วันเวลาปัจจุบัน 17 ก.พ. 2019, 15:09  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2013, 13:54 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


ในวันที่ทุกสิ่งผิดพลาด

ในวันที่ทุกสิ่งดูผิดพลาดไปหมด
ขอเพียงเหลือใจที่ถูกต้องไว้ดวงเดียวก็พอ
แล้วใจจะพาทุกอย่างกลับเข้าที่เข้าทางไปเอง

ช่วงที่ชีวิตเหมือนดำ หรือเหมือนดิ่ง
ทุกอย่างที่คุณตัดสินใจอาจผิดพลาด
หรือหนักกว่านั้น
บุคคลหรือเหตุการณ์รอบตัวช่วยกระหน่ำซ้ำเติมจนไม่มีดี
การรู้สึกอ่อนล้าหมดใจย่อมต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา

จุดนั้นแหละถึงเวลาที่จะยกระดับชีวิต
ถ้าคุณผ่านจุดนี้ไปได้ ก็จะเกิดความสว่างบรรเจิดจ้า
แต่ถ้าผ่านไม่ได้ ก็จะร่วงหล่นลงสู่ความมืดที่รอท่าอยู่

เพียงรักษาใจไว้ไม่ให้เศร้าหมอง
ในขณะที่โลกบีบให้เศร้าหมอง
มีสติเห็นว่าเศร้าได้ก็คลายได้
ไม่ใช่จะบีบรัดอยู่ตลอดเวลา
หรือโกรธได้ก็หายได้
ไม่ใช่จะต้องร้อนเหมือนไฟไม่ขาดฟืน
หรือมืดได้ก็สว่างได้
ไม่ใช่ก้นถ้ำที่อาทิตย์ยามเช้าสาดแสงไปไม่ถึง

เมื่อสังเกตใจตัวเองอยู่ว่าในวันที่เศร้าที่สุด
บางนาทีก็เศร้า บางนาทีก็สบายขึ้น
บางนาทีก็ร้อน บางนาทีก็เย็นลง
บางนาทีก็มืด บางนาทีก็สว่างโล่ง
ในที่สุดจะพบว่าสิ่งถูกต้องที่คุณเหลืออยู่ในชีวิต
คือจิตที่ประกอบด้วยสติ รู้เห็นความไม่เที่ยง
เริ่มออกมาจากความไม่เที่ยงภายใน
แผ่ขยายสู่การรู้เห็นความไม่เที่ยงภายนอก
ไม่ใช่ไม่เหลืออะไรเลยเหมือนคนอื่นที่ประสบชะตาเดียวกัน

ผลที่ออกมาอย่างชัดเจนเป็นอันดับต้นๆ
คือ คุณจะไม่ทำผิดพลาด
ไม่พูดผิดพลาดให้ถลำลึกลงไปอีก
ความคิดประชดชีวิตจะไม่อยู่ในหัว

อันดับต่อมาคุณจะพบว่าตัวเองค่อยๆอยู่ท่ามกลางทางออกของปัญหา
ซึ่งแต่เดิมมองไม่เห็นเลยสักทางเดียว
พอใจได้รับการค้ำจุนสนับสนุนจากสติ
ที่คิดไม่ออกก็คิดออก ที่เย็นไม่ไหวก็เย็นไหว
ที่กระสับกระส่ายสับสันก็กลายเป็นสงบนิ่งลงได้

ชีวิตจะแย่หรือ ‘มืด’ จริงๆก็ตอนที่คุณยอมให้จิตทั้งดวง
ถูกเหตุการณ์ร้ายๆปรุงแต่งจนถึงวันตาย
นั่นแหละที่แสงสว่างจะมาไม่ทันเอาจริงๆ


:b8: :b8: ดังตฤณ
เมษายน ๕๕
ที่มา http://bit.ly/13eCC3B


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2013, 15:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


ทำอย่างไรจะตัดใจจากคนรักเก่าได้สำเร็จ

ตัดน้ำยากอย่างไร ตัดใจยากกว่านั้น!

แทนการคิด ‘ตัดใจ’ จากคนรัก ให้คิด ‘สละคนรัก’ ออกจากใจเสีย
เหมือนตอนถวายดอกไม้สดให้พระด้วยความสบายใจ
เราไม่อาลัยดอกไม้ได้อย่างไร
ก็พึงสละความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของครอบครองคนรักให้ได้อย่างนั้น

ขอให้สังเกตว่าถ้าช่วงไหนเราให้ทานบ่อย
ใจจะสละอะไรต่ออะไรง่าย ให้อภัยง่าย เลิกผูกใจคิดมากง่าย
อย่างน้อยก็ง่ายกว่าช่วงที่ไม่ค่อยให้ทาน
นั่นแสดงให้เห็นว่าการรู้จักให้ทาน มีความเกี่ยวข้องกันกับความสามารถในการแก้ปมปัญหาทางใจแน่ๆ

เหตุที่ให้ทานบ่อยแล้วลดความยึดมั่นถือมั่น
ก็เพราะใจได้หมั่นฝึก ‘ปล่อยออก’ ไม่ใช่เอาแต่ ‘กำเข้า’ ตามอำนาจความเคยชิน
พุทธศาสนาแสดงไว้ว่า จุดมุ่งหมายของการให้ทานคือการทำลายความตระหนี่ถี่เหนียว
ละเลิกอาการเอาแต่หวงไว้ ยึดไว้ อยากกอดรัดไว้หมดแม้กระทั่งขยะทางอารมณ์

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดลืมคนรัก แต่อ่อนแอเกินกว่าจะทำได้สำเร็จ
ให้ลองสร้างความเข้มแข็งอย่างถูกทางกันดู
ลองถวายดอกไม้พระ แล้วจำความสบายใจจากการสละจริงไว้เป็นตัวอย่าง
จากนั้นอธิษฐานว่า ‘ขอให้ใจสละความทรงจำเก่าๆได้ง่ายเหมือนถวายดอกไม้นี้ด้วยเถิด’

เมื่อรู้สึกถึงการเปลี่ยนฐานะจาก ‘ผู้สูญเสีย’ เป็น ‘ผู้เสียสละ’
สิ่งที่คุณจะสัมผัสได้คือการแทนที่ความมืดด้วยความสว่าง

แม้กระทั่งความเหงาหงอยอ้อยอิ่งก็ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นได้
ขอเพียงลุกขึ้นมาริเริ่มทำบุญคนเดียว
ถ้าทำอย่างมีความสุขได้ ก็ลองอธิษฐานขอความอบอุ่นใจจากการอยู่กับตนเอง
อย่างน้อยก็นานพอจะพบคนใหม่ที่สร้างความอุ่นใจได้เท่ากับที่ทำบุญตามลำพังนี้

ลองแล้วจะรู้ครับว่า ‘ทำบุญทำทาน’ นั้น ให้ผลทันตาทันใจในชาตินี้ได้อย่างไร
คุณจะทราบว่าความผิดพลาดแย่ๆ มักกลายเป็นบทเรียนดีๆได้
โดยเฉพาะสำหรับผู้หวังจะผ่านเคราะห์ร้ายด้วยความสว่าง ไม่ใช่ด้วยความมืด


:b8: ดังตฤณ
มกราคม ๕๖

ที่มา http://bit.ly/129VsYD


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2013, 18:28 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 15:12
โพสต์: 152

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากคะ อนุโมทนาคะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 27 พ.ค. 2013, 16:33 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ค. 2013, 16:30
โพสต์: 97

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Kiss Kiss ขอบคุณบทความดีๆๆ จะนำมาใช้กับชีวิตตัวเองค่ะ :b34: :b48:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 มิ.ย. 2013, 13:30 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


ที่สุดของวันนนี้
คุณจำเป็นต้องยอมรับว่าเมื่อวานดีที่สุดได้แค่นั้น แต่อาจปฏิเสธวันนี้ที่ยังไม่ดีได้เท่าที่สุดของความเป็นคุณ
คาถาป้องกันความเสียดายอดีตที่ดีมีอยู่บทหนึ่ง คือ "มันดีที่สุดของมันได้แค่นั้น" เพราะเรากลับไปทำอะไรให้ดีกว่านั้นไม่ได้แล้ว
ความเสียดายอดีต หากลากคุณมาหมกจมได้ทั้งวัน ก็ทำวันนี้ให้สูญเปล่าอย่างน่าเสียดายไปอีกวัน โดยที่วันวานไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเลยจนนิดเดียว
คาถาเสกใจให้ดีขึ้นมีอยู่บทหนึ่ง คือ "อย่าให้แย่ไปกว่านี้" ผู้ท่องคาถาอยู่ย่อมฉุกใจ ไถ่ถามตัวเองว่า ที่กำลังเป็นอยู่ มันแย่กว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า?
ชีวิตคุณเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ค่าความเป็นคุณมีอยู่แค่ไหน ไม่ใช่ความสำเร็จหรือล้มเหลวของเมื่อวาน ไม่ใช่ความสุขหรือความทุกข์ในอดีต ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าเคยมีคนรักเลิศเลอหรือร้ายกาจ แต่เป็นความสามารถที่จะทำอะไรสักอย่าง ให้สำเร็จตามความตั้งใจดีๆในวันนี้ต่างหาก

ดังตฤณ
พฤษภาคม ๕๖


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 ก.ค. 2013, 15:21 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


ความเจ็บปวดย่อมสลายตามกาลเวลา ส่วนจะเร็วหรือจะช้าขึ้นกับการยึดติดของเราเอง...

วันก่อนที่คุณยังไม่ทุกข์ ก็มีคนอื่นทุกข์มาก่อน
วันนี้คุณมีทุกข์ ก็มีบางคนทำใจจากทุกข์ได้แล้ว
พรุ่งนี้ถ้าคุณทำใจจากทุกข์ได้ ก็มีบางคนกำลังทุกข์
เขาจะโศกเศร้า ราวกับไม่อาจผ่านทุกข์ครั้งนี้ไปได้
โลกเราก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว "จงให้เวลา กับ เวลา"


:b8: ธรรมทาน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 14 ก.ค. 2013, 20:31 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 2
สมาชิก ระดับ 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ส.ค. 2012, 08:50
โพสต์: 86


 ข้อมูลส่วนตัว


ความทุกข์ในชีวิตของเราเป็นปฏิกิริยาผกผันกับความเข้าใจที่เรามีต่อโลกและชีวิตเสมอ หากเรารู้จักโลกและชีวิตตามความเป็นจริงมากความทุกข์ก็น้อย แต่หากเรารู้จักโลกและชีวิตน้อย ความทุกข์ก็มาก ความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคือดัชนีชี้วัดภูมิปัญญาของเราแต่ละคน

ทุกข์มาก เพราะปัญญาน้อย
ทุกข์น้อย เพราะปัญญามาก
หมดทุกข์ เพราะถึงที่สุดแห่งปัญญา

:b8: ว.วชิรเมธี...หนึ่งคนตาย..ล้านคนตื่น


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 15 ก.ค. 2013, 05:46 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


เจ็บปวด เขียน:
ความทุกข์ในชีวิตของเราเป็นปฏิกิริยาผกผันกับความเข้าใจที่เรามีต่อโลกและชีวิตเสมอ หากเรารู้จักโลกและชีวิตตามความเป็นจริงมากความทุกข์ก็น้อย แต่หากเรารู้จักโลกและชีวิตน้อย ความทุกข์ก็มาก ความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคือดัชนีชี้วัดภูมิปัญญาของเราแต่ละคน

ทุกข์มาก เพราะปัญญาน้อย
ทุกข์น้อย เพราะปัญญามาก
หมดทุกข์ เพราะถึงที่สุดแห่งปัญญา

:b8: ว.วชิรเมธี...หนึ่งคนตาย..ล้านคนตื่น


คุณเจ็บปวด คิดถึงเช่นกันค่ะ ผ่านได้แล้วใช่มั้ยค่ะ ดีใจด้วย มองให้เป็นธรรมชาติ และธรรมดา แบบมีสติก็ผ่านแล้วค่ะ เรื่องของอารมณ์ขึ้น ลง เป็นธรรมดาของมนุษย์เราค่ะ ย้อนมองอดีต และบทเรียนอันแสนเจ็บปวด สอนเราได้เยอะจริงๆๆค่ะ สู้ๆๆค่ะ :b27:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 ส.ค. 2013, 10:59 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 1
สมาชิก ระดับ 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ส.ค. 2013, 18:18
โพสต์: 18

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เป็นบทความที่ทำให้เรา หันมาดูตัวเองรักตัวเอง ขอบคุณข้อความดีๆ เรายังมีแม่น้องและครอบครัวที่รักเราอีกมากมาย เตือนสติได้ดีมากค่ะ :b8:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 21 ส.ค. 2013, 13:36 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 15:12
โพสต์: 152

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


หวัดดีคะหายไปสักพักกลับมาอีกแล้วคะ ขนาดยอมแพ้แล้ว ยังตามจองเวรเหมือนเดิมเมื่อไหร่จะทำใจได้สักที


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 01 ก.พ. 2019, 19:00 
 
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2013, 07:16
โพสต์: 1651

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b47: :b39: กระทู้เก่าที่ยังมีคุณค่าถึงทุกวันนี้ค่ะ
:b8: :b8: :b8:


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 26 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot], McArowana และ บุคคลทั่วไป 9 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร