วันเวลาปัจจุบัน 20 มิ.ย. 2018, 16:05  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


อ่านกรรมแห่งกรรมจากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=4



กลับไปยังกระทู้  [ 53 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 20:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


kritsadakorn เขียน:
ผมว่าบาปนะครับ
เพราะถือว่าเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น
การกระทำใดก็ตามที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนถือว่าเป็นบาป
แต่ทุกอย่างก็ขึ้นกับเจตนาเป็นสำคัญ


ไม่เข้าใจศาสนา ไม่เข้าใจเรื่องบาป บุญ เอาเสียเลย และยังเป็นคนใจดำ เห็นแก่ตัวด้วย

ถามคุณหน่อย ตอนคุณเด็กๆ แม่คุณหรือครูคุณบังคับให้คุณฉีดยากันโรคนั้นโรคนี้ แม่คุณหรือครูคุณก็ทำให้คุณ(ผู้อื่น)เดือดร้อน เบียดเบียนคุณ(ผู้อื่น)ก็ถือว่าเป็นบาปสินะ

บาปกรรมคือ การกระทำด้วยจิตเจตนาทางใจที่เป็นอกุศล แม่คุณไม่ได้มีจิตอกุศล แต่มีจิตเจตนากุศลที่ให้หมอฉีดยาให้คุณ สิ่งนี้จึงไม่ใช่บาป แต่เป็นบุญ

ถ้าคุณเข้าใจหลักการของบาปและบุญ คุณจะรู้ว่า การทำหมันให้สัตว์เลี้ยงเป็นบุญไม่ใช่บาป


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 20:22 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


enlighted เขียน:
คนดีที่โลกลืม เขียน:
patidta เขียน:
:b18: บาปค่ะ เพราะเป็นการเบียดเบียนสัตว์ เช่นกัน :b41:

บาปคืออะไร? บาปคือการกระทำด้วยเจตนาทางจิตที่เป็นอกุศล แล้วคนที่ทำหมันแมวหรือหมา ใจเขาเป็นอกุศลหรือ ใจของเขาต้องการควบคุมประชากรสัตว์ที่จะออกมามากเกินไป จนไม่มีอาหารพอเลี้ยงพวกมัน แล้วพวกมันจะอดอยากในอนาคต

แล้วเบียดเบียนสัตว์อย่างไร? ถ้าหมาแมวพวกนั้นพูดได้ และตัวของพวกหมาแมวเหล่านี้รู้ว่า ลูกๆของมันจะต้องอดอยากในอนาคต มันจะต้องมาขอร้องคุณให้ทำหมันแน่

ในชีวิตหนึ่ง แมวหมาคลอดลูกเป็น 10-20 ตัว นะครับ


เหอๆๆ

ถามหมาแล้วยัง ว่าเต็มใจพร้อมใจจะทำหมันหรือเปล่า
บีบบังคับขืนใจหมาให้ทำหมันหรือเปล่า

ลองเอาคุณใบไม้ ไปตอนเป็นขันที โดยไม่ถาม จะทุกข์แบบหมาไหม

อิอิ


ไอ้นี่ก็ไม่เข้าใจเรื่องบาปและบุญอีกคนหนึ่ง

1. พระพุทธเจ้าเคยเกิดเป็นชาวประมง จับปลาและฆ่าปลาเป็นอาชีพ โดยมิได้ถามปลาเหล่านั้นเลยว่าเต็มใจพร้อมใจให้จับและฆ่าไหม...พระพุทธองค์ได้เคยบอกว่าสิ่งนั้นเป็นบาป แต่ตอนที่ท่านไม่ได้จับปลา แต่ไปเห็นชาวประมงคนอื่นจับปลาและฆ่าปลา ท่านสะใจและดีใจในการกระทำนั้น มีผลทำให้ท่านต้องปวดหัวในชาติที่เป็นพระพุทธเจ้า

2. พระเวสสันดรยกลูกและเมียให้คนอื่น ท่านถามลูกเมียแล้วยัง ว่าเต็มใจพร้อมให้ทำหรือเปล่า ลูก 2 คนถึงขนาดหนีลงน้ำ แสดงว่าไม่เต็มใจ ท่านเบียดเบียนคนอื่นหรือเปล่า....เหตุไฉนพระพุทธองค์บอกว่าเป็นมหากุศลล่ะ มันโคตรบาปมิใช่หรือ

บาป-บุญ ขึ้นอยู่กับเจตนาในจิตของคนๆนั้นเป็นกุศล(คิดเสียสละ)หรืออกุศล(คิดเห็นแก่ตัว) ถ้าไม่คิด เป็นอาชีพที่ต้องทำ เช่น ชาวประมง เพชรฆาต บาป-บุญก็ไม่มี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 23:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


enlighted เขียน:
"ชาลีกัณหา เจ้าจงขึ้นมาหาพ่อเถิด หากเจ้า นิ่งเฉยอยู่ พราหมณ์เฒ่าก็จะเยาะเย้ยว่า

พ่อนี้ ไร้วาจาสัตย์ พ่อตั้งใจจะบำเพ็ญทานบารมี เพื่อสละละกิเลสให้บรรลุพระโพธิญาณ


เพื่อหน้าตา พ่อน่ะหรือ ที่เรียกว่า กุศลจิตเต็มร้อย


ก็ยังไม่เข้าใจอีกเหมือนเคย ไอ้คำพูดล่อลูก มันไม่เกี่ยว บาปบุญไม่ได้ขึ้นอยู่กับวาจาหรือกาย แต่ขึ้นอยู่กับใจในตอนนั้น

บาป-บุญ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเพื่อหน้าตา พ่อ และไม่ได้เกี่ยวกับการเบียดเบียนใครเลย เราทำทุกอย่างในโลกนี้ ไม่ว่าดีหรือชั่ว ก็เป็นการเบียดเบียนสิ่งใดสิ่งหนึ่งในโลกอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คุณมีงานทำ ก็คือคนอื่นตกงาน คุณกินอาหาร ก็คือคนอื่นหรือสัตว์อื่นอดกิน เพราะฉะนั้นการเบียดเบียนไม่เกี่ยว

บาป-บุญ มันเกี่ยวกับเจตนาของจิตตอนนั้นต้องการเสียสละเงินทองและสิ่งที่รักเพื่อคนอื่น(บุญ) หรือว่าจิตตอนนั้นต้องการเห็นแก่ตัวเอง เอาประโยชน์เข้าตนเอง(บาป)

- คนทางเหนือยกลูกสาวไปให้คนอื่น เพื่อเอาเงินเข้ากระเป๋า เอาประโยชน์เข้าตนเอง ตนเองจะได้สบาย=ขายลูก เป็นบาป
- พระเวสสันดรยกลูกให้คนอื่นเหมือนกัน ทั้งๆที่รักลูกปานดวงใจ แต่ต้องการเสียสละ เพื่อสร้างทานบารมี จะได้เกิดเป็นพระพุทธเจ้า และจะได้ช่วยเหลือชาวโลกทั้งโลกอีกต่อหนึ่ง=มหากุศล

ย้ำ! บาปบุญขึ้นอยู่กับว่า จิตเจตนาในตอนนั้นเป็นกุศลหรืออกุศล เสียสละ(บุญ) หรือ เห็นแก่ตัว เอาประโยชน์เข้าตนเอง(บาป)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 23:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


enlighted เขียน:

1. พระพุทธเจ้าเคยเกิดเป็นชาวประมง จับปลาและฆ่าปลาเป็นอาชีพ โดยมิได้ถามปลาเหล่านั้นเลยว่าเต็มใจพร้อมใจให้จับและฆ่าไหม...พระพุทธองค์ได้เคยบอกว่าสิ่งนั้นเป็นบาป

แต่ตอนที่ท่านไม่ได้จับปลา แต่ไปเห็นชาวประมงคนอื่นจับปลาและฆ่าปลา ท่านสะใจและดีใจในการกระทำนั้น มีผลทำให้ท่านต้องปวดหัวในชาติที่เป็นพระพุทธเจ้า


เหอๆๆ พระชาติ ที่เป็นชาวประมง นั่นเป็นชาติที่เท่าไรนะ เจ้าขันที
และ ต้องทรงชดใช้บาปกรรม ไปมาแล้วกี่ชาติ กว่าบาปกรรมจะเบาบาง

มาปัจจุบันชาติ ก็
นับเป็นบุญวาสนาแล้ว ที่ได้แค่ปวดหัว ไม่ถึงตาย เพราะกรรมเก่าที่ฆ่าปลา


พระพุทธองค์ปวดหัวไม่ได้เกี่ยวกับการฆ่าปลา ตอนนั้นท่านไม่ได้ฆ่า แต่คนอื่นฆ่าปลา แต่ท่านดีใจและสะใจกับการฆ่าเท่านั้น แล้วตามประวัติพระพุทธองค์ก็ไม่เคยตรัสว่า ตนเองต้องตกนรกในการฆ่าปลานั้น เพราะมันเป็นอาชีพ ถ้าพระพุทธองค์ต้องตกนรก คนทุกคนในโลกก็ต้องตกนรกทั้งนั้นแหละครับ เพราะพวกเราเคยฆ่าสิ่งมีชีวิตมาทุกคน


แก้ไขล่าสุดโดย คนดีที่โลกลืม เมื่อ 07 พ.ค. 2010, 23:31, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ค. 2010, 23:48 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


"enlighted] เขียน:

1. เอากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ไปไว้ที่ไหน ล่ะคร๊าบ

ตอบ

กายกรรม และวจีกรรมของพระเวสสันดรชั่วช้าสิ้นดี แต่มโนกรรมเป็นบุญ มันจึงเป็นมหากุศล

เพราะพระพุทธองค์ตรัสว่า "ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกสิ่งสำเร็จด้วยใจ"

ย้ำ! บาปบุญขึ้นอยู่กับว่า จิตเจตนาในตอนนั้นเป็นกุศลหรืออกุศล เสียสละ(บุญ) หรือ เห็นแก่ตัว เอาประโยชน์เข้าตนเอง(บาป)

2. ประโยชน์ของลูกขณะนั้น ได้อะไรคร๊าบ

ตอบ ลูกเสียสละยอมไปเป็นทาสเพื่อพ่อจะได้บรรลุมรรคผล เป็นมหากุศล คุณต้องเดาเอาเองว่ากัญหาชาลีจะได้อะไรในชาติต่อๆไป

3. ขณะนั่นเป็นประโยชน์ของพ่อ ใช่ไหมคร๊าบ

ตอบ พ่อต้องการเป็นพระพุทธเจ้าไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อจะสอนคนในโลกให้หลุดพ้นความทุกข์เข้านิพพาน

ตัวพ่อ ถ้าจะเอาประโยชน์เพื่อตัวเอง เป็นอรหันต์ก็พอแล้ว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2010, 00:00 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณenlightedครับ


ผมมาชี้แนะคุณ และชี้แนะคนในเว็บต่างๆ เรื่องความรู้ในศีลธรรมที่ถูกต้อง ผมได้ประโยชน์อะไรล่ะครับ

ผมโดนด่าว่า โดนตำหนิติเตียน โดนสาบแช่ง และโดนไล่ออกจากทุกเว็บ แต่ก็ยังหน้าด้านเสนอหน้าเข้ามาอีก

คุณและคนในเว็บต่างหากที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ผมได้ประโยชน์ บุญบารมีที่คุณสะสมมาในอดีต มันดึงผมไม่ให้ทิ้งพวกคุณ ผมต้องมาปลุกคุณและคนในเว็บให้ตื่นขึ้น ทั้งๆที่ผมโดนพุทธะที่หลับยาวเช่นคุณและคนในเว็บต่างๆ ถีบให้กระเด็บออกไปทุกครั้ง

ที่ผมใช้ภาษาที่กวนโอ้ยกับคุณ ก็เพื่อให้คุณสนุกสนานจากการอ่านเท่านั้น (เวลาเลือดมันขึ้นหน้าคุณ คุณก็อยากตอบโต้ ยิ่งตอบโต้ กระทู้ก็ยิ่งวิ่ง ยิ่งทำให้คนในเว็บคนอื่นเข้ามาร่วมวกด้วย)

คุณมีอะไรสงสัยเรื่องศีลธรรม เรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องสวรรค์ นรก ฯลฯ ถามผมได้เลยครับ เมื่อผมแนะนำไป ถ้าผิด แล้วทำให้คุณตกนรก คุณฟ้องยมพาลเลยว่า ผมเป้นคนสอนคุณ

เชื่อผมสิ... ไอ้พวกเลี้ยงหมาแมว แล้วไม่ยอมทำหมันให้มัน พวกนี้โคตรบาปเลย เห็นแก่ตัวที่สุด กลัวตัวเองจะทำบาปเพราะทำหมันหมาแมว แต่....ไม่กลัวลูกหมาแมวที่เกิดขึ้นจะอดอยาก กลายเป็นหมาแมวพเนจร สุดท้าย..... ก็เห็นแก่ตัวอีก เอาไปปล่อยวัดให้พระเลี้ยง


แก้ไขล่าสุดโดย แมวขาวมณี เมื่อ 10 พ.ค. 2010, 14:26, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2010, 00:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 08:14
โพสต์: 829

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:
คุณenlightedครับ


ผมมาชี้แนะคุณ และชี้แนะคนในเว็บต่างๆ เรื่องความรู้ในศีลธรรมที่ถูกต้อง ผมได้ประโยชน์อะไรล่ะครับ

ผมโดนด่าว่า โดนตำหนิติเตียน โดนสาบแช่ง และโดนไล่ออกจากทุกเว็บ แต่ก็ยังหน้าด้านเสนอหน้าเข้ามาอีก

คุณและคนในเว็บต่างหากที่ได้ประโยชน์ ไม่ใช่ผมได้ประโยชน์ บุญบารมีที่คุณสะสมมาในอดีต มันดึงผมไม่ให้ทิ้งพวกคุณ ผมต้องมาปลุกคุณและคนในเว็บให้ตื่นขึ้น ทั้งๆที่ผมโดนพุทธะที่หลับยาวเช่นคุณและคนในเว็บต่างๆ ถีบให้กระเด็บออกไปทุกครั้ง

ที่ผมใช้ภาษาที่กวนโอ้ยกับคุณ ก็เพื่อให้คุณสนุกสนานจากการอ่านเท่านั้น (เวลาเลือดมันขึ้นหน้าคุณ คุณก็อยากตอบโต้ ยิ่งตอบโต้ กระทู้ก็ยิ่งวิ่ง ยิ่งทำให้คนในเว็บคนอื่นเข้ามาร่วมวกด้วย)



ก็พอมีประโยน์บ้างนิดหน่อย สำหรับคนอื่น ๆ

แต่ธรรมะของคุณ ไม่ได้มีประโยชน์อันใดสำหรับผมเลยคร๊าบ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2010, 00:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขี้เกียจคุยกับคุณแล้ว....คนอะไรเถียงคำไม่ตกฝาก ยังกับผู้หญิงแน่ะ

หรือคุณเคยเป็นผู้หญิงมาก่อนวะนี่?


แก้ไขล่าสุดโดย คนดีที่โลกลืม เมื่อ 08 พ.ค. 2010, 00:14, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2010, 00:18 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 08:14
โพสต์: 829

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกลืม เขียน:
ขี้เกียจคุยกับคุณแล้ว....คนอะไรเถียงคำไม่ตกฝาก ยังกับผู้หญิงแน่ะ

หรือคุณเคยเป็นผู้หญิงมาก่อนวะนี่?


เหอๆๆ

พุทธะ มีเพศด้วยเหรอ อ๊ะจ๊าก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2010, 07:07 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ย. 2009, 18:14
โพสต์: 435

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว




12.gif
12.gif [ 24.35 KiB | เปิดดู 5309 ครั้ง ]
:b8: :b12: อิอิ...ได้ความรู้ดี...ทะเลาะกันไปเถอะ...

แต่อย่าลงไม้ลงมือตีกันนะจ๊ะ...เดี๋ยวเครื่องคอมจะพัง...
:b12: :b4: :b32:

.....................................................
สรุปคำสอนของสมเด็จองค์ปฐม
"ท่านทั้งหลาย การหลบหลีกไม่ต้องตกอบายภูมิ มีนรกเป็นต้น เป็นของ ไม่ยาก
1. ขอทุกท่านจงอย่าลืมความตาย จงคิดว่าความตาย อาจจะมีกับเราเดี๋ยวนี้ไว้เสมอๆ
2. เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยศรัทธาแท้ (ด้วยความจริงใจ)
3. มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ และ
4. เป็นกรณีพิเศษ ปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหม ในชาติต่อไป ทุกท่านเห็นนิพพาน แล้วตั้งใจไปพระนิพพานได้ในที่สุด"
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2010, 08:51 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 08:14
โพสต์: 829

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกต้องลืมเขียน

กายกรรม และวจีกรรมของพระเวสสันดรชั่วช้าสิ้นดี แต่มโนกรรมเป็นบุญ มันจึงเป็นมหากุศล

เพราะพระพุทธองค์ตรัสว่า "ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ทุกสิ่งสำเร็จด้วยใจ"


ตอบ

มโนกรรม เป็นเพียงทานบารมี
ยอมสละลูก และเมีย อันเป็นของภายนอก เพื่อทาน

แต่ไม่สละตัวเอง ยอมตายเพื่อรักษาธรรมะ
กลับกลัวแค่พราหมณ์เยาะเย้ย ถากถาง ว่าไม่รักษาสัจจะ
เพื่อรักษาหน้าตาตนเอง

ไม่จำเป็นที่ต้องบีบบังคับข่มขืนใจลูกและเมีย
เพื่อรักษาสัจจะ และการหวังพระโพธิญาณ
แต่ภายในกลับ สละไม่ได้ ละไม่ได้จริง

ทานจึงไม่สำเร็จด้วยใจ
ผลที่ทำ จึงติดอยู่ กามาวจรดุสิต

ซึ่งไม่ใช่พระอนาคามี
และกามาวจรก็มิใช่ที่อยู่อันควร ของพระอนาคามี
อันพระอนาคามีนั้น พึงสละกามและลูกเมีออกสิ้นแล้วด้วยใจ

ในพระชาติต่อมา ความข้องติด ที่ยังละกาม ไม่ได้
จึงเป็นเหตุให้มีบ้านเรือน มีลูก มีมเหสี

และพระชาติเวสสันดรนั้น ใจก็ไม่ได้เป็นใหญ่เต็ม ไม่สำเร็จได้ด้วยใจเช่นนั้น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2010, 09:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 เม.ย. 2010, 08:14
โพสต์: 829

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คนดีที่โลกต้องลืมเขียน

เชื่อผมสิ... ไอ้พวกเลี้ยงหมาแมว แล้วไม่ยอมทำหมันให้มัน พวกนี้โคตรบาปเลย เห็นแก่ตัวที่สุด กลัวตัวเองจะทำบาปเพราะทำหมันหมาแมว แต่...ไม่กลัวลูกหมาแมวที่เกิดขึ้นจะอดอยาก กลายเป็นหมาแมวพเนจร สุดท้า.....ก็เห็นแก่ตัวอีก เอาไปปล่อยวัดให้พระเลี้ยง


อิอิ

จริงๆๆคร๊าบบบ

ท่อน้ำเลี้ยง ไม่พอมั๊งคร๋าบบ
หมาแมวจึงได้อดๆอยากๆ เพ่นพ่านไปทั่วเมือง
แถวๆวัดปทุม แยกราชประสงค์ ขาดท่อน้ำเลี้ยงแล้วคร๊าบบบบบ

เหอๆ


แก้ไขล่าสุดโดย แมวขาวมณี เมื่อ 10 พ.ค. 2010, 14:32, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ค. 2010, 01:06 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 13:35
โพสต์: 355

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณenlightedครับ


พระเวสสันดรไม่ได้ต้องการบรรลุธรรมแค่อรหันต์นะครับ และก็ไม่ต้องการบรรลุแค่ปัจเจกพุทธเจ้า ท่านต้องการบรรลุถึงขั้นเป็นเพระพุทธเจ้าที่เป็นตถาคตเลย จึงจำเป็นต้องสร้างทานบารมีอย่างหนักขั้นเสียสละสิ่งที่ตนเองรักที่สุด คือ ลูกเมีย ให้เป็นทานผู้อื่น

เรื่องอื่นๆผมขี้เกียจคุยกับมารที่อ้างตัวเองว่าเป็นพุทธะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 22:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 มิ.ย. 2010, 22:04
โพสต์: 9

โฮมเพจ: http://livejan.hi5.com/
ชื่อเล่น: Jan
อายุ: 16

 ข้อมูลส่วนตัว


ไม่น่าจะบาปนะคะ เพราะว่า เราหวังดีกับเขานี่นา ใช่ไหม?? :b18: ถ้าทำด้วยเพราะเจตนาดี ก็ดีค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ส.ค. 2010, 06:38 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2010, 06:19
โพสต์: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


พระเวชสันดร ตั้งค่าถ่ายตัวของลูกทั้งสองแพงมากคนที่จะถ่ายตัวได้ ต้องเป็นพระราชาถึงจะมีกำลังทรัพย์พอ อีกทั้งลูกและพระชายา ต่างก็มาออกบวชเพราะต้องการติดตามพระเวชสันดรเท่านั้น ตอนเดินทางมาอยู่ป่าก็ใช้เส้นทางผ่านเมืองใหญ่มีผู้คนพบเห็นมากมาย การที่ชูชกจะไปขอลูกของพระเวชสันดร พระบิดาของพระเวชสันดรย่อมรู้อยู่แล้ว เพราะคนเป็นปู่ย่อมห่วงหลาน ย่อมเฝ้าดูอยู่ตลอด ยิ่งเป็นราชา ข้าราชมากมาย พระเวชสันดรก็ต้องรู้ข้อนี้ดี จึงยกให้ชูชกก็เหมือนส่งลูกกลับบ้าน การที่ลูกต้องหนีเพราะจริงๆต้องการอยู่กับพ่อ แต่ถ้าอยู่กับปู่จะสุขสบายกว่า ทานบารมีคือการให้ การให้คือการละซึ่งสิ่งที่ยึดถือ รักใคร่ หวงแหน การยกลูกให้ชูชกนั้นมองได้หลายอย่าง แต่ถ้ามองเป็นการส่งลูกกลับบ้าน ก็ยังถือว่ายิ่งใหญ เพราะธรรมชาติ ของคนต้องการอยู่กับคนที่ตนรัก คนย่อมมีความเห็นแก่ตัวเป็นธรรมดา


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 53 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 3 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร