วันเวลาปัจจุบัน 12 ธ.ค. 2019, 12:28  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 152 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2014, 13:30 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณกาลเวลา คุณต้องยอมรับความจริงให้ได้
อย่าไปส่องดูเฟซเค้าได้แล้ว ห้ามใจตนเองให้ได้ อย่าตามใจตนเอง
ยอมรับความจริงให้ได้ ไม่ต้องไปรู้แล้วว่า เค้าจะไปขึ้นช้างลงม้ากันที่ไหน

อย่ามัวไปส่องเฟซ อย่ามัวแต่เสียใจ
หันมาใส่ใจตนเองก่อนดีกว่า ว่าควรรักษาใจของตนเองอย่างไร
ความเศร้าก็เหมือนยาเสพติดนะ ยิ่งเศร้าก็ยิ่งหายยาก
ออกมาให้ได้เถอะ แข็งใจไว้ อย่าไปรับรู้อะไรดีกว่านะ ความรักของคุณมีค่า ใครเค้าไม่ให้ราคาก็อย่าเสียใจ
ลองไม่ไปรับรู้สักพัก ฝืนใจตนเองไว้ แล้วหันไปทำอย่างอื่น เช่น หาหนังสือธรรมะอ่าน
พยายามหาบทสวดมนต์มาฝึกสวดให้ได้ สวดปากเปล่าไม่ต้องดูบทสวด
บทไหนที่ยากๆ หามาท่อง วันๆ ก็ท่องบทสวดไปให้ได้
บทโพชฌงค์ก็ได้ ลองหาดูในห้องสวดมนต์ดูค่ะ

ถ้าคุณไม่หางานให้ใจคุณทำ คุณก็จะไปหมกมุ่นกับเรื่องสามีกับผู้หญิงคนนั้น
จริงๆ นะรู้สึกเป็นห่วงคุณ อยากให้คุณรู้สึกดีขึ้น ไม่อยากให้จมอยู่ในวังวนของความทุกข์
:b27: ขอให้หาทางออกให้ได้นะคะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2014, 17:22 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะ คุณ SOAMUSA ยอมรับค่ะว่าแม้เวลาจะผ่านมานานเป็นปีแล้วแต่ตัวเองก็ยังยอมรับความจริงไม่ได้ ทั้งที่พยายามหลายต่อหลายครั้ง ใจก็ยังคิดถึงเขาทุกครั้งที่เห็นเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ของเขา มันก็ทำให้คิดถึงอดีต คิดถึงเขา อยากรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ ก็เลยต้องไปส่องเฟสเด็กนั้น ทั้งที่รู้ว่ามันต้องเจ็บแน่นๆที่รู้ว่าเขาอยู่ด้วยกัน ตอนนี้ฉันเหมือนคนบ้าจริงๆ จนต้องไปพบจิตแพทย์ ว่าทำไมจิตใจถึงจดจ่ออยู่แต่เรื่องเดียว ทำไมไม่ยอมรับความจริงเสียที ทำไมถึงบังคับใจตัวเองไม่ได้ ทำไมต้องตอกย้ำทำตัวเองให้เจ็บปวดขนาดนี้ เศร้าทนทุกข์มาเป็นปี ทั้งที่รู้ดีว่าทางออกคืออะไร แต่ไม่ยอมรับไม่ยอมทำ แล้วหมอเองก็ให้คำแนะนำมาหลายอย่าง ซึ่งฉันก็พยายมที่จะทำมัน เพื่อที่จะรักษาตัวเอง รักษาใจตัวเอง เพื่อตัวเอง เพื่อลูก เพื่อ พ่อ แม่ พี่ น้อง ที่เขารักฉัน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 เม.ย. 2014, 18:52 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
ขอบคุณค่ะ คุณ SOAMUSA ยอมรับค่ะว่าแม้เวลาจะผ่านมานานเป็นปีแล้วแต่ตัวเองก็ยังยอมรับความจริงไม่ได้ ทั้งที่พยายามหลายต่อหลายครั้ง ใจก็ยังคิดถึงเขาทุกครั้งที่เห็นเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ของเขา มันก็ทำให้คิดถึงอดีต คิดถึงเขา อยากรู้ว่าเขาทำอะไรอยู่ ก็เลยต้องไปส่องเฟสเด็กนั้น ทั้งที่รู้ว่ามันต้องเจ็บแน่นๆที่รู้ว่าเขาอยู่ด้วยกัน ตอนนี้ฉันเหมือนคนบ้าจริงๆ จนต้องไปพบจิตแพทย์ ว่าทำไมจิตใจถึงจดจ่ออยู่แต่เรื่องเดียว ทำไมไม่ยอมรับความจริงเสียที ทำไมถึงบังคับใจตัวเองไม่ได้ ทำไมต้องตอกย้ำทำตัวเองให้เจ็บปวดขนาดนี้ เศร้าทนทุกข์มาเป็นปี ทั้งที่รู้ดีว่าทางออกคืออะไร แต่ไม่ยอมรับไม่ยอมทำ แล้วหมอเองก็ให้คำแนะนำมาหลายอย่าง ซึ่งฉันก็พยายมที่จะทำมัน เพื่อที่จะรักษาตัวเอง รักษาใจตัวเอง เพื่อตัวเอง เพื่อลูก เพื่อ พ่อ แม่ พี่ น้อง ที่เขารักฉัน


ขอให้คุณทำตามคุณหมอแนะนำนะคะ อะไรที่มันสะกิดใจ เก็บได้ก็เก็บไว้ให้ไกลๆ ตา

บางครั้งการเริ่มต้นทำอะไรที่ฝืนใจในครั้งแรกๆ มันอาจจะยากสักหน่อย มันต้องฮึดขึ้นมาค่ะ
ขอให้มีเป้าหมายในใจไว้ค่ะ
เป้าหมายของเราคือ การออกจากวังวนนี้ให้ได้

การที่จะกลับไปทำพฤติกรรมเดิมๆ ก็ขอให้คุณคิดถึงเป้าหมายไว้ เมื่อไหร่ที่คุณออกมาจากวังวนนี้ได้
คุณจะรู้ว่า คุณจะมีความสุขขึ้นค่ะ เมื่อตัวคุณมีความสุขได้ก่อน แล้วคนใกล้ชิดก็จะมีความสุขไปด้วย
เรื่องต่างๆ อาจจะคลี่คลายไปในทางดีขึ้น ก็ขออวยพรขอให้เป็นเช่นนั้นนะคะ

:b27: เอาใจช่วยจริงๆ ขอให้คุณเข้มแข็งนะคะ สู้ๆ ค่ะ ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้นะคะ ถ้าเราจะทำ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2014, 11:11 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ถามตัวเองหลายครั้ง ว่าทำไมเราต้องทนและทนเพื่ออะไร ทำไมต้องยอมเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่ากับการกระทำของเขา และที่ต้องเจ็บปวดมันเป็นเพราะเราไม่รู้จักปล่อยวางและยอมรับความจริงเหมือนที่หลายๆคนบอกจริงหรือ เพราะเมื่อเราไม่พูดถึงเด็กนั้นเราก็ไม่ทะเลาะกัน เขาก็ยังคงทำหน้าที่ของเขา คือเป็นพ่อ และสามี ที่สังคมและใครๆยังคงยอมรับและชื่นชม มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ว่าเขามีเด็กนั้นและไม่ยอมเลิกกับเด็กนั้นและคอยย้ำคิดย้ำทำให้ตัวเองเจ็บปวด ทั้งที่เขาเองก็ยังคงให้ทุกอย่างและพยายามที่จะทำทุกอย่างให้เรากับลูกสบายใจในวันนี้หรือเพราะทุกอย่างมันเป็นเพราะตัวเราเองจริงๆ ที่คอยแต่แสวงหาความจริงแล้วทำให้ชีวิตตัวเองต้องเจ็บปวด


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 เม.ย. 2014, 13:04 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มันยังเย่อกันอยู่ค่ะ ยังไม่ชนะขาด มันก็วนไปวนมาบ้าง
กรรมเก่าในอดีตชาติ เหมือนไฟตามไล่จี้หลังเราตลอดเวลาค่ะ หาจังหวะจะเผาให้เรารุ่มร้อนทั้งกายทั้งใจอยู่ตลอดเวลาค่ะ กรรมเก่าในอดีตชาติขอบอกว่าเยอะมาก มีทุกชนิดค่ะ เพราะพระพุทธเจ้าตรัสว่า เราทำกรรมมาครบหมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรที่เราไม่เคยทำทั้งกรรมดีกรรมชั่ว ยกเว้นมรรค ผล นิพพานเท่านั้นที่เรายังไม่เคยทำอย่างเดียว เราถึงยังเป็นปุถุชนยังมีโอกาสไปอบายภูมิค่ะ และถ้าเรายังจมอยู่กับความเสียใจ
เรายิ่งมีโอกาสได้ไปนรกค่ะ ทุกขณะจิตที่เราทำกรรมคือเรากระทำเหตุไว้ ผลก็มีรออยู่ให้เราได้รับ วัฏฏะก็ยืดยาวต่อไป และเป็นการเติมเชื้อเข้าไปให้ไฟที่ตามจี้หลังเรากองใหญ่ขึ้นค่ะ ไฟคอยไล่ตามจี้หลังเราอยู่ตลอดเวลานะคะ เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมก็ส่งผลทันทีค่ะ ถ้าส่งผลมาเราไม่มีทางหนีได้ เราก็ไ้ด้รับความทุกข์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นกรรมใหม่ที่เป็นอกุศลกรรมนั้นต้องไม่ทำ กรรมใหม่ที่เป็นกุศลกรรมนั้นต้องเร่งทำไม่ให้ขาดค่ะ
สาธุในบุญกุศลด้วยค่ะ ที่ทำทาน ศีล ภาวนา ทุกวัน


คุณโสม ได้แนะนำไว้ค่ะ......
...ไม่เป็นไร...ช่างมัน ....จะเป็นอย่างไรก็ตามดู ตามรู้ ........
ให้มันถึงที่สุด..ว่าจะอย่างไร.......สู้ สู้ค่ะ.... :b4:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 เม.ย. 2014, 15:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 15:12
โพสต์: 152

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ณ เมื่อคุณกาลเวลา ถอยร่นอารมณ์ลดลง ลดความปรารถนาลง และปล่อยให้เหตุผลนำทางไป :b6:
เมื่อนั้นคุณจะมองเห็นความจริง เห็นเรื่องจริงที่ปรากฎชัดขึ้นค่ะ

จากวันนั้น..จนถึงวันนี้..... คุณกาลเวลายอมให้อารมณ์ครอบงำเหนือเหตุผล จึงเสมือนว่า
กระทำการสิ่งใดไปโดยขาดสติ ไม่มีความยับยั้งชั่งคิด ทบทวนชั่งใจ เอาปรารถนาตนเองเป็นที่ตั้ง
และสุดท้าย ก็ตนเองที่ทุกข์ทรมานใจ คนเดียวจริงๆ ค่ะ

ใจตนเองเท่านั้นที่อยู่สิ่งอื่นใดนะคะ เมื่อใจเป็นอย่างไร ผลก็ตามมาอย่างที่ใจเราสั่งการไป
จิตใจเศร้าหมอง ห่อเหี่ยว ร่างกายก็ทรุดโทรม ไม่สวยสดงดงามดังที่เคยเป็น

โลกใบเดิมใบนี้แลดูกว้างใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ มองไปทางไหนก็เวิ้งว้างไปเสียทุกสิ่ง[/quote]
อ้างถึงคำแนะนำของคุณดอกจำปี เป็นคำแนะนำที่ดีมากคะ อันนี้เอาใจของคนที่เคยประสบพบเจอเหตุการณ์ทุกข์ทรมานเพราะการยึดติด การต้องการการครอบครอง การไม่มองความจริง ซึ่งสุดท้ายมีแต่ความเจ๊บช้ำเพราะทุกอย่างในชีวิตเราเปลี่ยนไปแล้ว ทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แล้วนับประสาอะไรกับใจคนที่มีสิ่งแวดล้อมใหม่ๆๆ มาให้เจอตลอดเวลา มองดูและคิดตามนะคะ เราเองไม่ใช่เก่งมาจากไหนแต่เราเคยดิดแบบคุณ สุดท้ายความสุข ความทุกข์เกิดที่ตัวเราใช่เขาคนนั้นสะเมื่อไหร่ เลิกถามตัวว่าทำไมเขาไม่รักเรา เลิกถามว่าทำไมต้องเป็นเราและต้องลบคำว่าทำไมออกจากใจ(ใช่พูดง่ายแต่ทำยากแต่ก็ต้องทำเพราะเราต้องการหลุดพ้นจากความทุกข์ หากลบไม่ได้อย่าหวังถามหาคำว่าสุขใจ
สุข ทุกข์ อยู่ที่ใจของเรา ใช่คนอื่น ทุกคนสามารถให้กำลังใจคุณได้ แต่หากต้องการความเข็มแข็งต้องเริ่มจากตัวคุณ ไม่มีใครช่วยคุณได้ ลองก้าวขาออกมาสิคะ คุณจะรู้ว่าโลกนี้ยังมีคนอื่นที่ทุกข์มากกว่าเรา
การมีคู่ใช่ว่าจะสุข และใช่ว่าจะทุกข์ คำว่าคู่คือคนสองคน หากคนของเราไม่พร้อมใจเดินไปด้วยกันกับเรา เราก็ต้องทำใจ
ขอโทษนะคะหากคำพูดเราอาจดูรุนแรง แต่เราอยากให้คุณทำใจได้จริงๆ มองรอบๆๆนะคะยังมีคนที่รักและหวังดีกะคุณอีกมาก ลองคิดตามเราดูสักนิดนะคะเราคิดว่าคุณคงดีขึ้น (แครือะไรกะคนที่ไม่รักเราแค่คนเดียว )


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2014, 16:17 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอขอบคุณกับทุกกำลังใจ ที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน เข้ามาให้กำลังใจ คนที่โง่เขลา และอ่อนแอ่อย่างฉัน
ที่แม้เวลาจะผ่านมาเนินนานเป็นปี ก็ยงคงเป็นบัวใต้ตม ที่ไม่อาจขึ้นมาจากโคลนตมได้ จิตใจมีแต่ความเศร้าหมอง และเจ็บปวด นี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้คุยกันกับสามี หลังที่ได้ทะเลาะกันรุ่นแรงอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 เมษา ที่ผ่านมา หลังจากที่พี่สาวฉันไปเจอเขากลับมาหาเด็กนั้นโดยบังเอิญ หลังจากที่กลับมาหาฉันกับลูกช่วงสงกราต์และกลับไปทำงานได้แค่ 3 วัน เป็นเหตุให้ฉันต้องถามเขาอีกครั้งว่า ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับฉันกับลูก มาหลอกให้ดีใจ สบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วกลับมาหาอีกคน เห็นฉันกับลูกเป็นอะไร แค่ของตายเท่านั้นหรือ แล้วตกลงจะเอายังไง ถ้าเขายอมรับว่ารักเด็กนั่นและเห็นเด็กนั่นเป็นเมียอีกคนและจะเลี้ยงดูกันจริงๆก็บอกฉันกับลูกมาตามตรง แล้วฉันกับลูกจะเป็นคนไปเอง อย่ามาให้ความหวังและเล่นตลกกับความรู้สึกของฉันอีกเลย ฉันเจ็บมามากพอแล้ว จะเอายังไงก็ว่ามา เขาก็บอกว่าถ้าฉันต้องการอย่างนั้นก็ตามใจ ถ้าอยากให้เด็กนั่นเป็นเมียเขาๆก็จะรับต่อไปเราก็ขาดกัน
มันอาจจะถึงเวลาที่ทุกอย่างต้องจบจริงๆแล้วก็เป็นได้ ฉันพยายามแล้วที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวคงอยู่ ยอมเขามาตลอด ง้อเขามาตลอด ยอมอดทนและเจ็ปปวดมาเป็นปีๆๆ สามวันดีสี่วันไข้ เพราะเขาไม่เคยยอมรับ แต่ในเมื่อวันนี้เขายอมรับแล้ว ทั้งรูปภาพและหลักฐาน ฉันเองก็ควรจะทำใจให้ยอมรับได้เสียที ว่าเขาหมดรักฉันจริงๆ และเขาเองก็พร้อมที่จะเริ่มต้นครอบครัวใหม่กับเด็กนั้น มาถึงวันนี้ เขาไม่เหลือแม้แต่ความผูกพันที่เคยอยู่่ร่วมกัน เคยสร้างและต่อสู้มาด้วยกัน และทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำร่วมกันผ่าพันต่อสู้มาด้วยกันเกือบ 20 ปี ยอมรับว่ายังเสียใจในวันนี้ แต่ไม่มีน้ำตาสักหยดเหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมา ก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งฉันจะทำได้อย่างเขา


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 28 เม.ย. 2014, 17:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
ขอขอบคุณกับทุกกำลังใจ ที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน เข้ามาให้กำลังใจ คนที่โง่เขลา และอ่อนแอ่อย่างฉัน
ที่แม้เวลาจะผ่านมาเนินนานเป็นปี ก็ยงคงเป็นบัวใต้ตม ที่ไม่อาจขึ้นมาจากโคลนตมได้ จิตใจมีแต่ความเศร้าหมอง และเจ็บปวด นี่ก็หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้คุยกันกับสามี หลังที่ได้ทะเลาะกันรุ่นแรงอีกครั้งเมื่อวันที่ 21 เมษา ที่ผ่านมา หลังจากที่พี่สาวฉันไปเจอเขากลับมาหาเด็กนั้นโดยบังเอิญ หลังจากที่กลับมาหาฉันกับลูกช่วงสงกราต์และกลับไปทำงานได้แค่ 3 วัน เป็นเหตุให้ฉันต้องถามเขาอีกครั้งว่า ทำไมเขาถึงทำแบบนี้กับฉันกับลูก มาหลอกให้ดีใจ สบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วกลับมาหาอีกคน เห็นฉันกับลูกเป็นอะไร แค่ของตายเท่านั้นหรือ แล้วตกลงจะเอายังไง ถ้าเขายอมรับว่ารักเด็กนั่นและเห็นเด็กนั่นเป็นเมียอีกคนและจะเลี้ยงดูกันจริงๆก็บอกฉันกับลูกมาตามตรง แล้วฉันกับลูกจะเป็นคนไปเอง อย่ามาให้ความหวังและเล่นตลกกับความรู้สึกของฉันอีกเลย ฉันเจ็บมามากพอแล้ว จะเอายังไงก็ว่ามา เขาก็บอกว่าถ้าฉันต้องการอย่างนั้นก็ตามใจ ถ้าอยากให้เด็กนั่นเป็นเมียเขาๆก็จะรับต่อไปเราก็ขาดกัน
มันอาจจะถึงเวลาที่ทุกอย่างต้องจบจริงๆแล้วก็เป็นได้ ฉันพยายามแล้วที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวคงอยู่ ยอมเขามาตลอด ง้อเขามาตลอด ยอมอดทนและเจ็ปปวดมาเป็นปีๆๆ สามวันดีสี่วันไข้ เพราะเขาไม่เคยยอมรับ แต่ในเมื่อวันนี้เขายอมรับแล้ว ทั้งรูปภาพและหลักฐาน ฉันเองก็ควรจะทำใจให้ยอมรับได้เสียที ว่าเขาหมดรักฉันจริงๆ และเขาเองก็พร้อมที่จะเริ่มต้นครอบครัวใหม่กับเด็กนั้น มาถึงวันนี้ เขาไม่เหลือแม้แต่ความผูกพันที่เคยอยู่่ร่วมกัน เคยสร้างและต่อสู้มาด้วยกัน และทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำร่วมกันผ่าพันต่อสู้มาด้วยกันเกือบ 20 ปี ยอมรับว่ายังเสียใจในวันนี้ แต่ไม่มีน้ำตาสักหยดเหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมา ก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งฉันจะทำได้อย่างเขา


:b27: ทำใจดีๆ ไว้ก่อน
อย่าไปคิดมาก อย่าตั้งจิตไว้ผิด คือคอยจับผิดเค้า ต้องปล่อยๆ ไปบ้าง
อย่าเก็บทุกเรื่องมาทะเลาะ โดยเฉพาะเรื่องเดิมๆ ทำไม่รู้ไม่เห็นซะบ้างค่ะ
พยายามมีสติไว้ ถ้าสวดมนต์ได้บ้างจะดีนะคะ ให้ใจคุณหยุดพักบ้าง จะได้ไม่คิดมากค่ะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 29 เม.ย. 2014, 15:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


cool

เข้ามาให้กำลังใจค่ะ........
......อยากให้ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ....อย่าเพิ่งตัดสินใจ........ชะลอไว้ก่อนดีมั๊ยค่ะ....
.......สามีคุณ...เค๊ายังมีความรับผิดชอบครอบครัว ดูแลคุณและลูก........
.......น้ำกำลังเชี่ยว....ปล่อยๆไปก่อน......

......รอเวลา...ให้ตัวเรา...ได้ทบทวน ไตร่ตรอง ด้วยสติ....ไม่ใช่อารมณ์.....
จะได้เลือก ตัดสินใจ......ได้อย่างถกต้อง ไม่ผิดพลาด ไม่เสียใจ ไม่เสียดาย........

จนกว่าจะชัดเจนจากความรู้สึก... ก้นบึ้งหัวใจอย่างแท้จริง.....จากความรู้สึก ไม่ใช่สมอง......ไม่ทำร้ายความรัก และคนรักของเรา...ไม่ว่า สามี ลูก พ่อแม่..และตัวเราเอง........

ใจเย็นๆๆๆ นะคะ........ :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2014, 15:34 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณค่ะ ทุกท่าน ที่ยังคงอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจตลอดมา มาถึงตอนนี้ทุกอย่างมันคงสายไปแล้วค่ะ ทุกอย่างมันคงจบแล้ว สุดท้ายฉันก็มิอาจดึงเขากลับมา และดึงครอบครัวเอาไว้ให้ลูกไม่ได้ เป็นสิบวันแล้วที่ทะเลาะกันรุนแรง จนเขาบล๊อกเบอร์ ลูกก็บ่นคิดถึงเขา บอกแม่ว่า นู๋คิดถึงป๋า นู๋จะโทรจะคุยกับป๋าได้ไหมแม่ เมื่อลูกโทรหาจึงรู้ว่าเขาบล๊อกเบอร์ แม้จะเจ็บจนนับครั้งไม่ได้ แต่ก็ยอมรับว่าในใจลึกๆๆยังรักเขาและยังอยากที่จะมีครอบครัว รู้สึกน้อยใจและโทษตัวเองทุกครั้งที่มีคนถามถึงเขา และเห็นครอบครัวคนอื่นพร้อมหน้าพร้อมตากัน
-เออ..นี่ล่ะเมียของกู ที่มึงอยากให้กุมีนัก (มีรูปถ่ายเป็นหลักฐาน)
-เราเลิกกันนานแล้ว
-เราไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป
-เก็บข้าวของออกไปจากบ้านของกู
-จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับชีวิตกูอีก
-บล๊อกเบอร์(สิ่งที่เขาไม่เคยทำแม้จะทะเลาะกันรุ่นแรงขนาดไหน)
-ต่อไปนี้จะไม่ส่งเสียและดูแลเราแม่ลูกอีก ส่วนเงินให้ลูกเขาจะเก็บเอง
นี่คือสิ่งที่เขาบอกและทำกับฉันครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกัน ฉันเป็นคนทำลายครอบครัวตัวเองใช่ไหมค่ะ เพียงเพราะฉันไม่อดทน และเอาความรู้สึกตัวเองเป็นใหญ่ ทุกอย่างเลยเป็นแบบนี้ ลูกจึงต้องขาดพ่อ ครอบครัวจึงต้องล้มแบบนี้ ฉันเสียใจค่ะ ที่ทุกอย่างมันจบลงแบบนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ค. 2014, 16:15 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
ขอบคุณค่ะ ทุกท่าน ที่ยังคงอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจตลอดมา มาถึงตอนนี้ทุกอย่างมันคงสายไปแล้วค่ะ ทุกอย่างมันคงจบแล้ว สุดท้ายฉันก็มิอาจดึงเขากลับมา และดึงครอบครัวเอาไว้ให้ลูกไม่ได้ เป็นสิบวันแล้วที่ทะเลาะกันรุนแรง จนเขาบล๊อกเบอร์ ลูกก็บ่นคิดถึงเขา บอกแม่ว่า นู๋คิดถึงป๋า นู๋จะโทรจะคุยกับป๋าได้ไหมแม่ เมื่อลูกโทรหาจึงรู้ว่าเขาบล๊อกเบอร์ แม้จะเจ็บจนนับครั้งไม่ได้ แต่ก็ยอมรับว่าในใจลึกๆๆยังรักเขาและยังอยากที่จะมีครอบครัว รู้สึกน้อยใจและโทษตัวเองทุกครั้งที่มีคนถามถึงเขา และเห็นครอบครัวคนอื่นพร้อมหน้าพร้อมตากัน
-เออ..นี่ล่ะเมียของกู ที่มึงอยากให้กุมีนัก (มีรูปถ่ายเป็นหลักฐาน)
-เราเลิกกันนานแล้ว
-เราไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป
-เก็บข้าวของออกไปจากบ้านของกู
-จะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามายุ่งกับชีวิตกูอีก
-บล๊อกเบอร์(สิ่งที่เขาไม่เคยทำแม้จะทะเลาะกันรุ่นแรงขนาดไหน)
-ต่อไปนี้จะไม่ส่งเสียและดูแลเราแม่ลูกอีก ส่วนเงินให้ลูกเขาจะเก็บเอง
นี่คือสิ่งที่เขาบอกและทำกับฉันครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกัน ฉันเป็นคนทำลายครอบครัวตัวเองใช่ไหมค่ะ เพียงเพราะฉันไม่อดทน และเอาความรู้สึกตัวเองเป็นใหญ่ ทุกอย่างเลยเป็นแบบนี้ ลูกจึงต้องขาดพ่อ ครอบครัวจึงต้องล้มแบบนี้ ฉันเสียใจค่ะ ที่ทุกอย่างมันจบลงแบบนี้


เสียใจด้วยค่ะ ดิฉันเข้าใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร แต่คุณอย่าโทษตนเองเลยค่ะ
ดิฉันเองก็มีหลายสิ่งที่ตนเองไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราก็มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขได้
พยายามดูแลจิตใจตนเองและลูก ประคับประคองใจกันไว้ค่ะ
ความทุกข์มันมาได้ มันก็ไปได้ ทำใจดีๆ ไว้นะคะ

ทำใจเข้มแข็งไว้นะคะ ถ้ามันจะจบจริง ก็ช่างหัวมันค่ะ เราพยายามจนถึงที่สุดแล้ว
คนแต่ละคน ไม่ใช่ว่าจะต้องเดินตามแนวทางได้เหมือนกันหมด

อย่าซ้ำเติมตนเองเลยนะคะ อยู่เงียบๆ ให้ทุกอย่างสงบลงสักพัก คุณเหนื่อยมามากแล้ว
พยายามทำใจให้ได้ คุณต้องเป็นหลักให้ลูกรู้สึกอบอุ่น

คุณพยายามระงับความเสียใจไว้นะคะ มองหน้าลูกไว้ค่ะ
อย่าไปเปรียบเทียบตนเองกับคนอื่น แต่ละชีวิตก็มีทางเป็นของตนเอง
คุณต้องผ่านมันไปให้ได้ เข้มแข็งไว้ค่ะ

สัญญากันนะ ว่าจะอดทนสู้กับความทุกข์
และรอวันให้ผ่านมันไปให้ได้ด้วยกัน
เพื่อนๆ ทุกคน เป็นกำลังใจให้คุณเสมอ จำไว้นะคะ :b27:

(ขอเชิญเข้าไปอ่านกระทู้ความรู้ฯ ในห้องนี้ค่ะ)

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 152 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร