วันเวลาปัจจุบัน 14 ธ.ค. 2018, 03:33  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 97 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ย. 2013, 15:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้วันหยุด ได้หยิบหนังสือดังกล่าวมาอ่านอีกรอบ...

มีอีก 2 เคสที่น่าสนใจ

1. คนตาบอดเป็นเวลา 40 ปี เมื่อได้รับการผ่าตัด
แล้วกลับมามองเห็น เขาเห็นแต่เขาก็ไม่สามารถประมวลสิ่งที่เห็นออกมาได้ว่าเป็นอะไร
เขาไม่สามารถบอกรูปร่างขนาด ความไกลใกล้ ใหญ่เล็กได้
เขามองผนังเขาเห็นแต่เส้นโค้ง ๆ ตรงๆ เฉียงๆ เห็นความเข้มของสีที่แตกต่างกัน
แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เห็นอะไร
เขาเห็นคนที่เดินห่างไป เป็นคนที่มีขนาดตัดหดเล็กลง

2. ผู้หญิงคนหนึ่งไม่สามารถรับรู้ภาพต่อเนื่องได้
อย่างเธอรินน้ำจากขวดลงแก้ว เธอจะเห็นภาพแรก
น้ำอยู่ที่ปากขวดและกำลังไหลลงสู่แก้ว
และเธอก็จะเห็นภาพนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น
เห็นอีกทีน้ำก็ล้นแก้วแล้ว...
เมื่อเธออยู่ในที่ที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา
เธอก็จะเห็นคนโผล่ตรงนั้นที ตรงนี้ที
ตาของเธอเห็นแสงที่ต่อเนื่อง
แต่สมองของเธอไม่สามารถนำแสงที่ต่อเนื่องนั้นมาสร้างภาพที่เคลื่อนไหวได้... :b10:

ชาวต่างชาติเจอสภาวะนี้ เขาหาหมอ

แต่ชาวพุทธนักปฏิบัติเปิดตำราเทียบสภาวะฌาณ
หาพระ หาผู้ทรงวิชาอาคมเป็นที่ปรึกษา

พอจะเทียบเคียงได้คำตอบออกมาว่าเป็นอาการ...สันตติขาด... :b10: :b10: :b10:
ถึงสภาวะ ...สันตติขาด...แล้ว แสดงว่าบรรลุธรรมถึงขั้นนั้นนี้โน้นแล้ว...

เมื่อได้คำตอบที่จิตพอใจแล้วมันก็ .... :b1:

สมใจ... :b1:

..........

:b41: :b41: :b41:

..........

อย่างที่เอกอนบอก ผู้ปฏิบัติธรรมบางคนยิ่งปฏิบัติยิ่งดูดี หน้าตาผิวพรรณผ่องใส
แต่ผู้ปฏิบัติธรรมบางคน...ดูคล้ายคนป่วยมากกว่า

ผู้ปฏิบัติต้องเท่าทันตัวเอง...รู้จักสำรวจทบทวนตัวเองให้ดี...

..........

การที่เราจะน้อมใจไปคิดในสิ่งใด เชื่อในสิ่งใดที่ปรากฎ
"อิทัปปัจจยตา" ต้องถูกนำมาใช้อย่างเหมาะสม

:b1: :b1: :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ย. 2013, 21:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


เข้ามาทักทายค่ะ เข้ามาแอบอ่านอยู่เรื่อยๆค่ะ สนใจเรื่องที่คุณๆคุยค่ะ
แต่ร่างกายไม่ค่อยจะอำนวย เพราะช่วงนี้เราก็คนหนึ่งค่ะ ที่ชดใช้เศษกรรมอยู่
แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ

เข้ามาเพื่อ ที่จะยืนยันว่ากรรมนั้นมีจริงแน่นอน ถ้าเจอเหตุการณ์อะไรกับชีวิต
อย่าไปโทษใคร เพราะจะเป็นการสร้างกรรมในชาตินี้เข้าไปอีก
อย่าไปมองว่าใครคือผู้ทำเรา
ทุกสิ่งทุกอย่าง มาจากที่ตัวเราทั้งนั้นค่ะ :b41: :b55: :b49:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ย. 2013, 13:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:
แต่ร่างกายไม่ค่อยจะอำนวย เพราะช่วงนี้เราก็คนหนึ่งค่ะ ที่ชดใช้เศษกรรมอยู่
แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ



มีอะไรก็มาเล่าแบ่งปันกันค่ะ....

อย่างตอนนี้เอกอนก็กำลังเจอ อะไรบางอย่าง สด ๆ ร้อน ๆ
เด๋ว...จาเล่าให้ฟัง...

แต่เอกอนก็จะออกแนวไซไฟ...นี่ล่ะ

....

แต่เรื่องนี้ ... มีความเป็นมา ... ยาวววววววมว๊ากกกกก

:b1: :b12: :b16: :b16: :b12: :b1:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 11 ก.ย. 2013, 19:51, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ย. 2013, 13:47 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


เอกอนเจ็บหัวเข่าทั้งสองข้างมาเดือนกว่า...
แต่เอกอนก็ไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องกรรมมากนัก
เพราะเอกอนเล่นกีฬา(แบดมินตัน)อย่างค่อนข้างหนักเป็นประจำ
ซึ่งอาการเจ็บโนน่เจ็บนี่ก็ดูเป็นเรื่องปรกติไปซะแล้ว อยู่ที่ว่าเจ็บมากเจ็บน้อย...
ซึ่งอาการเจ็บเข่าคราวนี้ ก็เป็นกังวลอยู่เพราะมันดูทีท่าไม่ค่อยดี ... อาจจะทำให้ต้องเลิกเล่นได้ ...
ซึ่งถึงแม้จะเจ็บแต่ด้วยว่ายังทนรับกับอาการเจ็บนั้นได้อยู่เอกอนก็เลยไม่ได้หยุดพักการเล่นกีฬา
แต่ก็เล่นเบาลง...แต่หลังเล่นเสร็จอาการเจ็บก็จะเจ็บ...มากขึ้น...
แต่พอได้นอนพักก็จะค่อย ๆ บรรเทา...เป็นเช่นนี้มาเดือนกว่า

แต่เมื่อวันอาทิตย์...เอกอนฝันไป...
ว่ากำลังหาหมอ...ตรวจหัวเข่าทั้งสองข้าง...
ก็เข้าเครื่องสแกนส่องเข้าไปตรงจุดที่เจ็บเลย...
และหมอก็บอกว่า...ไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล...
อาการนี้รักษาได้เดี๋ยวก็จะหายเป็นปกติแล้ว...

:b1: :b1: :b1:

พอวันจันทร์
เอกอนก็ไปเล่นกีฬา ...และอาการเจ็บเข่า...อยู่ ๆ ก็หายเงียบไป...เฉยเรย
แม้แต่ตอนหลังเล่นกีฬาเสร็จ...ก็ไม่รู้สึกเจ็บขัดหัวเข่าเรย...
วันอังคารอาการเจ็บหัวเข่าก็ยังคงเงียบกริบ
จนวันนี้...ไม่มีวี่แววของอาการเจ็บหัวเข่าเรย...

....

คือ...เอกอนตั้งข้อสังเกตุลักษณะเช่นนี้มาหลายหนแล้ว...
คน...สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้...
เป็นทักษะอย่างหนึ่ง...ของ...สมอง...

....

... คลื่นแต่ละลักษณะ ... มีการเคลื่อนที่ที่ช้าเร็วต่างกัน ...

....

... ก็ยังเฝ้าสังเกตอยู่ว่า ... คลื่นที่เคลื่อนที่เร็วนั้น ... เข้าไปรู้อะไร ... (สิ่งที่ถูกรู้) ... ยังไง

:b9: :b9: :b9:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ย. 2013, 21:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


มีหนังเรื่องหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อน

Minority Report

เรื่องย่อ

เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะหยุดการฆาตกรรม ..ก่อนที่มันจะเกิด ?

วอชิงตัน ดีซี ปี 2054 : คดีฆาตกรรมถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น อนาคตเป็นสิ่งมองเห็นได้ และผู้ต้องสงสัยถูกลงโทษก่อนการก่ออาชญากรรม ด้วยวิธีการเชื่อมต่ออย่างลึกล้ำ ของหน่วยงานป้องกันก่อนอาชญากรรมชั้นหัวกะทิ (Pre-Crime)
แห่งกระทรวงยุติธรรม หลักฐานในอันที่จะกระทำ - ด้วยมโนภาพที่พาดพิงถึงเวลา สถานที่ และรายละเอียดอื่นๆ - จากการจับตาของระบบ "พรี-ค็อกส์" สามสิ่งมีชีวิต ผู้หยั่งรู้การกระทำความผิดทั้งปวง โดยไม่เคยผิดพลาด

หน่วยงานนี้เป็นระบบสมบูรณ์แบบ ซึ่งก้าวหน้าที่สุด ในการปกป้องอาชญากรรมแห่งชาติ และผู้ที่ทำงานหนักที่สุด คงหนีไม่พ้นหัวหน้าหน่วย จอห์น แอนเดอร์ตัน (ทอม ครูซ) นับเนื่องจากโศกนาฏกรรมในชีวิตของเขา แอนเดอร์ตันทุ่มเททั้งชีวิต ให้กับการรักษาชีวิตผู้คนอีกนับพัน จากสิ่งที่เขาเคยประสบมา หกปีที่ผ่านมา รวมทั้งการลงคะแนนให้เป็นระบบระดับชาติ ยิ่งเน้นความเชื่อถือของเขา ในการทำงานของหน่วยพรีไครม์

แอนเดอร์ตันไม่เคยตั้งข้อสงสัย ในระบบงานนี้แม้แต่น้อย… จนกระทั่งตัวเขาเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1..

ในฐานะหัวหน้าหน่วย แอนเดอร์ตันจะเป็นคนแรก ที่ได้เห็นภาพเคลื่อนเข้าสู่ห้องภาพต้องสงสัย ในขณะที่ พรี-ค็อกส์ ฝันถึงการฆาตกรรม ภาพนั้นไม่คุ้นตาแม้แต่น้อย ไม่ใช่คนที่เขารู้จัก แต่ในครั้งนี้ หลักฐานของฆาตกรชัดเจนยิ่ง - จอห์น แอนเดอร์ตัน.. ตัวเขาเอง! กำลังจะฆ่าคนแปลกหน้า ในระยะเวลาไม่ถึง 36 ชั่วโมงข้างหน้า

เมื่อต้องถูกตามล่าจากหน่วยงานของตนเอง โดยการนำของคู่ปรับ แดนนี่ วิทเวอร์ (คอลิน ฟาร์เรล) แอนเดอร์ตันต้องหลบหลีก ให้พ้นรัศมีเรดาร์ของเมืองแห่งระบบอัตโนมัติ ที่การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวถูกจับตามอง รถยนต์ที่ขับอยู่อาจถูกบังคับโดยคนอื่น ไม่ว่าจะทำอะไรและจะไปไหน ไม่มีทางซ่อนตัวได้ จึงต้องหนีสถานเดียว

เมื่อไม่มีทางปกป้องตนเอง จากข้อกล่าวหาของระบบ จอห์นจึงต้องสืบหาต้นตอของเรื่อง และค้นพบความจริงที่อยู่ภายใต้คำถาม ซึ่งเขาพยายามขจัดจากความคิดมาตลอดเวลาหกปี : เป็นไปได้หรือไม่ที่ พรี-ค็อกส์ จะผิดพลาด ?


-----------------------

ประเด็น

1. อนาคตเป็นสิ่งมองเห็นได้ และผู้ต้องสงสัยถูกลงโทษก่อนการก่ออาชญากรรม ด้วยวิธีการเชื่อมต่ออย่างลึกล้ำ ของหน่วยงานป้องกันก่อนอาชญากรรมชั้นหัวกะทิ (Pre-Crime)

2. หลักฐานในอันที่จะกระทำ - ด้วยมโนภาพที่พาดพิงถึงเวลา สถานที่ และรายละเอียดอื่นๆ - จากการจับตาของระบบ "พรี-ค็อกส์" สามสิ่งมีชีวิต ผู้หยั่งรู้การกระทำความผิดทั้งปวง โดยไม่เคยผิดพลาด

.....

ครั้งหนึ่ง...ในสภาวะหนึ่ง...เอกอนเห็น อนาคต
ภาพอนาคต...มันเป็นภาพที่ถูกประมวลผลออกมา...
ลักษณะอาการมันจะเหมือนกับ...การคิดเลขในใจ...(ไม่ต้องใช้กระดาษทด)
แต่...สิ่งที่มันประมวลผลคำนวณนั้น...มันเป็นคล้ายกับสูตรสมการฟิสิกส์ระดับจักรวาล
ที่ประมาณว่า มวลธาตุนี้(ตัวเรา)จะโคจรด้วยความเร็วเท่านี้วิถีการโคจรอย่างนี้
เราจะทำมุมกับมวลธาตุรอบ ๆ ตัว อย่างนั้น นั้น นั้น นั้น
และจะมีการทำปฏิกริยากับมวลธาตุนั้น นั้น นั้น นั้น ...

ให้นึกถึงภาพ เมื่อเราจะเขวี้ยงหินออกไปให้ถูกเป้าด้านหน้า...
เราจะรู้ว่าเราจะต้องเขวี้ยงไปด้วยอัตราเร็วเท่าไร และทำมุมอย่างไร...

จิต...
มันคำนวณการเคลื่อนที่ของมวลธาตุที่มันตั้งอยู่(ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่)
ปฏิกิริยาที่มวลธาตุนั้นมีต่อสิ่งแวดล้อม และรู้วิถีของตัวเอง
และมันสามารถรับรู้องค์ประกอบต่าง ๆ ของร่างแห่แห่งสังสารวัฏ
และมันก็ประมวลภาพออกมาให้เราเห็น...สิ่งที่จะเป็นไปตามลำดับ

....

:b12: :b12: :b12:


แก้ไขล่าสุดโดย eragon_joe เมื่อ 11 ก.ย. 2013, 21:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ย. 2013, 21:07 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


แล้วก็จะกลับมาที่ สิ่งที่ทำให้เกิดการเคลื่นที่ที่เร็วกว่า ... แสง ...
และลักษณะการเคลื่อนที่ ที่เร็วกว่าแสง

....ในอาทิตย์หน้า....

:b12: :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 ก.ย. 2013, 22:05 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2009, 22:21
โพสต์: 1973


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมจะต้องเป็นอาทิตย์หน้าด้วยล่ะ ต้องดูหนังก่อน หรือว่าอย่างไง
คุณเอก่อน ยังชอบดูหนังอยู่เหรอค่ะ
สำหรับพี่เต้แล้ว พอเริ่มสนใจ ศึกษาเรื่องธรรมะแล้ว
ดูหนังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ไม่เคยดูหนังมาหลายปี ม๊ากกกกก :b32:
คือพอเริ่มเห็น บุพกรรมของตัวเอง
ดูหนังไม่รู้เรื่องเลย

จะเล่าเรื่องความเชย หรือความเฉิ่มให้ฟังค่ะ ตั้งแต่มีทีวีรุ่นใหม่ๆออกมา กันอยู่เรื่อย
คนก็จะเปลี่ยนทีวีกัน จะเปลี่ยนทีวีกันอยู่เรื่อยๆ

คือเปลี่ยนจอใหญ่กันน่ะ แฟนพี่เต้ก็เปลี่ยนบ่อยๆเช่นกัน คือเค้าชอบดูกีฬา
ทีนี้ ก็มีญาติของแฟนมาอยู่ที่บ้าน อายุมากแล้วหล่ะ
ทีนี้เค้าบอกให้พี่เต้เปิดทีวีให้เค้าดูหน่อย เค้าจะดูหนัง
ทีนี้ที่บ้าน ลูกก็ไม่อยู่แฟนก็ไม่อยู่ พี่เต้ก็เปิดทีวีไม่เป็น เพราะไม่เคยเปิดเลย
ไม่รู้จะเปิดอย่างไง ก็เลยบอกเค้าว่า เต้เปิดทีวีไม่เป็น :b32:

เค้าตกใจ เค้าไม่เชื่อ เค้าคิดว่าเราไม่เปิดให้เค้าดู เพราะกลัวเสียค่าไฟ
เค้าบอกเสียค่าไฟไม่แพงหรอก ไม่เปลืองไฟหรอก
เราต้องบอกว่า เต้เปิดไม่เป็นจริงๆ :b32:
ไม่ได้กลัวเสียค่าไฟ เค้าก็ยังไม่เชื่อ พอแฟนเรากลับมา เค้าถามแฟนเรา

จนถึงณ.ปัจจุบัน ก็เปิดไม่เป็นค่ะ :b32: :b32:
เพราะไม่เคยเปิดเลย จะดูแต่ธรรมะ ในคอมอย่างเดียวค่ะ :b32: :b41: :b55: :b49:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2013, 00:45 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2009, 00:22
โพสต์: 223

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
เอกอนยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่ท่าน Rotala กล่าวสักเท่าไร
ลองยกตัวอย่างประกอบ... :b12:

:b1:

น้ำรู้ได้ทางใจ :b38:
หมายถึงการประมวลทางความคิดโดยอาศัยอาการของธาตุอื่น
เหมือนสัมผัสความแข็ง(อาการของธาตุดิน)ที่พื้นผิวต่อเนื่องกัน ก็จะรู้ได้ว่าความต่อเนื่องเป็นกลุ่มก้อน(อาการของธาตุน้ำ)

เหมือนระยะขอบเขตของการสัมผัสกัน
ถ้าปลายนิ้ววางลงบนโต๊ะพื้นที่สัมผัสต่อเนื่องน้อย
ถ้าฝ่ามือวางลงบนโต๊ะพื้นที่สัมผัสต่อเนื่องมาก
รู้ได้จากความอ่อนแข็งที่ต่อเนื่องกันของพื้นผิว หรือความร้อนเย็นที่ต่อเนื่องกันของพื้นผิว หรือความตึงไหวที่ต่อเนื่องกันของพื้นผิว เป็นความสัมผัสที่ใจรู้สึก ว่าพื้นผิวต่อเนื่องกัน
โดยอาศัยรู้จากธาตุดินหรือธาตุไฟหรือธาตุลม ความต่อเนื่องก็คือลักษณะการเกาะกุมกัน
ถ้าลองนำฝ่ามือวางลงบนก้อนกรวดสองก้อน พื้นผิวที่สัมผัสรู้สึกว่าก้อนกรวดสองก้อนนั้นมีช่องว่างหรือพื้นที่ว่างที่ไม่เกาะกุมกัน

ความคิดผมอาจจะถูกบ้างหรือไม่ถูกเลย :b32:
ความคิดก็ถูกปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามการศึกษาเรียนรู้การสังเกตุการปฏิบัติฯ ถูกบ้างผิดบ้างยังแน่นอนไม่ค่อยได้ครับ จริงๆแล้วความคิดก็เป็นองค์ประกอบที่เกิดจากเหตุปัจจัย

เรื่องอนาคตนี้ก็แน่นอนไม่ค่อยได้บางกรณีก็อาจจะแน่นอนเป็นไปตามเหตุปัจจัย เหตุปัจจัยในด้านต่างๆ เหตุปัจจัยไหนมีกำลังมากก็มีอิทธิพลมาก เหมือนพระโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรจากพระพุทธเจ้านะครับ เพราะท่านบำเพ็ญบารมีจนถึงระดับที่กำลังบารมีได้ความแน่นอนแล้วเลยได้รับการพยากรจากพระพุทธเจ้าครับ

ในสิ่งต่างๆขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยของผลกรรมอดีตและกรรมปัจจุบันและผลกรรมปัจจุบัน :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2013, 09:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2012, 19:33
โพสต์: 117


 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:

จะเล่าเรื่องความเชย หรือความเฉิ่มให้ฟังค่ะ ตั้งแต่มีทีวีรุ่นใหม่ๆออกมา กันอยู่เรื่อย
คนก็จะเปลี่ยนทีวีกัน จะเปลี่ยนทีวีกันอยู่เรื่อยๆ

คือเปลี่ยนจอใหญ่กันน่ะ แฟนพี่เต้ก็เปลี่ยนบ่อยๆเช่นกัน คือเค้าชอบดูกีฬา
ทีนี้ ก็มีญาติของแฟนมาอยู่ที่บ้าน อายุมากแล้วหล่ะ
ทีนี้เค้าบอกให้พี่เต้เปิดทีวีให้เค้าดูหน่อย เค้าจะดูหนัง
ทีนี้ที่บ้าน ลูกก็ไม่อยู่แฟนก็ไม่อยู่ พี่เต้ก็เปิดทีวีไม่เป็น เพราะไม่เคยเปิดเลย
ไม่รู้จะเปิดอย่างไง ก็เลยบอกเค้าว่า เต้เปิดทีวีไม่เป็น :b32:

เค้าตกใจ เค้าไม่เชื่อ เค้าคิดว่าเราไม่เปิดให้เค้าดู เพราะกลัวเสียค่าไฟ
เค้าบอกเสียค่าไฟไม่แพงหรอก ไม่เปลืองไฟหรอก
เราต้องบอกว่า เต้เปิดไม่เป็นจริงๆ :b32:
ไม่ได้กลัวเสียค่าไฟ เค้าก็ยังไม่เชื่อ พอแฟนเรากลับมา เค้าถามแฟนเรา

จนถึงณ.ปัจจุบัน ก็เปิดไม่เป็นค่ะ :b32: :b32:
เพราะไม่เคยเปิดเลย จะดูแต่ธรรมะ ในคอมอย่างเดียวค่ะ :b32: :b41: :b55: :b49:


อนุโมทนาสาธุ ด้วยนะค่ะ ...สัมผัสได้ถึงความเย็นของธรรมะที่แผ่มาจากคุณจริงๆ bbby จริงๆค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2013, 10:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:
ทำไมจะต้องเป็นอาทิตย์หน้าด้วยล่ะ ต้องดูหนังก่อน หรือว่าอย่างไง
คุณเอก่อน ยังชอบดูหนังอยู่เหรอค่ะ
สำหรับพี่เต้แล้ว พอเริ่มสนใจ ศึกษาเรื่องธรรมะแล้ว
ดูหนังไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ไม่เคยดูหนังมาหลายปี ม๊ากกกกก :b32:
คือพอเริ่มเห็น บุพกรรมของตัวเอง
ดูหนังไม่รู้เรื่องเลย


Mirority Report ... ตอนนั้นเอกอนยังเรียนอยู่ชั้นไหนไม่รู้ จำไม่ได้...

เอกอนก็แทบจะไม่ได้ดูทีวีเรย หนังโรงก็แทบจะไม่ได้ดู

เพราะ กลางวันก็ทำงาน
ตอนเย็นเลิกงานก็เล่นกีฬาจนค่ำ (3 ทุ่ม)

แต่ก็ต้องซื้อ DVD มาดูภาค soundtrack บ้าง เพื่อฝึกภาษาน่ะ
เตรียมตัวรับมือกับ AEC... :b12: ...แบบว่า...เอกอนเป็นโดนแน่...หง่ะ

:b1: :b1: :b1: :b1:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ย. 2013, 21:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


bbby เขียน:
ทำไมจะต้องเป็นอาทิตย์หน้าด้วยล่ะ



:b1: :b1: :b1:

การเห็น...มันเห็นแค่แป๊บเดียว...
แต่การจะคลี่สิ่งที่เห็นออกมา...แล้วอธิบายตามที่เห็น...
มันยาววววววว...น่ะสิ่

อย่างเช่น...เรื่องจิตเห็นวิถีการโคจรของตัวเอง...

เรานึกถึงเวลาที่เรามองดู...ยานอวกาศที่ทะยานสู่อวกาศ...เพื่อเดินทางไปดวงจันทร์...

ตอนขึ้นไปมันจะมีอุปกรณ์...มีถังน้ำมันเยอะแยะเลย
แต่...มันจะต้องใช้สิ่งประกอบเหล่านั้น...
เมื่อมันใช้หมด...มันก็สลัดสิ่งนั้นทิ้ง

ส่วนสิ่งที่เรารู้ตัวและถือครองอยู่นี้...ก็มีองค์ประกอบ
คือ...ธาตุที่เป็นองค์ประกอบ...

การโคจรของ กลุ่มธาตุ(เรา)นี้ มันจะมีการสลัด สลาย สะสม
มันต้องมีเชื้อเพลิงมีพลังงานเพื่อใช้ในการโคจร
และมันก็ต้องมีการสลัดสิ่งที่ไม่ต้องใช้แล้วทิ้งเพื่อการโคจรเช่นกัน
มันมีลักษณะของความเป็นสนามพลังงาน...
และ กลุ่มธาตุ(สนามพลังงาน/เรา)นี้ จะเป็นตัวบ่งบอก ปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่จะเป็นไป
บ่งบอกลักษณะวิถีการโคจร

มันจะโคจรไปทางซ้าย ไปทางขวา หรือโนม้เอียงเข้าหาสิ่งใด...
มันจะมีแรงกระทำกับสิ่งรอบข้างตามลักษณะองค์ประกอบแห่งสนามพลังงาน...

....

ซึ่ง...ในการโคจรไปนั้น...การเปลี่ยนสถานะจากสิ่งหนึ่งไปเป็นสิ่งหนึ่งจะปรากฎ
เช่นจาก...เทวดา...ไปเป็นมนุษย์
จาก...มนุษย์...ไปเป็นสัตว์
จาก...นั่น...ไปเป็น...นี่...โน่น...นั่น...

:b1: :b7: ...

ถึงตรงนี้แล้วจริง ๆ เอกอนไม่อยากพยายามจะคลี่ออกมาเล่าต่อแล้ว...

เพราะ...ในความเป็นไปแห่งธาตุ...มันก็เหมือนกับน้ำ...
ที่ต้องกลายเป็นไอเมื่อมันเข้าสู่สภาวะนั้น...
แต่...มนุษย์...เห็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนั้น...ว่าคือ...ความตาย

....

และ...ความตาย(ที่มนุษย์ตระหนักนั้น)...ก็กลายเป็นหนามยอกอกตัวมนุษย์เอง...
...
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ปัญหา...
แต่สิ่งที่เราตระหนัก...นั่นคือ...สิ่งที่เราต้องเท่าทัน...
...

บางคนปราถนา ที่จะมุ่งหน้าสู่สภาวะ นิพพาน ... เพราะคิดว่า...
มันเป็นที่ที่มันจะจบ มันจะสิ้นสุด :b41: :b41: :b41:

ก็...หนามอะไรมันตำอยู่...อย่างไร...
เราต้องรู้จักแรงกดดันของหนามที่กระทำต่อเรา...

ลองเอา...หนามออกก่อน...แล้วค่อยพิจารณาเรื่อง นิพพาน ก็ได้...

:b1: :b1: :b1:

อิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท ...

นิพพานปรากฎมันต้องมีเหตุมีปัจจัย...

....เพราะการดับไปของ....

:b12: :b12: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ก.ย. 2013, 09:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2009, 00:22
โพสต์: 223

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:


เพราะ...ในความเป็นไปแห่งธาตุ...มันก็เหมือนกับน้ำ...
ที่ต้องกลายเป็นไอเมื่อมันเข้าสู่สภาวะนั้น...
แต่...มนุษย์...เห็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนั้น...ว่าคือ...ความตาย

....

และ...ความตาย(ที่มนุษย์ตระหนักนั้น)...ก็กลายเป็นหนามยอกอกตัวมนุษย์เอง...
...
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ปัญหา...
แต่สิ่งที่เราตระหนัก...นั่นคือ...สิ่งที่เราต้องเท่าทัน...
...

:b8:
ความตายนี้น่ากลัว กลัวความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก กลัวความพลัดพรากจากสิ่งที่ยึดติดทั้งหลาย กลัวความที่ต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รู้ หลายๆคนเวลาตายนี้อาจจะเกิดความกลัวในเรื่องต่างๆหลากหลายกันออกไป

สมมติมีพระอรหันต์องค์หนึ่ง ท่านนำยามาให้ทานหนึ่งเม็ด ทานแล้วจะบรรลุ แต่ต้องตายภายใน 7 วัน หรือ ภายใน 1 วัน

จิตแรกที่ฟังแล้วเกิดรู้สึกอย่างไรนะ
ผมใช้สอบอารมณ์จิตบางส่วนที่ยึดติดอยู่ในใจ สอบแล้วก็มีเยอะขนาดจิตยังกังวลเป็นห่วงยึดติดในสิ่งต่างๆยังมากมายหลายๆอย่างเลย :b34:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ย. 2013, 23:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


Rotala เขียน:
:b8:
ความตายนี้น่ากลัว กลัวความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก กลัวความพลัดพรากจากสิ่งที่ยึดติดทั้งหลาย กลัวความที่ต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รู้ หลายๆคนเวลาตายนี้อาจจะเกิดความกลัวในเรื่องต่างๆหลากหลายกันออกไป

สมมติมีพระอรหันต์องค์หนึ่ง ท่านนำยามาให้ทานหนึ่งเม็ด ทานแล้วจะบรรลุ แต่ต้องตายภายใน 7 วัน หรือ ภายใน 1 วัน

จิตแรกที่ฟังแล้วเกิดรู้สึกอย่างไรนะ
ผมใช้สอบอารมณ์จิตบางส่วนที่ยึดติดอยู่ในใจ สอบแล้วก็มีเยอะขนาดจิตยังกังวลเป็นห่วงยึดติดในสิ่งต่างๆยังมากมายหลายๆอย่างเลย :b34:


บางคนกลัวตายมาตลอดชีวิต
แต่พอถึงบทจริง ๆ เขาอาจจะลืมกลัวก็ได้...

บางคนแสดงความไม่เคยกลัวตาย...แต่พอถึงบทจริง ๆ อาจจะปอดไปเรยก็ได้

อยู่ที่ชั้น ...คาราเมล...

หากว่าเรามีจุดอ่อนอยู่สักเก้าสิบเก้าเรื่อง มีจุดแข็งแค่หนึ่งเรื่อง
ถ้าที่ตายของเราไปตกในสภาวะที่กระตุ้นจุดแข็งให้ปรากฎ
จิตเข้าสู่วิถีที่เป็นจุดแข็ง...การมีที่ไปที่ดี...ก็คงจะไม่ยาก...

ถ้าหากว่าเรามีจุดแข็งอยู่สักเก้าสิบเก้าเรื่อง มีจุดอ่อนแค่หนึ่งเรื่อง
ถ้าที่ตายของเราไปตกในสภาวะที่กระตุ้นจุดอ่อนให้ปรากฎ
การจะนำตัวเองเพื่อเบนไปในทิศทางที่ดี...ก็คง...ไม่ง่าย... :b1:

เอกอนเป็นประเภท ... เต็มไปด้วยจุดอ่อน ... น่ะ :b9: :b9:

:b1: :b1: :b1:

จิตโพธิสัตว์...มักจะชอบแต่งองค์ทรงเครื่องไปในที่ที่มีสัตว์ตกทุกข์ได้ยากน่ะ
จิตโพธิสัตว์ท่านไม่เกี่ยงที่ที่จะต้องไป...
เพียงที่ที่จะไป...เป็นหนทางที่จะได้ไปโปรดสัตว์...
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน...ถ้าท่านมีกำลังไปได้...ท่านก็ไป...

:b27:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 ก.ย. 2013, 20:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4798

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


พูดถึงเรื่องกลัวตาย

เวลาคนเรากลัวจนขีดสุด แต่ไม่หลุดภาวนานะ...จิตมันให้เห็นพลังของมัน :b1:
มันพุ่งเลย กลัวจนไม่กลัว เพราะยังไงก็ตาย ตายมีกิเลสอยู่แบบนี้ได้เกิดแน่นอน กลัวอัลไล
:b20:

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ก.ย. 2013, 22:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ต.ค. 2010, 12:11
โพสต์: 4674


 ข้อมูลส่วนตัว


eragon_joe เขียน:
เมื่อวันอาทิตย์...เอกอนฝันไป...
ว่ากำลังหาหมอ...ตรวจหัวเข่าทั้งสองข้าง...
ก็เข้าเครื่องสแกนส่องเข้าไปตรงจุดที่เจ็บเลย...
และหมอก็บอกว่า...ไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล...
อาการนี้รักษาได้เดี๋ยวก็จะหายเป็นปกติแล้ว...

:b1: :b1: :b1:

....

:b9: :b9: :b9:


จนกระทั่ง วันนี้
อาการเจ็บเข่าที่เคยเจ็บก็ยังคงเงียบกริบ

แต่วันนี้เอกอนได้เจอพี่คนหนึ่ง
และพี่เขาก็ได้พาเอกอนไปหาหมอด้วยกัน
และเอกอนก็เห็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับที่ผันเลย...
เป็นการรักษาด้วยวิธีนี้

- การรักษานวดด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound therapy) เป็นเครื่องรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ใช้ลดอาการปวด ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อในชั้นลึก ลดอาการบวม และช่วยเร่งการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมทั้งคลายการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

ซึ่งเมื่อรับการรักษาเสร็จ อาการโดยรวมก็ดีขึ้นอีก... :b1:

ซึ่งอาการเจ็บเรื้อรังที่อยู่คู่กับเรามาเป็นเวลากว่าสิบปีนี้
สิ่งที่เอกอนเป็นกังวลควบคู่มาตลอดก็คือเรื่องการเสียรูปทรงของกระดูกข้อต่อหัวเข่า
ด้วยลักษณะนี้
เมื่อมีการเสื่อมมากขึ้น ข้อเข่าก็จะมีการโก่งงอ ทำให้เกิดอาการปวดเข่าทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว และขนาดของข้อเข่าก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ในที่สุดผู้ป่วยต้องใช้ไม้เท้าช่วยในการเดิน บางท่านไม่เดินทำให้กล้ามเนื้อต้นขาลีบและไม่มีกำลัง ข้อจะติดเหมือนมีสนิมเกาะเท้าจะเหยียดไม่สุด

เมื่อข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น กระดูกอ่อนจะมีขนาดบางลง ผิวจะขรุขระ จะมีการงอกของกระดูกขึ้นมาเรียกว่า osteophyte เมื่อมีการอักเสบเยื่อหุ้มข้อจะสร้างน้ำเลี้ยงข้อเพิ่ม ทำให้ข้อมีขนาดใหญ่เพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อลีบลง การเปลี่ยนแปลงของข้อจะเป็นไปอย่างช้าๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่ทราบ


ซึ่งถ้ามันเป็น มันก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในวัยที่สูงอายุขึ้นไปเรื่อย ๆ จะเป็นไปโดยยากลำบาก
และจะทำให้เอกอน...ไม่อาจจะไปทำตามความใฝ่ฝันได้...
เอกอนมีความใฝ่ฝันมาตลอดว่าเมื่อถึงวันหนึ่งเมื่อเอกอนหมดภาระกับครอบครัวแล้ว
เอกอนจะปลีกตัวไปหาอยู่ลำพังห่างจากผู้คน...จะขึ้นไปสร้างกระท่อมอาศัยอยู่ในป่าบนเขา
และจะตายโดยที่ไม่มีใครจะต้องมารับรู้...ไปในสภาพที่โดดเดี่ยว...
ศพของเอกอนจะถูกปล่อยทิ้งเอาไว้ให้หนอนไช เน่าเปื่อย เป็นอาหารสัตว์
เอกอนมีความใฝ่ฝัน...การตายในแบบ พระป่า ผู้ธุดงค์

คือเอกอนเป็นกังวล และเฝ้าทำใจยอมรับมาตลอด
เพราะเอกอนตกอยู่ในอาการข้อเสื่อมเรื้อรังมากว่าสิบปี
งอขาไม่ได้ คุกเข่าไม่ได้ ย่อตัวไม่ได้ นั่งขัดสมาธิไม่ได้ เดินขึ้นบันไดลำบาก
ลุกจากเตียง ลุกจากเก้าอี้ลำบาก มีอาการเจ็บๆขัดๆข้อ ในเวลานอน เวลาเหยียดขา
ซึ่ง...เอกอนจะไปอยู่บนเขาได้ไง...ถ้าเอกอนดันปีนเขาไม่ได้...
ถ้าเป็นอย่างนั้น...ความใฝ่ฝันก็เป็นอันจบลง... :b9: :b9:

ในฝัน เอกอนก็ได้ถามหมอในเรื่องรูปทรงหัวเข่าว่ามันได้แสดงการเสียรูปทรงไปหรือไม่
ในฝันหมอก็ตอบว่า ขนาดและรูปทรงหัวเข่ายังปกติ...
ทำกายภาพแล้วอาการเจ็บขัดหัวเข่าจะคืนสู่สภาพปกติ

ซึ่ง...วันนี้เอกอนก็ถามหมออย่างนั้น
และ...หมอก็ตอบอย่างนั้น

:b1: :b1: :b1:

:b12: :b12: :b12:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 97 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร