วันเวลาปัจจุบัน 18 พ.ย. 2018, 00:04  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


กฎการใช้บอร์ด


รวมกระทู้จากบอร์ดเก่า http://www.dhammajak.net/board/viewforum.php?f=28



กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 30 ม.ค. 2009, 11:13 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.ย. 2008, 16:30
โพสต์: 412


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ
หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระครูภาวนาวิสุทธิ์

--------------

เทวดา กับ การสวดมนต์
:: พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)

“หลวงพ่อครับ กระผมอยากทราบความคิดเห็นของหลวงพ่อ
ที่มีต่อเทวดาที่เขาสวดชุมนุมเทวดานั้น จะมีจริงหรือไม่”


หลวงพ่อจรัญ ท่านตอบในทันทีว่า “อาตมาเชื่อ ทำไมจึงเชื่อ อาตมาจะเล่าให้ฟัง”

แต่เดิมนั้นอาตมาไม่เคยเชื่อเรื่องเทวดา เพราะอาตมาไม่เคยสัมผัสนี่ แล้วอาตมาจะไปเชื่ออย่างไร ในเมื่อแม่ชีก้อนทอง ปานเณร อายุ ๘๗ ปี มาบอกกับอาตมาว่า เทวดามาสอนสวดมนต์

แม่ชีมาเรียนกรรมฐาน อาตมาสอนให้เดินจงกรม ให้พิจารณาเห็นหนอ แต่แม่ชีเดินจงกรมแล้วไปคิดถึงเทวดา ไปเพ่งเทวดาเข้า เทวดาก็มา แกก็เก็บเงียบไว้ แต่แล้วในที่สุดแกก็เก็บไม่ไหวต้องการให้มีใครสักคนได้รับรู้เอาไว้ แกจึงมาบอกอาตมาว่า “หลวงพ่อ ดิฉันเห็นเทวดาเจ้าค่ะ มาสอนสวดมนต์ให้ด้วยเจ้าค่ะ”

“เทวดาที่ไหนกับแม่ชีเอ๊ย อาตมาไม่เชื่อหรอก”

แต่แม่ชีก็ว่าไม่ได้โกหก อาตมาถามว่า “เทวดามาตอนไหนเล่า”

แม่ชีบอกว่า “พอดิฉันได้ยินนาฬิกาตี ๑๒ เป็นเวลาเที่ยงคืนเทวดาก็ปรากฏให้ดิฉันเห็น ไม่ได้มาเปล่านะคะ มาสอนให้ดิฉันสวดมนต์บทเมตตาใหญ่ ดิฉันจึงสวดได้”

อาตมาก็บอกให้แม่ชีไปถามเทวดาว่าอยู่ที่ไหน วันรุ่งขึ้นแม่ชีก็มาเล่าให้ฟังว่า เทวดาอยู่ที่ต้นพิกุล ต้นพิกุลที่ว่านี่ อาตมาถามผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้ เช่น หลวงสมานวนกิจ อธิบดีกรมป่าไม้ มาที่นี่ ในตอนที่แม่ชีเห็นเทวดาประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ หลวงสมานฯ ว่า อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี เทวดาบอกแม่ชีว่า เดิมอยู่บนสวรรค์ แล้วละเมิดกฎต่อนางฟ้าจึงถูกให้ลงมาอาศัยวิมานต้นพิกุลอยู่จนกว่าจะหมดกรรม แล้วก็บอกวันเวลาเอาไว้ชัดเจน อาตมาก็จดไว้แล้วก็เป็นจริง พอถึงเวลาก็เหมือนที่เทวดาให้สังเกตสังกา

อาตมาก็ให้แม่ชีไปถามเทวดาว่า ไปชวนมนุษย์สวดมนต์ทุกบ้านหรือไม่ เพราะอาตมาเริ่มจะเชื่อ เพราะบทเมตตาใหญ่ที่แม่ชีสวดนี่ อาตมาไปหาที่ไหนๆ ก็ไม่เจอ จนกระทั่งไปรู้ว่า สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ ได้นำเอาไปต่อท้ายพุทธมนต์พุทธาภิเษก และตำรับนั้นไปตกอยู่กับพระครูลมูล วัดสุทัศน์ฯ พระครูลมูลนี้เป็นศิษย์สมเด็จพระสังฆราชแพนะ ทำสมเด็จเนื้อผงดีมากนะ มีละก็เก็บเอาไว้ให้ดีเชียว

อาตมาไปขอตำรับมาตรวจสอบที่วัด ท่านพระครูลมูลบอกว่าไม่ได้ๆ ตำรับนี้ของอาจารย์ อาตมาให้ใครยืมไม่ได้ อาตมาก็บอกว่าไม่ได้เอาไปเลย แต่จะเอาไปสอบทานอะไรหน่อย แล้วก็เล่าความจริงให้ท่านฟัง ท่านก็ใจอ่อนบอกว่า เอ้าเอาไปเถอะให้ยืมเจ็ดวัน แล้วเอามาส่งคืนนะ

อาตมาก็เอามาเป็นตัวขอมทั้งนั้น อาตมาก็บอกแม่ชีว่า มาท่องให้อาตมาฟังหน่อย แม่ชีก็เริ่มท่อง ก็แกอายุ ๘๗ แล้วนี่นะ ก็ยานคางกว่าจะหลุดออกมาได้ตามประสาคนแก่

โยมเชื่อไหมล่ะว่า แม่ชีก้อนทอง คนนี้เป็นคนไม่รู้หนังสือ อ่านหนังสือไม่ออก ตัวขอมยิ่งไม่กระดิกใหญ่ แล้วเมตตาใหญ่ที่แกท่อง อาตมาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แกท่องด้วยความมั่นใจ อาตมาสอบกับต้นฉบับขอมของท่านพระครูลมูล ปรากฏว่าไงรู้ไหมโยม

“ตั้งแต่ตัวแรกจนตัวสุดท้ายไม่มีผิดเลย”


อาตมาถามว่าเทวดาไปชวนคนสวดมนต์ทุกบ้านหรือเปล่า

เทวดาบอกกับแม่ชีมาว่า “เปล่า บ้านไหนจัดที่บูชามีโต๊ะหมู่ มีพระพุทธรูปตั้งไว้ แล้วเจ้าของบ้านสวดมนต์ เทวดาก็มาร่วมสวดมนต์ด้วย พระพุทธรูปเหล่านั้นที่ไม่ได้เข้าพิธีอะไร เช่ามาบูชาจากเสาชิงช้า หากเจ้าของบ้านเอามาสวดมนต์ไหว้พระทุกวันด้วยใจศรัทธา เทวดามาสวดมนต์ หนักเข้าก็เลยเข้าสิงรักษาองค์พระเอาไว้ ก็เลยศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ ทำให้เกิดสิริมงคลในครัวเรือน”


หลวงพ่อพระพุทธโสธรนั้น คนกราบไหว้บูชากันมากเลยมีเทวดามารักษา ๑๖ องค์ ทำให้เกิดอภินิหารนานาประการ พระพุทธรูปสำคัญๆ ก็มีเทวดารักษาทั้งนั้นแหละ

เทวดาท่านว่าอย่างนั้น และเทวดาก็ว่าบ้านไหนมีพระพุทธรูปแค่ตั้งโชว์ เทวดาก็ไม่ไปสวดมนต์ เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยทำวัตรสวดมนต์ เทวดาก็ไม่มา ผ่านเลยไปเลย มาไม่ลงมาสวดมนต์ คนเราก็มีเทวดารักษา คนดีมีศีลธรรม เทวดาที่เป็นบัณฑิตรักษา ถ้าคนชั่วขี้เหล้าเมายาทำชั่ว เทวดาพาลพวกมิจฉาทิฐิก็มารักษา

อาตมาถามต่อไปว่าแล้ว “เวลาพระ สัคเค กาเม จะ รูเป เทวดาลงมาหรือไม่”

เทวดาว่า “รีบลงมา เทวดาบัณฑิตมาก่อน พอเห็นเจ้าภาพกินเหล้าเมาหงำกันในงานบุญก็เบ้หน้าแล้วกลับ เทวดาพาลก็เข้ามาแทนที่ เลยเกิดเรื่องเกิดราวตูมตามนั่นแหละ”


รูปภาพ
แม่ชีก้อนทอง ปานเณร วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี
--------------

:b44: รวมคำสอน “หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=77

:b50: ครูบาอาจารย์ทั้ง ๔ ของ “หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=38&t=48697

:b50: สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว)
สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร
:b8: :b8: :b8:
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=22&t=20378

:b50: ประวัติความเป็นมา หลวงพ่อโสธร หรือ “หลวงพ่อพุทธโสธร”
วัดโสธรวราราม วรวิหาร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา

http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=24&t=38565


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 ก.พ. 2009, 18:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 16:50
โพสต์: 175

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


ขออนุโมทนาสาธุด้วย :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 ก.พ. 2009, 00:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: คาถาที่เจ้าของกระทู้นี้พูดถึง คือ คาถามหาเมตตาใหญ่ (ซึ่งเทวดาที่สิงต้นพิกุลมาสอนให้แม่ชีคนนี้สวดมนต์ตาม) ซึ่งใช้สำหรับในงานพิธีพุทธาภิเษกเท่านั้น :b44: :b40:

.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.พ. 2009, 18:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2008, 20:09
โพสต์: 112


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 21:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ม.ค. 2009, 09:03
โพสต์: 81


 ข้อมูลส่วนตัว


แบบว่าอยากตอบช่วยกันอ่านและพิจารณาพระสูตรนี้ให้ดีว่าไม่ได้มีด้านเดียวและไม่ต้องสรุปว่านั้นคือถูก

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 73

๓. เรื่องพระเอกุทานเถระ [๑๙๖]

ข้อความเบื้องต้น

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระขีณาสพ

ชื่อว่าเอกุทานเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "น ตาวตา ธมฺมธโร" เป็นต้น

พวกเทวดาให้สาธุแก่เทศนาของพระเถระ

ได้ยินว่า พระเถระนั้น อยู่ในราวไพรแห่งหนึ่งแต่องค์เดียว. อุทาน

ที่ท่านช่ำชองมีอุทานเดียวเท่านั้นว่า:-

"ความโศกทั้งหลาย ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิต

มั่นคง ไม่ประมาท เป็นมุนี ศึกษาในทางแห่งโมน-

ปฏิบัติ ผู้คงที่ ระงับแล้ว มีสติทุกเมื่อ."

ได้ยินว่า ในวันอุโบสถ ท่านป่าวร้องการฟังธรรมเอง ย่อมกล่าว

คาถานี้. เสียงเทวดาสาธุการดุจว่าเสียงแผ่นดินทรุด. ครั้นวันอุโบสถวันหนึ่ง

ภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎก ๒ รูป มีบริวารรูปละ ๕๐๐ ได้ไปสู่ที่อยู่ของท่าน.

ท่านพอเห็นภิกษุเหล่านั้น ก็ชื่นใจ กล่าวว่า " ท่านทั้งหลายมาในที่นี้

เป็นอันทำความดีแล้ว, วันนี้ พวกกระผมจักฟังธรรมในสำนักของท่านทั้งหลาย."

พวกภิกษุ. ท่านผู้มีอายุ ก็คนฟังธรรมในที่นี้ มีอยู่หรือ ?

พระเอกุทาน. มี ขอรับ, ราวไพรนี้ มีความบันลือลั่นเป็น

อันเดียวกัน เพราะเสียงเทวดาสาธุการในวันฟังธรรม.


พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 74

พวกเทวดาไม่ให้สาธุการแก่เทศนาของภิกษุ ๒ รูป

บรรดาภิกษุ ๒ องค์นั้น
พระเถระผู้ทรงพระไตรปิฎกองค์หนึ่ง

สวดธรรม, องค์หนึ่งกล่าวธรรม. เทวดาแม้องค์หนึ่งก็มิได้ให้สาธุการ.

ภิกษุเหล่านั้น จึงพูดกันว่า " ท่านผู้มีอายุ ท่านกล่าวว่า ' ในวันฟังธรรม

พวกเทวดาในราวไพรนี้ ย่อมให้สาธุการด้วยเสียงดัง,' นี่ชื่ออะไรกัน ?"


พระเอกุทาน. ในวันอื่น ๆ เป็นอย่างนั้น ขอรับ, แต่วันนี้กระผม

ไม่ทราบว่า ' นี่เป็นเรื่องอะไร.'

พวกภิกษุ. ผู้มีอายุ ถ้าอย่างนั้น ท่านจงกล่าวธรรมดูก่อน.

ท่านจับพัดวีชนีนั่งบนอาสนะแล้ว กล่าวคาถานั้นนั่นแล. เทวดา

ทั้งหลายได้ให้สาธุการด้วยเสียงอันดัง.

พวกภิกษุติเตียนเทวดา

ครั้งนั้น ภิกษุที่เป็นบริวารของพระเถระทั้งสองงยกโทษว่า " เทวดา

ในราวไพรนี้ ให้สาธุการด้วยเห็นแก่หน้ากัน,
เมื่อภิกษุผู้ทรงพระไตรปิฎก

แม้กล่าวอยู่ประมาณเท่านี้, ก็ไม่กล่าวแม้สักว่าความสรรเสริญอะไร ๆ.

เมื่อพระเถระแก่องค์เดียวกล่าวคาถาหนึ่งแล้ว, พากันให้สาธุการด้วยเสียง

อันดัง."
ภิกษุเหล่านั้นแม้ไปถึงวิหารแล้ว กราบทูลความนั้นแด่พระ-

ศาสดา.

ลักษณะผู้ทรงธรรมและไม่ทรงธรรม

พระศาสดาตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เราไม่เรียกผู้เรียนมากหรือ

พูดมากว่า ' เป็นผู้ทรงธรรม ' ส่วนผู้ใดเรียนคาถาแม้คาถาเดียวแล้วแทง

ตลอดสัจจะทั้งหลาย, ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม"
ดังนี้แล้ว ตรัส

พระคาถานี้ว่า:-

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๔ - หน้าที่ 75

๓. น ตาวตา ธมฺมขโร ยาวตา พหุ ภาสติ

โย จ อปฺปมฺปิ สุตฺวาน ธมฺม กาเยน ปสฺสติ

ส เว ธมฺมธโร โหติ โย ธมฺม นปฺปมชฺชติ.

บุคคล ไม่ชื่อว่าทรงธรรม เพราะเหตุที่พูดมาก;

ส่วนบุคคลใด ฟังแม้นิดหน่อย ย่อมเห็นธรรมด้วย

นามกาย, บุคคลใด ไม่ประมาทธรรม, บุคคลนั้นแล

เป็นผู้ทรงธรรม."

แก้อรรถ

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาวตา เป็นต้น ความว่า บุคคลไม่

ชื่อว่าผู้ทรงธรรม เพราะเหตุที่พูดมาก ด้วยเหตุมีการเรียน และการ

ทรงจำและบอกเป็นต้น. แต่ชื่อว่าตามรักษาวงศ์ รักษาประเพณี.

บทว่า อปฺปมฺปิ เป็นต้น ความว่า ส่วนผู้ใดฟังธรรมแม้มีประมาณ

น้อย อาศัยธรรมะ อาศัยอรรถะ เป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

กำหนดรู้สัจจะมีทุกข์เป็นต้น ชื่อว่าย่อมเห็นสัจธรรม ๔ ด้วยนามกาย.

ผู้นั้นแล ชื่อว่าเป็นผู้ทรงธรรม.

บาทพระคาถาว่า โย ธมฺม นปฺปมชฺชติ ความว่า แม้ผู้ใดเป็นผู้มี

ความเพียรปรารภแล้ว หวังการแทงตลอดอยู่ว่า " (เราจักแทงตลอด)

ในวันนี้ ๆ แล" ชื่อว่าย่อมไม่ประมาทธรรม, แม้ผู้นี้ก็ชื่อว่าผู้ทรงธรรมเหมือนกัน.

ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย

มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.

เรื่องพระเอกุทานเถระ จบ.
:b3:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 เม.ย. 2009, 21:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2008, 17:20
โพสต์: 1855

แนวปฏิบัติ: อานาปานสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: THAILAND

 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: ธรรมะสวัสดี ท่าน

เคยได้ยิน เขาเล่าให้ฟังเหมือนกัน สมัยไป วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ยังรู้สึกทึ่งเลย
และเชื่อว่าเทวดามีจริง เรื่องเทวดามาฟังสวดมนต์นี่
พระอาจารย์ท่านอื่นก็เคยพูดถึงเหมือนกัน

:b44: ขอให้ท่านเจ้าของกระทู้เจริญในธรรม
:b44:

.....................................................
[สวดมนต์วันละนิด-นั่งสมาธิวันละหน่อย]
[ปล่อยจิตให้ว่าง-ชีวิตที่เหลือเพื่อธรรมะ]


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 เม.ย. 2009, 08:40 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 10
สมาชิก ระดับ 10
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 พ.ย. 2008, 12:29
โพสต์: 807

ที่อยู่: กรุงเทพฯ

 ข้อมูลส่วนตัว


**--ขอเสริมอีกนึดนึงครับ--** :b40:
เรื่องแรก เทวดาบอกว่า พระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์จะมีเทวดามาสถิตทุกองค์ไป เช่นพระพุทธโสธร ที่แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา (มีเทวดาหรือเทพชั้นสูงหลายองค์สถิตอยู่) พระพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก พระแก้วมรกต วัดพระแก้ว กรุงเทพมหานคร ฯลฯ สำหรับผู้ที่ไม่มีความเคารพศรัทธาในพระพุทธรูปของตนอย่างจริงจัง กล่าวได้ว่าแม้จะมีพระพุทธรูปเก่าแก่มีราคาแพง เช่นพระเชียงแสนโบราณ ก็หาประโยชน์อันใดมิได้ การไม่เคารพศรัทธาเลื่อมใสจะเห็นได้ทั่วไป คือ มีพระพุทธรูปล้ำค่าอยู่ในเรือนตน แต่ไม่เคารพกราบไหว้ ไม่แสดงสักการบูชาเป็นประจำ ไม่เคยสวดมนต์เลย เทวดาก็ไม่อยู่ด้วยแล้ว บางบ้านมีห้องพระก็จริง แต่ปล่อยให้เด็กๆ ลูกหลานเข้าไปนอนกันเขละขละ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหรือรู้อันใดควรไม่ควร แสดงกิริยาวาจาหยาบคาย ตึงตัง เทวดาท่านก็ไม่อยู่อีกเช่นกัน

ดูรายละเอียดเพิ่มได้ในนี้ครับ
ที่มา: http://www.dhammaforlives.com/story/00002.html :b39:
********************* ******************* *************


.....................................................
"มีสติเป็นเรือนจิต ใช้ชีวิตเป็นเรือนใจ ใช้ปัญญาเป็นแสงสว่างส่องทางเดินไปเถิด จะได้ล้ำเลิศในชีวิตของท่าน มีความหมายอย่างแท้จริง"
ในการปฏิบัติธรรม หลวงพ่อท่านบอกว่า ให้ตัดปลิโพธกังวลใจทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ลูก สามี ภรรยา ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง อย่าเอามาเป็นอารมณ์ จากหนังสือ: เจริญกรรมฐาน7วันได้ผลแน่นอน หัวข้อ12: ระงับเวรด้วยการแผ่เมตตา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 เม.ย. 2009, 22:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2009, 21:03
โพสต์: 24


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอสาธุ อนุโมทนา ด้วยนะคะ เชื่อคะว่าคนทำดีต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์รักษา :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 24 มิ.ย. 2009, 11:16 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 4
สมาชิก ระดับ 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มิ.ย. 2009, 17:52
โพสต์: 202

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เทวดาเขามีหน้าที่มาดูแลรักษามนุษย์เมื่อมนุษย์ทำดี เขาก็พลอยได้บุญไปด้วย ได้ยังไงเหรอก็อนุโมทนาบุญด้วยไง แต่เมื่อคนทำชั่ว ผิดศีลธรรม เทวดาเขาก็เหนื่อยหน่ายหนีไปเหลือไว้แต่พวกเลวๆ

เทวดาดีก็ย่อมรักษาคนดี
เทวดาเลวก็ย่มอเข้าใกล้คนเลวเป็นธรรมดา

เวลาทำบุญก็อุทิศให้เทวดาที่รักษาตัวเองด้วยสิ เมื่อรู้แล้วว่ามีเขาอยู่หนะ
นี่อะไรกัน เมื่อได้บุญแล้วไม่เคยอุทิศให้เขาเลย แต่พอตัวเองเดือดร้อนกลับ สวดอ้อนวอนขอให้เขาช่วย
นี่เขาเรียกว่า ไอ้พวกเห็นแก่ตัว

แต่อย่าลืมว่า เราผู้เป็นมนุษย์สามารถเป็นผู้วิเศษของเหล่าเทวดาได้ก็ด้วยการอุทิศบุญให้เขา ทีนี้เทวดาเมื่อได้บุญแล้วเขาก็มีกำลังขึ้นมีฤทธิ์ขึ้น สามารถบันดาลสุขให้เราได้ เขาก็จะเป็นผู้วิเศษกลับคืนมาให้เรา

สรรพสิ่งต้องพึ่งพาอาศัยกันไปจนกว่าจะหลุดพ้นโน่นแหละถึงจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครๆ อีก

คนที่เขาเห็น เขาย่อมเหนือกว่าคนธรรมดาแน่ๆ (จะบาปเหนือกว่าหรือบุญเหนือกว่าก็คิดเอานะ)
การเห็นผี เห็นเทวดา มันเป็นของยาก พิสูจน์ได้ยากเพราะมันเห็นได้เฉพาะตน พระพุทธเจ้าก็บอกไว้แล้วว่าสัตว์พวกนี้เขามีอยู่จริง

...............อ่านกันเยอะๆ นะพระไตรปิฎกหนะ อย่าไปมัวอ่านแต่ ประวัติครูบาอาจารย์องค์โน้นองค์นี้ ให้เสียเวลา อ่านพระไตรปิฎกไปเลยแน่นอนที่สุดและเพียงพอที่จะทำให้เรารู้ตามได้แน่นอน :b35:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 ก.ค. 2009, 00:28 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.ค. 2009, 21:32
โพสต์: 82

ที่อยู่: นครศรีธรรมราช

 ข้อมูลส่วนตัว


:b44: :b44: :b44: เคยไปปฏิบัติธรรมที่วัดนี้แล้ว ได้พบเจอรับรู้ธรรมหลายอย่าง อยากให้ญาติธรรมไปปฏิบัติกันบ้างค่ะ :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 09 ก.ย. 2011, 22:01 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ค. 2010, 13:18
โพสต์: 103

สิ่งที่ชื่นชอบ: การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง
อายุ: 0
ที่อยู่: กรุงเทพมหานคร

 ข้อมูลส่วนตัว


:b42: กราบอนุโมทนาบุญ ธรรมรักษา เทวดาคุ้มครองนะค่ะ tongue tongue tongue

.....................................................
“การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง”

เราต่างเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา...เพราะพระพุทธศาสนาจริง ๆ
ดีได้เพียงนี้ ไม่ดีน้อยกว่านี้...เพราะพระพุทธศาสนา
ร้ายเพียงเท่านี้ ไม่ร้ายไปกว่านี้...เพราะพระพุทธศาสนา
เราจะไม่เป็นเช่นนี้
“ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรรักษาตนนั้นให้ดี”


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 ก.ค. 2012, 22:57 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2011, 22:17
โพสต์: 6


 ข้อมูลส่วนตัว


สาธุคะ :b8: :b8: :b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ก.พ. 2015, 11:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 5
สมาชิก ระดับ 5
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ย. 2008, 09:20
โพสต์: 351


 ข้อมูลส่วนตัว


onion
:b8:
:b8:
:b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 มิ.ย. 2018, 09:23 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1719


 ข้อมูลส่วนตัว


:b8: :b8: :b8:
Kiss :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 ก.ย. 2018, 06:58 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1485

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b39: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 15 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร