วันเวลาปัจจุบัน 26 ต.ค. 2020, 06:10  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ส.ค. 2020, 04:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
อาสาสมัคร
อาสาสมัคร
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มี.ค. 2009, 10:48
โพสต์: 3937


 ข้อมูลส่วนตัว


กรรมจากการด่าพ่อด่าแม่
ต้องชดใช้เป็นหมื่นๆ ปี ‼

พระครูกิตติอุดมญาณ (หลวงปู่ไม อินทสิริ)
วัดป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา


รูปภาพ

กรรมที่ลูกกับพ่อกับแม่นี้นะ พ่อแม่ด่าลูกนี่ด่าได้เพราะพ่อแม่ด่าลูกนี่อยากจะให้ลูกดีนะ แต่ถ้าลูกด่าพ่อแม่นี่ ถึงพ่อแม่จะทำผิดเป็นบางครั้ง ที่เรามองเห็น แต่เราไปพูดคำเดียวนี่...บาปแล้วนะ บาปเลย (กรรมหนัก) ถ้าด่าพ่อคำเดียวตายไปหน้าฝั่งนี้ตกหมึก น้ำหนองไหลเยิ้มลง แต่ข้างนี้ดีๆ อยู่

แต่ถ้าด่าแม่อีก...หมดทั้งสองหน้า หน้าสวยๆ ขาวๆ งามๆ นี่ปึ้ดเลย คันละทีนี่ คันแต่เกาไม่ได้ น้ำเหลืองมันไหล ไหลอาบลงตามแก้มนี่ เปื่อยตลอดชีวิต จนกว่าจะหมดกรรมนี้...

“โอ้ย ‼ หมื่นๆ ปี ‼”


โทษด่าพ่อด่าแม่นี่ไม่ใช่ธรรมดาเด้ ‼ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าถึงได้ตักเตือนไว้...“ผู้มีอุปการคุณนี่ ผู้ที่เป็นพ่อเป็นแม่เทิดทูนไว้ที่สูง”

เราเป็นลูกนี่ต้องตอบแทนบุญคุณ ถึงจะเรียกว่าเป็นผู้มีกตัญญูกตเวทีน่ะ ธรรมสองอย่างนี้พระพุทธเจ้าว่าเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ไม่ใช่ธรรมดาเด้ เป็นบุคคลที่หาได้ยาก ทำไมถึงว่าหาได้ยากนี่ ลูกที่จะรักพ่อรักแม่เท่ากันนี่ก็ยาก บางคนรักแต่พ่อ บางคนรักแต่แม่ใช่ไหมละ แล้วลูกๆ หลายๆ คนนี่เป็น ๑๐ คนนี้ จะรักพ่อรักแม่เสมอกันนี่ มีไหม...ยาก ‼

บางครอบครัวนี่ มีคนเดียวรักพ่อรักแม่ บางครอบครัวไม่มีสักคนเลย ปล่อยพ่อแม่ทิ้งเลยก็มี นี้แหละมันถึงเป็นวิบากกรรม มันถึงเป็นบุคคลที่หาได้ยาก แล้วก็พ่อแม่ที่จะรักลูกเสมอกันนี่...พ่อจะรักลูกคนนั้น แม่จะรักลูกคนนั้น มึงรักคนนั้นกูรักคนนี้ บางทีไม่รักทั้งหมดเลยก็มี นี้แหละบุพการียังรักลูกไม่เท่ากัน ลูก ๑๐ คนนี่ อาจจะรักแค่คนเดียวก็ได้ เพราะฉะนั้นมันเป็นการยาก พระพุทธเจ้าว่ายาก แค่สองคำนี้นะ บุคคลที่หาได้ยากสองอย่างนี้นะ บุพการีบุคคลผู้ทำอุปการะแต่ก่อนนี้ จะรักลูกสม่ำเสมอกันนี่...ยาก

กตัญญูกตเวที บุคคลคุณูปการะที่จะตอบแทนคุณบิดามารดาของตนเองสม่ำเสมอเท่ากันนี้ยาก นี้ ๒ คำของพระพุทธเจ้านี้ถือว่ายากแล้ว แต่พวกเรานี่อย่าให้มันยาก

อย่าให้มันเป็นเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าว่า ถ้าอย่างที่พระพุทธเจ้าว่านี้มันเป็นบาปนะ มันเป็นบาปกับเรา ถ้าเราไม่เป็นอย่างที่พระพุทธเจ้าว่านี้...โอ้ย ! ทางไปพระนิพพานอยู่ที่ตรงนี้ ทางที่เข้าอริยมรรค อริยผลนี่อยู่ที่ตรงนี้นะ ไม่ได้ไปอยู่ที่อื่นที่ไกล

พระพุทธเจ้าสร้างบารมีพระโพธิสัตว์ที่จะได้มาเกิดเป็นมหากษัตริย์ ครั้งแรกนี่เป็นคนขอทานเด้ เป็นคนขอทานมาก่อนเด้ แล้วเลี้ยงดูบิดามารดาของตัวเองนี่ ด้วยความทุกข์ยากลำบาก ไร่นาก็ไม่มี ไปรับจ้างมาเลี้ยงพ่อแม่จนเฒ่าแก่ชรามา พอตายก็เผาซากศพ ตัวเองก็ไปบวชเป็นดาบส รักษาอุโบสถศีลตลอดชีวิต ตายจากภพนั้นไปเป็นท้าวสักกเทวราช เป็นหัวหน้าเทวดาอยู่สวรรค์ชั้นดุสิต

พอสิ้นบุญจากบนสวรรค์ชั้นดุสิต ลงมาเกิดในเมืองมนุษย์เป็นพระราชามหากษัตริย์ ได้สร้างบารมีเต็มเปี่ยมมากขึ้นไปอีกทีนี่ นี้แหละพระเจ้า ๑๐ ชาติอยู่ในนี้น่ะ ต่อจากนั้นก็ได้เป็นพระราชามหากษัตริย์มาถึง ๑๐ ชาติน่ะ จนถึงเป็นพระเวสสันดร และจนถึงได้มาเป็น “พระสิทธัตถะราชกุมาร” น่ะ (เป็นภพๆ ชาติมา)

“นี้แหละอานิสงส์เต็ม”

แล้วปรารถนาเป็นพระโพธิสัตว์ก็ได้เป็นพระพุทธเจ้า นี้คือความปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของพระพุทธเจ้า เป็นตัวอย่างแบบอย่างให้กับพวกเรา ไม่ใช่เป็นของว่าเล่นเด้ ‼

บางคนก็อาจจะคิดว่า “พ่อกูไม่แบ่งสมบัติให้ รักแต่พี่ชาย น้องสาวไม่สนใจเลย แม่ก็รักแต่พี่ชาย” (บางคนโกรธ มาฟ้องหลวงปู่เด้)

หลวงปู่ : โอ้ย...อย่าไปคิดแบบนั้น เดียวมันเป็นบาป (ทนไม่ได้ก็ร้องไห้ เพราะตัวเองนี่เคยคิดอย่างนั้นมา)

แต่หลวงปู่ไม่อยากให้คิดอย่างนั้น เราได้สมบูรณ์แบบแล้ว ถ้าพ่อกับแม่ไม่รักเรา...น้ำขันเดียวกดหน้าใส่นั้นนะ ตายตั้งแต่คลอดใหม่ๆ แล้ว เราได้แล้วสมบัติของพ่อของแม่นะ อาการ ๓๒ ได้มาแล้ว นั้นแหละเราทำตัวให้ดี ตั้งใจเก็บหอมรอมริด ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่สะสมไปเรื่อยๆ มันก็เป็นก้อนเป็นกำขึ้นมาเอง แต่ทำดีกับพ่อกับแม่ด้วย บุญกุศลมันก็จะหนุนให้เจริญขึ้นไปเองนะ ถ้าเราไปคิดอย่างนั้น มัวแต่คิดอย่างนั้น มีแต่โศกเศร้า จิตไม่ดี สติปัญญาก็ไม่เกิด ทำอะไรมันก็ไม่เจริญรุ่งเรือง ก็จะตกต่ำอยู่ตลอดเวลา

นี้แหละไม่อยากให้คิดอย่างนั้น ถึงแม้มันไม่มีอะไร ก็ให้คิดว่าบุญวาสนาบารมีของเราในชาติปางก่อน เราไม่ได้ทำอะไรเอาไว้ เราไม่ได้สร้างกุศลเอาไว้ ชาตินี้เรามารู้มาเห็น ถึงว่าไม่มีเราก็จะทำดีให้ถึงที่สุดต่อผู้มีพระคุณของเราให้คิดอย่างนี้ ไม่ได้อะไรก็ขอให้ได้อุปัฏฐากอุปถัมภ์

“ตายไปแล้วชาติหน้า ข้าพเจ้าก็จะไม่ได้มาเกิดตกทุกข์ได้ยากอย่างนี้อีก แล้วก็ปรารถนาถึงธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ให้ปฏิบัติธรรม รู้ธรรมเห็นธรรม ได้พบพระศาสนา ได้พบพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ได้เป็นครูอาจารย์ของเรา จะได้นำทางเราไปในทางที่ถูก”

นี้คือความคิดของหลวงปู่ที่อยากจะให้เป็นอย่างนี้ทุกๆคน ไม่อยากจะให้คิดเข้าข้างตัวเอง ที่คิดไปในทางที่เกิดความโลภ ไม่ให้อยากไปคิดอย่างนั้น


ถอดความจากเทปพระธรรมเทศนาหลวงปู่ไม อินฺทสิริ
วัดป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
(เป็นช่วงตอบปัญหาธรรมจากญาติโยม
หลังจากที่องค์หลวงปู่ได้เมตตาแสดงธรรมเทศนาแล้วเสร็จ)
ถอดเทป/เรียบเรียง : นรินทร์ ศรีสุทธิ์
:b8: :b8: :b8:


:b44: รวมคำสอน “หลวงปู่ไม อินฺทสิริ”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=58801


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ส.ค. 2020, 17:50 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 2134

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร