วันเวลาปัจจุบัน 14 ธ.ค. 2019, 17:35  



เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง




กลับไปยังกระทู้  [ 41 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3  Bookmark and Share
เจ้าของ ข้อความ
โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ค. 2010, 11:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


ถึงลำไส้เมื่อไหร่บอกด้วย ชอบๆๆๆ อิอิ...รูปภาพ
อุ๊ย! เคยชอบนะคร้าาาา...ไส้พะโล้ :b22: yum yum...yummy! :b34:
................ :b51: :b53: ตอนนี้เลิกแล้วค่ะ นู๋เลิกกะเขาแล้วค่ะ กัวไขมันอุดตันน่ะค่ะ :b14:
ผลตรวจมะเร็งลำไส้เพิ่งออกค่ะ ยังไหวอยู่ แหง่ะ! (รอดอีกคราว) :b5:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 19 พ.ค. 2010, 23:20 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 09:34
โพสต์: 1478

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b48: ปอด :b48:

:b48: อิ อิ มีหน้าที่ฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดง โดยรับเลือดดำที่ส่งมาจากหัวใจ
มาถ่ายก๊าซคาร์บอนไดอกไซด์ออกจากเลือดดำ และส่งก๊าซออกซิเจนให้แทน
ทำให้เลือดดำกลายเป็นเลือดแดง
:b48:

:b42: ปอดมี 2 ข้าง บรรจุอยู่ในโพรงทรวงอกตอนบนทั้งด้านซ้าย และด้านขวา
โดยปอดด้านขวาจะใหญ่กว่าปอดด้านซ้าย
มีความยืดหยุ่น และภายในมีถุงลมเล็ก ๆ เป็นจำนวนมาก
โดยถุงลมเหล่านี้ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป
และรับก๊าซออกซิเจนเข้ามาแทน
:b42:

:b44: การหายใจเอาอากาศที่มีเขม่า ฝุ่นละออง ควันพิษ หรือสารพิษเข้าไป
จะทำให้ปอดทำหน้าที่ลำบาก และยังก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้
:b44:

:b43: โรคเกี่ยวกับปอด

- เป็นหวัด เจ็บคอ ปวดศีรษะ
- ไอ มีเสมหะ เหนื่อยหอบ
- ปวดหน้าอก หายใจลำบาก หัวในเต้นเร็ว
- มีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย
- น้ำหนักลด ไม่มีแรง
- รูปร่างลักษณะของหน้าอกเปลี่ยนไป
- หายใจมีเสียง


:b43: โรคต่าง ๆ ที่เกิดจากความผิดปกติเกี่ยวกับปอด
- โรคหลอดลมอักเสบ
เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบเยื่อบุของหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวม
และมีเสมหะอุดหลอดลม
- เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
เป็นปฏิกิริยาการอักเสบที่เกิดขึ้นกับเยื่อหุ้มปอด ซึ่งมีลักษณะเป็นเยื่อบุสองชั้น
ชั้นในบุเนื้อปอด ส่วนชั้นนอกบุผนังทรวงอก ระหว่างเยื่อหุ้มปอดทั้งสองชั้น
เป็นสารน้ำหล่อลื่น
- โรคถุงลมโป่งพอง
เป็นโรคที่เนื้อปอดถูกทำลาย ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง
ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อย หายใจลำบาก
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ การสูบบุหรี่ สิ่งที่เป็นพิษ
- โรคปอดบวม
เป็นโรคปอด และ ระบบทางเดินหายใจซึ่งเกิดจากภาวะถุงลมในปอดเกิดอักเสบ
และมีของเหลวไหลท่วม สาเหตุ ติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา พยาธิ
- โรคหืดหอบ
เกิดจากการแพ้สารบางอย่าง ซึ่งสารนี้จะไปกระตุ้นประสาทซิมพาเทติก
ทำให้กล้ามเนื้อที่หลอดลมเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรง
แต่โดยทั่วไปแล้วโรคหืดหอบเกิดจากร่างกายที่มีความผิดปกติ
จึงควรใช้ว่านหางจระเข้ปรับสภาพร่างกายให้ดีขึ้น
- วัณโรค
โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เล็กมาก (สูดอากาศที่มีเชื้อเข้าไป)
ซึ่งเชื้อนี้มีลักษณะพิเศษ คือ มีความคงทนต่ออากาศแห้ง ความเย็น ความร้อน
สารเคมี และอยู่ในอากาศได้นาน ยกเว้นไม่ทนทานต่อแสงแดด



:b43: กินเพื่อปอด

การจะมีปอดที่แข็งแรงนั้น ต้องร่วมด้วยการออกกำลังกาย

- แอปเปิ้ล เพราะ แอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ “เคอร์ซิทิน” เป็นสารที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดอย่างได้ผล และป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
การกินแอปเปิ้ลให้ได้สารเคอร์ซิทินมากที่สุดก็คือ ต้องกินผลสดทั้งเปลือก
เพราะจะได้รับสาร “เพกติน” จากเปลือกแอปเปิ้ลเพิ่มด้วย
ซึ่ง แพกติก มีคุณสมบัติช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย

อาหารต้องห้ามเพื่อสุขภาพ....ปอด

หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์หมักจำนวนมาก (เบคอน)
การรับประทานเนื้อสัตว์หมักจำนวนมาก จะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็น
โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยหายใจลำบากถึงขั้นเสียชีวิตได้


:b49: :b50: :b50: :b50: :b50: :b49:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 17:39 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

:b54: ตับ ไต ไส้ ปอด....ไปไหนซะแล้ว!! :b54:

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 18:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 09:34
โพสต์: 1478

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


Bwitch เขียน:
รูปภาพ

:b54: ตับ ไต ไส้ ปอด....ไปไหนซะแล้ว!! :b54:


:b2: :b2: :b2:

ม๊ดซ์ซซซซซ......หง่ะ 'ก้อน..ไม่ได้ copy มานะ
เค้าคีย์ตามหนังสือด้วยสิบนิ้วน้อยๆ ... ของเค้าเอง :b2: :b2:

อิ อิ :b13: :b13: งั๊นเดี๋ยวไปหาก๊อบมาให้นะจ๊ะ
อยากกินเหลือเกิน พุงเค้าเนี๊ยะ....


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 18:21 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับสูงสุด
สมาชิกระดับสูงสุด
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 09:55
โพสต์: 4062

แนวปฏิบัติ: มรณานุสสติ
อายุ: 0
ที่อยู่: ตรงปลายจมูก

 ข้อมูลส่วนตัว


ท่านเอกอน เมื่อวานดูรายการทีวี เรื่องประโยชน์ของการบริโภคน้ำมันมะพร้าวค่ะ
เพิ่งรู้ว่าคนไทยถูกฝรั่งหลอกมานาน ว่ากะทิทำให้อ้วน จริงๆ แล้วไม่ใช่
แต่น้ำมันมะพร้าวอ่ะมีประโยชน์มากๆๆๆเลย มีสารตัวหนึ่งสามารถฆ่าเชื้อโรคได้
รักษาโรคร้ายแรงได้หลายๆ โรคค่ะ รวมทั้งเอดส์ มะเร็ง ฯลฯ
และมากาีรีนที่เราทาขนมปังปิ้งอ่ะ อันตรายที่สุดเลย มะเร็งๆๆๆๆๆๆๆ Onion_R

.....................................................
~ นิพพานัง ปัจจโยโหตุ ~


แก้ไขล่าสุดโดย Bwitch เมื่อ 22 พ.ค. 2010, 19:53, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 18:43 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 09:34
โพสต์: 1478

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


:b53: ตับ :b53:

:b53: :b51: :b51: :b51: :b53:

ตับเป็นอวัยวะในร่างกายที่ใหญ่มาก หนักถึง 1-1.3 กก. มีขนาดเท่ากับลูกฟุตบอล
รูปร่างลักษณะเป็นก้อนสามเหลี่ยม เต็มไปด้วยเลือดและซ่อนอยู่ใต้ชายโครงขวา


ตับมีหน้าที่ต่อการดำรงชีวิตกว่า 40 ชนิด
และมีหน้าที่ปลีกย่อยอีกกว่า 500 อย่าง
ฉะนั้นตับจึงเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุด
ขาดตับเมื่อใดเราก็ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้


ดังนั้นตับจึงมีความสามารถพิเศษคือ
สามารถงอกเนื้อเยื่อใหม่ของมันเองเพื่อทดแทนเนื้อเยื่อที่เสียหายไปได้


:b41: หน้าที่ของตับ :b41:

ตับมีความสามารถในการทำงานสูงและอดทนมาก แม้ว่าเนื้อตับจะเสียหายไปบ้าง
แต่จะไม่แสดงอาการใดที่แสดงว่าเสียหายแล้วนะ
จนกว่าการทำงานของตับลดลงกว่า 80 % มันจึงจะแสดงอาการออกมา
เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ปากขม เหนื่อยเพลีย ตัวเหลือง
อุจจาระสีซีด หรือปวดชายโครงด้านขวา เป็นต้น
อาจจะเป็นเพราะตับอยู่ของมันนิ่งๆ อย่างสงบเสงี่ยม
ไม่เต้นตุบๆ เหมือนหัวใจ หรือลั่นโครกครากเหมือนลำไส้
หลายคนจึงไม่ค่อยนึกถึงตับว่าสำคัญแค่ไหน


หน้าที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของตับคือ การขับสารพิษ
หรือของเสียออกจากร่างกาย หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า "ดีทอกซ์"
ซึ่งมาจากคำว่า detoxify ซึ่งแปลเป็นไทยตรงตัวว่า
การกำจัดสารพิษออกนอกร่างกาย หรือเรียกกันสั้นๆ ได้ใจความว่า "ล้างพิษ"
สารพิษที่ตับกรองออกมาส่วนหนึ่ง ที่ละลายน้ำได้ออกทางไต
อีกส่วนหนี่งที่ละลายในไขมันจะถูกกำจัดออกมากับน้ำดี แล้วฝากทิ้งไปกับกากอาหาร


การขับสารพิษมี 2 ระยะ

ของเสียที่เกิดจากเมตาโบลิสมในร่างกาย หรือสารใดๆ ที่ร่างกายได้รับเข้าไปทางใดทางหนึ่ง
แล้วมันไม่ต้องการ ร่างกายก็จะส่งให้ตับเพื่อขับออก
เป็นการทำความสะอาดร่างกายอยู่เสมอ หน้าที่ล้างพิษของตับจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ
และการดำรงอยู่ของชีวิต


การทำงานล้างพิษของตับ จะขับสารพิษออกจากร่างกายเป็น 2 ขั้นตอน
การที่สารพิษจะออกไปนอกร่างกายจะต้องผ่านกระบวนการทั้งสองแบบนี้ไปเป็นขั้นเป็นตอน
เหมือนจะลงบันไดก็ต้องลงทีละขั้น และต้องลงทั้ง 2 ขั้นด้วยดังนี้


1.ระยะที่หนึ่ง

เป็นการทำงานของระบบไซโตโครมพี 450 (cytochrome P 450)
ระยะนี้ตับอาศัยเอนไซม์หลายตัวจับสารพิษออกมาจากเลือด
และทำการเตรียมสารพิษให้พร้อมเพื่อขับออกนอกร่างกาย
เหมือนกับเราจะส่งพัสดุไปรษณีย์ ก็ต้องห่อให้เรียบร้อยก่อน
ในระยะนี้สารพิษจะกลายเป็นพิษมากขึ้น เป็นทั้งอนุมูลอิสระที่พร้อมจะทำลายเนื้อตับ
เป็นทั้งสารก่อมะเร็งที่พร้อมจะทำอันตรายเนื้อเยื่อร่างกาย
การขับสารพิษจึงจะสะดุดอยู่เพียงระยะที่ 1 ไม่ได้


กระบวนการทั้งหมดจะต้องเกิดต่อเนื่องไปจนถึงระยะที่ 2 จึงจะเป็นการล้างพิษที่แท้จริง
หากตับของใครทำงานขับสารพิษได้เพียงระยะที่ 1 และเกิดการกำจัดออกในระยะที่ 2 ไม่ทัน
เจ้าของตับก็จะรู้สึกคล้ายๆ กับกินยานอนหลับ คือ ง่วง ซึม รู้สึกขี้เกียจ ไม่กระปรี้กระเปร่า
เมื่อยตามเนื้อตัว และอ่อนล้า


2.ระยะที่สอง (ระยะปลดพิษ)

เป็นการทำงานโดยการจับคู่สารพิษเข้ากับสารที่จะทำให้เกิดการสะเทินพิษ
เพื่อทำให้พิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหมดไป พร้อมๆ กับทำให้มันละลายน้ำได้มากขึ้น
พร้อมที่จะขับทิ้งออกนอกร่างกายทางไต และทางท่อน้ำดี ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกกระบวนการนี้ว่า
คอนจูเกชั่น (conjugation)


มีสารบางตัวที่สามารถกระตุ้นให้ตับทำงานขับสารพิษในระยะแรกได้มากขึ้น
ได้แก่ คาเฟอีน ฟีโนบาร์บิทอล และแอลกอฮอล์
ดังนั้นการสวนกาแฟเพื่อการ "ดีทอกซ์" หรือเพื่อกระตุ้นตับให้ทำงานมากขึ้นนั้น
จึงสามารถกระตุ้นได้เพียงครึ่งเดียว


จำเป็นที่ร่างกายจะต้องได้รับสารอาหารประเภทสารประกอบกำมะถัน
หรือกลูตาไทโอน ไลโมนีน ซีสเตอีน กรดเบนโซอิก วิตามินบีรวม แมกเนเซียม
เซเลเนียม และสังกะสี เพื่อกระตุ้นการทำงานขับสารพิษของตับในระยะที่ 2
เพื่อทำให้การล้างพิษสมบูรณ์ ดังนั้นเมื่อใดที่สวนกาแฟ
จึงจำเป็นต้องกระตุ้นร่างกายให้ขับสารพิษออกมาได้ตลอดรอดฝั่งในระยะที่ 2

ด้วยการกินข้าวกล้องเป็นประจำ ผักใบเขียว บีทรูท บร็อกโคลี กะหล่ำทุกประเภท

(กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กะหล่ำม่วง กะหล่ำดาว หอมใหญ่ หัวผักกาดขาว แรดดิช ขมิ้นชัน)
ถ้าเป็นสมุนไพรที่กระตุ้นการล้างพิษตับได้ดีก็มีขมิ้นชัน โสม แดนดิไลออน
มิลค์ทริสเทิล และอาร์ติโช้ค
เป็นต้น

http://pha.narak.com/topic.php?No=01337

ที่มา


:b48: :b47: :b47: :b47: :b48:


แก้ไขล่าสุดโดย เอรากอน เมื่อ 22 พ.ค. 2010, 18:45, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง

โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 18:54 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 มี.ค. 2010, 16:12
โพสต์: 2274

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


ตับ ตับ ตับบบบบ....แก้ กลัวถูกกินตับอา ..น่ากัวอ่ะ :b5: :b28:

.....................................................
"พุทโธ .. พุทโธ .. พุทโธ"
ภาวนาวันละนิด จิตแจ่มใส


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 19:04 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2007, 23:29
โพสต์: 1065


 ข้อมูลส่วนตัว


รูปภาพ

มากดดัน..รออ่านอยู่อ่ะ เร็วๆหน่อยดิ ไม่ทันใจวัยเดอะเลย!!!!

:b9: :b32: :b13: :b22:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 19:09 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2009, 09:34
โพสต์: 1478

อายุ: 0

 ข้อมูลส่วนตัว


มัทนา ณ หิมะวัน เขียน:
รูปภาพ

มากดดัน..รออ่านอยู่อ่ะ เร็วๆหน่อยดิ ไม่ทันใจวัยเดอะเลย!!!!

:b9: :b32: :b13: :b22:


:b10: แมว...โยดา...

อิ อิ อุ้ย.... :b3: :b3:

ยายมัทรู้ได้ไง เอกอนชอบภาพนี้.... :b20: :b20:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 21:19 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
สมาชิกระดับ 19
สมาชิกระดับ 19
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ย. 2007, 23:29
โพสต์: 1065


 ข้อมูลส่วนตัว


นู๋ไบกอน เขียน:
:b10: แมว...โยดา...

อิ อิ อุ้ย.... :b3: :b3:

ยายมัทรู้ได้ไง เอกอนชอบภาพนี้.... :b20: :b20:


มีเจโตปริยญาณมั้ง !!! :b21:

ยายมัทก็เพิ่งรู้น่ะ...บังเอิญมากกว่า

โพสต์ต่อสิรออ่านอยู่นะ...เร็วๆ

เป็นเด็กเป็นเล็กแท้ๆ
ทำอารายเชื่องช้าจริงๆนะเรา


:b9: :b32: :b13:


โพสที่ยังไม่ได้อ่าน เมื่อ: 13 ส.ค. 2019, 10:37 
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
ออฟไลน์
Moderators-2
Moderators-2
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 มิ.ย. 2009, 10:51
โพสต์: 2238


 ข้อมูลส่วนตัว


rolleyes smiley


แสดงโพสต์จาก:  เรียงตาม  
กลับไปยังกระทู้  [ 41 โพสต์ ]  ไปที่หน้า ย้อนกลับ  1, 2, 3

เขตเวลา GMT + 7 ชั่วโมง


 ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 2 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสต์กระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสต์ของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Google
ทั่วไป เว็บธรรมจักร