วันเวลาปัจจุบัน 23 ม.ค. 2018, 06:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2016, 18:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


อภิญญาที่เขาอีโต้ ปราจีนบุรี

:b8: :b8: :b8: คัดลอกมาจาก :
หนังสือชีวประวัติพระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย)
วัดเขาสุกิม ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี


รูปภาพ

ครูบาอาจารย์พูดคุยกันทางจิต

:b44: :b47: :b44:

กาลสมัยที่หลวงปู่ (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ได้มาพักที่วัดเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๒-๒๕๒๓ เนื่องจากเป็นช่วงที่ทางราชการได้ทำการขยายเส้นทางถนนสุขุมวิท และเส้นทางแกลง-บ้านบึงอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ แต่ละครั้งไม่สะดวก จึงเปลี่ยนเส้นทางมาใช้เส้นทางสายจันทบุรี-สระแก้ว-นครนายก หากในช่วงที่มีกิจนิมนต์ติดต่อกันหลายวัน ก็ต้องพักแรมวัดใดวัดหนึ่งที่อยู่ชานเมือง หลวงปู่ได้เลือกมาพักที่วัดเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเห็นว่าจะได้มีเวลาภาวนามากหน่อย เพราะเป็นสถานที่สงบ สงัด วิเวกดีมาก และในระหว่างนี้ก็มีเหตุการณ์ที่ลืมไม่ได้เกิดขึ้นที่วัดเขาอีโต้ เท่าที่จำได้มีอยู่ด้วยกันสามเรื่อง จึงขอนำมาลงไว้เป็นเครื่องเตือนความจำของเหล่าศิษยานุศิษย์ต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับหลวงปู่เกิดขึ้นที่วัดเขาอีโต้ (เรื่องไหนเกิดก่อน-หลังจำไม่ได้ ขออภัยด้วย)

ครั้งหนึ่งหลวงปู่ได้รับกิจนิมนต์ให้เข้าไปในพระราชพิธี พร้อมกับครูบาอาจารย์ทางภาคอีสานหลายรูป ในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๒๓ แต่ในคืนวันที่ ๒๖ ขณะที่หลวงปู่พักภาวนาอยู่ภายในกลดข้างหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ค่อนรุ่งของวันที่ ๒๗ หลวงปู่ออกมาจากกลดซึ่งผิดจากเวลาปกติ พระเณรที่ติดตามไปด้วยกันทั้งหมด ๘ รูป เมื่อได้ยินเสียงหลวงปู่กระแอม ทุกรูปแปลกใจคิดว่า หลวงปู่อาพาธท้องเดินหรือมีเหตุอะไร จึงรีบมาที่กลดหลวงปู่ทั้งหมดทุกรูป หลวงปู่นั่งลงบนตั่งเล็กๆ ตัวหนึ่งที่หลวงปู่ใช้นั่งเป็นประจำ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบของเขาอีโต้..แล้วก็เงียบ !..พระทุกรูปต่างก็เงียบเพื่อรอรับฟังว่า ครูบาอาจารย์จะปรารภอะไร แต่หลวงปู่ก็นั่งเงียบ !..ไม่ปรารภใดๆ พระอุปัฏฐากจึงกราบเรียนว่า ขอโอกาส ท่านอาจารย์ไม่สบายหรือครับผม จึงลุกออกมากลางดึกเช่นนี้..เงียบ !..หลวงปู่นั่งสงบไม่ตอบใดๆ ทั้งสิ้น เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง..หลวงปู่จึงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้นว่า..“ครูบาอาจารย์ของเราจะสิ้นอีก ๕ รูปในวันนี้ !..” พระเณรที่ห้อมล้อมหลวงปู่ไม่มีใครปริปากใดๆ ต่างองค์ต่างตกตลึง ท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือกของเขาอีโต้ สงบเงียบ !.. หลวงปู่ปรารภต่อไปอีกว่า..“วงการพระกรรมฐานเราต้องสูญเสียครูบาอาจารย์พร้อมๆ กันถึง ๕ รูป เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันนี้..ล้วนแต่เป็นที่เคารพนับถือของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอีกด้วย แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมหนีกรรมไม่พ้น มันเป็นเรื่องวิบากกรรมที่ท่านจะต้องมาตายพร้อมกันเช่นนี้ ตายอย่างแหลกเหลวแทบหาร่างไม่พบเลยทีเดียว..”

ทุกรูปที่นั่งฟังหลวงปู่ปรารภก็เงียบ ! อีกเช่นเคย เพียงแต่รอฟังว่า หลวงปู่จะปรารภถึงชื่อใครบ้าง? และเป็นอะไร? ที่ไหน? แล้วจะให้ทำอย่างไรบ้างเท่านั้น !..หลวงปู่นิ่งอยู่ครู่ใหญ่จึงปรารภต่ออีกว่า..ท่านเคยทำกรรมร่วมกันมาก็หนีไม่พ้น สมัยพุทธกาลขนาดพระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ พระโมคคัลลาน์เป็นถึงพระอัครสาวกเบื้องซ้าย เป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธาศักดานุภาพมากกว่าใครในสมัยนั้น ไปนรกได้ ไปสวรรค์ได้ แต่ผลสุดท้ายที่จะนิพพานกับมาถูกโจรทุบจนกระดูกแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ตายไม่สมเกียรติของพระอัครสาวกเลย พระโมคคัลลาน์ท่านหนีทุกอย่างได้ แต่ท่านจะหนีกรรมไม่พ้น สมัยนั้นพระพุทธเจ้าก็ยังถูกโจมตีจากคณาจารย์เจ้าลัทธิต่างๆ เหมือนกัน ครูบาอาจารย์ของเราท่านก็หนีกรรมไม่พ้นเช่นกัน.. หลวงปู่เทศน์แล้วก็หยุด สงบเงียบ..เหมือนกับหยุดพิจารณา หรือหยุดปลงนั่นเอง..พวกเราซึ่งเป็นศิษย์นั่งฟังจนแสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้าแล้ว จึงนำน้ำล้างหน้า ยาสีฟัน เข้ามาถวายหลวงปู่ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวัน..จนบัดนี้หลวงปู่ก็ยังไม่พูดว่าใครเป็นอะไร? ที่ไหน?..ปกติทุกวันหลวงปู่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในเวลาแปดโมงเช้าทุกครั้ง แต่วันนี้หลังจากหลวงปู่ล้างหน้าเสร็จหลวงปู่ก็เข้าที่เดินจงกรมภาวนาต่อ เหมือนหลวงปู่รอเวลาอะไรสักอย่าง ครู่ใหญ่ๆ ผ่านไป หลวงปู่ก็เรียกพระอุปัฏฐากเอาจีวรห่มคลุมเตรียมเดินทาง พระอุปัฏฐากสังเกตว่าหลวงปู่มีความวิตกกังวลเรื่องบางอย่าง จึงกราบเรียนว่า..ขอโอกาสครับ ท่านอาจารย์จะเดินทางตอนนี้หรือครับ?..หลวงปู่ตอบ..อืม !..ไปกันเถอะ ไปดูแลครูบาอาจารย์ก่อน เดี๋ยวจะไม่ทัน ท่านมาบอกลาผมเมื่อคืน หลวงปู่บุญมา ท่านอาจารย์วัน ท่านอาจารย์จวน ท่านอาจารย์สิงห์ทอง ท่านอาจารย์สุพัฒน์ ท่านจะนิพพานในอีกไม่ช้านี้ ไปเถอะเดี๋ยวไม่ทัน..พระเณรทั้งแปดรูปจึงเพิ่งทราบเดี๋ยวนี้เองว่าครูบาอาจารย์ท่านพูดคุยล่ำลากันทางจิตเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อค่อนรุ่งแล้ว..แต่ยังเป็นปริศนาว่าท่านจะสิ้นด้วยเหตุอันใดหรือ จึงจะพร้อมกันทีเดียวถึง ๕ รูป และจะฉีกร่างให้แหลกอย่างที่หลวงปู่ปรารภอย่างนี้ !..พระเณรทั้งแปดรูปชักเริ่มเป็นห่วงครูบาอาจารย์ที่จะสิ้นวันนี้เสียแล้ว ต่างรูปต่างก็คอยที่จะไปถึงยังสถานที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด

วันนี้จะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓ ขณะที่กำลังเดินไปขึ้นรถที่ติดเครื่องรออยู่ พระเณรเดินตามหลวงปู่ยังไม่ทันถึงรถ หลวงปู่หยุดกะทันหัน บอกว่า ไม่ทันแล้ว !..แล้วก็ก้าวเท้าขึ้นรถ หลวงปู่สั่งคนรถว่าวันนี้ไปทางคลองหก ทุกวันจะใช้เส้นทางนครนายก-กรุงเทพฯ ขณะที่รถยนต์วิ่งมาถึงตัวจังหวัดปราจีนบุรี เสียงวิทยุที่คนขับเปิดไว้เป็นปกติอยู่แล้วนั้น ก็ประกาศข่าวด่วนว่า เครื่องบินโดยสารแอฟโร ๔ ของบริษัทการบินไทย ประสบอุบัติเหตุตกก่อนถึงกรุงเทพฯ ๒๐ กิโลเมตร ณ กลางทุ่งนารังสิต บริเวณคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีผู้เสียชีวิตเกือบหมด..ในจำนวนนี้มีพระสงฆ์มรณภาพ ๗ รูป เป็นพระสายป่า ๕ รูป คือ ๑. พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (พระอาจารย์วัน อุตฺตโม) ๒. หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม ๓. พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ ๔. พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร ๕. พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม..รถวิ่งมาถึงคลองหก มองเห็นชาวบ้านสับสนอลหม่าน วิ่งบ้าง เดินบ้าง ตำรวจทหารแน่นทั้งสองข้างทาง ควันขาวๆ โพยพรุ่งอยู่กลางท้องนาด้านหน้า หลวงปู่ให้คนขับจอดรถแล้วหลวงปู่เดินตรงไปที่ซากเครื่องบินที่ตกกระจัดกระจายอยู่นั้น ท่ามกลางไทยมุงที่แน่นขนัด


หลวงปู่และพระเณรทั้งหมดได้ช่วยกันเก็บอัฐบริขารของครูบาอาจารย์ออกมาวางไว้ในสถานที่อันเหมาะสมให้เรียบร้อย หลวงปู่ปรารภขณะที่หยิบชิ้นส่วนของครูบาอาจารย์ว่า ท่านอาจารย์วัน ท่านอาจารย์จวนมาบอกเมื่อคืนว่าให้ช่วยมาเก็บธาตุขันธ์ให้ท่านด้วย รับปากท่านไว้เมื่อคืน..” หลวงปู่หยิบชิ้นส่วนของครูบาอาจารย์มารวมไว้เป็นส่วนๆ เก็บชิ้นส่วนและอัฐบริขารของครูบาอาจารย์เสร็จ เจ้าหน้าที่ก็มาถึง..จึงให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินงานต่อไป ตกกลางคืนหลวงปู่ก็พาไปกราบนมัสการศพครูบาอาจารย์ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน..ขณะที่นั่งรอเวลาอยู่นั้น หลวงปู่ต้องตอบคำถามทั้งพระทั้งโยมที่นำปัญหาอย่างที่หลวงปู่ปรารภไว้ที่วัดเขาอีโต้ตั้งแต่แรกนั้น มาตอบให้ทุกคนเข้าใจว่า..ไม่มีใครในโลกนี้หนีกรรมได้ วิบากกรรมของท่านหมดแล้ว ไม่ต้องห่วง ให้ห่วงตัวเราเองนี้ให้มาก ทำตัวเราเองให้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง..หลวงปู่ปรารภกับพระอุปัฏฐากว่า “สมเด็จฯ ท่านเสียพระทัยมาก ผมเพิ่งเห็นน้ำตาท่านหลั่งไหลมากก็คราวนี้แหละ..” ข้าพเจ้าก็สังเกตตาม จึงได้เห็นพระเนตรของพระองค์ปูดบวม พระพักตร์ร่วงโรย เศร้าโศกอย่างที่หลวงปู่ปรารภ เรื่องนี้จึงนับได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นครูบาอาจารย์ท่านอยู่ห่างไกลกันคนละภาค แต่เมื่อถึงคราวที่ท่านจะต้องแตกกายทำลายขันธ์ ท่านยังส่งกระแสจิตสั่งความบอกลาซึ่งกันและกันได้ ซึ่งในคราวครั้งนั้นบรรดาพระภิกษุผู้เป็นสักขีพยานรับทราบเหตุการณ์ค่อนรุ่งของคืนดังกล่าวรวม ๘ รูปด้วยกัน..

:b45: :b45:

รูปภาพ

ขอเชิญอ่านเรื่อง “บาตรบุบ” ของพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
ซึ่งเกี่ยวข้องกับเอกสารราชการลับของประเทศ
และชมภาพ “ซากเครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุเครื่องตก


รวมทั้ง ขอเชิญอ่านเรื่องราวที่องค์ “หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร”
ได้เมตตาเล่าให้ฟังถึงบุพกรรมในกาลก่อน
ที่ทำให้พระอริยเจ้าพระป่ากัมมัฏฐานทั้ง ๕ รูปถึงแก่มรณภาพลงพร้อมกัน
และเทศนาธรรมขององค์ “หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน”
ที่ได้เมตตาเล่าให้ฟังถึงฝันร้ายซึ่งแม่นยำมากของท่านอุปคุต
(พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม)
ในคืนก่อนเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก

เหตุการณ์ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของ “คุณหญิงไขศรี ณ ศีลวันต์”
ภริยา ดร.เชาวน์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรี ซึ่งเป็นพระอาจารย์วิชาคณิตศาสตร์
ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ
ช่วงไปปฏิบัติธรรมที่วัดป่าบ้านตาด กับองค์หลวงตามหาบัว
ก่อนเสียชีวิตลงเพราะประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในครั้งนี้ด้วย


>>> ได้จากกระทู้ข้างล่างนี้ค่ะ :b8:
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=25698

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2016, 18:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


แผ่เมตตา แต่เป็นกสิณ

:b44: :b47: :b44:

อีกเรื่องหนึ่งของความทรงจำที่เกิดขึ้น ณ วัดเขาอีโต้ ตามปกติแล้วทุกวันช่วงบ่ายๆ ก็มักจะมีญาติโยมมากราบนมัสการขอพบหลวงปู่เป็นประจำทุกวัน หลวงปู่จะรับแขกตามปกติในเวลาบ่าย บ่ายของวันนั้นมีโยมสตรีกลางคนผู้หนึ่งท่าทางสง่างามพร้อมเด็กน้อยสามคนเข้ามากราบหลวงปู่ วันนี้แขกมากเธอจึงถอยออกมารอจนคนกลับหมดแล้วจึงเข้าไปกราบหลวงปู่อีกรอบหนึ่ง พร้อมกับเล่าเรื่องราวให้หลวงปู่ฟังว่า..หนูมาขอความเมตตาหลวงพ่อได้ช่วยแผ่เมตตาให้พ่อเด็กเขากลับมาด้วยเถิด เด็กเขาคิดถึงพ่อ ร้องไห้ทุกคืน หนูได้ยินชื่อเสียงหลวงพ่อมานานแล้วว่าหลวงพ่อมีเมตตาสูง ได้โปรดเมตตาให้พ่อเด็กเขากลับด้วยเถิดเจ้าค่ะ..หลวงปู่ถามพร้อมเรียกเด็กเข้ามาลูบหัวไปมาด้วยความเมตตา..พ่อไปไหนหรือหนู?..พ่อทิ้งหนูและแม่ไปมีเมียใหม่ เด็กน้อยตอบตามประสาเด็กที่ไร้เดียงสา..หลวงปู่ฟังแล้วก็ร้อง อืม?..แม่เด็กกราบเรียนต่ออีกว่า..พ่อเด็กเป็นผู้กองอยู่ที่สถานีแห่งหนึ่ง..สมัยก่อนก็ดีมากอยู่ด้วยกันมาเกือบ ๒๐ ปี มาระยะหลังนี้จะถูกกระทำคุณไสยหรืออย่างไรไม่ทราบ เปลี่ยนไปๆ แล้วก็ไม่กลับมาบ้านเลย ซึ่งเมื่อก่อนเขารักลูกมากเจ้าค่ะ..หลวงปู่อุทานขึ้น “อืม !..เดี๋ยวจะลองดูนะ ! ให้หนูพาลูกกลับบ้านก่อน..” หลวงปู่ให้ความหวังแบ่งรับแบ่งสู้แก่โยมผู้หญิงและบุตรน้อยๆ ที่น่าเอ็นดูทั้งสามคนด้วยความเมตตา

ตกกลางคืนประมาณราวเที่ยงคืนท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นของหุบเขาอีโต้ ประกอบกับความเงียบสงบ พระที่ติดตามหลวงปู่ต่างก็แยกย้ายกันภาวนาซึ่งกางกลดไว้ห่างกันพอสมควร ในขณะที่ตำรวจติดตามหลวงปู่คนหนึ่งออกมาปัสสาวะได้สังเกตว่าที่กลดหลวงปู่มีแสงสว่างเกิดขึ้นที่กลดแล้วค่อยๆ พวยพุ่งสูงขึ้นๆ จนสุดปลายยอดไม้ แล้วก็มาเริ่มสว่างที่กลดค่อยๆ สูงๆ ไปสุดที่ปลายยอดไม้ เป็นอยู่อย่างนั้น ตำรวจยืนพิจารณาอยู่เป็นเวลานานจึงเข้าไปเรียกคนขับรถออกมาช่วยกันดูอีกหนึ่งคน แสงนั้นก็ยังเหมือนเดิม สว่างที่กลดแล้วก็ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นๆ คนขับรถก็ไปบอกพระซึ่งกำลังหลับบ้างภาวนาบ้างตามกลดตรงโน้นตรงนั้นให้ออกมาดูว่าคืออะไร? พระทั้งแปดรูปออกมาจากกลด มองดูแสงประหลาดด้วยความเงียบอยู่สักครู่ คนขับรถจึงเอะอะขึ้นมาว่าไฟไหม้กลดอาจารย์ๆ..ทั้งหมดจึงตรงไปยังกลดหลวงปู่ โยมเสาร์คนขับรถกราบเรียนหลวงปู่เสียงดังพอสมควรว่า..อาจารย์ๆ พร้อมกับถือวิสาสะเปิดมุ้งกลดล้วงมือเข้าไปจับตัวหลวงปู่ด้วยความปรารถนาดีต่อครูบาอาจารย์..หลวงปู่นั่งสมาธิอยู่ จึงออกจากสมาธิ ถามว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือ?..เสียงเอะอะเชียว?”..โยมเสาร์กราบเรียนว่า ไฟไหม้กลดอาจารย์ ซีครับ !..พวกครูบาจึงให้ผมเรียกอาจารย์ แต่ เอ..! ทำไมไม่ร้อน โยมเสาร์เอามือล้วงเข้าไปในจีวรที่หลวงปู่คลุมกายอยู่ก็ไม่รู้สึกร้อน แต่เมื่อกี้ไฟลุกท่วมถึงยอดไม้เลยครับอาจารย์? ไอ้ทิวา (ตำรวจติดตาม) มันออกมาปัสสาวะเห็นไฟสว่างอยู่ในกลดอาจารย์ มันไปตามผมมาดู ผมก็กลัวอาจารย์จะตาย จึงไปตามครูบามาช่วยกันอีกแรงหนึ่งครับท่านอาจารย์ โยมเสาร์กราบเรียนจากนั้นอีกครู่เดียวก็ได้อรุณวันใหม่ พระเณรนำน้ำล้างหน้า ยาสีฟันถวายหลวงปู่ เสร็จเรียบร้อยแล้วหลวงปู่จึงปรารภขึ้นว่า..“ผมพิจารณาดูแล้วว่าไม่น่าจะเกิดไฟได้เลย ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เพ่งเตโชกสิณ ไม่ได้ภาวนาเกี่ยวกับไฟหรือของร้อนอะไรเลย? แต่ทำไมเกิดไฟได้?”..เรื่องไฟลุกที่ตัวผมเคยมีมาแล้วครั้งหนึ่งสมัยที่ผมบำเพ็ญอยู่ที่บ้านเดิ่น โคราช บ้านทิดเสาร์นั่นเอง สมัยนั้นหนาวมาก ผมนั่งสมาธิเอาจีวรคลุมแบบนี้แหละแต่ก็ไม่พอเพราะอากาศหนาวเย็นมาก ผมจึงเพ่งกสิณว่า..เตโช..ๆ..ๆ..ๆ ก็รู้สึกว่า ค่อยมีความอบอุ่นเข้ามาหน่อย ไม่นานนักเสียงเอะอะโวยวายอยู่ไม่ห่างจากผมนัก จึงลืมตาขึ้นเห็นชาวบ้านมามุงดูกันเต็มไปหมดรอบกลดผมเลย จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น?..ก็ลุงของทิดเสาร์นี่แหละ !..บอกว่าไฟลุกท่วมกลดอาจารย์สว่างถึงหมู่บ้านโน่น ชาวบ้านจึงพากันมาดูว่าท่านอาจารย์ก่อไฟ หรือทำอะไร? เกรงว่าไฟจะลามไปติดป่า แต่มาถึงแล้วปรากฏว่าไฟมันติดอยู่กลดท่านอาจารย์ ลุงของทิดเสาร์จึงบอกว่า ขอโอกาสขอของดีท่านอาจารย์สักหน่อยนะครับ !...จะเอาอะไรหรือ?..ขอจีวรท่านอาจารย์ผืนที่ไฟติดแล้วไม่ไหม้นี่แหละครับ..ว่าแล้วลุงของทิดเสาร์ก็กราบลงสามครั้งโดยที่ยังไม่ทันพูดอะไรหรือยังไม่ได้อนุญาตเลย ชาวบ้านก็ฉีกจีวรแบ่งกันเสร็จสับเรียบร้อยคนละชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย หมดพอดีเพราะคนมากันหมดหมู่บ้าน เรื่องนี้จึงเป็นเหตุให้ทิดเสาร์ได้ติดตามมารับใช้ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา..

แต่เรื่องเมื่อคืนผมไม่ได้เพ่งกสิณเลย ผมแผ่เมตตา อธิษฐานจิตว่าขอให้สามีของโยมผู้หญิงที่มาบอกเมื่อตอนกลางวัน “อธิษฐานว่าถ้าสามีเขายังมีบุญที่จะต้องรับผิดชอบครอบครัว หากเขาถูกคุณไสยจริงก็ขอให้คุณพระรัตนตรัยได้โปรดคุ้มครองรักษาอย่าได้ทำอันตรายใดๆ เขาเลย ให้เขากลับมาดูแลลูกเมีย ครอบครัว เถิด..” ผมอธิษฐานแล้วก็นั่งภาวนาสมาธิอย่างนี้ แต่ด้วยเหตุใดจึงมีไฟพวยพุ่งจากในกลดถึงยอดไม้ได้อย่างไร และผมก็ไม่รู้สึกว่าร้อน ไม่รู้เสียด้วยว่ามีไฟลุกอย่างที่ทิดเสาร์เห็น สงสัยจริงๆ (จีวรผืนหลังนี้พระอาจารย์สุวิทย์ พระอุปัฏฐากเก็บรักษาไว้) เรื่องของโยมที่สามีไปมีภรรยาน้อย ต่อมาไม่นานก็พาสามีและครอบครัวมากราบขอบพระคุณหลวงปู่ที่เมตตาช่วยเหลือในครั้งนั้น ครอบครัวจึงได้กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างปกติสุขเหมือนก่อน

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 18 มี.ค. 2016, 18:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


วัวสำนึกบุญคุณ

:b44: :b47: :b44:

เรื่องที่สามเกิดที่วัดเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี คือ ในสมัยนั้น เถ้าแก่อิ่ม บุญเจือ มีอาชีพรับเนื้อวัวจากโรงงานนำมาผลิตเป็นลูกชิ้น แล้วส่งให้ลูกค้าอีกต่อหนึ่ง วันหนึ่งเถ้าแก่มากราบเรียนหลวงปู่ว่าได้ไถ่ชีวิตวัวมาถวายท่านอาจารย์ตัวหนึ่ง หลวงปู่ถามต่อว่ามันเป็นอย่างไรหรือเถ้าแก่..วัวตัวนี้เป็นวัวที่คนฆ่าที่โรงฆ่าสัตว์ทำไม่ลงตั้งแต่คิวแรกจนบัดนี้เป็นคิวสุดท้ายแล้ว เพราะเมื่อถึงคิวทีไรก็จะมากราบ ร้องไห้กับคนฆ่า จนคนฆ่าผัดผ่อนมาจนบัดนี้แล้วก็ยังทำไม่ลงทุกครั้งไป คนฆ่ามาถามผมว่า เถ้าแก่วัวตัวนี้มันร้องไห้ทุกครั้งที่ผมจะฆ่ามันจนผมใจอ่อน ทำมันไม่ได้ ให้เถ้าแก่ช่วยชีวิตมันหน่อยก็แล้วกัน ผมจึงซื้อวัวตัวนี้มาถวายท่านอาจารย์ แล้วแต่ท่านอาจารย์จะให้ทำอย่างไรต่อไป..หลวงปู่บอกรับด้วยความเกรงใจเถ้าแก่ แล้วบอกต่ออีกว่า เถ้าแก่เอาไปไว้ที่วัดเขาอีโต้ ปราจีนบุรี ที่อาตมาพักเป็นประจำนั่นแหละ เพราะที่นั่นจะมีป่าไม้ใบหญ้าให้เขาได้กิน..ถ้าเอาไว้ที่เขาสุกิมเกรงว่าจะไม่มีใครเลี้ยง ไม่มีหญ้าให้กิน เถ้าแก่อิ่ม บุญเจือ ก็นำรถที่บรรทุกวัวมานั้นวิ่งต่อไปที่วัดเขาอีโต้ เสร็จแล้วก็ปล่อยวัวลงที่ลานหน้าวัดนั่นเอง ก่อนที่จะขึ้นรถกลับ เถ้าแก่อิ่ม บุญเจือ ลูบที่หัววัวแล้วบอกว่า “ลื้อรออาจารย์สมชายอยู่นี่นะ อีกสองสามวันอาจารย์สมชายมาถึงลื้อจึงค่อยมากราบท่าน” หลายวันต่อมาหลวงปู่ก็เดินทางไปพักที่วัดเขาอีโต้ตามปกติ หลวงปู่ลงจากรถยนต์กำลังเดินไปที่พัก วัวแดงสวยงามตัวดังกล่าวก็เดินตรงเข้ามาหมอบลงต่อหน้า เหยียดเท้าหน้าออกไปที่หลวงปู่ ลักษณะคล้ายคนกราบพระ เสร็จแล้ววัวก็ลุกยืนขึ้น เข้ามาใช้ลิ้นเลียที่แขนหลวงปู่ไปมา น้ำตาไหลต่อหน้าต่อตาพระทั้ง ๙ รูปนั่นเอง เรื่องแปลกที่หลวงปู่ก็ยังไม่เคยเห็นวัว วัวก็ยังไม่เคยเห็นหลวงปู่ แต่เหตุไฉนหรือวัวตัวนี้จึงรู้ว่าเถ้าแก่อิ่ม บุญเจือ ได้ไถ่ชีวิตมาถวายหลวงปู่ วัวเขารู้ได้อย่างไรว่าเขารอดชีวิตเพราะหลวงปู่..พระที่วัดเขาอีโต้ตั้งหลายรูปทำไมวัวจึงไม่ไปคุ้นเคยด้วย และต่อมาทุกครั้งที่หลวงปู่ไปวัดเขาอีโต้ก็จะต้องให้คนขับรถซื้อถั่วฝักยาวบ้าง แตงกวาบ้างไปฝากวัว วัวเมื่อรู้ว่าหลวงปู่เดินทางมาถึงก็จะมากราบมาเลียแข้งเลียแขนเหมือนกับคนที่คุ้นเคยกันมานานนั่นเอง วัวตัวดังกล่าวก็อาศัยอยู่ที่วัดเขาอีโต้เรื่อยมาจนสิ้นอายุตามธรรมชาติในเวลาต่อมา..

(เรื่องนี้ก็เป็นความบกพร่องของลูกศิษย์ที่ไม่มีใครได้กราบเรียนถามหลวงปู่เลยว่า อดีตชาติวัวตัวนี้เป็นใคร ที่ไหน ทำไมจึงมาเกี่ยวข้องกับหลวงปู่อย่างนี้ นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง)


:b8: :b8: :b8:

:: รวมคำสอน “หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=43691

:: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13154

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ส.ค. 2016, 21:17 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 7
สมาชิก ระดับ 7
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มิ.ย. 2007, 13:49
โพสต์: 598


 ข้อมูลส่วนตัว


กราบสาธุๆๆ
:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ทำความดีทุกๆ วัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 05 ก.พ. 2017, 20:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1393


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ย. 2017, 12:21 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1322

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 พ.ย. 2017, 09:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2015, 09:43
โพสต์: 488

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุนะครับ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 7 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร