วันเวลาปัจจุบัน 16 ต.ค. 2018, 01:16  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 มี.ค. 2016, 11:24 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1479

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


อดีตชาติปางก่อนของ “หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร”

วัดป่าวังเลิง ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
ท่านละสังขารเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๕
สิริอายุรวมได้ ๘๑ ปี ๖ เดือน ๖ วัน พรรษา ๖๐


รูปภาพ

ในเรื่องของอดีตชาติของหลวงปู่นั้น หลวงปู่ได้พูดคุยกับลูกศิษย์ในสถานที่ และเวลาต่างๆ หลายครั้ง ซึ่งพอจะนำมาเล่าสู่กันฟังพอสังเขปได้ว่า องค์หลวงปู่มหาบุญมีเคยเกิดในตระกูลอันมั่งคั่งได้เป็นลูกเศรษฐี ต่อมาได้ออกบวชในสมัยพระปัจเจกพุทธเจ้า มีนามว่า ปทุมบุตรราช และท่านก็ได้ขอมอบถวายชีวิตแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าองค์นั้น

ในอีกชาติหนึ่ง องค์หลวงปู่มหาบุญมีท่านเคยเกิดเป็นกิ้งก่า เรื่องมีอยู่ว่า หลวงปู่เล่าว่า สมัยหนึ่งท่านเกิดเป็นกิ้งก่า ในตระกูลโยนิ คราวนั้นรู้สึกหิวโหยและทรมานมาก


ท่านจึงได้กำหนดจิตหาความจริงว่า ไปยังไงมายังไง ก็พบว่านี่แหละคือการเดินในวัฏจักร ความดี ความชั่ว มันก็ย่อมเดินตามสายกรรมนี้ ท่านจึงมีความศรัทธาเชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงตรัสว่า “ทุกคนมีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ทั้งดีทั้งชั่ว ทั้งบุญทั้งบาป” ท่านรู้แจ้งเห็นจริงในไตรโลกธาตุ จึงได้นำมาสอนศิษย์ว่า เรื่องกรรมนี้มิใช่เรื่องเหลวไหล หรือเรื่องหาเหาเกาหมัด แต่เป็นเรื่องจริงเพราะท่านเป็นพระปฏิบัติบูชา ไม่มีความลังเลสงสัยแม้แต่น้อยเพราะท่านรู้แจ้งเห็นจริง ท่านจึงนำมาสอนลูกศิษย์ลูกหาของท่านให้เชื่อเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ มีทั้งชาตินี้ชาติหน้า จึงสอนศิษย์ด้วยความไม่กินแหนงแครงใจ ไม่มีความสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ท่านจึงเน้นลงในเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ในส่วนตัวและส่วนรวม ดังพุทธสุภาษิตที่ว่า กิจที่ควรทำให้ทำเสียบัดนี้ เวลานี้เดี๋ยวนี้ ไม่ควรพลัดวันประกันพรุ่งในวันต่อๆ ไป เพราะเป็นการโกหกตัวเองเปล่าๆ ใครเล่าจะทราบได้ว่าความตายของเราจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ อันพญามัจจุราชมีเสนาใหญ่จะติดตามเรา ในวันไหนใครจะทราบเล่า คำว่าเสนาน้อยใหญ่ของพญามัจจุราชนั้น เราจะขอเวลาสักนาทีเดียวก็ไม่ได้เทียว ตรงนี้ท่านได้เน้นหนักกับลูกศิษย์ลูกหาแทบทุกคืน สมัยท่านยังแข็งแรงสุขภาพดีอยู่ ท่านรับรองเรื่องไม่เป็นโมฆะ สำหรับลูกศิษย์ที่ปฏิบัติตามหลวงปู่ท่านสั่งสอน

ฉะนั้น หลวงปู่จึงมีความเมตตาต่อลูกศิษย์ลูกหาทั้งใกล้และไกล โดยไม่มีประมาณ โดยเฉพาะเรื่องสิกขาบท วินัย แม้เล็กน้อยก็ไม่ให้ประมาท และถ้าผู้ใดมีความคิดขัดแย้งขึ้นในใจ ท่านก็จะทราบขึ้นด้วยฌาน ท่านก็จะตักเตือนด้วยความเมตตา แต่ผู้ที่รับความเมตตาจากท่านไม่ได้ ก็จะหาว่าท่านดุ

ลูกศิษย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติตรงตามท่าน ก็จะทราบได้ดีนักว่า ท่านสามารถจะรู้ความคิดของผู้อื่น หรือรู้วาระจิต ว่าใครคิดอะไร ทำอะไรอยู่ที่ไหน จะไกลหรือใกล้ก็ตาม ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดจะทราบว่า ท่านหูทิพย์ ตาทิพย์ รู้ความคิดของผู้อื่น และท่านจะสอนด้วยเหตุผล กรรม วิบาก กิริยา และเจตนา ท่านจะสอนละเอียดมากน้อยตามจริตนิสัยของศิษย์ที่รับฟังๆ แล้วก็เข้าใจ เพราะท่านมีเหตุผลที่ละเอียดลออในคำสอนมาก


อีกเรื่องหนึ่งที่องค์หลวงปู่มหาบุญมีได้เล่าถึงอดีตชาติของท่านว่า (เล่าในตอนดึก) ท่านเคยเกิดในสมัยพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า กัสสโป ท่านได้ออกบวชตลอดชีวิต และได้ตั้งจิตอธิษฐานกำหนดว่า ขอให้สำเร็จกิจในพรหมจรรย์ ถ้าข้าพเจ้า (หมายถึงหลวงปู่) เกิดในภพใดชาติใด ขอให้ข้าพเจ้าได้พบพระพุทธศาสนาไปจนตลอด จนรู้แจ้งสัจธรรม ในกาลสมัยของพระสมณโคดมพระพุทธเจ้า

(พระพุทธเจ้าในครั้งพุทธกาล ทรงพระนามว่า กัสสโป มีเนื้อความโดยย่อดังนี้ ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่ง จุติลงมาจากดุสิตสวรรค์ ทรงพระนามว่า พระพุทธกัสสโป เสด็จลงมาบังเกิดในเมืองบุรีศรีมหานคร พระบิดา ทรงพระนามว่า ท้าวพรหมทัตพราหมณ์ พระมารดา ทรงพระนามว่า พระนางสาครพราหมณี พระชนมายุพิธี คืออายุของพระพุทธเจ้านั้น ยืนได้ ๒ หมื่นปีเป็นกำหนด

อันว่า พระกัสสโป ได้ตรัสในโลกนี้ก็เป็นมหายศอันยิ่งใหญ่แก่เวไนยสรรพสัตว์ทั้งหลาย อันได้บังเกิดในศาสนาของพระองค์ ครั้นจุติทำลายขันธ์จากชาตินั้นแล้ว ก็ได้ไปบังเกิดในสวรรค์ประมาณได้สองส่วน ไปตกนรกเสียส่วนหนึ่งเพราะเป็นคนใจบาปหยาบช้า มิได้ฟังพระธรรมเทศนา มิได้สวดมนต์ภาวนาแลมิได้รักษาศีลไว้เป็นที่พึ่งให้รุ่งเรืองสุกใส

ส่วนพระบวรกายของพระองค์สูงได้ ๒๐ ศอก เสด็จออกไปตรัสรู้ยังต้นไทรซึ่งเป็นไม้ศรีมหาโพธิ์ แล้วพระองค์ก็เสด็จไปเที่ยวโปรดเวไนยสัตว์ตามพุทธประเพณีตลอดพระชนมายุกาลแล้วก็เสด็จดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน ในระหว่างพุทธกาลนั้นแผ่นดินก็งอกสูงขึ้นได้โยชน์หนึ่ง คือ ๘ พันวาเป็นกำหนด ฯ)


*********

:b8: :b8: :b8:
ขอขอบคุณที่มาจาก : หนังสือสิริธโรเถรานุสรณ์
ประวัติ ปฏิปทา พระธรรมเทศนา หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร
วัดป่าวังเลิง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
พระอาจารย์อำพล ฐานุตฺตโร ผู้รวบรวมและเรียบเรียง
https://issuu.com/thaichaba/docs/siritharonusorn

*********

:: ประมวลภาพ “หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร” วัดป่าวังเลิง
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=38393

:: พระธรรมเทศนาหลวงตา : “หลวงปู่มหาบุญมี สิริธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=44471


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2017, 20:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1500


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ต.ค. 2017, 07:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 547

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 มิ.ย. 2018, 16:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 661


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ต.ค. 2018, 10:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1703


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
Kiss


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 5 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร