วันเวลาปัจจุบัน 21 ม.ค. 2018, 13:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

✿ จะกี่ครั้ง กี่คราว…. เจ้าขมัง
ล้วนลงนั่ง ฟังธรรม…. ฉ่ำภาษา
สำรวมจิต คิดตาม…. งามจิตา
ที่อยากฆ่า พามลาย…. สลายลง

✿ เทวทัต ขัดแค้น… แผนล้มเหลว
เหมือนไฟเปลว เผาเน้น…. เป็นผุยผง
แกล้งทำดี หมายได้…. ใกล้พระองค์
รู้เหมหงส์ ทรงดำเนิน…. เดินทางใด

✿ แล้วแฝงกาย ป่ายปีน…. "คิชฌกูฏ"
เป็นยมทูต ฆ่าองค์…. ตรงไศล
กลิ้งก้อนหิน หมิ่นเหม่…. เทลงไป
หินก้อนใหญ่ กลับกระแทก…. แหลกสิ้นดี

✿ แต่ก้อนหนึ่ง ถึงองค์…. ตรงพระบาท
โลหิตชาด สาดแดง…. เป็นแสงสี
"อนันตริยกรรม"…. ซ้ำย่ำยี
โลหิตนี้ ที่ไหล…. คล้ายโซ่ตรวน

✿ จะฉุดราก กระชากร่าง…. ห่างธรรมศรี
แสนล้านปี อย่าหมาย…. จะได้สรวล
"พุทธโลหิตุบาท"…. ราษฎร์คร่ำำครวญ
ทุกผู้ล้วน กร่นด่า…. อยากฆ่ามัน

เมื่อแผนการของพระเทวทัตในการปลงพระชนม์ของพระพุทธเจ้าขั้นแรก คือ จ้างนายขมังธนูลอบสังหารได้ล้มเหลวลง พระเทวทัตจึงลงมือทำเอง คือ แอบขึ้นไปบนยอดเขาคิชฌกูฏ เพราะพระเทวทัตทราบได้แน่นอนว่า ขณะนั้นพระพุทธเจ้าเสด็จประทับอยู่เชิงเขาเบื้องล่าง พระเทวทัตจึงกลิ้งก้อนหินใหญ่ลงมา หมายให้ทับพระพุทธเจ้า ก้อนหินเกิดกระทบกัน แล้วแตกเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย สะเก็ดหินก้อนหนึ่งกระเด็นปลิวมากระทบพระบาทพระพุทธเจ้า จนทำให้พระโลหิตห้อขึ้น

นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่พระผู้มีพระภาค ต้องประสบอันตรายถึงเสียพระโลหิตจากพระกาย เพราะพระเทวทัตกระทำ “อนันตริยกรรมพุทธโลหิตุบาท”

อนันตริยกรรมมี ๕ ได้แก่ (กรรมหนักที่สุดฝ่ายบาปอกุศลซึ่งให้ผล)
๑. มาตุฆาต
๒. ปิตุฆาต
๓. อรหันตฆาต
๔. โลหิตุปบาท (ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงพระโลหิตห้อขึ้นไป)
๕. สังฆเภท (ยังสงฆ์ให้แตกกัน, ทำลายสงฆ์)


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• “เปสการีธิดา”…. ครามาถึง
แม่น้ำผึ้ง จึงส่งหลอด…. สอดมาให้
พ่อหลับอยู่ มิรู้ความ…. ยามตกใจ
กระชากฟืม เข้าใส่…. ในอกนาง

• พ่อร่ำไห้ ใจจะขาด…. อนาถจิต
ด้วยความผิด ติดอยู่…. มิรู้ร้าง
แม้ปลงศพ ครบวัน…. ไม่ยอมจาง
จึงเยื้องย่าง กราบบาท…. ศาสดา

• ธ ทรงแจ้ง แฝงธรรม…. นำให้รู้
ตัวแม่หนู ลูกเจ้า…. เขาไปฟ้า
พบแสงธรรม นำทาง…. อย่างโสดา
หยุดไขว่คว้า หาเหตุ…. สมเพชตน

• อันธรรมดา โลกนี้…. มีสัตว์ร้าย
ต่างขวนขวาย หมายฆ่า…. ทุกแห่งหน
เจ้าตัวร้าย "สังสารวัฏ"…. งัดเล่ห์กล
เป่ามนต์พ่น ดลใจ…. ให้หลงมัน

• อาตมา ลาแล้ว…. แจวจากป่า
สู่มรรคา ธรรมสร้าง…. วางโศกศัลย์
ทิ้งทุกอย่าง สร้างทาง…. วางจาบัลย์
พร้อมบุกบั่น นำคน…. ให้พ้นภัย

• ช่างทอหูก สร่างโศก…. โยคทุกข์ทิ้ง
พระธรรมสิง หิ้งใจ…. ให้อาศัย
จึงขอบวช สวดตัด…. ปัดอาลัย
มินานไซร้ อรหันต์…. ทันท่วงที

จบพระธรรมเทศนา ธิดาช่างหูก “เปสการีธิดา” ได้บรรลุโสดาปัตติผล กราบถวายบังคมพระพุทธองค์ รีบนำกระเช้าด้ายหลอดไปให้บิดา บิดารอนางอยู่นาน จนม่อยหลับคาหูกทอผ้า มือข้างหนึ่งจับฟืมอยู่ นางไปถึง นึกว่าพ่อไม่หลับ ยื่นกระเช้าด้ายเข้าไปให้ บิดานางสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ กระชากฟืมเข้ามาหาตัว ปลายฟืมกระทบยอดอกลูกสาวเข้าถนัดถนี่ นางล้มลง สิ้นใจทันที ยังความเศร้าโศกเสียใจให้เกิดแก่บิดาหาประมาณมิได้

เขาเผาศพนางแล้ว เข้าไปเฝ้าพระพุทธองค์ เล่าเรื่องราวให้ทรงทราบด้วยความโศกเศร้าเสียใจ พระ พุทธองค์ตรัสปลอบเขาว่า อย่าเสียใจเลย ธิดาของเธอไปดีแล้ว ถ้านางไม่พบตถาคตก่อน นางก็จะมีคติที่ไปไม่แน่นอน แต่นางได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันแล้ว มีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ชีวิตนางไม่สูญเปล่า

พระศาสดาทรงปลอบนายช่างหูกว่า “อย่าเศร้าโศกเลย ในสังสารวัฏอันมีเบื้องต้น และเบื้องปลายอันบุคคลไม่อาจรู้ได้นี้ น้ำตาของท่านที่หลั่งไหลออกมา ในสังสารวัฏนี้เพราะมรณกรรมแห่งธิดามีประมาณ ยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทรเสียอีก ดูก่อนเปสกะ จงบรรเทาความโศกเสียเถิด สังสารวัฏอันยาวนานนี้ระดะไปด้วยความทุกข์นานาประการ สุดที่ใครจะกำหนดได้ เช่น

- ความทุกข์ในการแสวงหาอาหาร
- ความทุกข์เพราะความป่วยไข้
- ความทุกข์เพราะความชรา
- ความทุกข์เพราะการวิวาทกัน
- ความทุกข์เพราะกิเลสเผาผลาญ
- ความทุกข์เพราะพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักเริงใจ
- ความทุกข์เพราะไม่ได้สัตว์และสังขารตามปรารถนา
- ความทุกข์เพราะต้องบริหารขันธ์ คือร่างกายอันเป็นเหมือนเด็กอ่อนอยู่เสมอนี้

“ดูก่อนเปสกะ ทางแห่งสังสารวัฏเป็นทางที่น่ากลัวเพราะมีภัยต่างๆ เสมือนบุคคลหลงเข้าสู่ป่าลึกซึ่งเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนนานาชนิด จึงควรหาทางออกจากป่าคือสังสารวัฏนี้ เราตถาคตได้เดินออกจากสังสารวัฏแล้วและชักชวนคนทั้งหลายให้เดินออกด้วย บัดนี้ธิดาของท่าน ได้สำเร็จโสดาปัตติผลแล้ว ได้เห็นทางออกจากสังสารวัฏแล้ว เธอมีคติแน่นอน ไม่ตกต่ำแล้ว ท่านเบาใจเสียเถิด”

นายช่างหูกนั้นสดับพระพุทธพจน์อันมี เหตุผล บรรเทาความโศกได้แล้ว ขอบรรพชาอุปสมบทแล้ว ไม่นานนักได้สำเร็จอรหัตผลเป็นพระอรหันต์


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

• มีคราหนึ่ง ธ ยั้ง…. ยังวิหาร
"เชตวัน" ตระการ…. สาวัตถี
“สันตติมหาอำมาตย์”…. ปราชญ์ธานี
ไล่ศัตรู ขู่หนี…. ที่ชายแดน

• "พระเจ้าปเสนทิโกศล"
มอบบัดดล ให้ลอง…. ครองแว่นแคว้น
กำหนดไว้ เจ็ดวัน…. ครองเมืองแมน
ได้ควงแขน หญิงงาม ….สามธาตรี

• ครบเจ็ดวัน แต่งองค์…. ทรงคชสาร
แสนสราญ ผ่านพบ…. นบชินสีห์
ธ แย้มยิ้ม พริ้มรับ…. กับเสนีย์
อานนท์คลี่ คำตาม…. ถามเร็วพลัน

• ทรงยิ้มรับ กับอำมาตย์ ….คาดสิ่งไหน
ธ แย้มนัย ให้รู้…. ดูสิ่งนั้น
ธรรมโอสถ บทเดียว…. เหนี่ยวชีวัน
อรหันต์ เขาจะได้…. ในทันที

• จะนิพพาน บนฟ้า…. เวหาหาว
สูงเจ็ดตาล ต่อพราว…. ขาวด้วยศรี
พวกทิฐิ ประชาชน…. คนไม่ดี
ส่ายหน้าหนี ไม่เชื่อคำ…. องค์สัมมา

• เจ้านงราม งามงด…. หมดสิ้นศรี
กลายเป็นผี ตายลง ….ที่ตรงหน้า
อำมาตย์ โศกเศร้า…. เหงาวิญญา
ปรารถนา คลายทุกข์…. ที่ซุกใจ

• จึงน้อมนบ ซบกราบ…. ทาบบาทเจ้า
ช่วยลบเงา เหงานี้…. มีสดใส
ธ ทรงแจ้ง แห่งเปิด…. เกิดที่ใด
เพราะหลงใหล ในรูปเงา…. จึงเศร้านาน

• จะกี่ภพ กี่ชาติ…. ปรารถนา
ยามพบหน้า นางก็ตาย…. สลายหวาน
หากรวบรวม น้ำตา…. มากับกาล
เพียงพอผ่าน ปานวาีีรี…. ที่โลกา

• หยุดอาลัย “ใช้สติ”…. ดำริใหม่
“ขันธ์” ทั้งหลาย สลายสิ้น…. อย่าดิ้นหา
จง “วาง” ทิ้ง “สิ่งลวง”…. “ถ่วงจิตา”
เลิกผวา หาบ่วง…. ที่ถ่วงใจ

• "สันตติ" คิดตาม…. ข้ามความเศร้า
จึงลบเงา มารศรี…. ที่หลงใหล
พบแสง "พอ" อรหันต์…. ในทันใด
ด้วยความใส ในจิต…. จึงพิศเป็น

• ท่านรู้มอง ต้องตาย…. ในวันนี้
ธ ทรงชี้ คลี่ธรรม…. นำคนเห็น
เป็นบุญพา ให้เจ้า…. เข้าที่เย็น
เถระเผ่น เหิรฟ้า…. ว่าบุพกรรม

• ครั้นเล่าจบ นบไหว้…. ร่ายเตโช
เพลิงอักโข เผาร่าง…. สร้างธาตุล้ำ
ธ ปรารถนา ให้ชน…. คนจดจำ
จึงให้ทำ สถูปไว้…. ใช้บูชา

สมัยหนึ่งพระพุทธเจ้าประทับ อยู่ ณ.พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี ครั้งนั้นเกิดมี ข้าศึกศัตรูมาประชิดชายแดนของของพระเจ้าปเสนทิโกศล พระองค์จึงส่ง “สันตติมหาอำมาตย์” ยกกองทัพไปปราบ เขาสามารถปราบข้าศึกได้ โดยเรียบร้อยแล้วยกกองทัพกลับมา

พระราชาทรงพอพระหฤทัย ได้พระราชทานราชสมบัติให้เขาครอบครอง ๗ วัน และได้พระราชทานนางหญิงนักร้องนักเต้นรำงามเลิศนางหนึ่งให้บำเรอเขา สันตติมหาอำมาตย์พร้อมทั้งบริวารฉลองความสำเร็จด้วยการกิน การดื่ม การเต้นรำอย่างสนุกสนาน เขาเมาสุราตลอด ๖ วัน ในเช้าวันที่ ๗ เขาประดับร่างกายด้วยเครื่องอลังการทั้งปวง แล้วขึ้นคอช้างเชือกประเสริฐไปสู่ท่าน้ำ เพื่ออาบน้ำในแม่น้ำพร้อมทั้งบริวารอันยิ่งใหญ่ ขณะนั้นพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระภิกษุสงฆ์จำนวนมากเสด็จบิณฑบาตอยู่ระหว่าง ประตูเมืองสารวัตถี เขาเห็นพระองค์แล้วก้มศีรษะถวายบังคม

พระศาสดาทรงยิ้มรับเขา พระอานันทะเห็นเช่นนั้นจึงกราบทูลถามว่า "พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ทรงยิ้มด้วยเหตุอันใด” พระองค์ทรงตรัสว่า “อานันทะ เธอจงดู สันตติมหาอำมาตย์ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการงามสง่านั่นสิ วันนี้เขาจะมาหาเรา จะบรรลุอรหันต์ในพระคาถาบทเดียว แล้วนั่งบนอากาศสูง ๗ ชั่วต้นตาลปรินิพพาน” มหาชนทั้งหลาย และพวกมิจฉาทิฐิได้ฟังพระศาสดาตรัสกับพระเถระ แล้วไม่เชื่อ

หญิงบำเรอผู้มีเรือนร่างอรชรอ่อนแอ้นก็เต้นรำขับกล่อมเขา ด้วยความเหน็ดเหนื่อยกับการเต้นรำบำเรอมาตลอด ๗ วัน และเพราะการควบคุมอาหารเพื่อรักษาทรวดทรงให้งามระหง ก็เป็นลมล้มลง สิ้นใจตาย สันตติมหาอำมาตย์ตกใจ คนทั้งหลายกล่าวว่า “นางตายแล้ว”

เขาเศร้าโศกเสียใจอย่างแรง ที่เมาสุรามาตลอด ๗ วันก็สร่างเมา เขาคิดว่า “คนอื่นนอกจากพระตถาคะตะเสีย ไม่มีใครที่จะทำความเศร้าโศกของเราให้ดับได้” เขาจึงเข้าเฝ้าพระศาสดาในเวลาเย็นพร้อมทั้งบริวาร ถวายบังคมพระองค์แล้วนั่งทูลเล่าให้พระองค์ทรงสดับและทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความโศกปานนี้เกิดแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์จงทรงเป็นที่พึ่งแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด”

พระศาสดาตรัสว่า “อย่าโศกไปเลยสันตติ... เธอมาหาเรานี้เป็นการมาดีแล้ว เราสามารถดับความเศร้าโศกของเธอได้แน่นอน” พระองค์ทรงตรัสว่า....

“ดูก่อนสันตติ ตลอดวัฏฏะสังสาระอันยาวนานที่เธอเวียนว่ายตายเกิด แล้วเธอได้พบหญิงนางนั้น หล่อนก็ตายด้วยอาการอย่างนั้น น้ำตาที่หลั่งไหลเพราะร้องให้ถึงนางชาติแล้วชาติเล่า รวมๆกันแล้วมากกว่าน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ (ทั้งโลก) น้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่ได้มากกว่าน้ำตาของเธอเลย ควรหรือยังที่เธอจะเบื่อหน่าย ควรหรือยังที่เธอจะคลายกำหนัด ควรหรือยังที่จะพ้นไปเสียจากสังขารทั้งปวง ?”

“สันตติ เอย วัฏฏะสังสาระอันยาวนาน หาที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกางกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ย่อมท่องเที่ยวเวียนเกิดเวียนตายอยู่ หาที่สุดเบื้องต้นไม่ปรากฏ” พระองค์ทรงตรัสพระคาถาว่า

“กิเลสเครื่องกังวลใจในกาลก่อนเธอจง กำจัดให้เหือดแห้งไป กิเลสเครื่องกังวลใจ จงอย่ามีแก่เธอในภายหลัง ถ้าเธอจะไม่ยึดถือขันธ์ในท่ามกลาง เธอจะเป็นผู้สงบเที่ยวไป”

เมื่อจบพระคาถา สันตติมหาอำมาตย์ก็บรรลุอรหันต์ ท่านพิจารณาดูอายุสังขาร ของตนเองทราบว่าหมดอายุแล้ว จึงกราบทูลลาพระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงเห็นเป็นโอกาสที่จะกระทำความกระจ่างแจ้งแก่มหาชนพวกมิจฉาทิฐิ ที่มาประชุมกันแล้วได้ฟังบุพกรรมที่สันตติมหาอำมาตย์ทำแล้วจะเกิดบุญเป็นอัน มาก จึงทรงตรัสว่า “ก่อนที่เธอจะปรินิพพาน จงเล่าบุพกรรมในอดีตชาติที่เธอทำแล้ว แก่เราและมหาชนทั้งหลาย เมื่อจะเล่าจงอย่านั่งบนพื้นดินเล่า จงนั่งบนอากาศสูง ๗ ชั่วต้นตาลเล่าเถิด” เขากราบทูลว่า “ดี พระเจ้าข้า” ถวายบังคมพระศาสดา แล้วเหาะขึ้นสู่อากาศนั่งบนบัลลังก์แก้ว ๗ ประการ สูง ๗ ชั่วต้นตาล

ทูลเล่าบุพกรรมของตนแล้วได้เข้าเตโชธาตุปรินิพพาน เปลวไฟเกิดขึ้นในสรีระไหม้เนื้อหนัง เอ็นกระดูกและโลหิตทั้งหลายแล้ว เหลือสรีระธาตุงามดุจดอกมะลิ พระศาสดาทรงคลี่ผ้าขาว สรีระธาตุทั้งหมดก็ร่วงลงบนผ้าขาวนั้น พระองค์ทรงห่อสรีระธาตุเหล่านั้น แล้วรับสั่งให้สร้างสถูป (เจดีย์) บรรจุสรีระธาตุเหล่านั้นไว้ที่ทาง ๔ แพร่ง ด้วยพระประสงค์ว่า “มหาชนกราบไหว้บูชาแล้วจะเป็นบุญ”


ร้อยกรอง “ภาพพุทธประวัติ” โดย นก พลัดถิ่น

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 มิ.ย. 2013, 19:58 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
ผู้จัดการ
ผู้จัดการ
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มี.ค. 2006, 17:34
โพสต์: 6859

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว www


รูปภาพ

.....................................................
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัว


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 108 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 4, 5, 6, 7, 8  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร