วันเวลาปัจจุบัน 26 ม.ค. 2020, 13:07  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 152 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 11  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 พ.ย. 2013, 15:14 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมใจเราถึงเป้นเช่นนี้ ทั้งที่รู้ดีว่าเขายู่ด้วยกัน แต่ทำไมยังคงคิดถึงเขา ใจยังคงจดจำและจดจ่อเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ เวรกรรมอะไรหนักหนาเราถึงต้องเจอเรื่องแบบนี้ให้เจ็บปวด ไม่มีวันจบสิ้นเสียที


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ย. 2013, 08:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2012, 19:33
โพสต์: 117


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
ทำไมใจเราถึงเป้นเช่นนี้ ทั้งที่รู้ดีว่าเขายู่ด้วยกัน แต่ทำไมยังคงคิดถึงเขา ใจยังคงจดจำและจดจ่อเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์ เวรกรรมอะไรหนักหนาเราถึงต้องเจอเรื่องแบบนี้ให้เจ็บปวด ไม่มีวันจบสิ้นเสียที


เป็นเพราะใจเรายังวางไม่เป็นคะ คุณกาลเวลา
คุณต้องฝึกวางค่ะ.... ฝึกไปเรื่อยๆทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เวลาค่ะ



โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 02 พ.ย. 2013, 13:32 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตั้งแต่รู้ว่าเขาไปอยู่ด้วยกันสองอาทิตย์แล้ว เขาสั่งห้ามไม่ให้โทรหา และเขาเองก้ไม่โทรมาเลยแม้แต่เบอร์ของลูก เมื่อวานนี้ลูกโทรไปหาเขา โทรไปหลายรอบก็ไม่รับ ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เขาโทรกลับมาหาลูกบอกว่าทำงานอยู่ คุยกับลูกประมาณ 2-3 นาที ก็วางสายไป ผ่านไปประมาณ 5 นาทีเขาโทรเข้าเครื่องของลูกอีก ลูกพยายามเรียกเขาคุยกับเขาแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลยเอามาให้ฉันฟังดู ไม่รู้ว่าเขาจงใจโทรมาหรือผู้หญิงคนนั้นโทรมา เพื่อที่จะให้เรารู้เราฟังว่าเขาอยู่ด้วยกันและกำลังทำอะไรกันอยู่ ฉันได้ยินได้ฟังทุกอย่างที่เขาคุยกันทุกคำ ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป เลยส่งข้อความไปอีกเครื่องของเขาว่าทำไมต้องตอกย้ำและทำกับเราแม่ลูกแบบนี้ สักครู่นึ่งเขาถึงตัดสานที่โทรมาเครื่องลูกออกไป ฉันเลยบอกลูกโทรหาเขาอีกครั้ง แล้วบอกให้ลูกพูดว่าเขาโกหกลูกทำไมว่าทำงาน เขาบอกว่าถ้าจะโทรมาหาเรื่องไม่ต้องโทรมานะลูกพ่อจะไม่พูดด้วย ฉันเลยเอาโทรศัพท์กับลูกมาพูดกับเขา ถามว่าหัวใจเขาทำด้วยอะไร เขาถึงทำกับเราแม่ลูกได้ถึงขนาดนี้ เขาบอกว่าเขาไม่มีหัวใจ เขามันเลว อย่าโทรมาหาเขาอีก นอนไม่หลับทั้งคืนความรู้สึกของฉันตอนนี้มันเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินเสียงเขาพูดคุยกันในโทรศัพท์ มีความรู้สึกว่าเขาเหมือนคนอื่นไปแล้ว เขาเหมือนคนที่เราไม่เคยรู้จัก เขาห่างเราเหลือเกิน หรือว่าฉันมันเจ็บถึงที่สุดแล้ว ความรู้สึกจึงเปลี่ยนไป หรือชีวิตครอบครัวฉันมันจะจบลงจริงๆแล้วในคราวนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 03 พ.ย. 2013, 06:36 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
ตั้งแต่รู้ว่าเขาไปอยู่ด้วยกันสองอาทิตย์แล้ว เขาสั่งห้ามไม่ให้โทรหา และเขาเองก้ไม่โทรมาเลยแม้แต่เบอร์ของลูก เมื่อวานนี้ลูกโทรไปหาเขา โทรไปหลายรอบก็ไม่รับ ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เขาโทรกลับมาหาลูกบอกว่าทำงานอยู่ คุยกับลูกประมาณ 2-3 นาที ก็วางสายไป ผ่านไปประมาณ 5 นาทีเขาโทรเข้าเครื่องของลูกอีก ลูกพยายามเรียกเขาคุยกับเขาแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลยเอามาให้ฉันฟังดู ไม่รู้ว่าเขาจงใจโทรมาหรือผู้หญิงคนนั้นโทรมา เพื่อที่จะให้เรารู้เราฟังว่าเขาอยู่ด้วยกันและกำลังทำอะไรกันอยู่ ฉันได้ยินได้ฟังทุกอย่างที่เขาคุยกันทุกคำ ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป เลยส่งข้อความไปอีกเครื่องของเขาว่าทำไมต้องตอกย้ำและทำกับเราแม่ลูกแบบนี้ สักครู่นึ่งเขาถึงตัดสานที่โทรมาเครื่องลูกออกไป ฉันเลยบอกลูกโทรหาเขาอีกครั้ง แล้วบอกให้ลูกพูดว่าเขาโกหกลูกทำไมว่าทำงาน เขาบอกว่าถ้าจะโทรมาหาเรื่องไม่ต้องโทรมานะลูกพ่อจะไม่พูดด้วย ฉันเลยเอาโทรศัพท์กับลูกมาพูดกับเขา ถามว่าหัวใจเขาทำด้วยอะไร เขาถึงทำกับเราแม่ลูกได้ถึงขนาดนี้ เขาบอกว่าเขาไม่มีหัวใจ เขามันเลว อย่าโทรมาหาเขาอีก นอนไม่หลับทั้งคืนความรู้สึกของฉันตอนนี้มันเปลี่ยนไปหลังจากได้ยินเสียงเขาพูดคุยกันในโทรศัพท์ มีความรู้สึกว่าเขาเหมือนคนอื่นไปแล้ว เขาเหมือนคนที่เราไม่เคยรู้จัก เขาห่างเราเหลือเกิน หรือว่าฉันมันเจ็บถึงที่สุดแล้ว ความรู้สึกจึงเปลี่ยนไป หรือชีวิตครอบครัวฉันมันจะจบลงจริงๆแล้วในคราวนี้


ก็ให้จบไปเลยค่ะ ตัดใจซะเลย สามีคุณหลงขนาดนี้ไม่มีเวลาสำนึกผิดชอบชั่วดีหรอกค่ะ
ไม่ต้องไปคอยแล้ว สามีจะกลับมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่กลับมาก็ไม่ต้องกลับ ไม่ต้องไปง้อค่ะ

จะบอกให้นะคะ ถึงสามีคุณกลับมา คุณก็ยังทำใจไม่ได้ มองหน้าสามีก็เจ็บใจ นึกถึงก็เจ็บใจ
จะอย่างไรก็ต้องเจ็บใจแค้นใจอยู่ดี ถึงแม้จะกลับมาอยู่ด้วยกัน

ไม่ว่าจะอยู่อย่างไรก็ต้องฝืนกระแสใจตนเองอยู่ดีแหละค่ะ สู้เลิกสนใจเรื่องเหล่านี้ไปเลยดีกว่า
เอาใจไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองดีกว่าค่ะ เอาไปทำสิ่งที่คุ้มค่าดีกว่าค่ะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2013, 10:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กับระยะเวลาที่เขาไปอยู่ด้วยกันนับวันความผูกพันธ์ ของเขาทั้งสองยิ่งมากขึ้น เราเองต่างหากที่ไม่อาจทำใจยอมรับมันว่ามันคือความจริงว่าเขาทิ้งเรากับลูกไปแล้ว ตอนนี้บอกตัวเองในกระจกทุกวันว่าให้ทำใจซะ เขาไม่รักเราแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ แล้วตัดใจจากเขาให้ได้ ทุกอย่างมันเป็นอดีตไปแล้ว ตราบใดที่ใจเรายังตัดเขาและยอมรับความจริงไม่ได้เราก็ต้องอ่อนแอ ร้องไห้เสียใจอยู่แบบนี้ แล้วใครล่ะที่จะเป็นที่พึ่งให้กับลูก


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 พ.ย. 2013, 21:48 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 เม.ย. 2012, 16:06
โพสต์: 59


 ข้อมูลส่วนตัว


เราคิดเหมือนคุณเปี๊ยบเลย ว่าเค้าอยู่ผูกพันกันทุกวัน ยิ่งมีลูกยิ่งผูก เรายังคิดว่าพอนานไปกว่านี้เค้าคงเลือกทางโน้นเพราะทางโน้นนคือของจริงอยู่ตรงหน้าเรามันแค่อยู่ในความทรงจำเท่านั้น และลูกคือสิ่งที่มัดเค้าไว้แบบดิ้นไม่หลุด...และเค้าเองก็ไม่ดิ้นรนอะไร..เมียน้อยเค้าฉลาดค่ะ ชวนสามีเราไปทำบุญตลอด เห็นโพสลงเฟซ คงคิดว่าทำแบบนี้เป็นการมัดเค้าไว้ด้วยบุญเค้าจะได้อยู่ด้วยถาวร และทิ้งทางเราไป เราได้แต่ให้กรรมเป็นตัวตัดสินค่ะ....ในเมื่อเจตนาเป้นตัวกรรม เจตนาแย่งสามีคนอื่น ทำร้ายจิตใจเมียเค้าซึ่งยังรักสามีอยู่ และรู้อยู่เต็มอกว่าสามียังไม่เลิกกับเมียแต่ง เอาลูกที่ตัวเองปล่อยให้มีมามัดสามีไว้จะได้ไปไหนไม่รอด เราว่าลึกๆเมียน้อยทุกคนรู้ว่าทำร้ายจิตใจเมียหลวงแต่อ้างว่าผู้ชายมายุ่งเอง เธอไม่ผิด และผู้ชายก็เลือกเธอไม่เอาเมียหลวงซึ่งแก่กว่าเธอสองรอบ เธอมั่นใจว่ากามารมณ์ที่เค้าหลงเธอมันมากจนทำให้เค้าทิ้งเมียหลวงมาอยู่กะเธอได้ การคิดแบบนี้เป็นจิตอกุศลอยู่แล้ว การเสพกามกันทุกวันแบบผิดศีลก็บาปอยู่แล้ว ยิ่งถ้าได้สะใจว่าแย่งมาสำเร็จจะยิ่งบาป พิจารณาดูแล้วมีแต่บาปซึ่งก็ต้องรับผลกรรมแน่นอน ส่วนสามี ก็หลงกาม รู้ทั้งรู้ว่าทำร้ายจิตใจเมียตัวเอง คนที่ตัวเองเคยรักเคยหลงมาก่อน แต่มาทำร้ายจิตใจกันแบบไม่มีสำนึก หรือแม้แต่จะอาย เพราะคิดเอาว่าเปลี่ยนใจได้ไม่ผิด แต่ผิดเต็มๆเพราะทรยศหักหลังนอกใจ ผิดศีลอีกต่างหาก เราคงมองสามีเราดีเกินไป เค้าดีในอดีต แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่อีกต่อไป ดูหมดทุกทางเห็นแต่บาป อกุศล ทั้งสิ้น ไม่เห็นทางบุญตรงไหนเลย แม้จะฉลาดทำบุญใส่บาตรพระ แต่เจตนาก็หวังผลเอาบุญมามัดผู้ชายไว้ หรือจะมาล้างบาปตัวเองก็ตาม ก็ไม่ใช่กุศลอยู่ดี แรงกรรมยิ่งใหญ่ เรากำลังชดใช้ถึงเสวยทุกข์ก้นสาหัสทุกคน แต่มันก็ต้องหมดค่ะ จะช้าหรือเร็วก็ตาม หมดแน่ เพราะเพวกเราไม่ได้สร้างกรรมใหม่ ขนาดเราก้ับสามีทำบุญด้วยกันมาไม่น้อยกรรมยังแทรกให้ต้องเสวยทุกข์ขนาดนี้ และเค้าสองคนล่ะปัจจุบันมีแต่สร้างบาป ทำบุญหวังผล วันที่กรรมให้ผลก้ต้องทุกข์ไม่ต่ีางจากพวกเรา เพราะผลกรรมยุติธรรมเสมอ ทุกอย่างปล่อยไปตามเหตุปัจจัยค่ะ...แต่เราต้องสร้างกุศลไว้ตลอด...ป้องกันตัวเราไม่ให้ตกไปอยู่ในวงจรพวกเค้า..อย่างน้อยเค้าลงนรกเราคงไม่ลงไปด้วยแน่นอน ถึงเค้าไม่รู้กันว่านรกเป็นยังไงแต่เค้าก้อต้องตกนรกอยู่ดี...ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว...


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 07 พ.ย. 2013, 09:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 9
สมาชิก ระดับ 9
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2010, 09:07
โพสต์: 762

แนวปฏิบัติ: อานาปาฯ
งานอดิเรก: ศึกษาพุทธธรรม
สิ่งที่ชื่นชอบ: ปฏิบัติธรรม
ชื่อเล่น: ปลีกวิเวก
อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b41: :b41: :b41:
เท่าที่ติดตามอ่านกระทู้คุณมา...พอจะสังเกตุเห็นว่าคุณยังไม่เปิดใจยอมรับที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองและสถานะภาพของครอบครัว....คุณยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องราวเก่าๆและความคิดที่วกไปวนมา...เหมือนคนพายเรืออยู่ในอ่างน้ำหมุนวนซ้ำรอบแล้วรอบเล่าหาทางออกไม่ได้...ตราบใดที่คุณไม่ยอมเปิดใจเพื่อที่จะรับเอาคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองที่กัลยาณมิตรแนะนำ...ไปใคร่ครวญพิจารณาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง...ก็ไม่ต่างอะไรกับการขังตัวเองไว้ในความมืด...ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ...ไม่ได้ประโยชน์อะไร ซ้ำยังเป็นโทษกับชีวิตคุณอีกด้วย
...คุณต้องเกล้าเปิดประตูใจพร้อมที่จะรับฟังและยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงและเป็นไปของชีวิตให้ได้...ไม่มีอะไรยากเพียงแค่คุณกล้าที่จะยอมรับความจริงให้ได้.....

เปิดประตูใจออกมา....โลกมันกว้างจนเกินวิสัยทัศน์ที่เราจะรู้ได้ด้วยตนเอง...โลกไม่ได้เป็นไปตามความคิดจินตนาการของเรา...แต่โลกมีความเป็นไปตามเหตุปัจจัย...เราฝืนธรรมชาติไม่ได้....แต่เราต้องปรับตัวและปรับใจที่จะอยู่กับธรรมชาตินี้ให้ได้อย่างที่เขาเป็น.....

คุณลองเอาไปพิจารณาดูให้ลึกซื้งนะคะ....ด้วยความปรารถนาดี.... :b42:

.....................................................
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐ เทวมานุสเส
ผู้ถึงพร้อมด้วยความรู้คู่ความดี คือผู้ที่ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์และเทวดา
วรรคทอง วรรคธรรม โดยท่าน ว.วชิรเมธี


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2013, 13:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


กับหลายวันที่ผ่านมาเข้าไปอ่านกระทู้ของตัวเองทุกกระทู้หลายรอบ จากทุกคำแนะนำของทุกท่านที่เข้ามาให้กำลังใจ ล้วนเป็นคำแนะนำที่ดีทั้งนั้น แต่มาคิดดูแล้วเพราะตัวฉันเองจริงๆที่ไม่เปิดใจรับความจริงและทำตามที่ทุกท่านแนะนำอย่างที่คุณปลีกวิเวกบอกจริงๆ ฉันยังคงยึดติดกับอดีตที่มันผ่านไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างฉันกับสามีมันจบลงแล้วจริงๆ สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้ คือต้องยอมรับความจริงเท่านั้น กับสามอาทิตย์แล้วที่รู้ว่าเขาไปอยู้ด้วยกัน ยอมรับว่าอาทิตย์แรกที่รู้ร้องไห้ทุกวัน และลดน้องลงในอาทิตย์ที่สอง และหยุดร้องไห้ในอาทิตย์ที่สามนี้ ความรู้สึกตอนนี้ไม่กระวนกระวายที่อยากจะโทรหาเขา มีความรู้สึกว่าเขาเหมือนคนอื่นที่ไม่น่าไว้ใจที่มีแต่โกหกหลอกลวง ความรู้สึกที่อยากจะให้เขากลับมาลดน้อยลง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงรักเขา แต่เหนื่อยที่จะวิ่งตามเขาเหมือนเรายิ่งวิ่งตามเขายิ่งวิ่งห่างออกไปมากเท่านั้น ความรู้สึกหนึ่งแว๊ปเข้ามาในหัวว่าเราจะตามเขาให้กลับมาเพื่ออะไรเมื่อใจเขาหมดรัก และมีคนอื่นซึ่งเราเองก็รู้อยู่เต็มอก ร้องไห้แล้วได้อะไร เขาไม่ได้แคร์เราไม่สนใจเราสักหน่อยร้องให้ตายหรือนอนดิ้นตายอยู่ตรงหน้าเขาก็ใช่ว่าเขาจะกลับมารักเรา และทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ลูก พ่อ แม่ ซิคือคนที่เราต้องรักและต้องแคร์ และใส่ใจ เขาต่างหากคือคนที่รักและหวังดีกับเราไม่ว่าเราจะเจอเรื่องๆร้ายๆร้องไห้กี่ทีกี่หน สามคนนี้ต่างหากล่ะที่คอยปลอบและให้กำลังใจเราตลอดมา ไม่ใช่เขาที่ทำให้เราต้องเจ็บปวดและร้องไห้ นับจากนี้ฉันจะยอมรับความจริงแม้มันจะเจ็บปวดแต่มันคงทำให้ฉันเข็มแข็งขึ้นและต้องเลิกเจ็บปวดในสักวัน และผ่านมันไปได้เหมือนเพื่อนๆหลายๆท่านในลานนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2013, 15:42 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


รุ่งอรุณ เขียน:
เราคิดเหมือนคุณเปี๊ยบเลย ว่าเค้าอยู่ผูกพันกันทุกวัน ยิ่งมีลูกยิ่งผูก เรายังคิดว่าพอนานไปกว่านี้เค้าคงเลือกทางโน้นเพราะทางโน้นนคือของจริงอยู่ตรงหน้าเรามันแค่อยู่ในความทรงจำเท่านั้น และลูกคือสิ่งที่มัดเค้าไว้แบบดิ้นไม่หลุด...และเค้าเองก็ไม่ดิ้นรนอะไร..เมียน้อยเค้าฉลาดค่ะ ชวนสามีเราไปทำบุญตลอด เห็นโพสลงเฟซ คงคิดว่าทำแบบนี้เป็นการมัดเค้าไว้ด้วยบุญเค้าจะได้อยู่ด้วยถาวร และทิ้งทางเราไป เราได้แต่ให้กรรมเป็นตัวตัดสินค่ะ....ในเมื่อเจตนาเป้นตัวกรรม เจตนาแย่งสามีคนอื่น ทำร้ายจิตใจเมียเค้าซึ่งยังรักสามีอยู่ และรู้อยู่เต็มอกว่าสามียังไม่เลิกกับเมียแต่ง เอาลูกที่ตัวเองปล่อยให้มีมามัดสามีไว้จะได้ไปไหนไม่รอด เราว่าลึกๆเมียน้อยทุกคนรู้ว่าทำร้ายจิตใจเมียหลวงแต่อ้างว่าผู้ชายมายุ่งเอง เธอไม่ผิด และผู้ชายก็เลือกเธอไม่เอาเมียหลวงซึ่งแก่กว่าเธอสองรอบ เธอมั่นใจว่ากามารมณ์ที่เค้าหลงเธอมันมากจนทำให้เค้าทิ้งเมียหลวงมาอยู่กะเธอได้ การคิดแบบนี้เป็นจิตอกุศลอยู่แล้ว การเสพกามกันทุกวันแบบผิดศีลก็บาปอยู่แล้ว ยิ่งถ้าได้สะใจว่าแย่งมาสำเร็จจะยิ่งบาป พิจารณาดูแล้วมีแต่บาปซึ่งก็ต้องรับผลกรรมแน่นอน ส่วนสามี ก็หลงกาม รู้ทั้งรู้ว่าทำร้ายจิตใจเมียตัวเอง คนที่ตัวเองเคยรักเคยหลงมาก่อน แต่มาทำร้ายจิตใจกันแบบไม่มีสำนึก หรือแม้แต่จะอาย เพราะคิดเอาว่าเปลี่ยนใจได้ไม่ผิด แต่ผิดเต็มๆเพราะทรยศหักหลังนอกใจ ผิดศีลอีกต่างหาก เราคงมองสามีเราดีเกินไป เค้าดีในอดีต แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่อีกต่อไป ดูหมดทุกทางเห็นแต่บาป อกุศล ทั้งสิ้น ไม่เห็นทางบุญตรงไหนเลย แม้จะฉลาดทำบุญใส่บาตรพระ แต่เจตนาก็หวังผลเอาบุญมามัดผู้ชายไว้ หรือจะมาล้างบาปตัวเองก็ตาม ก็ไม่ใช่กุศลอยู่ดี แรงกรรมยิ่งใหญ่ เรากำลังชดใช้ถึงเสวยทุกข์ก้นสาหัสทุกคน แต่มันก็ต้องหมดค่ะ จะช้าหรือเร็วก็ตาม หมดแน่ เพราะเพวกเราไม่ได้สร้างกรรมใหม่ ขนาดเราก้ับสามีทำบุญด้วยกันมาไม่น้อยกรรมยังแทรกให้ต้องเสวยทุกข์ขนาดนี้ และเค้าสองคนล่ะปัจจุบันมีแต่สร้างบาป ทำบุญหวังผล วันที่กรรมให้ผลก้ต้องทุกข์ไม่ต่ีางจากพวกเรา เพราะผลกรรมยุติธรรมเสมอ ทุกอย่างปล่อยไปตามเหตุปัจจัยค่ะ...แต่เราต้องสร้างกุศลไว้ตลอด...ป้องกันตัวเราไม่ให้ตกไปอยู่ในวงจรพวกเค้า..อย่างน้อยเค้าลงนรกเราคงไม่ลงไปด้วยแน่นอน ถึงเค้าไม่รู้กันว่านรกเป็นยังไงแต่เค้าก้อต้องตกนรกอยู่ดี...ไม่เกี่ยวกับเราแล้ว...


เค้าสร้างเหตุไว้อย่างไร ผลที่เค้าจะได้รับในภายหน้าก็เป็นไปตามนั้น
กรรมใครกรรมมัน ใครทำไว้อย่างไรก็ได้อย่างนั้นค่ะ การทำกุศลนั้น หากเจตนาทั้ง 3 กาล แวดล้อมไป
ด้วยอกุศลเป็นบริวารแล้ว เป็นกุศลชั้นต่ำสนิทเลยค่ะ หากกุศลนี้ส่งผลนำเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นมนุษย์ที่
พิการ ไม่สมประกอบค่ะ เกิดเป็นเทวดาก็เป็นเทวดาชั้นต่ำไม่ไ้ด้สวยงามสุขสบายสมกับคำว่าเป็นเทวดาค่ะ

ในการทำกุศลในแต่ละครั้งนั้น เจตนาทั้ง 3 กาลนั้นสำคัญมากค่ะ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมค่ะ
ที่กระทู้ในห้องพระอภิธรรม วิธีที่ทำกุศลให้ได้ถูกต้อง และเป็นกุศลชั้นสูงค่ะ

เชิญคลิ๊กเข้าไปอ่านค่ะ viewtopic.php?f=66&t=42423

:b27: ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2013, 16:03 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


การเวลา เขียน:
กับหลายวันที่ผ่านมาเข้าไปอ่านกระทู้ของตัวเองทุกกระทู้หลายรอบ จากทุกคำแนะนำของทุกท่านที่เข้ามาให้กำลังใจ ล้วนเป็นคำแนะนำที่ดีทั้งนั้น แต่มาคิดดูแล้วเพราะตัวฉันเองจริงๆที่ไม่เปิดใจรับความจริงและทำตามที่ทุกท่านแนะนำอย่างที่คุณปลีกวิเวกบอกจริงๆ ฉันยังคงยึดติดกับอดีตที่มันผ่านไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างฉันกับสามีมันจบลงแล้วจริงๆ สิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้ คือต้องยอมรับความจริงเท่านั้น กับสามอาทิตย์แล้วที่รู้ว่าเขาไปอยู้ด้วยกัน ยอมรับว่าอาทิตย์แรกที่รู้ร้องไห้ทุกวัน และลดน้องลงในอาทิตย์ที่สอง และหยุดร้องไห้ในอาทิตย์ที่สามนี้ ความรู้สึกตอนนี้ไม่กระวนกระวายที่อยากจะโทรหาเขา มีความรู้สึกว่าเขาเหมือนคนอื่นที่ไม่น่าไว้ใจที่มีแต่โกหกหลอกลวง ความรู้สึกที่อยากจะให้เขากลับมาลดน้อยลง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงรักเขา แต่เหนื่อยที่จะวิ่งตามเขาเหมือนเรายิ่งวิ่งตามเขายิ่งวิ่งห่างออกไปมากเท่านั้น ความรู้สึกหนึ่งแว๊ปเข้ามาในหัวว่าเราจะตามเขาให้กลับมาเพื่ออะไรเมื่อใจเขาหมดรัก และมีคนอื่นซึ่งเราเองก็รู้อยู่เต็มอก ร้องไห้แล้วได้อะไร เขาไม่ได้แคร์เราไม่สนใจเราสักหน่อยร้องให้ตายหรือนอนดิ้นตายอยู่ตรงหน้าเขาก็ใช่ว่าเขาจะกลับมารักเรา และทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ลูก พ่อ แม่ ซิคือคนที่เราต้องรักและต้องแคร์ และใส่ใจ เขาต่างหากคือคนที่รักและหวังดีกับเราไม่ว่าเราจะเจอเรื่องๆร้ายๆร้องไห้กี่ทีกี่หน สามคนนี้ต่างหากล่ะที่คอยปลอบและให้กำลังใจเราตลอดมา ไม่ใช่เขาที่ทำให้เราต้องเจ็บปวดและร้องไห้ นับจากนี้ฉันจะยอมรับความจริงแม้มันจะเจ็บปวดแต่มันคงทำให้ฉันเข็มแข็งขึ้นและต้องเลิกเจ็บปวดในสักวัน และผ่านมันไปได้เหมือนเพื่อนๆหลายๆท่านในลานนี้


:b35: ในที่สุด ก็ถึงขาลงของความทุกข์แล้ว ดีใจด้วยค่ะ
:b27: ไม่เป็นไรนะคะ ยังมีพ่อแม่อยู่ โชคดีกว่าคนอื่นๆ เยอะค่ะ มีทั้งพ่อแม่ มีทั้งลูก เอาเวลาความรัก
มาให้กับคนทั้ง 3 นี้ดีกว่าค่ะ

ไม่มีสามี ดีซะอีก ไม่ต้องมาคอยดูแลสามียามเค้าแก่เฒ่า อนาคตไม่แน่นอนเค้าอาจจะนอนเป็นผักให้เช็ดฉี่เช็ดอึก็ได้ คุณก็รอดตัวสบายไป ไม่ต้องเป็นภาระ จริงมั้ย ปล่อยให้เมียใหม่เค้าเช็ดก้นกันไปนะคะ

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ย. 2013, 16:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ก.พ. 2011, 08:23
โพสต์: 1328


 ข้อมูลส่วนตัว


ปลีกวิเวก เขียน:
:b41: :b41: :b41:
เท่าที่ติดตามอ่านกระทู้คุณมา...พอจะสังเกตุเห็นว่าคุณยังไม่เปิดใจยอมรับที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองและสถานะภาพของครอบครัว....คุณยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องราวเก่าๆและความคิดที่วกไปวนมา...เหมือนคนพายเรืออยู่ในอ่างน้ำหมุนวนซ้ำรอบแล้วรอบเล่าหาทางออกไม่ได้...ตราบใดที่คุณไม่ยอมเปิดใจเพื่อที่จะรับเอาคำแนะนำที่จะเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองที่กัลยาณมิตรแนะนำ...ไปใคร่ครวญพิจารณาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง...ก็ไม่ต่างอะไรกับการขังตัวเองไว้ในความมืด...ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ...ไม่ได้ประโยชน์อะไร ซ้ำยังเป็นโทษกับชีวิตคุณอีกด้วย
...คุณต้องเกล้าเปิดประตูใจพร้อมที่จะรับฟังและยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงและเป็นไปของชีวิตให้ได้...ไม่มีอะไรยากเพียงแค่คุณกล้าที่จะยอมรับความจริงให้ได้.....

เปิดประตูใจออกมา....โลกมันกว้างจนเกินวิสัยทัศน์ที่เราจะรู้ได้ด้วยตนเอง...โลกไม่ได้เป็นไปตามความคิดจินตนาการของเรา...แต่โลกมีความเป็นไปตามเหตุปัจจัย...เราฝืนธรรมชาติไม่ได้....แต่เราต้องปรับตัวและปรับใจที่จะอยู่กับธรรมชาตินี้ให้ได้อย่างที่เขาเป็น.....

คุณลองเอาไปพิจารณาดูให้ลึกซื้งนะคะ....ด้วยความปรารถนาดี.... :b42:


:b8: อนุโมทนาด้วยค่ะคุณปลีกวิเวก :b35:

.....................................................
พระพุทธศาสนามี ๒ นัย ดังนี้...นัยที่ ๑ คือคำสอนของพระพุทธองค์มี ๓ ประการ...เพื่อประโยชน์ในภพนี้ ในภพหน้า เพื่อเข้าถึงความสุขโดยส่วนเดียวคือพระนิพพาน...นัยที่ ๒ คือแก่นแท้ของพระพุทธศาสนาคืออริยสัจจ ๔ ซึ่งเป็นสภาวะธรรมที่ทำให้ผู้เห็นแจ้ง พ้นทุกข์ทั้งปวงได้ การศึกษาพระอภิธรรมว่าด้วยสภาวะธรรมทั้งสิ้น ผู้เห็นประโยชน์ย่อมได้รับประโยชน์ค่ะ
(เกิดมาไม่ได้เป็นผู้สร้าง ก็จงเป็นผู้ที่รักษา แต่จงอย่าเป็นผู้ที่ทำลาย)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2013, 09:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 402

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b18: :b18:

เยี่ยมมากค่ะ...

ไม่มีอะไรอยู่นาน แม้แต่สุข - ทุกข์ ก็อยู่ไม่นาน จริงๆ ไม่มีสุข มีแต่ ทุกข์มาก-น้อย แค่นั้นเอง อยู่ที่เราวางใจ ว่าจะวางที่ไหน อย่างไร ??

:b39: :b39:
อนุโมทนาค่ะ......

:b8: :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2013, 12:19 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2013, 07:11
โพสต์: 90

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


หลังจากทำใจยอมรับความจริงมาหลายวันที่จะไม่คิดถึงเขา พยายามคิดว่าเขาตายจากเราไปแล้ว เหมือนว่าโลกนี้ไม่มีเขาแล้ว ใจเย็นลง ความกระวนกระวานลดน้อยลง สบายใจขึ้น คิดถึงเขาน้อยลง แต่ยอมรับว่ายังตัดใจจากเขาไม่ได้ 100%ยังมีภาพเขาแว๊ปเข้ามาเป็นช่วงๆที่เห็นครอบครัวคนอื่นพร้อมหน้า และมีคนถามถึงเขา แต่ความรู้สึกตอนนี้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา บางทีมันอาจเป็นเพราะเวลาที่เราเจ็บมันสะสมมานานมันอาจจะเจ็บจนชิน จนไม่เหลือใจให้เจ็บอีก รวมทั้งน้ำตาที่มันไหลมานานจนไม่มีจะไหล แม้จะสบายใจขึ้น แต่ยอมรับว่าเหงา อ้างว้าง และไม่ชินกับการที่ไม่มีเขา
เมื่อวานลูกโทรไปหาเขา เขาบอกลูกด้วยน้ำเสียงเรียบๆว่า ดูแลแม่ ดูแลบ้าน ดูแลรถเราดีๆนะลูก ลูกถามว่าป๋ารักน้องกับแม่ไหมทำไมไม่มาหาเราเลย เขาตอบว่ารักซิลูก อดทนและดูแลแม่นะ
บอกตัวเองให้เข้มแข็งและเอาชนะเขาให้ได้ อย่าได้ให้ความหวังตัวเองกับคำพุดของเขาอีก ได้แต่หวังว่าเวลาจะทำให้เราดีขึ้นกว่านี้ และผ่านมันไปได้เหมือนเพื่อนๆหลายๆคนในลานนี้


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2013, 13:40 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 402

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b35:

ดีใจด้วยค่ะ........

เป็นธรรมดาที่จะเหงาบ้าง อ้างว้าง โดดเดี่ยว แต่ เดี๋ยวก็จะชิน กับการวางใจ .....

ที่เราจะรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ไม่เครียด ไม่หนัก ไม่กังวล ไม่รอคอย ไม่คาดหวัง

ถึงเขาจะกลับมา เราก็ ดูแล ธรรมดา เหมือนที่เคยทำ แต่ภายในใจของเรามันสงบ สบาย ไม่ร้อนรน เฉย ๆ คิดซ่ะว่า ไปงานกาชาด ได้ของขวัญกลับบ้าน

ถึงเขาไม่กลับ เราก็อยู่ได้ อย่างมีความสุข สุขจากภายใน.....

:b39:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 11 พ.ย. 2013, 16:39 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2013, 16:30
โพสต์: 97

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b35: :b35:

จิตใจของคุณเข้มแข็งขึ้นแล้ว ดีแล้วค่ะ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ :b12: :b12:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 152 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ... 11  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร