาด้วย


(ลงชื่อ) พระครูเขมคุณโสภณ
(หลวงปู่จันทร์แรม เขมสิริ)

๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙
วัดเกาะแก้วธุดงคสถาน
อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 มี.ค. 2016, 05:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

อันเตวาสิกาลัย

สังขารมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา เมื่อมันเป็นอย่างนี้ควรน้อมเข้ามาหาตนหรือพิจารณาว่า ตัวเราก็ดับไปเหมือนกันทั้งนั้น เราไม่ควรประมาทต่อใจต่อวัยว่าจะไม่มาถึง รีบทำความดีเสียแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะไหนๆ ก็ว่าเกิดขึ้นครั้งหนึ่ง ตายแล้วหนึ่งหน

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ นั้นอาตมาเคารพนับถือปฏิปทาท่าน ท่านน่าบูชา ท่านมีเมตตาสูง อาตมาเคยอยู่ร่วมปฏิบัติกับท่านจึงมีความประทับใจอยู่ไม่น้อย ท่านเคยเล่าปฏิปทาของท่านถึงการทรมานกิเลสให้ฟังเมื่อครั้งที่ท่านบวชใหม่ๆ อาตมานับถือในความอดทนและความมานะพยายามของท่านอย่างยิ่ง

ชีวิตของท่านนั้นเป็นไปเพื่อพระพุทธศาสนาโดยแท้ ท่านเดินทางแทบไม่เว้นวันเพื่อไปโปรดบริษัททั้ง ๔ ให้ได้ฟังธรรมะ จนกระทั่งอาพาธท่านก็ไม่วายที่จะสอนคน แต่เดี๋ยวนี้ท่านจากพวกเราไปแล้ว ทิ้งไว้แต่คุณงามความดีที่ท่านสร้างไว้บนโลก


(ลงชื่อ) พระครูสุทธิญาณประยุต
พระครูสุทธิญาณประยุต
(หลวงปู่ต้น สุทฺธิกาโม)

๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
วัดบึงพลาราม
อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 มี.ค. 2016, 06:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

รูปภาพ

คำไว้อาลัย

คำพูดของหลวงปู่เหรียน ท่านมักจะพูดย่อๆ เฒ้าแก่แล้ว เนื้อเหี่ยว หนังยาน หูตาเสีย บ่อคือยังน้อย สอยวอยหน้าบ่อโสภาคือเก่า เพราะมันเฒ้าแก่แล้ว มันไกล้มื้อหม่อสิตาย

คำพูดคำนี้เราจำได้ไม่ลืมเพราะเป็นคำอัมตะ ทุกคนต้องได้ประสพแน่นอน เรียกว่า หลวงปู่เตือนลูกเตือนหลานลูกศิษย์ลูกหาให้ระลึกเอาไว้เสมอๆ อย่าลืมนะ เมื่อคิดถึงท่านเราหยิบขึ้นอ่านคนเดียวเพื่อจะได้เตือนตนเสมอๆ ความสำพันกับหลวงปู่มีหลายเรื่องที่เราจะลืมไม่ได้ เรียกว่า ท่านให้ความเมตตาเป็นพิเศษจริงๆ ถ้าไม่ฉันข้าวด้วยท่านก็ต้องบอกให้ลูกศิษย์ไปขนย่ามเรามาเดี๋ยวนี้ๆ และสั่งตั้งโต๊ะตั้งเก้าอี้ไว้คอย เมื่อฉันเสร็จแล้วก็บอกเราเทศน์ให้โยมฟัง เป็นเสียอย่างนั้นทุกวัน

นอกนั้นจะมาเล่าในที่นี่คงไม่หมด นี้แหละเป็นบุญที่ท่านเมตตาเราเป็นพิเศษ


(ลงชื่อ) พระญาณทีปาจารย์
หลวงปู่ท่อน ญาณธโร เจ้าคณะจังหวัดเลย

๑๖ กันยายน ๒๕๕๐


** หมายเหตุ “พระญาณทีปาจารย์” เป็นสมณศักดิ์ของหลวงปู่ท่อน ญาณธโร ในขณะนั้น
ปัจจุบัน คือ “พระราชญาณวิสุทธิโสภณ”

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 เม.ย. 2016, 05:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

นมัสการพ่อแม่ครูอาจารย์ที่เคารพอย่างยิ่ง

เท่าที่ได้ติดตามพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ได้เห็นความเมตตาและศรัทธาของหลวงปู่ ถึงจะยากลำบากอย่างไร ถ้ามีใครอยากจะฟังธรรม ท่านก็จะไปสงเคราะห์ จะใกล้หรือไกลอย่างไรขอให้มีผู้สนใจฟังธรรมะ จะน้อยหรือมากก็ไม่สำคัญ

ท่านเคยปรารภให้ฟังว่า คนอยากจะฟังธรรมะนั้นหายาก ฉะนั้นบางโอกาสท่านจะเดินทางไปเมตตาอนุเคราะห์อบรมสั่งสอนแสดงธรรมโปรด วันเดียวไปถึง ๓ จังหวัดก็ยังมี ที่ท่านปรารภให้ฟัง แสดงให้เห็นว่า ท่านมีเมตตา กรุณา และปัญญาคุณสมบูรณ์เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจของท่านเกี่ยวกับการอบรมสั่งสอน นับว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากในการแสดงธรรมอบรมสั่งสอน

โดยเฉพาะการแสดงธรรม ท่านก็มุ่งให้รู้จักกาย รู้จักจิตของตนเองเป็นหลักสำคัญ ถ้ากายยังทำชั่วอยู่ วาจายังพูดชั่วอยู่ จิตใจยังคิดชั่วอยู่ ก็แสดงว่าเป็นผู้ไม่รู้ธรรมเห็นธรรมและไม่เข้าใจในธรรม เพราะจิตใจยังเต็มไปด้วยกิเลส ที่ท่านสอนให้ละทิ้งความโลภ ความโกรธ ความหลง อิจฉาริษยา มานะทิฎฐิ ถ้าสิ่งเหล่านี้ยังมีอยู่ในจิตใจของใครแล้ว ก็จะพ้นทุกข์ไปไม่ได้ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นรากเหง้าเค้ามูลแห่งบาปธรรมทั้งหลาย

ส่วนมากหลวงปู่ท่านจะแสดงธรรมย้ำให้เห็นกิเลสเหล่านี้เป็นเรื่องหลัก ถ้าความโลภ ความโกรธ ความหลง ยังมีในกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม จะนำความสงบระงับเยือกเย็นเป็นสุขไปได้อย่างไร ความตั้งใจในการอบรมสั่งสอนจุดหมายปลายทางท่านสอนให้ละ ให้วาง ให้เลิก ให้ว่างจากสิ่งเหล่านี้จึงจะมีความสุข ถ้าใครอยากจะประสบความสุขความเจริญในชีวิต ท่านก็ให้เลิก ละ ปล่อยวาง จนเป็นกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต ถึงแม้ว่าจะทำได้ไม่หมดไม่สิ้น ก็จะเป็นอุปนิสัยปัจจัยเพิ่มเติมเสริมต่อให้เห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัยในความโกรธ ความโลภ ความหลงทั้งหลายเหล่านั้น

ธรรมะที่หลวงปู่อบรมสั่งสอน ก็จะให้เห็นโทษแห่งการทำความชั่ว ทางกาย วาจา จิตใจ เพราะเป็นภัยของบุคคลผู้ยังสมบูรณ์ด้วยกิเลสเหล่านี้ กิเลสนี้แลนำมาซึ่งความทุกข์ทั้งในปัจจุบัน โลกนี้และโลกหน้า ท่านจึงให้รู้ว่า ถ้ายังไม่เห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัยของความโลภ ความโกรธ ความหลงแล้ว ก็ไม่มีทางจะทำให้พ้นทุกข์ได้ ผู้ที่เห็นทุกข์เห็นโทษเห็นภัยของกิเลสเหล่านี้แล้ว ท่านจึงอยู่เป็นสุขในโลก เพราะท่านมีปัญญารู้จักสิ่งที่ควรเลิก ควรวาง ควรปล่อย ควรยึด ควรถือ ด้วยสติปัญญาของท่าน

ฉะนั้นธรรมะที่หลวงปู่ได้แนะนำสั่งสอน จึงควรแก่การนำมาฝึกฝนอบรมอินทรีย์บารมีของตน ให้แก่กล้าสามารถอาจหาญ ระงับทุกข์ในปัจจุบันและอนาคต ชาตินี้ชาติหน้าได้ ดังที่กล่าวมาแล้ว

สรุปเนื้อในใจความธรรมที่หลวงปู่เหรียญ ท่านนำมาแสดงนั้น ส่วนมากได้แก่ มหาสติปัฏฐาน ๔ คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน, เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน, จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน, ธัมมานุปัสสสติปัฏฐาน นั้นเอง

ด้วยความเคารพคารวะในคำสอนของหลวงปู่ด้วยความยินดียิ่ง


(ลงชื่อ) หลวงพ่อคำบ่อ ฐิตปญฺโญ
(หลวงพ่อคำบ่อ ฐิตปญฺโญ)

วัดใหม่บ้านตาล
อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 พ.ค. 2016, 11:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

คณะศิษย์นอบน้อมรำลึกพระคุณหลวงปู่
ด้วยเศียรเกล้า

เมื่อก่อนนี้คณะศิษยานุศิษย์มีหลวงปู่สามองค์ หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี วัดหินหมากเป้ง หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต หลวงปู่บัวพา ปญฺญาภาโส วัดป่าพระสถิตย์ พวกเราได้รับความอบอุ่นใจ ด้วยพระคุณและบารมีธรรมขององค์ท่านปกแผ่คุ้มครองรักษา

หลวงปู่บัวพา มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ และหลวงปู่เทสก์ มรณภาพจากไปอีกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ยังความเศร้าสะเทือนและว้าเหว่ใจแก่คณะศิษย์ และพุทธศาสนิกชนเป็นอันมาก คงเหลือหลวงปู่เหรียญดำรงอยู่เป็นเสมือนเสาหลักอันโดดเดี่ยว เป็นที่พึ่งที่หวังอันอบอุ่นใจแก่ทุกคนสืบต่อมา เมื่อ หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ มรณภาพจากไปเสียอีกแล้วเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘ จึงยิ่งทำความเศร้าสลด ว้าวุ่น สะเทือนจิตใจของคณะศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปอย่างที่สุด

หลวงปู่เหรียญเมื่อยังทรงขันธ์อยู่ ท่านเป็นเสมือนพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เป็นทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของศิษยานุศิษย์และประชาชนทั้งหลายทั่วไป หลวงปู่ได้อุทิศตนเพื่อความถูกต้องดีงามและความเจริญรุ่งเรืองร่มเย็นของท้องถิ่น ของวงสังคมประเทศชาติตลอดชีวิตของท่าน เห็นว่ากิจการใดอาจอำนวยประโยชน์แก่สาธุชนที่ท่านอาจกระทำได้แม้จะเป็นความเดือดร้อนแก่ท่านเองมากบ้างน้อยบ้าง ท่านก็อุทิศตนเพื่อกิจนั้นๆ

หลวงปู่เหรียญเป็นศิษย์องค์หนึ่ง ที่ได้รับคำแนะนำสั่งสอนแนวการปฏิบัติธรรมจากท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต เมื่อคราวยังหนุ่ม หลวงปู่ออกเที่ยววิเวกไปในที่ต่างๆ เพื่อปฏิบัติธรรมบำเพ็ญภาวนา จนเกิดความมั่นใจว่าเอาตัวรอดได้แน่แล้วจึงกลับมายังถิ่นกำเนิดและปักหลักมั่นอยู่ที่วัดอรัญญบรรพต บ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เมตตาสั่งสอนอบรมญาติโยมพุทธบริษัท ให้ได้ความรู้และเข้าถึงพระธรรมตลอดมา

หลวงปู่ยึดถือหลักการปฏิบัติตามพระไตรปิฎก และที่ได้ศึกษามาจากครูบาอาจารย์อย่างมั่นคง การแสดงธรรมและการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ ย่อมสามารถเทียบเคียงว่าถูกต้อง ตรงกับที่ปรากฏในตำราและคัมภีร์ในพระพุทธศาสนาเสมอ แม้เมื่อมาพำนักอยู่ที่วัดอรัญญบรรพต ก็ยังเคร่งครัดปฏิบัติธรรม นำศิษย์ทั้งพระเณรและฆราวาสเดินจงกรมนั่งสมาธิเป็นปกติมิได้ขาดเลย

หลวงปู่นิยมการออกเที่ยววิเวกภาวนา ถึงคราวออกพรรษาหลวงปู่ก็สนับสนุนให้พระเณรออกเที่ยววิเวกไป เพื่อภาวนาหาความสงบตามป่าเขาในที่ต่างๆ บัดนี้ จึงมีศิษย์ของหลวงปู่เป็นพระอาจารย์อยู่ประจำที่วัดป่าหลายแห่ง ในหลายภาคของประเทศไทย ถึงจะเป็นผู้รักการภาวนาทำความสงบเป็นปกติ แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นหลวงปู่ก็เข้าร่วมรับหน้าที่หนัก ในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ในจังหวัดหนองคาย ดำรงตำแหน่งเรื่อยมาจนครั้งสุดท้าย ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอศรีเชียงใหม่

หลวงปู่เป็นผู้มีความคิดเห็นที่กว้างไกลและละเอียดลึกซึ้ง ท่านสนับสนุนให้พระเณรในเขตที่ท่านปกครองอยู่ทุกวัดทุกรูป ได้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมควบคู่ไปกับการปฏิบัติธรรม ด้วยเล็งเห็นว่า เมื่อเรียนรู้พระธรรมวินัยแล้ว ภายหน้าเขาจะเป็นพระที่ดี มีความรู้ความสามารถด้วยตัวเอง ไม่คอยหาแต่อาจารย์เพื่อเป็นที่พึ่ง เขาจะเจริญรุ่งเรืองในพระธรรมวินัยในพระศาสนาได้แท้จริง และย่อมจะดำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้เจริญถาวรสืบไปด้วยดี

หลวงปู่เป็นผู้นำที่เข้มแข็งในด้านการศึกษาของพระเณร โดยรับอุปถัมภ์ทั้งเอาใจใส่ดูแลให้มีการเรียนการสอนนักธรรมในวัดต่างๆและส่งให้นักเรียนเข้าสอบ แต่ก่อนนี้การสอบนักธรรมประจำปี พระเณรต่างไปรวมสอบที่วัดของหลวงปู่ทั้งสิ้น จึงเห็นว่า หลวงปู่ท่านเป็นประธานสนามสอบที่แข็งขันเสมอ แม้หลวงปู่พ้นภาระไปแล้วเมื่อท่านอายุแปดสิบปี ก็ยังแวะไปเยี่ยมสนามสอบนักธรรมในคราวเปิดสอบเสมอ พระเณรในท้องถิ่นนี้ที่สืบต่อมาเป็นครูบาอาจารย์ประพฤติดีประพฤติชอบ เป็นศิษย์ที่ผ่านสนามสอบของหลวงปู่มาแล้วมากมาย

ในกิจของฝ่ายชุมชนบ้านเมืองหลวงปู่เอาธุระใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ หลวงปู่รับกิจนิมนต์ไม่ค่อยขัดข้อง ด้วยท่านให้เหตุผลว่า "คนเขาเดือดร้อนบากหน้ามาหาเรา เขานึกเอาเราเป็นที่พึ่ง สงสารเขา เขาอุตส่าห์มา เมื่อเรามีกำลังพอรับพอไปให้เขาได้ ก็ควรไป" ในระยะปลายอายุขัยของหลวงปู่ ท่านมีกิจนิมนต์ไปแสดงธรรมโปรดพุทธบริษัทในกรุงเทพมหานครและในที่ต่างๆไกลๆ หลวงปู่แม้แก่เฒ่าและร่างกายทรุดโทรม อ่อนเพลียลง เมื่อพอเดินทางไปได้ ก็รับนิมนต์ไปโปรดเขาตามที่นิมนต์เสมอ ท่านพิจารณาแล้วว่า การไปแสดงธรรมของท่าน จะเป็นประโยชน์แก่สาธุชนเป็นอันมาก แม้ท่านเองจะไม่ค่อยสะดวกในส่วนของร่างกายที่ชราภาพ เมื่อพอไปได้ก็พยายามไป ทำกิจที่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์แก่ปวงชนส่วนรวม ดังนี้ หลวงปู่จึงมีศิษย์และผู้เคารพนับถือมากหลายอยู่ในท้องที่ต่างๆ

หลวงปู่เป็นผู้มีกิริยามารยาทงดงาม มักนอบน้อมถ่อมตนอยู่เป็นปกติ ไม่เคยเห็นหลวงปู่ถือตัวว่าเป็นพระเถระ วางตนว่ามีพรรษามาก กับพระมหาเถระท่านนอบน้อมที่สุด กับพระเล็กเณรน้อยท่านให้ความเป็นกันเอง หลวงปู่เป็นผู้มีจริยาวัตรนุ่มนวลสม่ำเสมอ เป็นกันเองกับทุกคน ไม่เคยเห็นว่า หลวงปู่มีอาการโกรธเกรี้ยวเอากับใครๆ ไม่เคยเห็นดุด่าว่ารุนแรงแก่ผู้ใด ไม่เคยกล่าวคำหยาบคาย ทุกคนที่ไปมาหาสู่หลวงปู่เหรียญย่อมเห็นอย่างเดียวกันว่า หลวงปู่เป็นผู้มีความอ่อนโยน สุภาพ เรียบร้อยร่มเย็น ต่างก็ว่า พบท่านแล้วถึงยังไม่ได้พูดคุยอะไรกับท่าน ก็ให้รู้สึกร่มเย็นสบายใจ ปัญหาและทุกข์ภัยต่างๆที่อยู่ในใจ ที่จะนำมากราบเรียนปรึุกษาท่านเหมือนกับว่าสลายหายลงไปหลายส่วน หลวงปู่จึงเป็นทั้งพ่อแม่ ทั้งครูบาอาจารย์ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่แผ่กิ่งก้านปกป้องให้ความร่มเย็นแก่คณะศิษย์และสาธุชนพุทธบริษัท เป็นสง่าราศีแก่ท้องถิ่น เป็นมิ่งขวัญกำลังใจ เป็นที่พึ่งของพวกเราท ั้งปวงมาโดยตลอด ถึงแม้จะรู้อยู่ดีว่า วันหนึ่งหลวงปู่ต้องมรณภาพจากไป แต่เมื่อหลวงปู่มรณภาพจากไปจริงๆพวกเราต่างเศร้าสลด อ้างว้างว้าเหว่ ไม่อาจหักห้ามใจให้สงบลง นึกไม่ออกว่า ต่อไปนี้พวกเราจะอยู่อย่างไร จะทำอะไรบ้าง ต่อไปจะเป็นอย่างไร เหมือนดังต้นโพธิ์ใหญ่อันเป็นที่พักพึ่งพิงของนกกาและสรรพสัตว์มอันโค่นล้มลง สรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมตระหนกหวาดหวั่นและว้าวุ่นไปทั่วกัน

หลวงปู่พร่ำสอนอยู่ตลอดมาว่าให้พากันรีบเร่งความเพียร ให้หมั่นภาวนา ทำจิตใจให้เข้มแข็ง ให้เฉลียวฉลาด เอาตนเป็นที่พึ่งที่หวังของตนเองให้ได้ พวกเราศิษยานุศิษย์ก็มิใช่ว่าเมินเฉย ละเลยต่อถ้อยคำของหลวงปู่ ต่างพยายามปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ด้วยกัน แต่นึกถึงสภาพที่ต้องเอาตนของตนเป็นที่พึ่งไม่ทันออก มาบัดนี้จึงรู้แจ้งชัดว่า ความสูญเสียที่พึ่งที่หวังแท้จริงเป็นอย่างนี้ รุนแรงมีอำนาจใหญ่โตมหาศาล มันกระทบกระเทือนให้จิตใจอลเวงปั่นป่วนไปทั่ว ด้วยพละกำลังการปฏิบัติที่บำเพ็ญมาทั้งสิ้น ไม่อาจยับยั้งจิตใจที่วุ่นวายให้สงบร่มเย็ฯลงได้บ้างเลย

ผ่านเหตุการณ์มานาน จึงหวนคิดได้ว่า หลวงปู่จากไปแล้วก้จริงแต่แนวทางประพฤติปฏิบัติที่ท่านสั่งสอนและพาดำเนินยังคงอยู่ ปฏิปทาและรูปแบบการศึกษาประพฤติปฏิบัติธรรมที่ท่านนำพา ยังปรากฎเด่นชัดอยู่ในจิตใจของพวกเรา เมื่อนึกถึงว่า พวกเรายังได้ยินน้ำเสียงแสดงธรรมของหลวงปู่ (ด้วยบันทึกพระธรรมเทศนา) และมโนภาพเห็นหลวงปู่อยู่ภายในจิตใจ ก็เหมือนกับว่า องค์หลวงปู่ยังคงอยู่กับพวกเรา ความอุ่นใจก็เกิดขึ้น ความว้าเหว่กังวลสับสนลดหายไป ความแช่มชื่นแข็งขันมุ่งทำคุณความดีต่างๆตามแนวทางที่ท่านมอบให้ไว้ ก็ชัดเจนแจ่มใส ตั้งใจมั่นที่จะประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสั่งสอนของหลวงปู่ เพื่อมอบถวายเป็นเครื่องสักการบูชาพระคุณของท่าน สิ่งที่จะสนองพระคุณของหลวงปู่เป็นอย่างดียิ่ง ก็คือเชื่อฟังและประพฤติปฏิบัติตรงตามคำสั่งสอนของท่าน เหมือนบุตรธิดาที่เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา บิดามารดาย่อมหายห่วงกังวล ย่อมเบิกบานร่มเย็นใจยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

พวกเราคณะศิษย์ของหลวงปู่จงพร้อมใจกัน มุ่งประพฤติปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อเป็นเครื่องบูชาอันสูงสุดน้อมสักการะพระคุณของหลวงปู่ และเพื่อความอบอุ่นใจว่า หลวงปู่จะยังคงอยู่กับพวกเราตลอดไป


(ลงชื่อ) พระอธิการพิชิต ชิตมาโร
วัดหินหมากเป้ง
อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
ในนามคณะศิษย์ฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ส.ค. 2016, 14:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

เถรัมภกถา

คณะศิษย์มีศรัทธาจะพิมพ์หนังสือประวัติพระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ เพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพในวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ อาตมาขออนุโมทนาด้วย

พระอาจารย์เหรียญกับอาตมาเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์กู่ ธมฺมทินฺโน เหมือนกัน เรียกว่า สหธรรมิก เมื่อได้ทราบข่าวว่าท่านมรณภาพ อาตมาก็ไป เข้าใจว่าท่านไปสบายแล้ว แม้ท่านยังอยู่ก็สบายอยู่ ไปก็สบาย อยู่ก็สบาย ลูกศิษย์ลูกหาท่านก็ให้ระลึกถึงคำสอนท่าน อย่าไปเสียใจที่จากกัน มันเป็นธรรมดาโลกเท่านั้น

คนทุกคนในทุกโลกธาตุ แม้สัตว์ทั้งหลาย แม้กายทิพย์ ก็เหมือนกันทั้งหมด คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีอะไรวิเศษกว่ากันเลย ไม่มีอะไรต่างกัน ต่างกันแต่ภายนอกสูงต่ำ ดำขาว ผู้หญิงผู้ชายเท่านั้น ทุกคนมีแก่นสารเดียวกัน คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

ฉะนั้นให้พิจารณาธรรมนี้อันเป็นธรรมดาโลก มีกันทุกคน ไม่มีใครแตกต่าง


สุดท้ายอาตมาขออนุโมทนา บุญที่คณะศิษย์ทุกคนได้ทำไปแล้ว ดีเป็นมหัศจรรย์ ขอผลกุศลกรรมครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ทุกท่านเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกท่านเทอญ


(ลงชื่อ) พระบุญฤทธิ์ (ปณฺฑิโต)
(พระบุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต)

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ต.ค. 2016, 14:53 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


คำนำ

พระสุธรรมคณาจารย์ (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) เป็นพระมหาเถระรูปสำคัญ ซึ่งเป็นศิษย์ท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺโต รูปหนึ่ง ที่ได้สืบทอดแนวปฏิบัติและปฏิปทาของท่านพระอาจารย์ใหญ่ มาอบรมสั่งสอนศิษย์ทั้งบรรพชิตและฆราวาสทั่วสารทิศมาเป็นเวลานาน ด้วยความเมตตาอันพ้นประมาณ

ท่านได้ชื่อว่า เป็นพระสุปฏิปันโน อุชุปฏิปันโน ญายะปฏิปันโน สามีจิปฏิปันโน พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติชอบแล้ว เป็นที่เคารพสักการะของพระบรมวงศานุวงศ์ตลอดจนสาธุชนทั่วไป

เมื่อหลวงปู่อาพาธถูกพยาธิเบียดเบียน ความทราบเบื้องพระยุคลบาท ด้วยพระราชศรัทธาที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีต่อองค์หลวงปู่ ทรงรับหลวงปู่ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ครั้นหลวงปู่ละขันธ์ไป ก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด และในวันจันทร์ที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในงานพระรทานเพลิงศพหลวงปู่ พระมหากรุณาธิคุณนี้เหล่าศิษยานุศิษย์ล้วนซาบซึ้งใจและขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตลอดไป

โอกาสนี้คณะศิษยานุศิษย์ได้รวบรวมชีวประวัติของหลวงปู่ โดยตามรอยเส้นทางธุดงค์และการเผยแผ่ธรรมของหลวงปู่ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ เพื่อจัดทำหนังสือที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ ๒ เล่ม คือ “วรลาโภ ผู้ให้ธรรมเป็นพระอันประเสริฐ” เป็นบันทึกชีวิตวัยเด็ก การออกบรรพชา และถวายตัวเป็นศิษย์ศึกษาธรรมกับท่านพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺโต การออกธุดงค์ศึกษาธรรมกับพระอาจารย์รูปอื่นๆ และการเผยแผ่ธรรมไปในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นคติชีวิต คติธรรม เป็นมรดกธรรมแก่อนุชนรุ่นหลังได้น้อมนำไปศึกษาปฏิบัติ เพื่อยังให้เกิดประโยชน์ต่อไป

ส่วน “วรลาโภวาท” เป็นพระธรรมเทศนาของหลวงปู่ ๙ กันฑ์ เรียงลำดับจากหลักธรรมอันพึงปฏิบัติเบื้องต้นไปสู่การปฏิบัติโดยละเอียด พร้อมทั้งการถาม-ตอบปัญหาธรรมะ และเกร็ดธรรมที่หลวงปู่ได้เมตตาอบรมศิษย์โดยแยบคาย หวังใจว่า คงจะเป็นหลักให้แก่ผู้สนใจค้นคว้าเทศนากัณฑ์อื่นๆ ซึ่งมีอยู่จำนวนมากต่อไป

อีกไม่นานแล้ว สังขารขันธ์ของหลวงปู่ที่ได้แสดงมรณานุสติให้เราท่านได้เห็นได้พิจารณามาตลอด นับตั้งแต่ละโลกจากเราไป ก็จักได้ดับสลายด้วยเปลวเพลิง คงเหลือไว้แต่คำสอนที่ย้ำเตือนใจศิษย์ตลอดมาและก็จักฝังอยู่ตลอดไป

“สิ่งใดมีเกิดสิ่งนั้นต้องมีดับเป็นธรรมดา สิ่งใดไม่มีเกิดไม่มีดับนั่นแหละคือที่สุดแห่งทุกข์” ธรรมคำสอนนี้ของหลวงปู่จะก้องอยู่ในใจ และเหลือไว้เป็นมรดกธรรมแก่โลกซึ่งเชื่อมั่นได้ว่า หากน้อมนำมาปฏิบัติแล้ว ย่อมจะได้ผลแท้จริงอย่างที่ท่านพาดำเนินแน่

ท้ายที่สุดนี้หากมีความผิดพลาดบกพร่อง หรือประมาทพลาดพลั้งด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ประการใดก็ดี ด้วยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดี คณะผู้จัดทำขอน้อมรับด้วยความเคารพ และขอกราบอโหสิกรรมมา ณ โอกาสนี้ ด้วยเทอญ


คณะศิษยานุศิษย์

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 พ.ย. 2016, 16:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


สารบัญ

● ชาติภูมิ

● สู่ร่มกาสาวพัสตร์

● พ.ศ. ๒๔๗๕ จำพรรษา ณ วัดศรีสุมังคล์ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย

● พ.ศ. ๒๔๗๖ ญัตติเป็นธรรมยุต ณ วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี

● พรรษาที่ ๑ (พ.ศ. ๒๔๗๖) ณ วัดป่าสาระวารี ตำบลบ้านค้อ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

● พรรษาที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๗๗) ณ วัดอรัญญวาสี ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

● พรรษาที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๗๘) ณ วัดป่าสาระวารี ตำบลบ้านค้อ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

● พรรษาที่ ๔ (พ.ศ. ๒๔๗๙) ณ ที่พักสงฆ์ริมแม่น้ำโขง (วัดอรัญญบรรพต) อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

● พรรษาที่ ๕ (พ.ศ. ๒๔๘๐) ณ ที่พักสงฆ์ริมแม่น้ำโขง ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

● พรรษาที่ ๖ (พ.ศ. ๒๔๘๑) ณ สวนผลไม้อำเภอพร้าว (วัดป่าอาจารย์มั่น) บ้านแม่กอย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

● พรรษาที่ ๗-๙ (พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๔๘๔) ณ ที่พักสงฆ์สันต้นเปา บ้านสันต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

● พรรษาที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๔๘๕) ณ สำนักสงฆ์แม่หนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

● พรรษาที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๔๘๖) ณ ที่พักสงฆ์สันกำแพง (วัดโรงธรรมสามัคคี) อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

● พรรษาที่ ๑๒-๑๓ (พ.ศ. ๒๔๘๗-๒๔๘๘) ณ สำนักสงฆ์อำเภอสันกำแพง (วัดโรงธรรมสามัคคี) อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

● พรรษาที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๔๘๙) ณ สำนักสงฆ์อำเภอสันกำแพง (วัดโรงธรรมสามัคคี) อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

● พรรษาที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๔๙๐) ณ สำนักสงฆ์บ้านหม้อเหนือ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

● พรรษาที่ ๑๖ (พ.ศ. ๒๔๙๑) ณ สำนักปฏิบัติธรรมสันติธรรมเชียงใหม่ (คิวริเปอร์อาศรม) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

● พรรษาที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๔๙๒) ณ สำนักสงฆ์นันทวนาราม อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง

● พรรษาที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๔๙๓) ณ สำนักสงฆ์นันทวนาราม อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง

● มููลเหตุหลวงปู่เทสก์ลงใต้

● พรรษาที่ ๑๙-๒๐ (พ.ศ. ๒๔๙๔-๒๔๙๕) ณ วัดสันติวนาราม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

● พรรษาที่ ๒๑-๒๔ (พ.ศ. ๒๔๙๖-๒๔๙๙) ณ วัดประชาสันติ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา

● พรรษาที่ ๒๕ (พ.ศ. ๒๕๐๐) ณ วัดป่าพระสถิตย์ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

● พรรษาที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๐๑) ณ วัดประชาสันติ อำเภอเมือง จังหวัดพังงา

● พรรษาที่ ๒๗ (พ.ศ. ๒๕๐๒) ณ สำนักสงฆ์บ้านหม้อเหนือ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

● พรรษาที่ ๒๘-๗๒ (พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๔๘) ณ วัดอรัญญบรรพต อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

● ประวัติการสร้างพระอุโบสถวัดอรัญญบรรพต

● มูลเหตุในการเข้าพัก ณ ที่พักสงฆ์สวนจิตรลดา

● นิสัยอันเป็นอมตะ

● อุบายใช้สอนศิษย์

● ปณิธานของหลวงปู่

● จาริกแดนพุทธภูมิ

● สมณศักดิ์และผลงาน

● สร้างพระสุธรรมเจดีย์

● หลวงปู่สงเคราะห์โลก

● หลวงปู่เป็นพระของคนทุกภาค

● รายงานอาการอาพาธของหลวงปู่

● แต่นี้มีแต่จะลาลับ

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ธ.ค. 2017, 20:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


อาจาริยบูชา

ขอประณตคุณอาจารย์ผ่านลิขิต
ถึงชีวิตพระสงฆ์ดีศรีสยาม
“พระสุธรรมคณาจารย์”ประทานนาม
สุจริตสามงามสะอาดปราศธุลี


“ใจขาน”สกุล ชื่อนั้น ว่า“เหรียญ”
วัยเด็กรักขีดเขียน ใคร่รู้
สัมมาชีพพากเพียร ใจใส่
จริตนิสัยสู้ โอบอ้อมอารี

บารมีกระตุ้น ตักเตือน
ชีวิตผู้ครองเรือน ยืดเยื้อ
อุปสรรคมาเยือน มีมาก
ไม่เหมาะที่จะเอื้อ ปลดเปลื้องหมู่มาร

ปู่จึงบวชสลัดทิ้ง โลกา
ปฏิบัติมรรคา ถ่องแท้
เปรื่องปราดเทศนา สอนสั่ง
จริยวัตรแปล้ แต่ล้วนสุขเกษม

ชีวโลกเกิดแล้ว แตกสลาย
หลวงปู่ก็มิวาย อย่างนั้น
มัจจุมิเคยคลาย ครอบสัตว์ โลกเฮย
หาสิ่งใดมากั้น ห่อนพ้นความตาย

พระชิโนรสสิ้น แสงดิน ดับแฮ
ศิษย์ทั่วธรณิน โศกเศร้า
วิโยคทุกข์กัดกิน ดวงจิต
มัจจุมารเป็นเจ้า ชีพแท้เทียวหนอ

ความไม่ประมาทนั้น มรรคา ไม่ตายเฮย
ศีลสมาธิปัญญา ตรัสไว้
เป็นปฏิปทา กิเลสมลานแล
สามสิ่งนี้ปู่ให้ เปี่ยมแปล้ไตรทวาร

ขอเดชกุศลบุญ คุณพระสุคตไซร้
เผล็ดอิฐผลให้ ปู่นั้นถึงถิ่นเกษมเทอญ.



ประพันธ์โดย พระศรีวิสุทธาภรณ์ (บุญร่วม อตฺถกาโม)
วัดบรมนิวาสฯ กรุงเทพมหานคร

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ธ.ค. 2017, 20:46 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4755

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอนอบน้อมบูชาด้วยเศียรเกล้า
ถวายเป็นพทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา
และอาจาริยบูชาแด่
พระสุธรรมคณาจารย์
(หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ)

ด้วยน้อมสักการบูชา
และสำนึกในพระคุณอย่างสูงสุด


:b44: :b44:

ชีวประวัติ

“พระพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อตัณหาดับไปจากจิตแล้ว
ทุกข์ทางจิตก็ดับหมดเลย อันนี้มันเป็นความจริงแท้ๆ
ต้องพิจารณาให้มันรู้แจ้งประจักษ์ด้วยตนเอง”

ชาติภูมิ

พระสุธรรมคณาจารย์ หรือหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ พระกัมมัฏฐานสายพระอาจารย์ใหญ่มั่น ภูริทตฺโต ซึ่งนับได้ว่า พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านเป็นศิษย์สำคัญรูปหนึ่งของหลวงปู่มั่นในยุคปัจจุบัน

หลวงปู่มีนามเดิมว่า เหรียญ นามสกุล ใจขาน ถือกำเนิด ณ บ้านหม้อ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ในเวลารุ่งเช้าของวันพุธ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือนยี่ ปีชวด จัตวาศก จ.ศ. ๑๒๗๔ ตรงกับวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๕

ท่านเป็นบุตรคนที่ ๒ ของคุณพ่อผา ใจขาน (ภายหลังท่านได้อุปสมบทมีฉายาว่า ปภากโร) และคุณแม่พิมพา ใจขาน มีพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ๗ คน แต่พี่น้องของหลวงปู่ทั้ง ๖ คนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเยาว์จึงไม่ปรากฏนาม เหลือแต่ท่านเพียงผู้เดียว

ต่อมาภายหลัง คุณแม่พิมพามารดาของหลวงปู่ก็มาด่วนจากไปอีก ในครั้งนั้นหลวงปู่มีอายุได้เพียง ๑๐ ปี เหตุการณ์นี้ยังความเศร้าสลดแก่ท่านนัก หลังจากนั้นไม่นานคุณพ่อผาก็แต่งงานใหม่ หลวงปู่ได้เล่าว่า

“บังเอิญสามีของแม่น้า (ภรรยาใหม่ของคุณพ่อผา) ก็มาเสียชีวิตในปีเดียวกันกับโยมแม่ของอาตมา โยมแม่น้านี้มีลูกกับสามีคนก่อน ๕ คน และมีลูกกับโยมพ่อของอาตมาอีก ๒ คน”


อยู่ในความอุปการะของยาย

หลังจากคุณแม่พิมพาเสียชีวิตได้ไม่นาน หลวงปู่ก็ย้ายไปอยู่กับคุณยาย โดยคุณยายกับน้าสาวของท่านได้อุปการะให้การศึกษาเล่าเรียนตามกำลังที่จะพอส่งเสียได้

หลวงปู่เล่าว่า “พอยายกับน้าให้เข้าโรงเรียน ก็ไปเรียนตามปกติ แต่คงจะมีบุญอยู่บ้าง การศึกษาเล่าเรียนก็นับว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สอบไม่ค่อยตก สมัยนั้นเพียงประถม ๓ ก็แตกฉานแล้ว เรื่องบวกลบคูณหารเลขสองสามหลักก็เรียนได้คล่องแคล่ว อ่านหนังสือ เขียนหนังสืออะไรต่างๆ ก็เข้าใจ

สมัยนั้นครูบาอาจารย์ท่านเข้มงวดจริงๆ ถ้าดื้อด้านหรือไม่เอาไหนครูก็จะตี ให้ยืนขาเดียวแล้วก็เอาไม้เรียวตี พ่อแม่ก็ไม่ว่าอะไร มอบอำนาจให้ครูเลย อาตมาก็ตั้งใจเรียนจนครูบาอาจารย์ถึงขั้นคาดหวังในตัวอาตมาเลยนะว่า น่าจะเอาดีทางการศึกษาได้ ท่านเหล่านั้นก็สนับสนุนให้เรียนต่อในระดับสูงขึ้นต่อไป

พอมาอยู่กับยายไม่นาน น้าสาวก็มาเจ็บลงและตายไป น้าสาวคนนี้อยู่กับยาย เลี้ยงยาย ดูแลยาย ตอนนั้นอาตมาก็ไม่ได้แสดงความอาลัยออกมาเลย ไม่ร้องร่ำไร แม่ตายก็ไม่ร้องไห้ น้าตายก็ไม่ร้องไห้ ป้านี่สุดท้าย คือว่า ป้าป่วยหนักรักษาไม่หาย ยายเลยรับป้ามาอยู่ด้วย เอามาดูแลไม่นานก็ตายไปอีก ไอ้เรานี้ใจแข็งไม่ร้องไห้ ไม่ทราบว่าจะร้องไห้ไปทำไม เพราะว่าความตายมันมีอำนาจเหนือชีวิต ร้องไห้ไปก็ไม่กลับคืนมา เมื่อคิดพิจารณาเห็นตอนนี้แล้วก็เลยไม่ร้องไห้

ตอนที่ป้าตายนี้ ยายเสียใจมาก ถึงขนาดจะคิดสั้น เพราะจู่ๆ ลูกสาว ๓ คนก็มาเสียชีวิตจากไปใกล้ๆ กัน มันก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา รักมากเสียใจมาก

พระอริยบุคคลท่านรู้เท่าทันของจริงแล้ว ท่านจึงไม่ร้องไห้ เพราะฉะนั้นในโลกนี้จึงว่ามันไม่ยั่งยืน ถ้าผู้ใดมีศีลธรรมบริบูรณ์ ปฏิญาณตนถึงไตรสรณคมน์ ทำบุญทำทานไป หมดอายุสังขารแล้วบุญกุศลนี้นำไปเกิดเป็นเทวดา เสวยของทิพย์ไม่ต้องทำนาทำสวน ไม่ต้องหุงต้มเมื่อหิวขาวขึ้นมาอาหารก็ปรากฏต่อหน้า ส่วนพระนิพพานนี้เป็นของสูญ สูญจากกิเลส ตัณหา ราคะ โทสะ โมหะ พระนิพพานท่านเรียกว่า อมตธรรม เป็นธรรมที่ไม่ตาย ไม่คลาดเคลื่อน ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต มีแต่ปัจจุบัน ไม่มีอาลัยอาวรณ์ในความตาย”


ตัดสินใจออกจากโรงเรียน

เมื่อหลวงปู่มีอายุได้ ๑๓ ปี ท่านได้เรียนจบตามเกณฑ์ที่รัฐบาลในสมัยนั้นกำหนด คือ ชั้นประถมปีที่ ๔

“ทำไม ๑๓ ปี ๖ เดือนเพิ่งจบประถม ๔ ก็เพราะว่า อาตมาเข้าโรงเรียนเมื่ออายุ ๙ ปีเข้าไปแล้ว พอเรียนจบประถม ๔ ครูก็ถามว่าจะเรียนต่อหรือไม่ คงจะเป็นว่าบุญจะได้บวชบันดาล คิดนะว่าถ้าเราเรียนต่อแล้วจบออกมาเป็นครู คงไม่ได้มาบวช เลยตอบไปว่า ไม่เรียนต่อครับ พอดีโยมพ่อทราบว่าลาออกจากโรงเรียน ท่านเสียใจใหญ่เลย ท่านว่า เรียนต่อสิ ฉันจะให้เรียนอยู่นะ ทำไมถึงไม่เรียนต่อล่ะ เลยตอบไปว่า ไม่รู้ว่าคิดยังไงมันอยากออกก็เลยออก คงเป็นบุญจะได้บวชกระมัง ออกมาครูบาอาจารย์ก็เสียดาย

แต่เหตุผลลึกๆ แล้วนะ ตอนนั้นอาตมาคิดว่า เราเกิดมาชาตินี้ก็พบกับความทุกข์เต็มทน ครั้นเราจะหาทุกข์มาใส่พ่อและตัวเราอีกเห็นจะไม่ดีแน่ สู้ออกไปช่วยท่านทำมาหากินเพื่อแทนคุณท่านจะไม่ดีกว่าหรือ อีกทั้งยายของเราก็แก่มากแล้ว ถ้าเผื่อเราช่วยทำงานได้เงินมาจะได้อุดหนุนจุนเจือยายได้บ้าง ก็เลยตอบโยมพ่อไปอย่างนั้น”


กุศล แปลว่า ความฉลาดตัดซึ่งบาป
หมายเอาดวงใจที่ฉลาด

รับภาระแทนบิดา

หลังจากที่หลวงปู่เรียนจบชั้นประถม ๔ แล้ว ในขณะนั้นคุณพ่อผาท่านได้บุกเบิกที่ทางสำหรับทำเรือกสวนไร่นาไว้มาก หลวงปู่จึงต้องรับภาระในการดูแลการงานต่างๆ ทั้งในด้านกสิกรรมและอย่างอื่นที่พอจะทำแทนคุณพ่อผาได้ ท่านได้เล่าถึงีวิตตอนนี้ไว้ว่า

“เมื่ออาตมากลับไปอยู่กับโยมพ่อและแม่น้า อาตมาก็รับภาระหน้าที่ในการทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ มีอะไรก็ทำ ช่วยโยมพ่อร่วมกับพี่น้อง ทั้งลูกโยมพ่อและลูกของแม่น้า อยู่ด้วยกันพ่อแม่ลูกนี่ ๘ คน อาตมาถือว่าเป็นลูกคนโต หน้าที่ทั้งหลายจึงมาอยู่ที่อาตมา สำหรับอาตมากับพี่น้องก็มีความรักเคารพกันดี นับถือกันฉันพี่น้องร่วมอุทรเดียวกัน ไม่เคยทะเลาะวิวาทถึงขั้นรุนแรงจนถึงกับแตกความสามัคคีกันเลย”

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 17 โพสต์ ]  ไปที่หน้า 1, 2  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร