วันเวลาปัจจุบัน 21 พ.ค. 2018, 17:36  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านนิทาน จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=5



กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2014, 22:29 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:34
โพสต์: 1533

งานอดิเรก: ฟังเพลง และฟังธรรมตามกาลเวลา
สิ่งที่ชื่นชอบ: อภัยทาน
อายุ: 39
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว




วาจาไพเราะ.jpg
วาจาไพเราะ.jpg [ 31.11 KiB | เปิดดู 1738 ครั้ง ]
:b8: นายข้าวเย็น :b8:

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีครอบครัวอยู่ครอบครัวหนึ่งยากจนมาก แต่เป็นพ่อและแม่ก็พยายามเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวที่ชื่อเย็นมาด้วยความวิริยะอุตสาหะ จนกระทั่งเมื่อเย็นอายุได้ 15 ปี พ่อและแม่ก็สิ้นบุญไปพร้อมๆ กัน

เย็นออกเดินทางจากบ้าน ระเหเร่รอนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ชนิดที่เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า เพราะตัวเองไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรติดตัวและวิชาความรู้ก็ไม่มี เขาได้ไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และได้เขาทำงานที่บ้านเศรษฐีใจบุญคนหนึ่ง เขาได้ให้เย็นช่วยทำงานโดยทำหน้าที่เอาควายไปเลี้ยงในทุ่งตั้งแต่เช้า จะกลับก็ตอนเย็น ๆ

แม้จะเข้ามาอยู่ในบ้านของเศรษฐีแล้ว เย็นยังเป็นเย็น เขาไม่เคยลืมตนว่าเขาเป็นใคร เขาออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อเอาควายไปเลี้ยงที่กลางทุ่ง และกว่าจะกลับก็ค่ำมืด เลยกินข้าวแต่เย็น ตั้งแต่นั้นมาเพื่อนๆ เลยเรียกเขาว่า นายข้าวเย็น

อยู่มาวันหนึ่ง นายข้าวเย็นก็ออกไปเลี้ยงควายที่ทุ่งนาตั้งแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวัน บ่ายวันนั้น เขานอนหลับที่ใต้ต้นตาลด้วยความเหน็ดเหนื่อยและได้ฝันว่า เทวดาองค์หนึ่งได้เดินทางมาหา และพูดกับเขาด้วยความสงสารว่า

“เย็นเอ๋ย.... เจ้าเป็นคนดี มีความอดทนและขยันขันแข็งในการทำงาน เราสงสารเจ้ามาก เราจะให้ของดีแก่เจ้าสักอย่างหนึ่ง.... ต่อไปนี้เมื่อเจ้าจะพูดอะไรก็ขอให้เป็นอย่างที่พูด”

ว่าแล้วเทวดาก็ถ่มน้ำลายเข้าไปในปากของนายข้าวเย็น แล้วก็หายไป

เมื่อนายข้าวเย็นตกใจตื่นขึ้นมา เขารู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาเลี้ยงควายอยู่จนเย็นค่ำ จึงได้ไล่ต้อนควายกลับบ้านพร้อมกับเพื่อน ๆ ขณะที่กำลังไล่ต้อนควายกลับบ้านนั่นเอง เขาได้เล่าถึงความฝันของเขาเมื่อตอนบ่ายให้เพื่อน ๆ ฟัง เพื่อน ๆ จึงยุนายข้าวเย็น ให้ทดลองดูว่าจะเป็นจริงเหมือนอย่างที่เทวดาบอกในฝันหรือไม่

นายข้าวเย็นจึงชี้ไปที่ควายที่กำลังเดินอยู่แล้วพูดว่า

“จงหยุดเดินเดี๋ยวนี้”

ปรากฏว่า ควายทั้งหมดหยุดเดิน ยืนนิ่งเป็นหุ่น ต่อเมื่อนายข้าวเย็นพูด

“จงเดินต่อไป” ฝูงควายก็ออกเดินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เพื่อน ๆ ของนายข้าวเย็นรู้สึกตื่นเต้นกันมาก ที่นายข้าวเย็นกลายเป็นคนมีวาจาสิทธิ์

เมื่อนายข้าวเย็นกลับมาถึงบ้านเศรษฐี เขาก็ไม่ได้เล่าเรื่องราวใด ๆ ให้เศรษฐีฟัง ในขณะนั้นนายข้าวเย็น เหลือบไปเห็นบุตรสาวของเศรษฐีกำลังนั่งเล่นอยู่ที่นอกชาน เขาจึงได้พูดขึ้นว่า

“จงนั่งอยู่อย่างนั้น”

บุตรสาวของเศรษฐีนั่งติดอยู่ที่นอกชานโดยไม่มีอาการไวติงแต่อย่างใด ตั้งแต่หัวค่ำจนกระทั้งดึก เศรษฐีให้รู้สึกแปลกใจมากในอาการของบุตรสาวตนที่นั่งอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมพูดจาแต่ปราการใด ช้ำยังนั่งนิ่งไม่ยอมไหวติงเลย เศรษฐีรู้สึกกลุ้มใจเป็นอันมากในอาการผิดปกติของบุตรสาว

เช้าวันรุ่งขึ้นเศรษฐีได้ให้คนไปตามหมอมาตรวจ และรักษาอาการของบุตรสาวของตน แต่ก็ไม่มีหมอคนใดสามารถเยียวยาได้ถูกกับโรคทำให้มีอาการเป็นเช่นปกติได้ เศรษฐีกลุ้มใจเป็นที่สุด จึงให้ประกาศป่าวร้องว่า ถ้าใครสามารถทำให้บุตรสาวของตนเป็นปกติดังเดิม ก็จะยกบุตรสาวให้แต่งงานอยู่กินกับบุคคลนั้น และจะยกทรัพย์สมบัติของตนให้ครึ่งหนึ่งด้วย

ปรากฏว่ามีผู้อาสามารักษาบุตรสาวของลูกเศรษฐีกันคนแล้วคนเล่า แต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาเยียวยา ให้บุตรสาวเศรษฐีรู้สึกกลุ้มใจเป็นอันมากในอาการผิดปกติของบุตรสาว

เช้าวันรุ่งขึ้นเศรษฐีได้ให้คนไปตามหมอมาตรวจ และรักษาอาการของบุตรสาวของตน แต่ก็ไม่มีหมอคนใดสามารถเยียวยาได้ถูกกับโรคทำให้อาการเป็นเช่นปกติได้เศรษฐีกลุ่มใจเป็นที่สุด จึงให้คนประกาศป่าวร้องว่า ถ้ามีใครสามารถทำให้บุตรสาวของตนเป็นปกติดังเดิม ก็จะยกบุตรสาวให้แต่งงานอยู่กินกับบุคคลนั้น และจะยกทรัพย์สมบัติของตนให้ครึ่งหนึ่งด้วย

นายข้าวเย็นรู้สึกสงสารเศรษฐี และเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้ครอบครัวของเศรษฐีต้องวุ่นวาย และทำให้เศรษฐีไม่สบายใจอย่างนั้น เขาจึงบอกกับเศรษฐีว่า เขาจะทำให้บุตรสาวเศรษฐีมีอาการเป็นปกติ เศรษฐีไม่เชื่อว่านายข้าวเย็นจะมีความสามารถแต่ก็ไม่ได้พูดจาอะไร นายข้าวเย็นจึงพูดกับลูกสาวเศรษฐีว่า

“จงเคลื่อนไหวดังเดิม”

ลูกสาวเศรษฐีก็หายเป็นปกติ พูดจา และเคลื่อนไหวได้ตามคำพูดของนายข้าวเย็น

เศรษฐีรู้สึกดีใจเป็นอันมาก และแปลกใจในความสามารถและวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ของนายข้าวเย็น เขาได้จัดพิธีแต่งงานระหว่างนายข้าวเย็นกันบุตรสาวของเขาขึ้นอย่างใหญ่โตมโหฬาร และได้มอบสมบัติให้นายข้าวเย็นและบุตรสาวก็ครองรักกันมาด้วยความผาสุก

:b42: :b42: :b42: นิทานเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า :b8: :b8: :b8:

บุคคลผู้ประกอบกรรมดี มีความอดทนและขยันขันแข็งในการทำงาน ย่อมจะได้รับผลตอบแทนในกรรมดี ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ดังเช่นนายข้าวเย็นผู้ได้รับวาจาสิทธิ์จากเทวดาในนิทานเรื่องนี้

ขอบคุณที่มา :: http://ilwc.aru.ac.th/Contents/Folktale ... Thai22.htm :: ภาพจากอินเทอร์เน็ต


:b44: (♡✿◕‿◕✿♡) กราบอนุโมทนาบุญกับท่านผู้เจริญในธรรมและกัลยาณมิตรทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีดวงตาเห็นธรรม มีความสว่างทั้งทางโลกทางธรรม ท่านใดมีทุกข์ขอให้พ้นทุกข์ ท่านมีสุขขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป ธรรมรักษา เทวดาคุ้มครอง ขอให้ท่านเจริญในธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะเจ้าค่ะ (♡✿◕‿◕✿♡) :b8: :b8: :b8: :b20:

.....................................................
ธรรมอำนวยพร
ขอให้.....มีจิตที่รู้ ที่ตื่น ที่เบิกบาน (พุทธะ)
ขอให้.....ทำการงานด้วยความสุข (อิทธิบาทสี่)
ขอให้.....ขจัดทุกข์ได้ด้วยปัญญา (อริยสัจสี่)
ขอให้.....มีดวงตาที่เห็นความจริง (ไตรลักษณ์)
ขอให้.....เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยไตรสิกขา (ศีล, สมาธิ, ปัญญา)
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2014, 13:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1463


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุค่ะ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 ธ.ค. 2015, 03:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 631


 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 3 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร