วันเวลาปัจจุบัน 16 ก.พ. 2019, 14:34  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ค. 2013, 12:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 1827


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

มนตราแห่งรัก ๔ ประการ

โดย ท่านติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh)
คัดบางส่วนมาจาก...หนังสือเมตตาภาวนา


"อาจารย์ครับ มีมนตราเพื่อให้เราสามารถได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารัก
ในทางจิตวิญญาณหรือไม่ครับ โปรดถ่ายทอดให้ผมด้วยเถอะครับ"

"มีสิศิษย์รัก...เราจะถ่ายทอดมนตรา ๔ ประการ
สำหรับการอยู่กับคนที่เธอรักให้แก่เธอ"

ท่านติช นัท ฮันห์ พระเซนผู้เป็นคุรุทางจิตวิญญาณ
ตอบอย่างมีเมตตาแก่ศิษย์ผู้แสวงหาของท่าน...


:b51: มนตราข้อที่หนึ่ง
"ที่รัก ฉันอยู่ที่นี่เพื่อเธอ"


...ยามที่เธอรักใคร
เธอควรดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างแท้จริงเพื่อคนที่เธอรัก
เพราะของขวัญอันล้ำค่าสูงสุดที่คนเราสามารถกระทำให้ผู้อื่นได้
ก็คือปัจจุบันอันแท้จริงของเรา

"ฉันอยู่ที่นี่เพื่อเธอ" นี่คือมนตราที่เธอต้องเปล่งด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
เมื่อเธอสามารถตั้งจิต ทำให้กายและใจของเธอรวมเป็นหนึ่งเดียวได้
เธอจะสร้าง "ปัจจุบันที่แท้จริง" ของตัวเธอ และอะไรก็ตามที่เธอกล่าวขณะนั้นก็คือมนตรา

ดังนั้น มนตราจึงไม่จำเป็นต้องเป็นภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต หรือภาษาธิเบตแต่อย่างใด
เธอสามารถเปล่งมนตราด้วยภาษาของเธอเองได้ว่า

"ที่รัก ฉันอยู่ที่นี่เพื่อเธอ"

และถ้าเธออยู่ในปัจจุบันอย่างแท้จริง มนตราบทนี้จะสร้างปาฏิหาริย์
เธอจะเป็นตัวเธออย่างแท้จริง และผู้อื่นที่จะเป็นสิ่งจริงแท้ รวมทั้ง "ชีวิต" ด้วย

ชีวิตที่เป็นสิ่งจริงแท้ในปัจจุบันขณะนั้น
ย่อมนำความสุขที่แท้จริงมาให้แก่ตัวเธอและผู้อื่นเสมอ


:b51: มนตราข้อที่สอง
"ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น และฉันมีความสุข"


เมื่อเรามองไปที่ดวงจันทร์ เราหายใจเข้าและออกยาวลึก และพูดกับดวงจันทร์ว่า
"จันทร์เจ้าเอ๋ย ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นั่น และข้ามีความสุขมาก"

เราทำเช่นนี้กับดาวประกายพรึก กับดอกไม้ กับลำธาร
กับภูเขา และกับสิ่งต่างๆ อีกมากมายเลย
การอยู่ในปัจจุบันอย่างแท้จริง และรู้ว่าผู้อื่นก็อยู่ที่นั่นด้วย
เป็นปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง ยามที่เธอพินิจความงามของตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า

หากเธออยู่ที่นั่นอย่างแท้จริง เธอจะจดจำและซึมซาบใจอย่างลึกซึ้ง
มองไปที่ดวงตะวันรู้สึกมีความสุข เมื่อใดก็ตามที่เธออยู่ที่นั่นอย่างแท้จริง
เธอจะสามารถจดจำและซึมซาบในปัจจุบันกับสรรพสิ่ง กับดวงจันทร์
กับดวงดาว กับดอกไม้ และกับบุคคลอันเป็นที่รักที่สุดของเธอ

เธอสามารถเริ่มฝึกปฏิบัติได้ด้วยการหายใจเข้าและออกให้ยาวลึก
เพื่อเรียกตัวเธอให้ตื่นขึ้น เมื่อเธอนั่งอยู่ใกล้บุคคลซึ่งเธอรัก และตั้งมั่นตั้งจิตอย่างลึกซึ้ง

เธอจงเปล่งมนตราข้อที่สองนี้ออกมา "ฉันรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น และฉันมีความสุข"
เธอมีความสุข และบุคคลที่เธอรักก็จะมีความสุขด้วยในขณะเดียวกัน

ด้วยมนตราเหล่านี้ที่เธอนำมาฝึกในชีวิตประจำวันของเธอ
ตัวเธอจะกลายเป็น "นักรัก" อย่างแท้จริง

:b51: มนตราข้อที่สาม
"ที่รัก ฉันรู้ว่าเธอมีความทุกข์ และนี่คือเหตุผลที่ฉันอยู่เพื่อเธอ"


เมื่อเธอดำรงอยู่ในสติ เธอจะสังเกตเห็นความทุกข์จากคนที่เธอรักได้

ถ้าคนเรามีความทุกข์ และคนที่เรารักมิได้เหลียวแลความทุกข์ของเรา
เราจะมีความทุกข์มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นแค่เธอฝึกที่จะหายใจอย่างลึกซึ้ง
แล้วเข้าไปนั่งอยู่กับคนที่เรารักและพูดว่า

"ที่รัก ฉันรู้ว่าเธอเป็นทุกข์
และนี่ก็คือเหตุผลที่ฉันอยู่ที่นี่เพื่อเธอ"


แค่นี้เธอก็จะสามารถช่วยบรรเทาความทุกข์อันมากมายของพวกเขาได้แล้ว
เพียงแค่เธอดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะกับพวกเขาที่่นั่น

:b51: ส่วนมนตราข้อที่สี่
"ที่รัก ฉันมีความทุกข์ โปรดช่วยฉันด้วย"


เป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด เราจะปฏิบัติในขณะที่ตัวเราเองมีความทุกข์
และเราเชื่อว่าคนที่เรารักเป็นบุคคลหนึ่งที่เป็นเหตุแห่งความทุกข์นั้นของเธอ

มนตรานี้คือ "ที่รัก ฉันมีความทุกข์ โปรดช่วยฉันด้วย"

แม้ว่ามนตราข้อนี้จะเป็นคำเพียงไม่กี่คำ
แต่ผู้คนส่วนใหญ่กลับไม่สามารถเอ่ยคำเหล่านี้ได้
ด้วยอัตตา ทิฐิ ศักดิ์ศรีในใจของพวกเขา


ถ้ามีใครคนอื่นได้พูดหรือทำในสิ่งเดียวกันกับคนที่เธอรัก
เธออาจจะไม่ทุกข์มาก แต่เพราะว่าเขาเป็นคนที่เธอรัก เธอแคร์
เธอจึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมากจนอยากจะปลีกตัวไปจากเขาเสียเพื่อร่ำไห้

แต่ถ้าเธอรักเขาหรือหล่อนจริงๆ ในขณะที่เธอเป็นทุกข์เช่นนั้น
เธอควรจะขอความช่วยเหลือจากเขาหรือหล่อน
โดยเธอจะต้องเอาชนะความหยิ่งหรือศักดิ์ศรีของเธอให้ได้เสียก่อน

มีเรื่องเล่ากันว่า มีชายคนหนึ่งต้องไปรบในสงคราม
เขาได้ทิ้งภรรยากับบุตรในครรภ์ไว้เบื้องหลัง

สามปีต่อมาเขาถูกปลดจากกองทัพและกลับมาบ้าน
ภรรยาของเขาพาลูกน้อยมารับเขาถึงประตูบ้าน

ในขณะที่เขาใช้ให้ภรรยาของเขาไปตลาดเพื่อซื้อผลไม้และดอกไม้มาบูชาบรรพบุรุษ
เขาได้บอกให้ลูกชายของเขาเรียกเขาว่า "พ่อ" แต่เด็กน้อยกลับพูดอย่างไร้เดียงสาว่า

"คุณไม่ใช่พ่อผมนะ ปกติพ่อจะมาทุกๆ คืน และแม่ของผมจะพูดกับเขาและร้องไห้
เมื่อแม่นั่งลงพ่อก็จะนั่งลงด้วย เมื่อแม่นอนลงพ่อก็จะนอนลงด้วย"

เมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น หัวใจของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นหินกระด้าง
เพราะนึกว่าภรรยาของเขามีชู้ เมื่อภรรยาของเขากลับมาบ้าน
เขาไม่ยอมมองหน้าภรรยาของเขาอีกเลย
และไม่ยอมให้ภรรยาของเขากราบไหว้บรรพบุรุษด้วย

เขาไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้อีกต่อไป
เขาหมกตัวอยู่ในร้านเหล้าและจะไม่ยอมกลับบ้านจนกระทั่งดึกดื่นแล้ว
สุดท้ายหลังจาก ๓ วันผ่านไป ภรรยาของเขาไม่สามารถจะทนต่อไปได้
เธอจึงไปกระโดดน้ำตาย

ในเย็นวันนั้นหลังจากพิธีฝังศพ ขณะที่ชายหนุ่มจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดขึ้น
ลูกชายของเขาก็ตะโกนออกมาว่า "นี่ไง พ่อของผม"
เขาชี้ไปที่เงาของพ่อที่ตกทอดอยู่บนกำแพงและพูดว่า

"พ่อของผมเคยมาในทุกๆ คืนเช่นนี้
แม่ผมก็จะพูดกับเขาและร้องไห้ ถ้าแม่นั่งลง พ่อก็จะนั่งลง
ถ้าแม่นอนลง พ่อก็จะนอนลง...แม่พูดว่าที่รักเธอจากไปนานเหลือเกิน
แล้วฉันจะเลี้ยงลูกของเราตามลำพังได้อย่างไร" นางร้องไห้กับเงาของตัวเอง

คืนหนึ่งลูกชายถามนางว่า พ่อของเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหน
นางก็ชี้ไปที่่เงาบนกำแพงและบอกว่า "นี่ไง พ่อของลูก" นางคิดถึงสามีของนางมาก

บัดนั้น เขาจึงเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว

...ความจริงถ้าเขาถามภรรยาของเขาตั้งแต่วันนั้นว่า

"ที่รัก ผมเป็นทุกข์อย่างมาก ลูกของเราบอกว่า
พ่อของเขาเคยมาหาเขาทุกๆ คืน และเธอก็พูดกับเขาและร้องไห้กับเขา
และทุกเวลาที่เธอนั่งลง เขาก็จะนั่งลงด้วย บุคคลนั้นคือใครหนอ"

เรื่องทั้งหมดก็จะลงเอยด้วยดี


แต่เขาไม่ได้ทำเช่นนั้นด้วยความหยิ่ง ในศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย
และตัวนางเอง ทั้งๆ ที่นางปวดร้าวใจมากจากพฤติกรรมของเขา
แต่กลับไม่ได้ขอร้องให้เขาช่วย

นางควรใช้มนตราข้อที่สี่พูดกับเขาก่อนว่า

"ที่รัก ฉันทุกข์ทรมานมาก โปรดช่วยฉันด้วย ฉันไม่เข้าใจว่า
ทำไมเธอจึงไม่มองหน้าฉันและพูดกับฉันเลย ฉันทำสิ่งใดผิดหรือ"


ถ้านางทำเช่นนั้น เขาก็คงบอกหล่อนถึงสิ่งที่ลูกชายของเขาได้พูดออกมา
แต่นางก็ไม่ได้ทำ เพราะนางก็ติดอยู่ในศักดิ์ศรีเช่นกัน


ในรักที่แท้ ความจริงไม่มีที่สำหรับศักดิ์ศรีหรอก
โปรดอย่าตกอยู่ในบ่วงโซ่นี้
เมื่อใดที่เธอถูกทำให้ปวดร้าวใจจากคนที่เธอรัก
เมื่อใดที่เธอทุกข์ทรมานและเห็นว่าความทุกข์ของเธอ
มีสาเหตุมาจากบุคคลที่เธอรักที่สุด
จงนึกถึงเรื่องข้างต้น และปฏิบัติมนตราข้อที่สี่


:b50: :b49: :b50:

:b50: รวมคำสอน “หลวงปู่ติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=45472

:b50: ประวัติและปฏิปทา “ท่านติช นัท ฮันห์ (Thich Nhat Hanh)”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=13&t=21739


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 ก.ค. 2013, 14:50 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ต.ค. 2008, 19:58
โพสต์: 278

โฮมเพจ: http://McArowana.multiply.com
แนวปฏิบัติ: ตามหาพุทโธ
งานอดิเรก: ถ่ายภาพ สะสมพระเครื่องพระบูชา เลี้ยงปลา เลี้ยงแมว
ชื่อเล่น: Mc
อายุ: 0
ที่อยู่: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

 ข้อมูลส่วนตัว www


tongue

.....................................................
ถ้าจะตาย จะเสียดายทำไมเล่าชีวี
ต้องรู้เท่าทันธาตุขันธ์นี้ ล้วนแต่มีอนิจจังทั้งหมด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ม.ค. 2019, 09:10 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1639

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b47: :b44: ขออนุโมทนา สาธุๆๆ ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 ม.ค. 2019, 14:14 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ธ.ค. 2008, 09:34
โพสต์: 766


 ข้อมูลส่วนตัว


4Aขออนุโมทนาสาธุการค่ะ :b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 4 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร