วันเวลาปัจจุบัน 27 พ.ค. 2020, 19:44  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ]    Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 10 พ.ค. 2020, 18:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-1
Moderators-1
ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ก.ย. 2010, 20:29
โพสต์: 4966

แนวปฏิบัติ: พิจารณากาย
สิ่งที่ชื่นชอบ: มณีรัตน์,พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ร้วห่อทอง
อายุ: 34

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป
วัดอรัญญวิเวก (บ้านปง) จ.เชียงใหม่


:b44: :b44:

บุตรทั้งหลายมีเท่าไร แก้ว่า “บุตรทั้งหลายมี ๓”
คือ อภิชาตบุตร ๑ อนุชาตบุตร ๑ อวชาตบุตร ๑
เป็น ๓ ดังนี้

“อภิชาตบุตร” นั้น ก็พิจารณาดูว่า ได้แก่ บุตรหญิงชายทั้งหลายที่มีอุปนิสัยแก่กล้ายิ่งกว่าบิดามารดาของตน ด้วยเป็นศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัยทั้งสามประการ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเชื่อในทาน ศีล ภาวนา คือเชื่อในการทำบุญมีผล เชื่อว่าการรักษาศีลเป็นเครื่องระงับความโกรธให้เบาบาง เชื่อว่าการเจริญภาวนาทำให้เกิดปัญญารู้ ไม่ให้ลุ่มหลง เชื่อในการบูชาและฟังธรรมที่เรียกว่าการสักการบูชาและฟังเทศน์ฟังธรรมมีผลมีประโยชน์ เมื่อฟังแล้วจะได้นำไปปฏิบัติ ฝึกหัดตนเองไปตามทำนองคลองธรรมที่ได้ฟังมานั้น

(๑) เป็นผู้มีศีลห้า มีศีลแปด กรรมบถสิบ ยิ่งกว่าบิดามารดาหนึ่ง

(๒) มีสุตะ คือการฟังพระธรรม ฟังเทศน์ฟังธรรมมามาก เทศนายิ่งกว่าบิดามารดาหนึ่ง

(๓) มีจาคะความบริจาคทาน ข้าวและน้ำ ผ้าผ่อนท่อนสไบ เป็นต้น ยิ่งกว่าบิดามารดาหนึ่ง

(๔) มีปัญญาความรู้ความฉลาด พิจารณารู้ในทางโลกและทางธรรมยิ่งกว่าบิดามารดานั้นอีกอันหนึ่ง

(๕) บุตรทั้งหลายมีองค์ห้ายิ่งกว่าบิดามารดา ท่านเรียกว่า “อภิชาตบุตร...บุตรยิ่ง” ในปัจจุบันนี้บุตรหญิงชายที่จะมีสติปัญญากว่าบิดามารดาดังได้กล่าวมานี้ก็มีอยู่บ้าง แต่ยังไม่มีมากเท่าไร


ในข้อที่สอง “อนุชาตบุตร” นั้น ได้แก่บุตรที่ทั้งหลายหญิงชายที่เกิดมามีศรัทธาเป็นผู้เชื่อมั่นในศีล มีสุตะคือการฟัง มีจาคะคือการบริจาค มีปัญญามีความรอบรู้ “เสมอกับบิดามารดา” ไม่ยิ่งไม่หย่อนกว่ากัน

คือบิดามารดามีศรัทธา มีศีล สุตะ จาคะ ปัญญา บุตรหญิงชายทั้งหลายก็มีเสมอกัน ท่านเรียกว่า “อนุชาตบุตร” บุตรประพฤติตามบิดามารดาของตนเอง ในข้อนี้หากบิดามารดาเป็นผู้เข้าวัดฟังธรรมจำศีลก็ดี ประพฤติคุณงามความดีหรือครอบครองทรัพย์สมบัติก็ดี อยู่ในบ้านในช่องเป็นผู้ปฏิบัติดีพอสมควรแล้ว นี่รักษาสมบัติมรดกอะไรก็ดี ตกทอดมาถึงก็ได้ปฏิบัติตนเองดำเนินไปตามขั้นตอนอย่างนี้ ก็เรียกว่า ท่านรู้จักการปฏิบัติและท่านก็รู้จักการทำบุญทำทานการกุศล ท่านรู้จักการฟังเทศน์ฟังธรรม ท่านรู้จักการบริจาคทานการกุศล ท่านรู้จักรักษาศีล ท่านรู้จักไปนั่งทำความสงบ เป็นผู้ตั้งอยู่ในศีลในธรรมตามสมควร แต่เราเป็นอนุชาตบุตรเมื่อเห็นบิดามารดาของตนเองทำความดีเช่นนี้ตนเองก็ได้ปฏิบัติคุณงามความดีตามสติกำลังปัญญาของตนเอง เรียกว่าทำตามพ่อตามแม่ พ่อแม่มีความสามารถทำอย่างไรเราก็ทำไปเช่นนั้น

เหมือนคนอยู่ในปัจจุบันนี้แต่ก่อนตั้งแต่เล็กแต่น้อยมาวัดมาวากับพ่อกับแม่ กับบิดามารดาของตนเอง เมื่อเห็นบิดามารดาพากันทำทานการกุศล กราบไหว้ดอกไม้บูชาก็ดี ไปไหว้พระสวดมนต์ก็ดี ไปรักษาศีลหรือไปนั่งเจริญเมตตาภาวนาก็ดี เมื่อตนเองใหญ่ขึ้นมาแล้วตนเองก็ตั้งจิตตั้งใจปฏิบัติตามบิดามารดาของตนเองสืบมา เรียกว่า เป็น “อนุชาตบุตร” ประพฤติตามบิดามารดาของตนเองได้


อีกอย่างหนึ่ง “อวชาตบุตร” บุตรต่ำช้ากว่าบิดามารดา ในข้อนี้ซิพิจารณาดูให้เข้าใจ บัดนี้บุตรต่ำช้ากว่าเลวทรามกว่าบิดามารดา เป็นคนพาล ว่ายากสอนยาก พ่อแม่แนะนำสั่งสอน ไม่อยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของพ่อแม่เลย

นี่พิจารณาดู ส่วนมากในปัจจุบันนี้อาจจะมีคนว่ายากสอนยาก ลูกของคน เป็นคนมักมากไปด้วยความโกรธ โลภ หลง ไม่ดำรงตั้งมั่นอยู่ในศรัทธาศีลทานการภาวนาอะไร แม้ฟังธรรมเทศนาเป็นคนหนาไปด้วยภูมิ โลภเจตนาลักฉ้อล่อลวง เจตนาเอาสิ่งของเขาหวงแหนมาเป็นของตน เป็นคนโทโสโกรธาตีด่าบิดามารดา พี่หญิงพี่ชาย หยาบคายแก่ผู้เฒ่าผู้แก่ เป็นคนนอกพ่อนอกแม่ ไม่ตั้งอยู่ในโอวาทคำสั่งสอนของบิดามารดา เป็นพาลไม่ประพฤติตามบิดามารดาของตน นี่พวกเราท่านทั้งหลายคนเราทุกคนนี้จะได้เห็นว่าลูกชนิดนี้เป็นส่วนมาก ลูกที่ไม่ดีกว่าพ่อกว่าแม่ ต่ำกว่าพ่อกว่าแม่ ไม่อยู่ในธรรมสั่งสอนพ่อแม่

พ่อแม่แนะนำสั่งสอนคุณงามความดีอะไรไม่ปฏิบัติตนเองเป็นคนดี หรือพ่อแม่สั่งสอนให้ศึกษาเล่าเรียนก็ดีไปโรงเรียนก็ดี ไม่ไปศีกษา พ่อแม่พยายามแนะนำสั่งสอนให้ลูกนั้นเมื่อไปโรงเรียนแล้ว เลิกโรงเรียนแล้วก็ให้กลับมาบ้าน กลับมาบ้านก็ช่วยกิจการงานกับพ่อแม่หรือปัดกวาดบ้านช่องก็ดี อืม ในบ้านในช่องรักษาสิ่งของรักษาความสะอาด เก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เครื่องนุ่งเครื่องห่มหนังเศษหนังสือก็ดี กระเป๋ามาจากโรงเรียนให้เก็บให้งำให้ระเบียบเรียบร้อย พ่อแม่แนะนำสั่งสอนอย่างนี้ การอยู่การกินก็ดี ล้างถ้วยล้างชามก็ดี จัดสิ่งใดในบ้านในช่องให้มีระเบียบเรียบร้อยให้รักษาบ้านรักษาช่อง ให้รักษากิจงานหน้าที่ของตนเอง ให้ทำการบ้าน ให้ท่องหนังเศษหนังสืออะไร

พ่อแม่แนะนำสั่งสอนอย่าไปเที่ยวเตร่เล่นที่โน่นที่นี่ เสียการเสียเวลา ตั้งหน้าตั้งตาศีกษาเล่าเรียน ขยันขันแข็งหมั่นเพียรนี่บิดามารดาสั่งสอนแนะนำลูกเช่นนี้เป็นส่วนมาก ไม่ให้ไปเที่ยวเล่นกลางคืน ไม่ให้กินเหล้ายา ไม่ให้เป็นโจรเป็นขโมย ไม่ให้ทุบให้ตีคนอื่น ให้ตั้งอยู่ในคุณงามความดี การเดินไปเดินมาก็ให้เป็นคนสงบเสงี่ยมเจียมตัว ให้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ ให้รู้จักผู้เฒ่าผู้แก่ จะไปทำแก่ผู้เฒ่าผู้แก่ ด่าพ่อแม่ พี่หญิงพี่ชายก็ดี อย่าไปทุบไปตี พ่อแม่จะแนะนำสั่งสอนเช่นนี้แก่ลูกของตนเอง ไม่ให้ไปเที่ยวเล่นกลางคืนเสียงานเสียเวลา ไม่ให้เล่นไปเล่นไพ่เล่นโป ไม่ให้ซื้อเบอร์ซื้อหวย ไม่เป็นคนซุกซนดื้อด้านชกต่อยตีหมู่เพื่อนฝูงอยู่ในการงานอยู่ในที่โน่นที่นี่ อันนี้แหละบิดามารดาย่อมแนะนำสั่งสอนลูกเช่นนี้ แต่ลูกไม่ฟังคำสั่งสอนของบิดามารดา เมื่อไม่ฟังคำสั่งสอนบางทีไปกินเหล้ากินยาเมามาก็ดี บิดามารดาไปสั่งไปสอนก็จะไปทุบไปตีบิดามารดาในอันจะเป็นบาปเป็นกรรมนักหนา มีโทษมาก หรือจะไปด่าพี่หญิงพี่ชายก็ดี ด่าปู่ย่าตายายก็ดีด้วยคำหยาบคายนานาต่างๆทำให้วาจานั้นเป็นบาป เราจะมีโทษมากอาจจะไปตกนรกอเวจีก็ได้

นี่แหละพวกเราท่านทั้งหลายมาพิจารณาดูสิ ลูกเป็น “อวชาตบุตร” นี้มีมากเลยทีเดียวในปัจจุบันนี้ อันลูกที่ไม่ฟังคำสั่งสอนของบิดามารดาทั้งหญิงและทั้งชายนี่แหละ เราเห็นแล้วในปัจจุบัน เป็นนักเรียนนักศึกษาก็ดี ให้ตั้งใจและเล่าเรียนตามบิดามารดาสอนให้ และครูอาจารย์แนะนำสั่งสอน ยังนอกพ่อนอกแม่ไม่ฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ เมื่อเกิดอันตรายขึ้น จะเป็นโจรเป็นขโมยไปปล้นไปจี้ทุบตีก็ดี อันไม่ดีไม่งามเกิดขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่จะไปจับเข้าไปในห้องขังคุกตารางเรือนจำ นำความทุกข์มาให้อีกแหละก็มีโทษ บางทีก็อาจถึงอันตรายถึงตายก็ได้

ลูกที่ไม่เชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่นี่ทำให้พ่อแม่มีความทุกข์ความลำบาก หากลูกไปนอนอยู่ในคุกในตารางแล้วก็เหมือนทำให้พ่อแม่ไปติดคุกด้วย มีความทุกข์แก่ลูกคิดถึงลูก ใจก็คิดถึงลูกอยู่ในเรือนจำ นำความทุกข์มาให้บางทีก็ขึ้นโรงขึ้นศาล เสียเงินเสียทองข้าวของมากมายหลายอย่าง เราจะเห็นได้ชัดไหมทั้งหญิงทั้งชาย เป็นโจรขโมยปล้นจี้มีหมด ลักฉ้อล่อลวงมีหมด ทุกข์ปานนี้ไม่ฟังคำสั่งสอน


:b46: :b46:

ส่วนหนึ่งจากพระธรรมเทศนาหัวข้อ
“สร้างมงคลให้เกิดมีแก่ชีวิต”


:b50: :b49: รวมคำสอน “พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป”
http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=72&t=38758

:b50: :b49: ประวัติและปฏิปทา “หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป”
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=9335

.....................................................
"เกิดดับ..เกิดแล้วไม่ดับไม่มี"


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 12 พ.ค. 2020, 10:41 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ต.ค. 2008, 19:58
โพสต์: 288

โฮมเพจ: https://www.facebook.com/McDoorEdgeRubber
แนวปฏิบัติ: ตามหาพุทโธ
งานอดิเรก: ถ่ายภาพ สะสมพระเครื่องพระบูชา เลี้ยงปลา เลี้ยงแมว
ชื่อเล่น: Mc
อายุ: 0
ที่อยู่: สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

 ข้อมูลส่วนตัว www


:b8: :b8: :b8:

.....................................................
ถ้าจะตาย จะเสียดายทำไมเล่าชีวี
ต้องรู้เท่าทันธาตุขันธ์นี้ ล้วนแต่มีอนิจจังทั้งหมด


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 2 โพสต์ ] 

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 4 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร