วันเวลาปัจจุบัน 20 พ.ย. 2019, 10:58  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 377 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 26  ต่อไป  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2013, 16:15 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ให้ข้อคิด ได้พยายามนำไปปรับใช้ ก็ได้ผลบ้าง ไม่ได้บ้าง จิตยังฟุ้งซ่าน คิดแค้น เขาเป็นระยะ ๆ บางครั้งก็สงสาร เห็นใจ บางครั้งก็สมน้ำหน้า สะใจ เขา ส่งข้อความมาวันที่ 4 พ.ค.56ว่า "งานก็ไม่มีทำ เงินก็หมด จะเอาอย่างไง บอกมาเลย จะฟ้องก็ฟ้อง จะได้จบกันไป""

1.เรื่องงาน เขาก็โกหก หรือจริง เท่าที่ทราบลาออกงาน 20 กพ.56 แต่มางานศพขับรถมาบอกใช้รถบริษัท??วันที่ 19 เม.ย.56 แต่เรารู้ว่าว่างงาน และ ป้ายทะเบียนไม่สอดคล้องกับจังหวัดที่ทำงาน บอกเวลาเดินทางก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ หากออกจากที่ทำงาน เวลา 11.00 น.จริง ก็น่าจะใช้เวลาขับรถ 123-13 ชม ถึง 24.00 น. แต่ความจริงเดินทางมาถึงงานศพ เวลา 18.00 น. เหลือเชื่อ เกินจริง เราสติแตก หลุดปากไปว่า ใช้รถชู้มาเหรอ?? เพราะหากไม่ใช่ผัวเมียกันใครที่ไหนจะให้ยืมรถ เป็นไปได้ยากจริง ๆ
2. เงินหมด เราโอนเงินให้ เมื่อ 7 ก.พ56 จำนวน 2 แสน ตอนนั้นยังไม่ได้บอกเลิก และไม่รู้ว่ามีแผนการชั่วร้ายจะขอเลิกจากเราไปมีชู้ อยู่ๆ วันที่ 13 กพ.56 บอกหมดรักขอเลิก วันที่ 20 กพ.56 เราขอไปหาไปเคลียร์ต่อหน้าไม่ยอม หนีหน้า ลาออกงานเฉยเลย ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้น พ่อป่วยเราให้นอน ร.พ.เราเฝ้าพ่อ โทรคุยทุกวันปกติ แรงกรรม เหวี่ยงแรง กระเด็นหลุดเฉยเลย งงจริง ๆ
3. เรื่องฟ้อง เราไม่เคยพูด ไม่ได้บอกให้รับรู้ เราแค่คิดและคุยในเพื่อน สมาชิกลานธรรม ไม่รู้เขาเดามาจากทางไหน สงสัยรู้ว่าบ้านเราเป็นข้าราชการ เป็นนักกฏหมายกันทั้งบ้าน จึงคิดว่าจะโดนฟ้องแน่ ๆ ๆ สงสัยไปเตรียมตัวเหมือนกัน
4.เรื่องจบ ในใจเราคิดว่าจะต้องจบ ถึงแม้จะรักจะห่วงใย เหมือนเดิม แต่ให้ใช้ชีวิตคู่ต่อคงไม่ไหว ไม่มีความสุข คงมีแต่ความหวาดระแวง ว่าจะนอกใจอีกมั๊ย จากที่ไม่เคยทะเลาะ หวานแหวว ก็จะเครียด ไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน แล้วจะหาความสุขจากไหน ก็อยากเก็บวันดีๆ ที่เขาเอาอกเอาใจ อาบน้ำให้ นวดให้ดูแลจากหัวถึงเท้า ดีจริง ๆ ดีที่สุด เสียดายมาก ๆ ๆ ๆๆ พยายามคิดในแง่ที่เขาชั่วร้ายจะได้ตัดใจจากเขาได้ไม่เจ็บปวด ว่า เขาใจดำ ตัดรอนขณะที่เราเหนื่อย สุด ๆ ไม่มีงานไม่มีเงิน เราก็จุนเจือมาตลอดทั้งตัวเขาครอบครัวเขาไม่เคยขาด มีบ้างที่จะหงุดหงิดเพราะเราเองก็ไม่มีให้บ่อย ๆ ตามที่ต้องการ เขาจึงเก็บกดความรู้สึกไว้ จดไว้ที่ละประเด็นว่า เราไม่ดี????5555555

ขอบคุณทุกท่าน จริง ๆ ที่ได้ให้ระบายความรู้สึก เราไม่มีใครจริง ๆ ลูกสาวคนเดียว รักเรียน รักงาน จึงมีเพื่อนน้อย ยังไงก็อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนนะคะ ขอบคุณมากค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 08 พ.ค. 2013, 20:05 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2013, 15:12
โพสต์: 152

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เห็นใจนะคะ ฉันก็มีชะตากรรมคล้ายคุณคะ พอเขาพอมีพอใช้สักหน่อยเขาก็ถีบหัวเราส่ง แต่ตอนลำบากมีแต่เราดิ้นรน อืมจิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถืง สู้ ๆๆๆ นะคะ จะคอยเป็นกำลังใจให้คะ :b16: :b16: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2013, 09:46 
 
ออฟไลน์
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 มี.ค. 2013, 13:36
โพสต์: 1

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


เฮ้อ เห็นใจพี่กล้วยไม้ม่วง และพี่คนโง่งมงาย มากค่ะ เท่าที่อ่านเรื่องพี่ 2 คน แล้วเห็นใจจริงๆๆค่ะ ขอให้พี่ทั้ง 2 คน ผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ให้ได้น่ะค่ะ ขอให้เจอแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิตค่ะตลอดไปค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2013, 12:13 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


คุณการเวลาค่ะ ฉันก็มีความทุกข์ และเรื่องราวชีวิตคล้ายคุณมากค่ะ และก็เหมือนกันกับคุณ Kanchapronด้วยค่ะ ต่างกันตรงที่ไม่มีลูก อยู่กันมา 9 ปี แบบดีๆๆๆดีที่สุด รักเราเอาใจใส่ ทุกเรื่อง ดีมากๆๆๆ ไม่มีวี่แว่วเจ้าชู้ สวดมนต์ ไหว้พระ ทำบุญร่วมกันมาตลอด พอเดือน กุมภาพันธ์ 56 ก็บอกเลิกรัก มีหญิงคนใหม่เข้ามาคุยด้วย เราก็ได้แต่ ทำใจ ยอมรับ และดูแลตนเอง ด้วยการสวดมนต์ ไหว้พระ ใส่บาตรตอนเช้า ก็คิดเสียว่าเป็นโอกาสดีที่ได้ดูแลตนเอง ให้เราได้มีเวลาว่าง ไม่ต้องดูแลเขา ดูแลเฉพาะขันธ์ 5 ของเราและเตรียมตัวที่จะเดินทางต่อไปในอนาคต

ดีเสียอีกที่เขาบอกเรา และแสดงให้รู้จะได้ไม่เสียใจ เสียเวลา ที่จะรับเอาสิ่งดีๆๆที่จะเข้ามาสู่ชีวิตเรา พยายามคิดในแง่ดีนะคะ คุณยังมีลูกที่ต้องดูแลฟูมฟัก เพื่ออนาคตของเรา ขอให้คุณเข็มแข็ง และอยู่ได้ตามแบบฉบับของเรา ไม่มีใครลอกเลียนแบบชีวิตของเราได้ เราเท่านั้นที่จะเป็นคนออกแบบ กำหนดเป้าหมายทางเดินชีวิต ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง ไม่ให้ใครมามีอิทธิพลเหนือเรานะคะ

และแล้วเราก็จะผ่านมันไปให้ได้พร้อม ๆ ๆ ๆกันนะคะ ดิฉันเชื่อมั่นว่าหากเราตั้งใจ เราก็จะสำเร็จ( ขณะที่เขียนที่พูด ก็รู้สึกว่ากำลังย้ำเตือนตนเองเช่นกันค่ะ)

ให้กำลังใจค่ะ สู้ ๆๆๆๆๆๆ นะคะ

เข้าไปเยี่ยมคุณการเวลามา ดูชีวิตแต่ละท่าน แต่ละคน คล้าย ๆ กัน ต่างกันที่วิธีการจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องราวครอบครัว ความรัก ไม่แต่กต่าง มันก็เท่านั้นเอง บางวันทำได้ ดีทีเยี่ยม บางวันก็แย่สุดๆ ก็เป็นธรรมดา ก็คนนี่นะ เปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัย อยู่ที่ว่า เราจะมีสติ ระลึกรู้ตามทันมั๊ย?? ก็ต้องพยายามฝึกกันไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ..........

ดุ้นไฟถ้ามันร้อน จับถือไม่ไหวก็ต้องโยนมันทิ้งไปครับ
จะทนจับให้มือไหม้มือพองเพื่ออะไรครับ โยนทิ้งแล้วก็ไม่ร้อนอีกครับ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2013, 14:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ข. เป็นชาวบ้านแบบฉบับ - คนครองเรือน แยกได้เป็นหลายประเภทจัดเป็นชั้นๆ ได้ ตั้งแต่ร้ายไปถึงดี และที่ดีก็มีหลายระดับ คฤหัสถ์ที่ดี น่าเคารพนับถืออย่างแท้จริง คือ ประเภทที่ 10 ในชาวบ้าน 10 ประเภท ต่อไปนี้


กลุ่มที่ 1 - หาทรัพย์โดยทางไม่ชอบธรรม


1. ได้ทรัพย์มาแล้ว ไม่เลี้ยงตนให้เป็นสุข ทั้งไม่เผื่อแผ่แบ่งปัน และไม่ใช้ทำความดี (เสียทั้ง 3 อย๋าง)

2. ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้เป็นสุข แต่ไม่เผื่อแผ่แบ่งปัน และไม่ใช้ทำความดี (เสีย 2 ส่วน ดี 1 ส่วน)

3. ได้ทรัพย์มาแล้ว เลี้ยงตนให้สุขด้วย เผื่อแผ่แบ่งปัน และใช้ทำความดีด้วย (เสีย 1 ดี 2 ส่วน)


กลุ่มที่ 2 - หาชอบธรรมบ้าง ไม่ชอบธรรมบ้าง


4. ได้ทรัพย์มาแล้ว ทำอย่างข้อ 1 (เสีย 3 ดี 1)

5. ได้ทรัพย์มาแล้ว ทำอย่างข้อ 2 (เสีย 2 ดี 2)

6. ได้ทรัพย์มาแล้ว ทำอย่างข้อ 3 (เสีย 1 ดี 2)


กลุ่มที่ 3 - หาโดยชอบธรรม



7. ได้ทรัพย์มาแล้ว ทำอย่างข้อ 1 (เสีย 2 ดี 1)

8. ได้ทรัพย์มาแล้ว ทำอย่างข้อ 2 (เสีย 1 ดี 2)

6. ได้ทรัพย์มาแล้ว ทำอย่างข้อ 3 แต่ถ้ายังติด ยังมัวเมาหมกหมุ่นกินใช้ทรัพย์สมบัติ โดยไม่รู้เท่าทันเห็นโทษ ไม่มีปัญญาที่จะทำตนให้เป็นอิสระเป็นนายเหนือโภคทรัพย์ได้ (เสีย 1 ดี 1)


พวกพิเศษ - ผู้ที่แสวงหาความชอบธรรม และใช้อย่างมีสติสัมปชัญญะ มีจิตใจเป็นอิสระ
มีลักษณะดังนี้

10. แสวงหาทรัพย์โดยชอบธรรม ได้มาแล้วเลี้ยงตนให้เป็นสุข เผื่อแผ่แบ่งปัน และใช้ทรัพย์นั้นทำความดี ไม่ลุ่มหลง ไม่หมกหมุ่นมัวเมา กินใช้ทรัพย์สมบัติโดยรู้เท่าทันเห็นคุณโทษ ทางดีทางเสียของมัน มีปัญญา ทำตนให้เป็นอิสระหลุดพ้น เป็นนายเหนือโภคทรัพย์

...... ประเภทที่ 10 นี้ พระพุทธเจ้าสรรเสริญว่าเป็นผู้เลิสประเสริฐสูงสุด ควรชมทั้ง 4 สถาน คือ เป็นคฤหัสถ์แบบฉบับที่น่าเคารพนับถือ

...ต่อไปก็เป็นเรื่องของ...

ค. กำกับชีวิตด้วยธรรมสี่ คือ ปฏิบัติตามหลักธรรมสำหรับการครองชีวิตของคฤหัสถ์ที่เรียกว่า ฆราวาสธรรม 4 ประการ ดังนี้

1. สัจจะ - ความจริง คือ ดำรงมั่นในสัจจะ ซื่อตรง ซื่อสัตย์ จริงใจ พูดจริง ทำจริง จะทำอะไรก็ให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจได้

2.ทมะ - ฝึกตน คือ บังคับควบคุม ตนเองได้ รู้จักปรับตัวและแก้ไขปรับปรุงตนให้ก้าวหน้าดีงามยิ่งขึ้นอยู่เสมอ

3. ขันติ - อดทน คือ มุ่งหน้าที่การงานด้วยความขยันหมั่นเพียร เข้มแข็งอดทนไม่หวั่นไหว มั่นใจในจุดหมาย ไม่ท้อถอย

4. จาคะ - เสียสละ คือ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลบำเพ็ญประโยชน์ สละโลภได้ ร่วมงานกับคนอื่อนได้ ไม่ใจแคบเห็นแก่ตัว หรือเอาแต่ใจตน

ง. รับผิดชอบชีวิตที่เกี่ยวข้อง คือ มีความสัมพันธ์อันดีงาม อบอุ่นเป็นสุข ภายในครอบครัว ตลอดถึงญาติมิตร ผู้ร่วมงาน และคนที่พึ่งพาอาศัยอยู่ในปกครองทั้งหมด โดยทำหน้าที่มิใช่เพียงนำประโยชน์ทางวัตถุมาให้เขาอย่างเดียว แต่ทำประโยชน์สุขทางจิดใจมาให้ด้วยโดยประพฤติตนเป็นตัวอย่างช่วยชักจูงให้คนในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดทั้งหลายเจริญงอกงามขึ้นด้วยคุณธรรมที่เรียกว่า อารญวัฒิ ทั้ง 5 ดังต่อไปนี้

1. งอกงามด้วยศรัทธา คือ ให้มีความเชื่อความมั่นใจในพระรัตนตรัยในคุณความดี มีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ

2. งอกงามด้วยศีล คือ ให้มีความประพฤติดีงาม สุจริต รู้จักเลี้ยงชีวิต มีวินัย และมีกิริยามารยาทอันดีงาม

3. งอกงามด้วยสุตตะ คือ ให้มีความรู้จากการเล่าเรียนสดับดับฟัง โดยแนะนำหรือขวนขวายให้ศึกษาหาความรู้ที่จะฟื้นฟูปรับปรุงชีวิตจิตใจ

4. งอกงามด้วยจาคะ คือ ให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจต่อกันและพอใจทำประโยชน์แก่ เพื่อนมนุษย์

5. งอกงามด้วยปัญญา คือ ให้มีความรู้จักคิด เข้าใจเหตุผล และความจริงตามสภาวะ มีวิจารณญาน


(จาก"ธรรมนูญชีวิต" พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2013, 14:27 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง รั ก
ดั ง ต ฤ ณ


ต่อไปนี้คือความหมายของรักที่เต็มไปด้วย “ความเห็นแก่ตัว”

ถ้าต่างฝ่ายต่างจ้องจะเอาเปรียบด้วยกันทั้งคู่
คู่รักนั้นย่อมกล่าวว่าความรักคือ “ผลประโยชน์”

ถ้ามีฝ่ายหนึ่งจ้องจะเอาเปรียบ
แต่อีกฝ่ายพร้อมจะให้เปล่า
คู่รักนั้นย่อมจักกล่าวว่า ความรักคือ “การใช้หนี้”

แล้วความหมายของความรักที่เจืออยู่ด้วย “ความเสียสละ”
คืออะไร

ถ้าต่างฝ่ายต่างจ้องจะให้เปล่าด้วยกันทั้งคู่
คู่รักนั้นย่อมกล่าวว่า ความรัก คือความเอื้ออาทร
ต่างฝ่ายต่างเอื้ออาทร นั้นแหละ คือ รักแท้

มนุษย์เราอยากมีคนรักไว้เป็นพวกเดียวกัน
แต่ในความเป็นจริงคู่รักมักแบ่งข้างกันโดยไม่รู้ตัว
และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบไปจนตาย
ว่าสิ่งเดียวที่จะทำลายการแบ่งข้างลงได้ก็คือ
ค ว า ม พ ร้ อ ม ใ จ เ สี ย ส ล ะ
ไม่ใช่กะเกณฑ์ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
มีน้ำใจคิดให้อยู่ข้างเดียว



เรามีคนรักไว้รบกวนกันและกำลังหนุนแก่กันก็ได้
แน่นอนว่าถ้าคุณเลือกคนที่ใช่มาเป็นคู่
ก็ต้องดูดีแล้วว่า
มีพื้นฐานของความพร้อมจะเสียสละซึ่งกันและกันไม่มากก็น้อย

แต่ขอให้ทราบเถิดว่า

ยากที่จะมีความเท่าเทียมในการอยู่ร่วมกัน
และเพียงอยู่ร่วมกันไม่นานนัก
ความไม่เท่าเทียมก็มักเป็นแรงกระตุ้น
ความเห็นแก่ตัวให้กำเริบได้โดยไม่มีใครทันสังเกต

เพื่อให้ความรักของคุณ
เต็มไปด้วยความหมายของการเอื้ออาทร

คุณต้องไม่ลืมกฏสำคัญ คือ

เมื่อได้รับอย่าลืมขอบคุณ เมื่อได้ให้อย่าลืมอมยิ้ม





(คัดลอกบางตอนมาจาก : บทที่ ๔ รักษาความรู้สึก
ใน “รักแท้มีจริง” และหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณเชื่อ โดย ดังตฤณ,
พิมพ์ครั้งที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๑, หน้า ๑๕๔-๑๕๕)


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 16 พ.ค. 2013, 16:38 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ทำไมบางคนถึงทุกข์ร้อน วิตกกังวล กระวนกระวาย ไม่สบายใจ ไม่ปลอดโปร่งอยู่เสมอ

คำตอบง่ายมาก เพราะเขาแบกความคิดและความรู้สึกหลายอย่างเอาไว้ ไม่ปลดปล่อย ไม่ปรับเปลี่ยน จนกระทั่งมันกลายเป็นขยะหรือคราบสกปรกเกาะติดหัวใจ เวลามีอะไรมากระทบหรือสัมผัสกับความรู้สึก ก็จะมีคราบเปื้อนเหล่านี้เข้าไปเจือปน ความสดใสที่ควรจะมี จึงมีได้ไม่เต็มที่

ทำไมเราจึงปล่อยให้ใจเป็น "ถังขยะ" ล่ะ

คำตอบก็คือ เราไม่ค่อยรู้ตัวหรอก ว่าเราแอบทิ้งขยะลงไปในใจของเราเอง หรือมีใครทิ้งขยะลงมาในหัวใจของเราบ้าง ถ้าเราไม่หมั่นสำรวจ บางทีเราอาจมีขยะรกเรื้อหัวใจอยู่มากมายเลยก็ได้ อะไรบ้าง ที่เป็นขยะหัวใจ

1. ความไม่พอใจ มีหลายเรื่องเลยนะ ในชีวิต ที่เราไม่พึงพอใจ ถ้าจะแบ่งให้กว้างที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ สิ่งที่ทำให้เราไม่พอใจมีอยู่ 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ไม่พอใจคนอื่น กับไม่พอใจตัวเอง ไม่พอใจคนอื่นเกิดได้มากกว่าความไม่พอใจในตัวเอง เพราะธรรมชาติของคน ย่อมรักตัวเองมากกว่าคนอื่น ย่อมโทษคนอื่นก่อนโทษตัวเอง ย่อมเห็นความผิดของคนอื่นได้ก่อนและได้ชัดกว่าความผิดของตนเอง

ขณะเดียวกันเราต่างก็รู้ว่า โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ มีเกิน มีขาด จนกว่าจะค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาให้มีความพอดีได้ จึงจะเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ฉะนั้น เราควรมองด้านดีของกันและกันให้มากกว่าด้านที่บกพร่อง

ถ้าเราเริ่มจากมองด้านดีของกันและกันแล้ว ความพึงพอใจ และความนับถือในกันและกันก็จะเกิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สร้างสรรค์...กว่าการจับผิดกัน แล้วนำไปสู่ความไม่พอใจ

2. ความผิดหวัง 2 สิ่งที่ไม่ควรตั้งความหวังไว้สูงนัก คือหวังว่าเรื่องบางเรื่อง เหตุการณ์บางเหตุการณ์ หรือคนบางคนในอดีตจะย้อนกลับมา กับหวังว่าอนาคตจะเป็นไปตามที่เราวาดหวังเสียทุกประการ อดีตเป็นสิ่งที่ยากจะเรียกหาให้ย้อนกลับคืนมาเป็นเหมือนเดิม ดีที่สุดคือใช้อดีตเป็นบทเรียน ให้สติ ให้เราเรียนรู้ทั้งโอกาสและความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้น เพื่อให้วันนี้และวันข้างหน้า ดีกว่าอดีตที่เคยเป็น

ส่วนอนาคตย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย ไม่สามารถบังคับบงการให้เป็นไปตามความหวังของเราได้เสียทั้งหมด แต่พอจะคาดการณ์ได้ว่าน่าจะเป็นอย่างไร กระนั้นก็ตาม หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ก็อย่าได้ทุกข์ร้อนเสียใจ และปล่อยความคาดหวังบนความไม่แน่นอนแบบนี้ให้เป็นขยะรกอารมณ์

3. ความอิจฉาริษยา ขยะอย่างหนึ่งที่รกใจคนที่สุด ก็คือความอิจฉาริษยาคนอื่น โดยไม่ทันเฉลียวว่า ทุกครั้งที่เราอิจฉาริษยาใครก็ตาม ความนับถือตัวเองของเราก็เสื่อมถอยลงไปด้วย เพราะการจะรู้สึกอิจฉาหรือริษยาใครนั้น ย่อมมีพื้นฐานมาจากความรู้สึกว่าเขาดีหรือได้ดีกว่าเรา เราจึงอิจฉาเขาเป็นพัลวัน

จงหยุดอิจฉา แล้วมองให้เห็นว่า การที่คนอื่นได้ดีหรือมีดีกว่าเรานั้น เป็นสิ่งที่น่ายินดี ควรยินดีกับเขา และปรับเปลี่ยนโน้มน้าวตัวเองให้ทวีความดีดั่งที่เขามีจนเราอิจฉา

4. ความยึดมั่นถือมั่น ขยะที่เพิ่มพูนความรกเรื้อรุงรังให้ใจได้เป็นอย่างดีอีกประการหนึ่งคือ ความยึดมั่นถือมั่น คิดว่านั่นก็คนของฉัน นี่ก็บ้านของฉัน รถของฉัน คนรักของฉัน ตำแหน่งของฉัน ฯลฯ จนไม่สามารถ ปล่อยวาง ?สิ่งนอกตัว? เหล่านั้นลงได้

ส่วนใหญ่พบว่า จิตจะปรุงแต่งไปเอง ว่าสิ่งนี้ฉันรัก สิ่งนี้ฉันเป็นเจ้าของ ใครก็เอาไปจากฉันไม่ได้ พอไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ ก็ผูกพันหน่วงเหนี่ยว ยังคงเสียดาย เสียใจ และปรุงแต่งจิตเพิ่มเข้าไปว่าฉันนี้แสนทุกข์ระทม

ลองยอมรับความจริงดูบ้างไหม ว่าอะไรๆ ในโลกนี่ก็ไม่ใช่ของเราอย่างถาวรทั้งสิ้น แม้กระทั่งร่างกายของเรานี้ แท้ก็เป็นแค่ของยืมมา ใช้ได้ชาตินี้ชาติเดียว เดี๋ยวก็เสื่อม ก็แก่ ก็ป่วย ก็ตาย ต้องคืนร่างกายสังขารนี้สู่สภาพดิน น้ำ ลม ไฟ เน่าเปื่อยผุพังไป สิ้นความสวยความหล่อ ตลอดจนลาภยศสรรเสริญทั้งปวง

5. ความกลัว ใจหลายคน รุงรังไปด้วยความกลัว กลัวเขาจะไม่รัก กลัวเงินจะหมด กลัวฝนจะตก กลัวนายจ้างจะเลิกจ้าง กลัวเพื่อนร่วมงานจะได้ดีกว่า กลัวไม่ก้าวหน้า ไม่ได้โบนัส ฯลฯ

กลัวไปทำไม เรื่องบางเรื่องเราตัดสินเองไม่ได้ อยู่นอกเหนือจากการควบคุม ซึ่งกลัวไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักนิด บางเรื่องแทบไม่มีวันมาถึงในชีวิต ก็กลัวล่วงหน้า กลัวจนประสาทเสีย

จงพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกคนและทุกสิ่งในชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งต้องเริ่มจากการทำแต่สิ่งที่ดี โปร่งใส ไม่เป็นแผลติดตัวที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น และจงขจัดความกลัวออกไปจากใจ เพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตของเราให้สมศักดิ์ศรี เพื่อที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อทำให้ชีวิตนี้ดีกว่าเดิม

6. ความอยาก จง "อยาก" ให้พอดีกับกำลังกาย กำลังทุน และกำลังสติปัญญาของตัวเอง อย่าอยากจนเกินกำลัง เพราะจะทำให้สิ้นกำลังได้ง่าย แล้วกลายเป็นคนพ่ายแพ้ อ่อนแอ หมดสิ้นความทะเยอทะยานอยากในชีวิต

ความทะเยอทะยานอยากเหมือนรถ แต่ใจเราคือคนขับ รถแล่นด้วยความเร็วกำลังดี เราก็ได้ประโยชน์ จอดอยู่เฉยๆ ก็นิ่งอยู่กับที่ แต่หากแล่นฉิวจนเกินควบคุม ก็อันตรายกับชีวิต ฉะนั้น ใจต้องเป็นนายของความทะเยอทะยานอยาก ขับเคลื่อนความทะเยอทะยานอยากโดยควบคุมได้

ทำอย่างไรให้ใจสะอาด

เริ่มจากปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง อย่ายึดติดยึดถือให้มากนัก แล้วอยู่กับปัจจุบัน อะไรที่อยู่กับเรา เป็นของเรา ย่อมอยู่กับปัจจุบันของเราด้วย นั่นคือสิ่งจริงแท้แน่นอน การปล่อยวางสิ่งต่างๆ ลง เท่ากับการเทขยะทิ้ง การอยู่กับปัจจุบัน เท่ากับการปิดฝาถังขยะ ไม่เปิดรับขยะใหม่ๆ ให้ใจต้องสกปรกรกรุงรังอีก เพื่อมีเวลาทำความสะอาดหัวใจให้ผ่องใส เบิกบาน

ใจ...แท้จริงผ่องใสด้วยตัวของมันเอง แต่คนที่เป็นเจ้าของหัวใจต่างหาก ที่ชักนำสิ่งต่างๆ มาปะพอก จนใจนั้นหมดสภาพ ฟื้นหัวใจให้กลับไปผ่องใสดังเดิมกันเถิด ปัดฝุ่นและคราบเขม่าทั้งหลาย แล้วเปิดทางให้หัวใจได้หายใจ เต้น และรู้สึกด้วยตัวของมันเอง

อย่าไปบงการหัวใจมาก เพราะแทนที่จะเป็นหัวใจ มันจะกลายเป็นถังขยะแทน


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2013, 08:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2012, 19:33
โพสต์: 117


 ข้อมูลส่วนตัว


กล้วยไม้ม่วง เขียน:
ใจ...แท้จริงผ่องใสด้วยตัวของมันเอง แต่คนที่เป็นเจ้าของหัวใจต่างหาก ที่ชักนำสิ่งต่างๆ มาปะพอก จนใจนั้นหมดสภาพ ฟื้นหัวใจให้กลับไปผ่องใสดังเดิมกันเถิด ปัดฝุ่นและคราบเขม่าทั้งหลาย แล้วเปิดทางให้หัวใจได้หายใจ เต้น และรู้สึกด้วยตัวของมันเอง

อย่าไปบงการหัวใจมาก เพราะแทนที่จะเป็นหัวใจ มันจะกลายเป็นถังขยะแทน



...ดีใจด้วยค่ะคุณกล้วยไม้ มันอาจจะผ่านไปได้ยาก
...แต่สติและจิตใจที่ตั้งมั่นเท่านั้น
...จะนำพาเราออกจากปัญหาต่างๆได้ด้วยตัวเราเอง
...จงพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาศ รีบหยิบยกเอาความทุกข์นั้นมาพิจารณาให้เห็นธรรม...
...ก่อเกิดปัญญาฝังแน่นในจิตใจ ต่อเมื่อมีความทุกข์ใดเข้ามาอีก ใจมันก็รู้ทัน
...ขออนุโมทนา....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2013, 09:20 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากค่ะ....ก้อ..พยายามที่จะควบคุมตนเอง...ฝึกปลดปล่อย...ปล่วยวาง..ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง หาข้อความต่าง ๆ ๆ ที่จะช่วยให้มีสติ ...รับรู้..หยุดการปรงแต่ง..รู้เท่าทัน..ความคิด...ความรู้สึก เพื่อตัวเราเอง...ก็เท่านั้นเองค่ะ.....

ถึงจะยังคงรักเขา....คิดถึงเขาอยู่...แต่ก็บรรเทา เบาบางลวไปบ้างแล้ว...ไม่มากมาย ไม่เจ็บแปล๊บๆๆๆเหมือนตอนแรกๆๆ....สามารถพูดถึงเขากับเพื่อด้วยใจปกติ ไม่เต้นแรง ไม่หวาดหวั่น เหมือนเดิม แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร หากต้องเผชิญหน้ากับเขา รู้สึกว่า เขาอาจจะกลับมาสักวันหนึ่ง.....

ยังไม่รู้....ว่าตนเองจะทำได้ดีแค่ไหน . ..แต่...ต้องผ่านมันไปให้ได้.................................
ได้อย่างดีเยี่ยมด้วย...คาดหวังไว้อย่างยิ่งค่ะ.........

....... :b18: :b4: :b18: :b16:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 17 พ.ค. 2013, 13:23 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2012, 19:33
โพสต์: 117


 ข้อมูลส่วนตัว


คุณกล้วยไม้ค่ะ...เพื่อความสบายใจ...เพื่อเป็นกำลังใจลองทำดูนะค่ะ
แต่อย่าคาดหวังสิ่งอื่น ...นอกจากความสงบทางใจนะค่ะ
ที่มา: (คัดลอกมาจากคำสอนของหลวงพ่อวิชัยวัดถ้ำผาจมค่ะ)

เมื่อครอบครัวมีปัญหา
คนเรานั้นเกิดมาแล้ว เมื่อถึงวัยอันสมควรต่างก็ต้องมีความรักกันทุกคน
แล้วการมีครอบครัวก็เกิดขึ้นเป็นธรรมดาของธรรมชาติ
แต่การอยู่กินครองรักในครอบครัวไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย

ครอบครัวบางท่านมีปัญหา ขัดแย้ง ทะเลาะวิวาทบางคู่ที่ดีก็มี
แตกต่างกันออกไปตามบุญกรรมที่ได้สร้างร่วมกันมา
บางคู่ทางพระเรียกว่าคู่ทุกข์คู่ยาก คู่เวรคู่กรรม คู่บุญบารมี คู่ล้างผลาญ คู่กาลี
แต่ทุกครอบครัวต่างก็เคยสร้างบุญกรรมร่วมกันมาก่อนทั้งสิ้น

จะเป็นกรรมดีหรือไม่ดีน้อยหรือมากเท่านั้นเอง
ชาตินี้จึงต้องเกิดมาเป็นคู่ครองสามีภรรยากัน เพื่อมาชดใช้กัน
ใครสร้างกรรมนั้นดี ก็ได้คู่ที่ดีมาเกื้อกูลกัน เรียกว่าคู่บุญบารมี
ใครสร้างกรรมไม่ดีก็ได้คู่ที่ไม่ดี มาอยู่ร่วมกันเพื่อจะชดใช้กรรมนั้น

ท่านที่มีปัญหาครอบครัว จึงต้องรีบสร้างบุญกุศลชดใช้ให้กับคู่ครอง
ยอมรับสภาพที่เป็นทุกข์อยู่นั้น หมดกรรมเมื่อไรเขาก็จะดีขึ้นเอง
หรือสามารถแยกจากกันไป ถ้าใครคนหนึ่งได้หมดภาระกรรมนั้น
คู่ที่แตกแยกจนหย่าร้างจึงแสดงถึงได้หมดกรรมกัน
ส่วนคู่ที่ต้องทนทุกข์ทั้งกายและจิตใจที่ถูกบีบคั้นแสดงถึงกำลังเสวยกรรมอยู่
ให้รีบปฏิบัติตามหัวข้อเรื่อง “เมื่อตกทุกข์ได้ยากฯ”

ปฏิบัติตามนั้นแล้วรีบแผ่ส่วนกุศลให้ทุกวันโดยกล่าวคำอุทิศว่า
“บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้เคยเสร้างมาให้อดีตชาติ จะเป็นกี่ชาติกี่ภพก็ตาม
และบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้สร้างมาในชาติปัจจุบันนี้
ขออุทิศส่วนกุศลทั้งหลายนี้ให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เคยเป็นคู่ครองในอดีตชาติ
และคู่ครองในชาติปัจจุบันนี้ ที่เคยล่วงเกินมา
จะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจทำก็ดีขอให้มารับบุญกุศลนี้
รับแล้วให้อโหสิซึ่งกันและกัน อย่าได้มาเบียดเบียนกันอีกเลย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

ให้พูดทุกวันทุกครั้ง ที่สวดมนต์บูชาพระเสร็จแล้ว

......................
เมื่อตกทุกข์ได้ยาก มีอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงมีวิธีแก้ไขดังนี้
ชีวิตของคนเรานั้น ผันแปร เปลี่ยนไปได้ไม่สิ้นสุด
ขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่ได้ทำไว้ทั้งอดีตและปัจจุบัน
เมื่ออยู่ดีกินดี จึงต้องไม่ประมาท หมั่นทำแต่ความดีตลอดไป
บุญกุศลจะได้เกื้อกูลให้พบแต่ความเจริญยิ่งขึ้น

ส่วนบุคคลที่กำลังผจญกับชะตากรรม อย่างตกระกำลำบากยากแค้นแสนสาหัสแล้ว ต้องรับปฏิบัติดังนี้
๑. ให้รักษาศีล ๕ ข้อ อย่างบริสุทธิ์ ตลอดไป
๒. ให้ไหว้พระ สวดมนต์บูชาพระทุกวัน
๓. ให้นำผ้าขาวกว้างอย่างน้อย ๕๐ ซม. ยาวอย่างต่ำ ๑ เมตร นำไปไหว้หน้าหิ้งพระพุทธรูป
หรือโต๊ะหมู่บูชาห่างประมาณสัก ๑/๒ - ๑ เมตร พร้อมหมอนสำหรับกราบไหว้ ๑ อัน น้ำบูชา ๑ แก้ว ทุกวันก่อน ๒๓.๐๐ น.
แล้วจัดให้เสร็จจะมีเทพ – เทวดามากราบไหว้ แล้วท่านจะให้พรแก่เจ้าของบ้านด้วย
และเก็บให้เรียบร้อยในตอนเช้า แล้วห้ามนำผ้า - หมอนไปใช้อย่างอื่น
๔. ให้ทำสมาธิทุกวัน จะได้นานแค่ไหนก็ได้ แต่ยิ่งนานยิ่งมีผลมากจะทำให้จิตใจสงบ เกิดพลังจิต เมื่อจะเลิกก็ให้แผ่เมตตาแก่ตัวเอง และผู้อื่น
๕. ถวายเครื่องสังฆทานแก่พระสงฆ์ ถ้าขณะนั้นมีปัญหาอุปสรรคมากต้องถวายให้ครบ ๗ ครั้ง
จะถวายพร้อมกันในวันเดียว ๗ ครั้งหรือ ๗ ชุดก็ได้ ถ้าไม่ติดขัดในเรื่องการเงิน
ถ้าบุคคลนั้นทำดังนี้แล้ว กุศลผลบุญจะช่วยลดปัญหาที่มีอยู่ให้คลี่คลายส่งอย่างรวดเร็ว
แต่ต้องอย่าลืมอุทิศส่วนกุศลที่ทำมานั้นให้กับเจ้ากรรมนายเวรของเรื่องที่ประสบอยู่ด้วยบทต่าง ๆ
ที่ได้กล่าวมาแล้ว ต้องอุทิศบุญให้ถูกเรื่องจึงจะได้ผลเร็ว
สังฆทานมีอะไรบ้าง
สังฆทานที่จะถวายแด่พระสงฆ์นั้น มีดังนี้
๑. พระพุทธรูป จะเป็นปางอะไรก็ได้แล้วแต่จะชอบ ส่วนขนาดนั้นแล้วแต่กำลังทรัพย์ในขณะนั้น
๒. ผ้าไตรจีวร ๑ ชุด
๓. เครื่องใช้ประจำวันของพระภิกษุ
ส่วนของฉัน อาหาร แล้วแต่เวลาและโอกาส

ด้วยความห่วงใยคะ ....หากข้อความไหนเป็นเหตุให้คุณไม่สบายใจก็ต้องขออภัยด้วยค่ะ


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 20 พ.ค. 2013, 14:16 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ขอบคุณมากค่ะ สำหรับข้อเสนอแนะ ...ข้อคิดดี ๆ ๆ วิธีปฏิบัติในการดูแลจิตใจตนเอง..ให้ผ่อนคลาย...เบาสบาย......ว่องไว..ควรแก่การงาน.....

ขณะนี้เวลาปฏิบัติ.....หากติดขัดอะไร..ก็จะไปพบพระอาจารย์ท่านจะสอบอารมณ์.ท่านก็บอกว่า ให้ทบทวนตนเองด้วยการใช้ ธาตุ4..และถามตนเองว่า หัวใจเราตอนนี้ ช่วงนี้ มีสีขาวปนแดงเป็นช่วง ๆ ??..เมื่อวานก็ไปทำบุญ ให้ทาน เลี้ยงไอครีม ในงานเบิกเนตรพระ...อยู่ร่วมพิธี..จนเรียบร้อย ถึงตี 4 รีบกลับบ้านมานอน เพื่อทำงานต่อ มีผู้มาใช้บริการ 55 คน ....ก็ มึน ๆ งง ๆ บางช่วง แต่ก็เรียบร้อยดี ไม่มีอะไร ผู้มารับบริการบอกว่า หากเราไม่บอกให้รู้ว่า อดนอนมาจะดูไม่ออกเลย ..แบบว่า หน้าตาดีง่า........คริ คริ ๆๆๆ พูดไปด้ายยย...

จริง ๆ บุคลิก..ลักษณะของตนเองจะเป็นคนร่าเริง ขี้เล่น ชอบเล่น ชอบหัว ตลก โปกหา ไปตามประสา ...ตอนนี้เริ่ม ตั้งตัวได้..หลังจากที่มาพร้อมๆกันหลาย ๆด้านทั้ง งานก็เหนื่อย...พักไม่พอ ไม่ได้นอน เฝ้าพ่อ ทั้งวัน ทั้งคืน....ห่วงพ่อ...ห่วงน้อง.... สามีขอเลิก บอกหมดรักมีคนใหม่.... :b18: :b45: :b48: :b46: :b39:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2013, 13:49 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วันนี้เริ่มรู้สึกกังวล ไม่สบายใจ เมื่อวานได้ข่าวว่าสามีโทรคุยกับครูที่เขาสนิทใจด้วยและครูท่านนั้นก็โทรมาบอกเราว่า สามีโทรฯบอกว่าจะขึ้นมาหา ไม่ทราบวันไหน จะมาเอาของ และเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการซ่อมมอเตอร์ไซด์ และที่สำคัญ ฟังดูและรับรู้เข้าใจว่าจะมาเอาเงินเพื่อไปตั้งตัวกับหญิงใหม่ ได้ไป 2 แสน เงินหมดแล้วเพราะว่า ไปเที่ยว เกาะสมุย ทะเล ประเทศลาว เขมร อะไรก็ไม่รู้ สรุปว่า เงินหมดเพราะว่าไปเที่ยว มาเพื่อคุยเรื่องหย่า และสินสมรส อยากได้เงินตั้งตัว???

ฟังแล้วรู้สึกเซ้งจัด ????? ไม่รู้ว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือเปล่า เพราะว่าเขาเป็นคนอารมณ์รุนแรง กลัวเหมือนกันว่าจะทำร้าย และคงจะไม่ยอมฟัง ไม่ยอมรับรู้ว่าจริง ๆ เขาไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว อยู่กันมา8-9 ปี ทำงานจริงๆ ได้เงินเดือนจริง ๆ แค่ 2 ปี 6 เดือน รายได้รวมถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 1ล้าน5แสนบาท รวมเงินที่ขายบ้านได้อีก 1 ล้าน รวมเป็น 2ล้าน 5 แสนบาท ขณะที่ของเรา มีรายได้รวม 4 ล้าน 3 แสน

แล้วยังมีหนี้ที่เราเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายอยู่ขณะนี้ทุกเดือนๆละ 3 หมื่นบาท รวมที่เหลือทั้งหมด 1 ล้าน 3 แสน กว่าบาท ขณะที่เขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย????

นี่แหละชีวิต.......ไม่เคยคาดคิดว่าจะเจอ เหตุการณ์แบบนี้ ไม่รู้ว่า เขา..ไม่รับรู้ เรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว ในชีวิตประจำวัน ที่ผ่านมาเพียงแค่นั้น ไม่รู้ว่า จะมากถึงขนาด ไม่มีความรับผิดชอบ อะไรเลย ไม่รู้ว่า ผิดถูก ชั่ว ดี ต้องการเพิ่มทั้ง ๆที่ไม่ได้เป็นคนหา......ไม่เข้าใจ และ..ไม่รู้ว่าจะต้องอย่างไรให้เขาเข้าใจ.................

ไม่ทราบมีเพื่อน ๆท่านใดที่มีความรู้ด้านกฏหมาย และ การแจกแจงให้ผู้ชาย เข้าใจ เพราะเขาไม่เข้าใจว่ารายได้หมดไปกับค่าครองชีพประจำวัน คิดแต่ว่า เรามีเงินให้เขาตลอดมา..ตลอดไป..ตามคำร้องขอ......


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 23 พ.ค. 2013, 09:18 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 มิ.ย. 2012, 15:53
โพสต์: 410


 ข้อมูลส่วนตัว


ขอเป็นกำลังใจให้นะค๊า... สู้ๆๆ
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนค่ะ :b27:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มิ.ย. 2013, 16:56 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 6
สมาชิก ระดับ 6
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 เม.ย. 2013, 11:12
โพสต์: 401

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


วัน..เวลา..รวดเร็วจริง ๆ ๆ
ผ่านไป 2 สัปดาห์ ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น.....
ทำกิจวัตรตามปกติ...
ตื่นมา สวดมนต์..ไหว้พระ..ตักบาตร....เลี้ยงหมา..ทำงาน ทำสวน..สวดมนต์ ทำสมาธิ..นอน
แค่นี้จริงๆๆ

จิตใจก็ปกติ...ไม่มีเจ็บปวด..ไม่คิดถึง รู้สึกเฉย ๆ ๆๆ...

คุณ poom ค่ะ ..ได้นำเอาข้อแนะนำไปปฏิบัติ...อุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นคู้ครองในอดีตชาติ...ปัจจุบันชาติ...รูสึกว่าเขาน่าจะได้รับและ..ไม่มาเบียดเบียนอีกต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป....และได้มีการตักบาตรคว่ำขันตรงทางสามแพร่งด้วยค่ะ...

เพราะตนเอง รู้สึกว่า ไม่อยากเห็นหน้าอีกต่อไป...อยู่อย่างนี้ก็สบายดีแล้ว.....ต่างคนต่างอยู่ไม่เกี่ยวข้องกัน....ไม่ต้องมาพบปะเจอะเจออีกต่อไป.....แต่ด้านกฏหมาย.เรื่องทะเบียนสมรส...???ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป.......

เห็นคุณแหม่ม..ยื่นฟ้องศาลเพราะมีหลักฐานคลิป...และ..ลูก....ไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไร เป็นห่วงความรู้สึกของทุกคนที่เกี่ยวข้อง หากเข้าสู่กระบวนการของศาลค่อนข้างจะใช้เวลานาน และจ้องเข็มแข็งมากๆๆๆๆ เพราะอาจถูกถาม ซักไซ้ไล่เรียง..ตอกย้ำความรู้สึกเจ็บปวด..ประจาน..อย่างไรชอบกล...(ก็ดูหนังนะคะ ไม่รู้ว่าจริง ๆ เป็นเช่นไร???) :b55: :b48: :b46: :b12:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 06 มิ.ย. 2013, 17:26 
 
ออฟไลน์
สมาชิก ระดับ 3
สมาชิก ระดับ 3
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2012, 19:33
โพสต์: 117


 ข้อมูลส่วนตัว


กล้วยไม้ม่วง เขียน:
วัน..เวลา..รวดเร็วจริง ๆ ๆ
ผ่านไป 2 สัปดาห์ ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น.....
ทำกิจวัตรตามปกติ...
ตื่นมา สวดมนต์..ไหว้พระ..ตักบาตร....เลี้ยงหมา..ทำงาน ทำสวน..สวดมนต์ ทำสมาธิ..นอน
แค่นี้จริงๆๆ

จิตใจก็ปกติ...ไม่มีเจ็บปวด..ไม่คิดถึง รู้สึกเฉย ๆ ๆๆ...

คุณ poom ค่ะ ..ได้นำเอาข้อแนะนำไปปฏิบัติ...อุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรที่เป็นคู้ครองในอดีตชาติ...ปัจจุบันชาติ...รูสึกว่าเขาน่าจะได้รับและ..ไม่มาเบียดเบียนอีกต่อไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป....และได้มีการตักบาตรคว่ำขันตรงทางสามแพร่งด้วยค่ะ...

เพราะตนเอง รู้สึกว่า ไม่อยากเห็นหน้าอีกต่อไป...อยู่อย่างนี้ก็สบายดีแล้ว.....ต่างคนต่างอยู่ไม่เกี่ยวข้องกัน....ไม่ต้องมาพบปะเจอะเจออีกต่อไป.....แต่ด้านกฏหมาย.เรื่องทะเบียนสมรส...???ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป.......

เห็นคุณแหม่ม..ยื่นฟ้องศาลเพราะมีหลักฐานคลิป...และ..ลูก....ไม่รู้ว่าผลเป็นอย่างไร เป็นห่วงความรู้สึกของทุกคนที่เกี่ยวข้อง หากเข้าสู่กระบวนการของศาลค่อนข้างจะใช้เวลานาน และจ้องเข็มแข็งมากๆๆๆๆ เพราะอาจถูกถาม ซักไซ้ไล่เรียง..ตอกย้ำความรู้สึกเจ็บปวด..ประจาน..อย่างไรชอบกล...(ก็ดูหนังนะคะ ไม่รู้ว่าจริง ๆ เป็นเช่นไร???) :b55: :b48: :b46: :b12:



ยินดีด้วยค่ะ...ที่ทุกข์นั้นจางคลายลงบ้างแล้ว...
แม้จะไม่สนิททีเดียวก็ยังทำให้เราต่อสู้ยืนหยัดต่อไปได้ง่าย
ทางด้านกฏหมายหากเรายังไม่เดือดร้อนก็ปล่อยไปก่อนเถอะค่ะ
เอาไว้ให้ใจเราวาง...และว่างจากเขาจริงๆ...การแก้ปัญหาต่างก็คงง่ายขึ้น

มีธรรมะครองใจอย่างนี้แล้ว...ก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดแล้วค่ะ สู้..สู้..


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 377 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3, 4, 5 ... 26  ต่อไป

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร