วันเวลาปัจจุบัน 23 ก.พ. 2019, 07:50  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


- สถานที่ปฏิบัติธรรม
แนะนำรายชื่อสถานที่ปฏิบัติธรรมกรรมฐานทั่วประเทศ
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=9

- รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า
http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=30



กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 มิ.ย. 2012, 09:10 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออนไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4813

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


โอวาทธรรม
ของ
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์
(พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร)

วัดอโศการาม อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
แสดงธรรมเทศนาอบรมสมาธิ
ไว้เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๙


รูปภาพ

:b42: :b42:

พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงความไม่สะอาด สิ่งปฏิกูลต่างๆ ในร่างกายว่า

"ความเปื้อนเปรอะเหล่านี้เราไม่รังเกียจ
เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยธรรมดาของร่างกาย
แต่ความเปื้อนเปรอะสกปรกอันเกิดขึ้นเพราะบุคคลกระทำชั่วแล้ว
นั่นจึงเป็นสิ่งที่เราตถาคตย่อมรังเกียจ"


:b42: :b42:

ความไม่สะอาดที่ผิดธรรมชาติ คือ "ความชั่ว"
อันนี้แหละสกปรกโสมมมาก ไม่ว่าจะอยู่ในที่ใดๆ
เมื่อใครประพฤติชั่วช้าลามก ปราศจากเสียซึ่งศีลธรรมแล้ว
ก็ย่อมได้ชื่อว่า เป็นคนสกปรกอยู่เสมอ นักปราชญ์ก็ตำหนิ คนดีก็ยกโทษ
เหตุนั้นพระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้บุคคลทำร่างกายให้สะอาด
โดยให้ยกเว้นการกระทำชั่วทั้งหลาย

"ความชั่ว" ไม่ใช่ของธรรมดาที่เกิดขึ้นในตนเอง
เพราะเราต้องทำมันจึงจะชั่ว ถ้าไม่ทำ มันก็ไม่เกิด
นี่จึงเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติ


ความไม่สะอาดอันนี้ย่อมเกิดขึ้นได้โดย ๓ ประการ คือ
๑) เกิดจากความประพฤติอย่างหนึ่ง
๒) เกิดจากการบริโภคอย่างหนึ่ง
๓) เกิดจากการคบคนชั่วอย่างหนึ่ง

๑) เสียในส่วนความประพฤติ

๑.๑) "ปาณาติบาต" ที่เป็นไปในความประพฤติก็คือ
คนที่ไม่มีศีล ๕ ชอบฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ กดขี่ ข่มเหงทรกรรม
บางคนก็ถึงกับฆ่าประหัตประหารกันโดยปราศจากความเมตตาปราณี
นี่เรียกว่า "ปาณาติบาต" ข้อหนึ่ง

๑.๒) "อทินนาทาน" ลักฉ้อ คดโกงปกปิดสิ่งของของคนอื่น
ซึ่งเป็นสิ่งอันไม่จำเป็นแก่พุทธบริษัทที่เป็นนักบุญเลย

๑.๓) "กาเม สุมิจฉาจาร"
ประพฤติผิดล่วงละเมิดในสามีภรรยาของคนอื่น

๑.๔) "มุสาวาท" กล่าวเท็จ ล่อลวง อำพราง

๑.๕) "สุราเมรยะ" ดื่มน้ำเมาต่างๆ อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท

เมื่อความประพฤติเหล่านี้มีในบุคคลผู้ใด
ก้ได้ชื่อว่า ความสกปรกโสโครกเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้นั้น
นี่เป็นความประพฤติชั่วทางกาย เรียกว่า "กายกรรม"
บางทีก็ชั่วใน "วจีกรรม" เช่น "มุสาวาท" พูดคำไม่จริง
"ปิสุณาวาท" พูดส่อเสียด "ผรุสวาท" พูดคำหยาบ
"สัมผัปปลาปวาท" พูดเพ้อเจ้อ เหลวไหล หาสาระประโยชน์มิได้

เหล่านี้เป็นความเปื้อนสกปรกที่นักปราชญ์ท่านติเตียน
กายก็เปื้อน วาจาก็เปื้อน ธรรมของที่เปื้อนนั้นมันย่อมหนักกว่าของที่สะอาด
สังเกตดูเสื้อผ้าเก่าๆ ที่สกปรกนั้น เมื่อจับดูจะรู้สึกว่า หนักกว่าผ้าดีๆ
และเมื่อของนั้นมันสกปรกและหนักอย่างนี้ก็ย่อมหยิบยาก ใช้ยาก จะใช้ก็ไม่อยากใช้
จะหยิบก็ไม่อยากหยิบเพราะรู้สึกขยะแขยงรังเกียจ ไม่อยากให้ถูกมือเปื้อนเลย

คนเราก็เช่นเดียวกัน ถ้าใครทำความชั่วมากๆ แล้ว
กายนั้นก็หนักไปไหนไม่รอด
เช่น คนทำชั่วคิดจะไปวัดก็ให้รู้สึกว่า มันหนักแข้งหนักขาเสียเหลือเกิน
ไม่กล้าจะไปเพราะอายเขาบ้าง เพราะกลัวคนเขาจะรู้จะเห็นในความชั่วของตัวบ้าง
ใจก็หนัก กายก็หนัก ยิ่งทำความชั่วหนาก็ยิ่งหนักขึ้นทุกที เลยไปไม่ได้
นี่เป็นความสกปรกเลอะเทอะในร่างกายซึ่งเป็นความเสียในส่วนความประพฤติ

๒) เสียในการบริโภค

ได้แก่ อาหารการกินต่างๆที่บริโภคเข้าไปนั้น
ได้มาจากสิ่งที่เป็นบาปเป็นกรรมต่างๆ
หรือมิฉะนั้นบางคนความประพฤติก็ไม่เสีย การบริโภคก็ไม่เสีย
แต่เครื่องอุปโภคใช้สอยนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี
เช่น รับซื้อของโจร หรือได้มาจากการทุจริตต่างๆ

๓) เสียในการคบคนชั่ว

บางคนก็ไม่เป็นอย่างนั้น การบริโภคก็ดี การอุปโภคก็ดี
แต่ชอบคบคนชั่วเป็นมิตรสหาย
อย่างนี้พระพุทธเจ้าก็ทรงตำหนิในส่วนร่างกาย

ถ้าแก้ไขร่างกายดีแต่ใจสกปรก คือ ดวงจิตไม่มีเมตตาพรหมวิหาร
จิตชอบเกลียด โกรธ พยาบาท
หรือ คิดนึกตริตรองไปในทางชั่ว ใจนั้นก็ย่อมประกอบด้วยอาสวกิเลส
คือ มีนิวรณ์ ๕ อย่างเข้าครอบงำ
เช่น กามฉันทะ, พยาปาทะ, ถีนมิทธะ, อุทธัจจกุกกุจจะ, วิจิกิจกฉา เป็นต้น
ถ้านิวรณ์ทั้ง ๕ ประการนี้ เกิดขึ้นในดวงจิตของผู้ใดแล้ว
ดวงจิตซึ่งเป็นไปนั้น ก็เป็น "อกุศลจิต" คิดทำความชั่วต่างๆ ได้

เหตุนั้น ท่านจึงสอนให้เจริญภาวนา ให้วิตกไปในทางบุญทางกุศล
เป็น "พุทธานุสติ" คือ ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า
"ธัมมานุสติ" ระลึกถึงพระธรรม คำสั่งสอนของพระองค์
และ "สังฆานุสติ" ระลึกถึงความปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบของพระสงฆ์
๓ อย่างนี้เรียกว่า เป็นของง่ายๆ ซึ่งพวกเราทุกคน
ควรกระทำกันได้โดยไม่น่าจะลำบากใจเลย


คนที่มีความประพฤติชั่ว เมื่อทำชั่วทางกาย กายก็สกปรก
เมื่อกล่าวชั่วทางปาก ปากก็สกปรก
เมื่อคิดชั่วทางใจ ใจก็สกปรก
ความชั่วนี้เป็น "กัณหธรรม" คือ ธรรมดำ
เมื่อบุคคลใดมีกัณหธรรม ก็จะต้องเดินลงไปสู่ที่ต่ำ คือ "กองทุกข์"
อันเป็นความมืดมิด หมดอิสระ หมดความเจริญทุกประการ

ส่วนบุคคลผู้มีความประพฤติดี
เป็น "สุกกธรรม" คือ ธรรมขาว ก็จะต้องมีแต่ความสุข
ความเจริญงอกงาม ตายไปก็ได้ไปบังเกิดในที่สูง
เช่น สวรรค์ และพรหมโลก เป็นต้น


:b44: :b44:

คัดลอกจาก...
หนังสือแนวทางปฏิบัติวิปัสสนา-กัมมัฏฐาน ๒
พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์
(พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร)

พิมพ์เผยแพร่โดย ชมรมกัลยาณธรรม หน้า ๑๑๖-๑๒๒


:b47: รวมคำสอน “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38679

:b47: ประวัติและปฏิปทา “ท่านพ่อลี ธมฺมธโร”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21381

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 ส.ค. 2012, 15:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2244

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Hanako เขียน:
๓.) เสียในการคบคนชั่ว

บางคนก็ไม่เป็นอย่างนั้น การบริโภคก็ดี การอุปโภคก็ดี
แต่ชอบคบคนชั่วเป็นมิตรสหาย
อย่างนี้พระพุทะเจ้าก็ทรงตำหนิในส่วนร่างกาย

ถ้าแก้ไขร่างกายดีแต่ใจสกปรก คือดวงจิตไม่มีเมตตาพรหมวิหาร
จิตชอบเกลียด โกรธ พยาบาท

หรือ คิดนึกตริตรองไปในทางชั่ว ใจนั้นก็ย่อมประกอบด้วยอาสวกิเลส
คือ มีนิวรณ์ ๕ อย่างเข้าครอบงำ
เช่น กามฉันทะ, พยาปาทะ, ถีนมิทธะ, อุทธัจจกุกกุจจะ, วิจิกิจกฉา เป็นต้น
ถ้านิวรณ์ทั้ง ๕ ประการนี้ เกิดขึ้นในดวงจิตของผู้ใดแล้ว
ดวงจิตซึ่งเป็นไปนั้น ก็เป็น "อกุศลจิต" คิดทำความชั่วต่างๆได้
:b8: :b8: :b8:
ศีล กับ เมตตา เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ท่านว่า ผู้มีเมตตาย่อมเป็นผู้มีศีล

ผู้มีเมตตา คือ ผู้ไม่ขึงโกรธ ไม่คิดเล็กคิดน้อย
ไม่ขุ่นเคืองง่าย ๆ และไม่อาฆาตพยาบาท

ผู้มีเมตตา ให้อภัยง่าย หน้าตาผ่องใส ผิวพันธุ์งาม
ใครก็อยากใกล้ชิด ใคร ๆ ก็อยากอยู่ใกล้

เพราะผู้มีเมตตา เป็นผู้เย็นสงบเสมอ ...

:b1:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 พ.ย. 2013, 23:12 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:18
โพสต์: 103

สิ่งที่ชื่นชอบ: การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง
อายุ: 0
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์ rolleyes


:b42: กราบอนุโมทนาบุญ พุทธังรักษา ธัมมังรักษา สังฆังรักษา ท่านใดมีทุกข์ขอให้พ้นทุกข์ ท่านมีความสุขขอให้มีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะเจ้าค่ะ tongue tongue tongue Kiss

.....................................................
“การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง”

เราต่างเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา...เพราะพระพุทธศาสนาจริง ๆ
ดีได้เพียงนี้ ไม่ดีน้อยกว่านี้...เพราะพระพุทธศาสนา
ร้ายเพียงเท่านี้ ไม่ร้ายไปกว่านี้...เพราะพระพุทธศาสนา
เราจะไม่เป็นเช่นนี้
“ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรรักษาตนนั้นให้ดี”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 25 ก.ย. 2015, 05:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 8
สมาชิก ระดับ 8
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 05:25
โพสต์: 626


 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 ม.ค. 2016, 17:03 
 
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2012, 15:32
โพสต์: 1529


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 ม.ค. 2019, 09:34 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1650

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร