วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.ย. 2018, 18:53  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านนิทาน จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=5



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 ส.ค. 2017, 14:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ค. 2011, 14:20
โพสต์: 5618


 ข้อมูลส่วนตัว




u02651136355719228927379271.jpg
u02651136355719228927379271.jpg [ 61.56 KiB | เปิดดู 416 ครั้ง ]
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีพระราชาองค์หนึ่งพระนามว่า พรหมทัต ครองเมืองพาราณสี พระองค์ทรงมีพระมเหสีสาวสวยชื่อ กากี ซึ่งมีกลิ่นกายหอมดุจกลิ่นดอกมณฑา ถ้าหากชายใดถูกต้องผิวนางกลิ่นกายนางก็จะติดตัวชายนั้นไปนานถึงเจ็ดวัน และแม้ว่าพระองค์จะมีพระสนมมากมายนับพัน ๆ คน แต่พระองค์ทรงรักพระนางกากีมาที่สุด นอกจากจะมีพระมเหสีผู้เลอโฉมแล้ว พระองค์ยังมีคนธรรพ์เป็นผู้ให้ความบันเทิงและเป็นที่ปรึกษาในเวลาเดียวกัน อีกด้วย เมื่อมีเวลาว่างพระองค์จะทรงเล่นสกากับอำมาตย์ผู้ใหญ่และเพลิดเพลินกับเสียง ดนตรีที่ขับกล่อมโดยคนธรรพ์ชื่อว่า นาฏกุเวร

อยู่มาวันหนึ่ง พระราชาทรงมีนัดหมายเล่นสกากับพญาครุฑ และแล้วพญาครุฑก็เหาะบินออกจากวิมารฉิมพลีข้ามป่าและมหาสมุทรมายังเขตแดนพา ราณสี โดยปกติแล้วพญาครุฑจะเล่นสกากับพระราชาทุก ๆ เจ็ดวัน และทุกครั้งก่อนที่จะเข้ากำแพงเมืองเขาก็จะแปลงกายเป็นมาณพรุปงาม ทั้งนี้เพื่อปกปิดสถานภาพที่แท้จริงของตนไว้ เพราะการปรากฏกายของเขาจะทำให้คนแตกตื่นไปทั้งเมือง

จนกระทั่งเย็น มากแล้ว พระราชายังทรงเพลิดเพลินกับการเล่นสกากับพญาครุฑแปลงอยู่ โดยไม่มีทีท่าว่าจะทรงเบื่อแต่ประการใด ในขณะที่พระราชินิกากีเฝ้ารอพระองค์อญู่ที่ตำหนักของนาง หลังจากสอบถามนางกำนัลก็ได้รับการทูลให้ทราบว่า พระราชาทรงเพลิดเพลินกับการเล่นสกากับมาณพรูปงามอยู่ เมื่อได้ยินว่ามาณพรูปงาม พระนางก็ใคร่ที่จะทราบว่ารูปงามมากน้อยเพียงใด และแล้วพระนางก็รับสั่งให้นางกำนัลพาไปยังท้องพระโรง ซึ่งพระราชากับมาณพรูปงามกำลังเล่นสกาอยู่ พระราชินีแอบอยุ่หลังม่านก่อนและต่อมาก็ยกม่านขึ้นเพื่อดู มาณพหนุ่มผู้ซึ่งไม่คาดคิดก็มองตรงมายังพระเนตรทั้งคู่ของพระนางเข้าพอดี และทันทีที่ทั้งคู่สบตากันเท่านั้นต่างก็ตะลึงที่ได้สบตากัน มาณพหนุ่มตกตะลึงในความงามของพระราชินีผู้ซึ่งมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน หลังจากเล่นสกาไปได้สักพักหนึ่งมาณพก็ทูลลากลับ ในขณะที่พระราชาก็เสด็จกลับเข้าตำหนัก

ภายนอกกำแพงพระราชวัง พญาครุฑก็เปิดเผยรูปโฉมแท้จริงของตนออกมาทันที แล้วบินขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาแผ่ปีกออกเพื่อทำให้เกิดลมแรงและทำให้เกิดลมพายุปกคลุมเมืองพาราณสี ซึ่งในบัดดลนั้นก็ตกอยู่ในสภาพโกลาหล ในชั่วพริบตาเดียว พญาครุฑก็บินโฉบลงมายังพระราชินีผู้กำลังตื่นตกพระทัยและประคองนางไว้ในอ้อม แขนของเขา พระราชินีกากีพยายามดิ้นให้หลุด แต่ว่าเจ้าสัตว์ครึ่งคนครึ่งนกก็ปลอบประโลมนางให้อยู่ในความสงบไม่ต้องตื่น ตกใจ เขาบอกนางว่า ความจริงแล้วเขาก็คือมาณพหนุ่มรูปงามที่นางเห็นในพระราชวังนั้นเอง เขาชื่อ เวนไตย เป็นราชาแห่งครุฑและมีอำนาจมนตรามาก

หลังจากปลอบประดลมให้ พระราชินีกากีทรงเชื่อแล้ว พญาครุฑก็พานางไปยังวิมานฉิมพลีซึ่งตั้งอยุ่บนยอดเขาไกรลาส (ซึ่งเป็นชื่อของภูเขาหิมาลัย) ในขณะอยู่ในวิมานของตนพญาครุฑเวนไตยก็จะปรากฏเป็นเทพบุตรรูปงาม ดังนั้นพระนางกากีผู้ซึ่งมีอุปนิสัยชอบแต่สิ่งสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น ก็เคลิบเคลิ้มไปกับเขาและยินดีเป็นภรรยาของพญาครุฑ

ฝ่ายพระเจ้าพรหม ทัตก็ทรงโศกเศร้าพระทัยยิ่งนัก เพราะการหายไปของพระมเหสีผู้เป็นสุดที่รัก พระองค์ทรงปรึกาากับนาฏกุเวรเพื่อหาหนทางตามพระราชินีที่สูญหายไป แต่ว่านาฏกุเวรมีความสงสัยในมาณพรูปงามผู้ซึ่งมาเข้าเฝ้าพระราชาเป็นประจำ ดังนั้นเขาจึงอาสานำพระราชินีกลับมาให้พระองค์ และไม่นานเกินรอเพราะหลังจากหนึ่งสัปดาห์ พญาครุฑเวนไตยก็แปลงร่างเป็นมาณพรูปงามลงมาจากวิมานฉิมพลีเพื่อเล่นสกากับ พระราชาทำเสมือนหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อได้เห็นมาณพรูปงาม นาฏกุเวรก็แปลงร่างเป็นตัวไรในทันที แล้วกระโดดขึ้นไปอยู่บนร่างของมาณพคอยเวลาที่จะถูกนำไปยังวิมานของมาณพรูป งาม

เมื่อเลิกเล่นสกาแล้ว มาณพรูปงามก็ลาพระราชากลับและเดินออกจากเมืองไป และเพียงชั่วครู่เดียว เขาก็กลายร่างกลับไปเป็นพญาครุฑอย่างเดิมและบินขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมทั้งมี ตัวไรติดไปด้วย เมื่อมาถึงวิมานของตนเขาก็กลายร่างเป็นมาณพรูปงาม และใช้เวลาตลอดคืนอยู่กับพระราชินีกากี นาฏกุเวรเห็นพระราชินีมีความเพลิดเพลินอยู่กับชีววิตใหม่กับชายคนรักใหม่ก็ รู้สึกสงสารผู้เป็นเจ้านายของตนที่กำลังเฝ้าคอยการกลับมาของผู้เป็นภรรยา อยู่

เมื่อรุ่งสางพญาครุฑเวนไตยก็มักจะทิ้งนางกากีไว้เพียงลำพังใน พระราชวัง และใช้เวลาตลอดวันอยู่ในป่าหิมพานต์และขากลับก็จะนำผลไม้มากมายหลายชนิดมา ฝากนางกากีด้วย เมื่อพญาครุฑไม่อยู่ นาฏุกุเวรก็เปิดเผยตนเองต่อกากีและเกี้ยวพาราสีนางจนกระทั่งนางตกลงใจเป็น ภรรยาของเขาด้วย และนับแต่นั้นมาทุกวันนาฏกุเวรก็จะออกมาจากที่ซ่อนมาร่วมอภิรมย์กับนางกากี ในเวลากลางวัน และซ่อนตัวในเวลากลางคืน เหตุการณ์เป็นอย่างนี้ตลอดสัปดาห์

เมื่อ ถึงเวลาเล่นสกากับพรเจ้าพาราณสีตามปกติ พญาครุฑก็บินไปยังเมืองพาราณสีพร้อมกับตัวไรซ่อนติดตัวมาด้วยเขาแปลงร่าง เป็นมาณพรูปงามแล้วเล่นสกากับพระราชาจนเย็นมากแล้วก็ออกจากเมืองไป และแล้วนาฏกุเวรก็เปิดเผยตนเองต่อพระราชา แล้วกราบทูลให้ทรงทราบว่าพระราชินีกากีไม่สนใจพระองค์อีกต่อไปแล้ว เพราะนางเพลิดเพลินกับชีวิตใหม่กับพญาครุฑพระนางไม่ควรค่าแก่การเป็นราชินี ของพระองค์อีกต่อไป เพราะนางมีคู่รักมากแม้แต่ตัวเขาเองก็เป็นหนึ่งในคนรักของนางด้วย พร้อมทั้งกราบทูลขออภัยโทษที่ตนประพฤติตัวไม่เหมาะสม ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นอุบายเพื่อพิสูจน์ว่าพระราชินีกากีไม่มีความซื่อ สัตย์ต่อพญาครุฑด้วยเช่นกัน พระราชาทรงเข้าใจในเหตุการณ์ และชื่นชมนาฏกุเวรว่าสามารถแก้เผ็ดพญาครุฑได้อย่างชาญฉลาด

หลังจาก ครบ 7 ปี ก็ถึงเวลาที่พญาครุฑจะมาเล่นสกากับพระเจ้าพรหมทัตอีก และคราวนี้นาฏกุเวรก็เห็นเป็นโอกาสดีที่จะร้องเพลงซึ่งเปิดเผยความสัมพันธ์ ลับ ๆ กับนางกากีที่ตนมีในเวลาที่พญาครุฑไม่อยู่อีกด้วย แ ละถึงแม้ว่าพญาครุฑจะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดของเพลง เขาก็แกล้งทำเป็นไม่โกรธและเพลิดเพลินกับเพลงที่ขับร้องนั้น อย่างไรก็ตามหลังจากกลับมาถึงวิมานของตน พญาครุฑผู้โกรธเคืองก็บังคับให้นางกากีพูดความจริง แต่นางก็ยืนกรานในความบริสุทธิ์ของตน ด้วยความโกรธที่นางเป็นคนสำส่อน พญาครุฑจึงไม่ต้องการนางอีกต่อไป ดังนั้นจึงนำนางลงมาจากวิมานและวางนางไว้ที่พระลานหน้าเมืองเก่าของนาง

เมื่อ ถูกคนรักใหม่ทิ้งขว้าง พระราชินีผู้ตกยากก็ร้องไห้คร่ำครวญตลอดทั้งคืน ครั้งรุ่งสางพระเจ้าพรหมทัตก็ทรงแปลกพระทัยมากที่ทรงพบอดีตพระมเหสีของ พระองค์มาคร่ำครวญร่ำไห้อยู่ที่หน้าพระราชวังของพระองค์ พระอวค์ตัดพ้อต่อว่านางที่ไม่มีความซื่อสัตย์ แต่นางกากียืนยันในความไร้เดียงสาของตนโดยแก้ตัวต่าง ๆ นานา แต่พระราชาก็ไม่ทรงเชื่อนางและรับสั่งให้นำพระราชินีผู้ตกยากไปลอยแพเพื่อไป ให้พ้นจากเมืองของพระองค์

ท่ามกลางทะเลที่ปั่นป่วนโหดร้ายความ ว้าเหว่ทรมานใจนางยิ่งนักนางกากีร่ำไห้อยู่ตลอดเวลาหลังจากลอยอยู่ในทะเล เป็นเวลานาน ในที่สุดแพของนางก็ลอยไปถึงเรือสำเภาค้าขาย เจ้าของเรือก็นำนางขึ้นมาบนเรือของตน ความงามของนางดึงดูดใจวานิชมาก เขาจึงตั้งให้นางเป็นศรีภรรยาและนำนางขึ้นฝั่ง หลังจากทอดสมอเรือสำเภาแล้วนายวานิชก็นำภรรยาใหม่ไปเยี่ยมชมสถานที่น่าสนใจ หลายแห่งและกราบไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์จนเย็นมากแล้ว และโดยบังเอิญที่นายโจรป่าและพวกลูกน้องมาพบทั้งคู่เข้าพอดี นายโจรนึกรักนางกากีและต้องการได้นางเป็นภรรยา ดังนั้นเขาจึงใช้คาถาอาคมสะกดให้ทั้งคู่หลับและพานางกากีไปยังซ่องโจรของตน หลังจากตื่นขึ้นมานางกากีก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเป็นภรรยาของนายโจร

ต่อ มาภายหลัง ความงามของนางกากีทำให้พวกสมุนโจรพากันก่อกบฏหัวหน้าของพวกตนเพราะพวกเขา อิจฉาที่เห็นหัวหน้าของพวกตนแสวงหาความสุขจากภรรยาแสนสวยของตนเท่านั้นหลัง จากสังหารนายโจรแล้ว พวกลูกสมุนก็ทะเลาะกันเองเพราะแย่งนางกากีกัน ท่ามกลางความสับสนนั้น นางกากีก็หนีเข้าไปในป่าและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

ใน ขณะเดียวกัน ท้าวทศวงศ์ผู้ครองนครไพศาลี ผู้ซึ่งเพิ่งจะสูญเสียพระมเหสีไปจากการให้กำเนิดรัชทายาทของพระองค์ บังเอิญเสด็จมาในทิศทางเดียงกับนางกากี พระราชาผู้ซึ่งกำลังโศกเศร้าตัดสินพระทัยออกประพาสป่าก็เพื่อประสงค์ที่จะ ลืมประสบการณ์อันข่มขื่น พระองค์พบนางกากีร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ความงามของนางกากีทำให้พระราชาหม้ายเกิดเสน่หาในนางทันทีที่พบ หลังจากทรงทราบเรื่องราวอันแสนเศร้าของนางแล้ว พระองค์ก็นำนางเข้าไปยังพระนครของพระองค์และทรงตั้งให้นางเป็นพระมเหสีองค์ ใหม่

ในขณะเดียวกัน หลังจากที่พระนางกากีจากไปแล้ว พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงโศกเศร้าพระทัยยิ่งนัก สุขภาพของพระองค์ทรุดโทรมลงและสวรรคตในที่สุด และเนื่องจากพระองค์ไม่มีรัชทายาทสืบทอดบัลลังก์บรรดาขุนนางอำมาตย์และชาว เมืองจึงพร้อมใจกันเชิญคนธรรพ์นาฏกุเวรขึ้นเป็นพระราชาองค์ใหม่ของเมืองพารา ณสี พระราชาองค์ใหม่ปกครองเมืองด้วยความร่มเย็นเป็นสุข แต่พระองค์ก็ไม่อาจที่จะลืมนางกากีได้และโหยหานางตลอดเวลา ซ้ำร้ายพระองค์ยังทรงดำริว่า การที่นางกากีประสบทุกข์อย่างแสนสาหัสก็เพราะพระองค์ทูลเท็จต่อพระเจ้าพรหม ทัตจึงทรงตำหนิพระองค์เองที่ทำผิดต่อนางและพระราชาองค์ก่อน พระราชานาฏกุเวรทรงรักนางกากีอย่างจริงใจและไม่ทรงสนใจอดีตที่ผ่านมาของนาง

อยู่ มาวันหนึ่ง พระราชานาฏกุเวรก็ได้รับข่าวดีจากอำมาตย์ของพระองค์ว่า พระราชินีกากีตอนนี้เป็นพระราชินีของพระราชาแห่งเมืองไพศาลี นางได้เปลี่ยนพระนามเป็นพระนางเทพอัปสรและทรงเสวยสุขอยู่ที่เมืองนั้น ด้วยความดีพระทัยยิ่งนัก พระองค์จึงรีบส่งสาสน์ไปยังพระราชาแห่งเมืองไพศาลีเพื่อทูลความจริงให้ทรง ทราบ และขอร้องให้ส่งตัวพระราชินีกากีกลับมายังเมืองพาราณสี หลังจากอ่านพระสาสน์แล้ว ท้าวทศวงค์ก็ทรงอ้างว่าพระองค์เองก็รักพระนางกากีไม่น้อยไปกว่าพระราชานาฏ กุเวรและปฏิเสธที่จะคืนนางให้ และถ้าหาพระราชานาฏกุเวรยังยืนยันที่จะนำตัวนางกลับแล้วละก็ สงครามระหว่างเมืองทั้งสองก็คงจะหนีไม่พ้น

เมื่อไม่อาจยุติข้อพิพาท อย่างมิตรภาพได้ พระราชาทั้งสองจึงทำสงครามกันอย่างดุเดือดและในการรบทุกครั้ง ท้าวทศวงศ์ก็จะเป็นฝ่ายชนะ เพราะว่าพระองค์ใช้ช้างวิเศษที่สร้างขึ้นด้วยฤทธิ์มนตราของพระองค์มาช่วยใน การรบ หลังจากทรงทราบความจริงเกี่ยวกับช้างวิเศษของพระราชาคู่อริแล้ว พระราชานาฏกุเวรก็เสกหนูขึ้นมาด้วยฤทธิ์มนตราของพระองค์ แล้วส่งไปกันสายมนตราภายในช้างวิเศษ ด้วยเหตุนี้เอง ช้างวิเศษจึงล้มลงกับพื้นทำให้นายของมันต้องพ่ายแพ้ในการสู้รบ พระราชานาฏกุเวรจึงนำตัวพระราชินีกากีเสด็จกลับพระนครของพระองค์ และทรงแต่งตั้งให้นางเป็นพระราชินีผู้เป็นที่รักยิ่งของพระองคื และทั้งสองพระองค์ก็ทรงปกครองเมืองพาราณสีอย่างมีความสุขนับแต่นั้นมา

แง่คิด : รักแท้ย่อมเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้ในที่สุด




-ขอบคุณเรื่องราวสนุกๆจาก :

.....................................................
พระธรรมคำสอน บัญญัติ ตรัส ไว้ดีแล้ว ไม่ต้องลด ไม่ต้องเพิ่ม ไม่ต้องแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.ย. 2017, 10:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 547

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ชอบธรรมะแนวนี้มากเป็นพิเศษครับ :b16:
ขออนุโมทนากับลุงหมานนะครับ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร